……………………..
แม้กล้าจะอ่อนเพลีย แต่ด้วยความตื่นเต้นที่เปี่ยมล้น เลยนั่งเกร็งตลอดทาง โดยมีทัตซึมิคอยข่มขวัญต่อยู่ตลอด อาทิเช่น “แกไม่รอดแน่” “เซนต์ที่จะเจอ โหดชนิดหมาเฝ้านรกยังต้องอาย” ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เด็กหนุ่มจิตตกยิ่งกว่าเดิม ไม่นาน พาหนะหรูก็เดินทางมาถึงจุดหมาย
“ ว้าว….นั่นมัน…..” ทันทีที่เห็นสนามประลอง กล้าก็ตกตะลึงจนหลงลืมคำขู่ร้ายๆของพ่อบ้านจอมเถื่อน ด้วยมันคือสเตเดี่ยมทรงกลมที่อลังการงานสร้าง กะคร่าวๆ น่าจะใหญ่กว่าราชมังคลาซักสองเท่า
“ เฮ้ย แกจะมัวแต่ยืนอึ้งทำไมวะ รีบตามมา ข้าจะพาไปที่ห้องแต่งตัว ”
“ อ้า ครับ ” กล้ารีบรับคำ แล้ววิ่งตามพ่อบ้านร่างสูงที่กำลังเปิดประตูหลัง เพื่อเข้าไปในตัวอาคาร
…………………………
เมื่อเข้ามาภายใน กล้าก็พบกับโถงใหญ่ พื้นปูพรมแดงดูหรูหรา ตรงกลางห้องมีเคาน์เตอร์เหล็กรมดำตั้งอยู่ และมีเจ้าหน้าที่สาวสวยในชุดสูทแดงประจำอยู่หนึ่งคน
“ ชั้นนำนักสู้มาส่งให้ นี่คือคีย์การ์ด ” ทัตซึมิยื่นบัตรแข็งให้เจ้าหน้าที่สาว
“ อ้า ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ระดับคุณทัตซึมิแล้ว ไม่จำเป็นต้องยืนยันตัวตนหรอก ” เจ้าหน้าที่สาวแสดงท่าทีเกรงใจ แต่ก็ยังรับบัตรนั้นไปสแกนข้อมูล
“ ทำไปเถอะน่า เพราะกฎต้องเป็นกฎ ” ทัตซึมิตีหน้าเครียด ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะที่ผ่านมา พ่อบ้านร่างใหญ่คนนี้ก็ไม่เคยยิ้มอยู่แล้ว
การตรวจสอบใช้เวลาไม่นาน ก็ผ่านอย่างง่ายดาย ทั้งสองจึงออกจากห้องรับรอง แล้วเดินตามทางที่ปูด้วยพรมแดง ระหว่างนั้น กล้าเหมือนจะแว่วเสียงเฮของผู้คนจำนวนมาก เลยเอ่ยถามเสียงสั่น
“ เอ่อ…คุณทัตซึมิครับ เหมือนผมจะได้ยินเสียงคน เขามาทำอะไรกันหรือครับ ”
ทัตซึมิจ้องกลับ สีหน้า แววตาเหมือนจะมองว่าเขาเป็นตัวประหลาด แต่สุดท้าย เขาก็ตอบเสียงขุ่น
“ บ้าไปแล้วรึไงวะ ผู้คนที่มา มันก็ตั้งใจมาดูพวกเซนต์อย่างแกแข่งนั่นแหละ นี่แสดงว่าหลายวันที่ผ่านมา ไม่เคยดูข่าวเลยสินะ ”
“ อ้าว…..เหรอ อันที่จริง ผมก็ไม่ได้เปิดทีวีดูจริงๆนั่นแหละ เพราะมัวแต่ฝึกวิชาอยู่ ” กล้าเว้าซื่อๆ ทัตซึมิจึงถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะละลายความโง่ให้พระเอกหนุ่ม
“ เฮ้อ…ในเมื่อแกไม่รู้จริงๆ ชั้นก็จะบอกให้ ศึกกาแล็คเซี่ยนวอร์นี้ ไม่ใช่การประลองไก่กา เพราะมูลนิธิแกรนด์ของเราได้ใช้ทุกเครือข่ายที่มี กระจายข่าวไปทั่วโลก และมีถึง 155 ประเทศซื้อลิขสิทธิ์ไปถ่ายทอด แถมในสนามก็จุได้ถึง 80,000 คน ดังนั้น เชื่อขนมกินได้เลย งานนี้แกดังแน่ แต่ต้องสู้ให้ชนะก่อนนะ ”
พอได้ยินแบบนั้น กล้าก็แทบลมจับ เพราะที่ผ่านมา แค่ออกไปพูดหน้าชั้นที่มีเพื่อนในห้องคอยฟังแค่ 40 คน เขาก็ขาสั่นพั่บๆแล้ว และถ้าต้องไปต่อสู้ให้คนหลักล้านได้รับชม (รวมถึงคนดูทางบ้านด้วย) มันจะสยองขนาดไหน
“ นี่ชั้นยอมแพ้ทันมั้ยเนี่ย เพราะการโชว์ตัวแบบนี้ มันน่ากลัวยิ่งกว่าสู้กับพวกเซนต์อีก ”
ทว่าก็สายเกินไปแล้ว เพราะทัตซิมิได้นำทางมาถึงห้องแต่งตัวเป็นที่เรียบร้อย เขาจึงผลักกล้าไปข้างหน้า พร้อมร้องเร่ง
“ เอ้า ถึงที่แล้ว แกรีบเข้าไปเตรียมตัว ส่วนครอธเพกาซัส เราได้เอาไปวางไว้ให้แล้ว ”
“ คะ…ครับ ” กล้ารับคำแผ่วเบา ท่าทางดูไม่มั่นใจเอาซะเลย ทว่าสุดท้าย เด็กหนุ่มก็ยอมเข้าไปแต่โดยดี
…………………………..
พอกล้าเปิดประตูง สิ่งแรกที่ได้เห็นคือกลุ่มเด็กหนุ่มวัยใกล้กันถึงหลายคน ผู้ที่อยู่ใกล้สุดก็คือ “จาบุ” แต่คราวนี้เขาสวมชุดครอธยูนิคอร์นสีม่วงเข้มที่ดูน่าสะพรึง และมีจุดเด่นตรงเขาบนหมวกเหล็ก
“ โอ้…..ว้าว ชุดเกราะยูนิคอร์นในตำนาน โคตรเท่เลย ” กล้าทึ่งจัดจนอยากจะโดดเข้าไปขอลายเซ็น แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจ เมื่อโดนสายตาแข็งกร้าวของเจ้าของครอธข่มเอาไว้
“ ไง เจ้าเซย่า มาให้ชั้นเชือดแล้วเหรอ ”
ในขณะที่กล้าเริ่มหวาดๆ เสียงทุ้มใหญ่ของเด็กหนุ่มที่อยู่มุมห้องก็ดังขึ้น
“ เฮ้ย คู่ต่อกรของแกไม่ใช่ไอ้บ้าเซย่า แต่เป็นชั้นต่างหากล่ะโว้ย ”
เพียงแค่ได้ยิน กล้าก็แทบช็อก ด้วยกระแสนั้นแฝงแววหาเรื่องอย่างชัดเจน ราวกับคนผู้นี้พร้อมจะเป็นอริกับทุกคนในโลกหล้า และเมื่อหันไปมอง ก็ต้องตกตะลึงจนตาค้าง เนื่องจากเจ้าของเสียงมีรูปร่างที่ใหญ่ยักษ์ บนกายสวมเกราะแดงที่มีลักษณะคล้ายลูกสิงโต เมื่อมาประกอบกับใบหน้ารูปสามเหลี่ยม ดวงตาเล็กหยีที่ไร้แวว ก็แทบข่มขวัญทุกคนให้ขี้แตกรดกางเกง
“ อ้า หมอนี่น่าจะเป็น ไลโอเน็ต บัน บรอนต์เซนต์แห่งดาวลูกสิงโต และเป็นคู่ต่อสู้นัดแรกของจาบุ ” กล้าจำได้ทันทีว่าคนผู้นี้เป็นใคร และถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพียงตัวประกอบ แต่ด้านรูปลักษณ์ก็จัดว่าน่าเกรงขาม
“ เช้ง……”
แต่ตื่นเต้นได้เดี๋ยวเดียว โสตประสาทก็แว่วเสียงดังกังวานของโลหะที่เสียดสีกัน และพอหันไปมอง ก็พบกับเด็กหนุ่มร่างผอมเกร็งนายหนึ่ง หน้าตาเจ้าเล่ห์ ทั่วกายสวมเกราะสีม่วงอ่อน พิเศษตรงที่สนับมือของเขาดันมีเหล็กแหลมที่มีทรงคล้ายเขี้ยวงูงอกออกมา
“ เอ๊ะ! หมอนี่คงเป็น ไฮดร้า อิจิ ล่ะมั้ง ว่าแต่ตัวจริงดูน่ากลัวกว่าในการ์ตูนเยอะ โดยเฉพาะเขี้ยวนั้น ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่ามีพิษนี่หว่า รีบถอยให้ห่างดีกว่า ” ทว่าในจังหวะที่กล้าถอยหนี แผ่นหลังก็ปะทะกับบางสิ่ง จึงรีบหันกลับมามอง เลยทำให้ตกใจจนร้องเสียงดัง
“ ว้าก…..นี่มันยักษ์ ใช่มั้ย ”
เหตุที่ทำให้เสียฟอร์มถึงขนาดนี้ เพราะบุคคลที่กล้าถอยชนเมื่อครู่ เป็นเด็กหนุ่มที่สูงเกือบสองเมตร ทั่วร่างอุดมไปด้วยมัดกล้าม และสวมเกราะดำที่ค่อนข้างหนา ดวงตาแข็งกร้าวภายใต้คิ้วดกหนาจ้องมองพระเอกหนุ่ม ซึ่งตอนนี้ได้แต่นั่งแผ่หลาสิ้นท่าอยู่บนพื้น เขาจึงแสยะยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนจะดูถูกซึ่งหน้าแบบไม่เกรงใจ
“ อะไรกันฟะ ได้ข่าวว่าไปฝึกถึงกรีซ ต้นกำหนดของเหล่าเซนต์ แต่ทำไมถึงได้ปอดแหกนัก อีแบบนี้ แกได้ตายคาสองมือของข้าแน่ เจ้าเซย่า ”
“ หึ หึ หึ ” หลายคนในที่นั้นหัวเราะ ยกเว้นแต่เด็กหนุ่มคนนึงที่รีบรุดเข้ามาประคองกล้า
“ เซย่า นายเป็นอะไรมากมั้ย ยืนไหวรึเปล่า ”
เพียงแค่ได้ฟังเสียงร้องทักที่แสนอบอุ่น กล้าก็แทบสลัดความหวาดกลัวออกจนหมดสิ้น และเมื่อได้หันไปมอง ก็แทบจะใจละลาย ด้วยบุรุษผู้นั้นมีใบหน้าที่คล้ายหญิงสาวผู้งดงาม ร่างที่ค่อนข้างบางสวมเกราะสีชมพู อันเข้ากับเส้นผมยาวสลวยสีเดียวกันของเขา
“ นะ…นี่ต้องเป็นอันโดรเมด้า ชุน แน่ โอ้ว…ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเขาเป็นผู้ชาย มีหวังต้องตกหลุมรักแหงๆ เพราะโคตรสวยเลย ” กล้ารีบสะบัดศีรษะไปมา เพื่อขับไล่ความสับสนออกจากจิตใจ ด้วยไม่อยากให้นิยายแฟนฟิคเรื่องนี้ต้องกลายเป็นซีรีย์วายยอดนิยม
“ เฮ้ ทำไมมองแบบนั้น นายจำชั้นไม่ได้เหรอ ” ชุนยิ้มให้เล็กน้อย ดวงตาส่อแววเป็นมิตร ทำให้กล้ารู้สึกดีขึ้นมาทันที เขาจึงรีบยิ้มตอบ หัวสมองพลางขบคิด
“ อ้า….ในที่สุด ก็เจอที่พึ่งแล้ว เพราะหมอนี่น่าจะเป็นคนดี ตรงกับคาแรคเตอร์ในการ์ตูนเลย ”
ขณะที่กล้ากำลังอินกับมิตรภาพใหม่อยู่นั้นเอง ก็มีใครบางคนพูดแทรกเข้ามา เสียงของเขาดูกร้าวนิดๆ เยือกเย็นหน่อยๆ
“ นี่ไม่ใช่สถานที่รำลึกเพื่อนเก่านะ เพราะพวกเราล้วนแต่เป็นศัตรูที่อาจต้องสู้กันจนถึงตาย ”
ทุกคนหันไปมอง เพราะรู้สึกว่าถ้อยคำนั้นฟังดูน่ากลัว และแล้งน้ำใจ แต่ก็มีความจริงผสมอยู่หลายส่วน ทำให้รู้ว่าเจ้าของวลีเด็ดเป็น….เด็กหนุ่มร่างสันทัดคนหนึ่ง ใบหน้าเล็กแหลม ดวงตาเรียว บนศีรษะไว้ผมดำที่หยักศก ทั่วกายสวมเกราะสีเขียวเข้มที่ค่อนข้างเพรียว ถ้าให้ประเมิน คาดว่าหมอนี่น่าจะเป็นนักสู้สายความเร็ว
“ วูลฟ์ นาจิ หมาป่าเดียวดายของกลุ่มบรอนต์เซนต์ ” กล้าบอกกับตัวเองว่าอย่างงั้น แต่ชุนไม่สนใจ พร้อมพากล้ามานั่งที่เก้าอี้ ทำให้นาจิต้องปล่อยวาจาออกมาอีก
“ แล้วเมื่อไหร่ พี่ชายของนายจะมาถึง เพราะผลการจับสลาก ชั้นกับหมอนั่นจะได้สู้เป็นคู่ที่สอง ”
ชุนหันไปมองนาจิ หนุ่มหน้าสวยใช้เวลาพินิจครู่นึง ก่อนจะตอบอย่างมั่นใจ อันค้านกับภาพลักษณ์ที่ดูจะอ้อนแอ้นของเขา
“ พี่อิกคิต้องมาแน่ ”
ท่าทางของชุนทำให้ทุกคนในห้องนิ่งอึ้ง มีเพียงอิจิที่ยังหัวเราะหึหึ และพอสถานการณ์คลายตัว ทุกสิ่งก็กลับมาเงียบงัน
กล้ายอมรับว่าทำตัวไม่ถูก ถึงทุกคนจะเป็นเพียงบรอนต์เซนต์ ซึ่งเป็นนักรบระดับต่ำสุดของกองทัพอาเธน่า ทว่ากลับแผ่แรงกดดันออกมาอย่างรุนแรงจนแทบขยับตัวไม่ออก ไม่เว้นแม้แต่ชุนที่ดูจะเฟลน์ลี่ที่สุด
“ ไง เซย่าหายเกร็งบ้างรึยัง ทำใจให้สบายนะ ถือว่าแค่ประลองฝีมือกัน ” ชุนหันมายิ้มให้อีกครั้ง พร้อมปลอบใจให้กล้ารู้สึกดี
“ ฮะ ฮะ ฮะ ก็ค่อยยังชั่วแล้วล่ะ ขอบใจนายมากนะ ชุน ” กล้าหัวเราะแห้ง นั่นยิ่งทำให้ชุนแปลกใจ
“ พอดูให้ดี นายก็ดูแปลกไปจริงๆ เพราะแต่ก่อน นายไม่เรียบร้อยแบบนี้ ว่ากันตามตรง ออกจะซ่ากว่าใครๆด้วยซ้ำ ”
“ ฮะ ฮะ ฮะ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ชั้นแค่ยังไม่คุ้นกับสถานที่เท่านั้นเอง พอเข้าที่เข้าทาง ก็ซ่าเหมือนเดิม ”
“ อืม ก็ดีแล้ว เพราะชั้นอยากให้นายสดใสเหมือนเก่ามากกว่า ” ชุนยังคงยิ้ม แต่ซักพัก เขาก็ทำตาโต ท่าทางคล้ายจะนึกอะไรขึ้นมาได้
“ เอ่อ ลืมไปเลย นายรู้มั้ยว่าใครคือ…..เซนต์ดราก้อนจากเทือกเขาโกโรโฮ ”
คำว่า “ดราก้อน” ทำให้หัวของกล้าชาวูบ เหมือนเลือดแล่นไปทั่วร่าง หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุซี่โครง เขาอ้าปากค้าง ไม่แน่ใจว่าควรกลัวหรือตื่นเต้นดี เพราะชื่อที่ได้ยินนั้น...มันคือหนึ่งในตำนานที่เขาเฝ้ารอจะได้เจอมาทั้งชีวิต
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
