เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 52 บรอนซ์เซนต์รวมพล

    ……………………..


              แม้กล้าจะอ่อนเพลีย  แต่ด้วยความตื่นเต้นที่เปี่ยมล้น  เลยนั่งเกร็งตลอดทาง  โดยมีทัตซึมิคอยข่มขวัญต่อยู่ตลอด  อาทิเช่น  “แกไม่รอดแน่”  “เซนต์ที่จะเจอ  โหดชนิดหมาเฝ้านรกยังต้องอาย”  ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เด็กหนุ่มจิตตกยิ่งกว่าเดิม  ไม่นาน  พาหนะหรูก็เดินทางมาถึงจุดหมาย 


    “ ว้าว….นั่นมัน…..” ทันทีที่เห็นสนามประลอง  กล้าก็ตกตะลึงจนหลงลืมคำขู่ร้ายๆของพ่อบ้านจอมเถื่อน  ด้วยมันคือสเตเดี่ยมทรงกลมที่อลังการงานสร้าง  กะคร่าวๆ  น่าจะใหญ่กว่าราชมังคลาซักสองเท่า 


    “ เฮ้ย  แกจะมัวแต่ยืนอึ้งทำไมวะ  รีบตามมา  ข้าจะพาไปที่ห้องแต่งตัว ” 


    “ อ้า  ครับ ” กล้ารีบรับคำ  แล้ววิ่งตามพ่อบ้านร่างสูงที่กำลังเปิดประตูหลัง  เพื่อเข้าไปในตัวอาคาร 


    …………………………


                เมื่อเข้ามาภายใน  กล้าก็พบกับโถงใหญ่  พื้นปูพรมแดงดูหรูหรา  ตรงกลางห้องมีเคาน์เตอร์เหล็กรมดำตั้งอยู่  และมีเจ้าหน้าที่สาวสวยในชุดสูทแดงประจำอยู่หนึ่งคน 


    “ ชั้นนำนักสู้มาส่งให้  นี่คือคีย์การ์ด ” ทัตซึมิยื่นบัตรแข็งให้เจ้าหน้าที่สาว 


    “ อ้า  ไม่เป็นไรหรอกค่ะ  ระดับคุณทัตซึมิแล้ว  ไม่จำเป็นต้องยืนยันตัวตนหรอก ” เจ้าหน้าที่สาวแสดงท่าทีเกรงใจ  แต่ก็ยังรับบัตรนั้นไปสแกนข้อมูล 


    “ ทำไปเถอะน่า  เพราะกฎต้องเป็นกฎ ” ทัตซึมิตีหน้าเครียด  ซึ่งเป็นเรื่องปกติ  เพราะที่ผ่านมา  พ่อบ้านร่างใหญ่คนนี้ก็ไม่เคยยิ้มอยู่แล้ว


     

               การตรวจสอบใช้เวลาไม่นาน  ก็ผ่านอย่างง่ายดาย  ทั้งสองจึงออกจากห้องรับรอง  แล้วเดินตามทางที่ปูด้วยพรมแดง  ระหว่างนั้น  กล้าเหมือนจะแว่วเสียงเฮของผู้คนจำนวนมาก  เลยเอ่ยถามเสียงสั่น 


    “ เอ่อ…คุณทัตซึมิครับ  เหมือนผมจะได้ยินเสียงคน  เขามาทำอะไรกันหรือครับ ”


     

               ทัตซึมิจ้องกลับ  สีหน้า  แววตาเหมือนจะมองว่าเขาเป็นตัวประหลาด  แต่สุดท้าย  เขาก็ตอบเสียงขุ่น 


    “ บ้าไปแล้วรึไงวะ  ผู้คนที่มา  มันก็ตั้งใจมาดูพวกเซนต์อย่างแกแข่งนั่นแหละ  นี่แสดงว่าหลายวันที่ผ่านมา  ไม่เคยดูข่าวเลยสินะ ” 


    “ อ้าว…..เหรอ  อันที่จริง  ผมก็ไม่ได้เปิดทีวีดูจริงๆนั่นแหละ  เพราะมัวแต่ฝึกวิชาอยู่ ” กล้าเว้าซื่อๆ  ทัตซึมิจึงถอนหายใจเล็กน้อย  ก่อนจะละลายความโง่ให้พระเอกหนุ่ม 


    “ เฮ้อ…ในเมื่อแกไม่รู้จริงๆ  ชั้นก็จะบอกให้  ศึกกาแล็คเซี่ยนวอร์นี้  ไม่ใช่การประลองไก่กา  เพราะมูลนิธิแกรนด์ของเราได้ใช้ทุกเครือข่ายที่มี  กระจายข่าวไปทั่วโลก  และมีถึง 155 ประเทศซื้อลิขสิทธิ์ไปถ่ายทอด  แถมในสนามก็จุได้ถึง 80,000 คน  ดังนั้น  เชื่อขนมกินได้เลย  งานนี้แกดังแน่  แต่ต้องสู้ให้ชนะก่อนนะ ”


     

               พอได้ยินแบบนั้น  กล้าก็แทบลมจับ  เพราะที่ผ่านมา  แค่ออกไปพูดหน้าชั้นที่มีเพื่อนในห้องคอยฟังแค่ 40 คน  เขาก็ขาสั่นพั่บๆแล้ว  และถ้าต้องไปต่อสู้ให้คนหลักล้านได้รับชม (รวมถึงคนดูทางบ้านด้วย)  มันจะสยองขนาดไหน   


    “ นี่ชั้นยอมแพ้ทันมั้ยเนี่ย  เพราะการโชว์ตัวแบบนี้  มันน่ากลัวยิ่งกว่าสู้กับพวกเซนต์อีก ”


     

             ทว่าก็สายเกินไปแล้ว  เพราะทัตซิมิได้นำทางมาถึงห้องแต่งตัวเป็นที่เรียบร้อย  เขาจึงผลักกล้าไปข้างหน้า  พร้อมร้องเร่ง 


    “ เอ้า  ถึงที่แล้ว  แกรีบเข้าไปเตรียมตัว  ส่วนครอธเพกาซัส  เราได้เอาไปวางไว้ให้แล้ว ” 


    “ คะ…ครับ ” กล้ารับคำแผ่วเบา  ท่าทางดูไม่มั่นใจเอาซะเลย  ทว่าสุดท้าย  เด็กหนุ่มก็ยอมเข้าไปแต่โดยดี 


    …………………………..


                   พอกล้าเปิดประตูง  สิ่งแรกที่ได้เห็นคือกลุ่มเด็กหนุ่มวัยใกล้กันถึงหลายคน  ผู้ที่อยู่ใกล้สุดก็คือ “จาบุ”  แต่คราวนี้เขาสวมชุดครอธยูนิคอร์นสีม่วงเข้มที่ดูน่าสะพรึง  และมีจุดเด่นตรงเขาบนหมวกเหล็ก 


    “ โอ้…..ว้าว  ชุดเกราะยูนิคอร์นในตำนาน  โคตรเท่เลย ” กล้าทึ่งจัดจนอยากจะโดดเข้าไปขอลายเซ็น  แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจ  เมื่อโดนสายตาแข็งกร้าวของเจ้าของครอธข่มเอาไว้ 


    “ ไง  เจ้าเซย่า มาให้ชั้นเชือดแล้วเหรอ ”


     

               ในขณะที่กล้าเริ่มหวาดๆ  เสียงทุ้มใหญ่ของเด็กหนุ่มที่อยู่มุมห้องก็ดังขึ้น 


    “ เฮ้ย  คู่ต่อกรของแกไม่ใช่ไอ้บ้าเซย่า  แต่เป็นชั้นต่างหากล่ะโว้ย ”


     

                 เพียงแค่ได้ยิน  กล้าก็แทบช็อก  ด้วยกระแสนั้นแฝงแววหาเรื่องอย่างชัดเจน  ราวกับคนผู้นี้พร้อมจะเป็นอริกับทุกคนในโลกหล้า  และเมื่อหันไปมอง  ก็ต้องตกตะลึงจนตาค้าง  เนื่องจากเจ้าของเสียงมีรูปร่างที่ใหญ่ยักษ์  บนกายสวมเกราะแดงที่มีลักษณะคล้ายลูกสิงโต  เมื่อมาประกอบกับใบหน้ารูปสามเหลี่ยม  ดวงตาเล็กหยีที่ไร้แวว  ก็แทบข่มขวัญทุกคนให้ขี้แตกรดกางเกง 


    “ อ้า  หมอนี่น่าจะเป็น  ไลโอเน็ต  บัน  บรอนต์เซนต์แห่งดาวลูกสิงโต  และเป็นคู่ต่อสู้นัดแรกของจาบุ ” กล้าจำได้ทันทีว่าคนผู้นี้เป็นใคร  และถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพียงตัวประกอบ  แต่ด้านรูปลักษณ์ก็จัดว่าน่าเกรงขาม 


    “ เช้ง……”


     

             แต่ตื่นเต้นได้เดี๋ยวเดียว  โสตประสาทก็แว่วเสียงดังกังวานของโลหะที่เสียดสีกัน  และพอหันไปมอง  ก็พบกับเด็กหนุ่มร่างผอมเกร็งนายหนึ่ง  หน้าตาเจ้าเล่ห์  ทั่วกายสวมเกราะสีม่วงอ่อน  พิเศษตรงที่สนับมือของเขาดันมีเหล็กแหลมที่มีทรงคล้ายเขี้ยวงูงอกออกมา  


    “ เอ๊ะ!  หมอนี่คงเป็น ไฮดร้า อิจิ ล่ะมั้ง  ว่าแต่ตัวจริงดูน่ากลัวกว่าในการ์ตูนเยอะ  โดยเฉพาะเขี้ยวนั้น  ถ้าจำไม่ผิด  รู้สึกว่ามีพิษนี่หว่า  รีบถอยให้ห่างดีกว่า ” ทว่าในจังหวะที่กล้าถอยหนี  แผ่นหลังก็ปะทะกับบางสิ่ง  จึงรีบหันกลับมามอง  เลยทำให้ตกใจจนร้องเสียงดัง 


    “ ว้าก…..นี่มันยักษ์  ใช่มั้ย ”


     

              เหตุที่ทำให้เสียฟอร์มถึงขนาดนี้  เพราะบุคคลที่กล้าถอยชนเมื่อครู่  เป็นเด็กหนุ่มที่สูงเกือบสองเมตร  ทั่วร่างอุดมไปด้วยมัดกล้าม  และสวมเกราะดำที่ค่อนข้างหนา  ดวงตาแข็งกร้าวภายใต้คิ้วดกหนาจ้องมองพระเอกหนุ่ม  ซึ่งตอนนี้ได้แต่นั่งแผ่หลาสิ้นท่าอยู่บนพื้น  เขาจึงแสยะยิ้มให้เล็กน้อย  ก่อนจะดูถูกซึ่งหน้าแบบไม่เกรงใจ 


    “ อะไรกันฟะ  ได้ข่าวว่าไปฝึกถึงกรีซ  ต้นกำหนดของเหล่าเซนต์  แต่ทำไมถึงได้ปอดแหกนัก  อีแบบนี้  แกได้ตายคาสองมือของข้าแน่  เจ้าเซย่า ” 


    “ หึ  หึ  หึ ” หลายคนในที่นั้นหัวเราะ  ยกเว้นแต่เด็กหนุ่มคนนึงที่รีบรุดเข้ามาประคองกล้า 


    “ เซย่า  นายเป็นอะไรมากมั้ย  ยืนไหวรึเปล่า ”


     

               เพียงแค่ได้ฟังเสียงร้องทักที่แสนอบอุ่น  กล้าก็แทบสลัดความหวาดกลัวออกจนหมดสิ้น  และเมื่อได้หันไปมอง  ก็แทบจะใจละลาย  ด้วยบุรุษผู้นั้นมีใบหน้าที่คล้ายหญิงสาวผู้งดงาม  ร่างที่ค่อนข้างบางสวมเกราะสีชมพู  อันเข้ากับเส้นผมยาวสลวยสีเดียวกันของเขา 


    “ นะ…นี่ต้องเป็นอันโดรเมด้า  ชุน แน่  โอ้ว…ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเขาเป็นผู้ชาย  มีหวังต้องตกหลุมรักแหงๆ  เพราะโคตรสวยเลย ” กล้ารีบสะบัดศีรษะไปมา  เพื่อขับไล่ความสับสนออกจากจิตใจ  ด้วยไม่อยากให้นิยายแฟนฟิคเรื่องนี้ต้องกลายเป็นซีรีย์วายยอดนิยม 


    “ เฮ้  ทำไมมองแบบนั้น  นายจำชั้นไม่ได้เหรอ ” ชุนยิ้มให้เล็กน้อย  ดวงตาส่อแววเป็นมิตร  ทำให้กล้ารู้สึกดีขึ้นมาทันที  เขาจึงรีบยิ้มตอบ  หัวสมองพลางขบคิด 


    “ อ้า….ในที่สุด  ก็เจอที่พึ่งแล้ว  เพราะหมอนี่น่าจะเป็นคนดี  ตรงกับคาแรคเตอร์ในการ์ตูนเลย ”


     

               ขณะที่กล้ากำลังอินกับมิตรภาพใหม่อยู่นั้นเอง  ก็มีใครบางคนพูดแทรกเข้ามา  เสียงของเขาดูกร้าวนิดๆ  เยือกเย็นหน่อยๆ 


    “ นี่ไม่ใช่สถานที่รำลึกเพื่อนเก่านะ  เพราะพวกเราล้วนแต่เป็นศัตรูที่อาจต้องสู้กันจนถึงตาย ”


     

              ทุกคนหันไปมอง  เพราะรู้สึกว่าถ้อยคำนั้นฟังดูน่ากลัว  และแล้งน้ำใจ  แต่ก็มีความจริงผสมอยู่หลายส่วน  ทำให้รู้ว่าเจ้าของวลีเด็ดเป็น….เด็กหนุ่มร่างสันทัดคนหนึ่ง  ใบหน้าเล็กแหลม  ดวงตาเรียว  บนศีรษะไว้ผมดำที่หยักศก  ทั่วกายสวมเกราะสีเขียวเข้มที่ค่อนข้างเพรียว  ถ้าให้ประเมิน  คาดว่าหมอนี่น่าจะเป็นนักสู้สายความเร็ว   


    “ วูลฟ์  นาจิ  หมาป่าเดียวดายของกลุ่มบรอนต์เซนต์ ” กล้าบอกกับตัวเองว่าอย่างงั้น  แต่ชุนไม่สนใจ  พร้อมพากล้ามานั่งที่เก้าอี้  ทำให้นาจิต้องปล่อยวาจาออกมาอีก 


    “ แล้วเมื่อไหร่  พี่ชายของนายจะมาถึง  เพราะผลการจับสลาก  ชั้นกับหมอนั่นจะได้สู้เป็นคู่ที่สอง ”


     

                ชุนหันไปมองนาจิ  หนุ่มหน้าสวยใช้เวลาพินิจครู่นึง  ก่อนจะตอบอย่างมั่นใจ  อันค้านกับภาพลักษณ์ที่ดูจะอ้อนแอ้นของเขา 


    “ พี่อิกคิต้องมาแน่ ”


     

                ท่าทางของชุนทำให้ทุกคนในห้องนิ่งอึ้ง  มีเพียงอิจิที่ยังหัวเราะหึหึ  และพอสถานการณ์คลายตัว  ทุกสิ่งก็กลับมาเงียบงัน


     

                กล้ายอมรับว่าทำตัวไม่ถูก  ถึงทุกคนจะเป็นเพียงบรอนต์เซนต์  ซึ่งเป็นนักรบระดับต่ำสุดของกองทัพอาเธน่า  ทว่ากลับแผ่แรงกดดันออกมาอย่างรุนแรงจนแทบขยับตัวไม่ออก  ไม่เว้นแม้แต่ชุนที่ดูจะเฟลน์ลี่ที่สุด 


    “ ไง  เซย่าหายเกร็งบ้างรึยัง  ทำใจให้สบายนะ  ถือว่าแค่ประลองฝีมือกัน ” ชุนหันมายิ้มให้อีกครั้ง  พร้อมปลอบใจให้กล้ารู้สึกดี 


    “ ฮะ  ฮะ  ฮะ  ก็ค่อยยังชั่วแล้วล่ะ  ขอบใจนายมากนะ  ชุน ” กล้าหัวเราะแห้ง  นั่นยิ่งทำให้ชุนแปลกใจ 


    “ พอดูให้ดี  นายก็ดูแปลกไปจริงๆ  เพราะแต่ก่อน  นายไม่เรียบร้อยแบบนี้  ว่ากันตามตรง  ออกจะซ่ากว่าใครๆด้วยซ้ำ ” 


    “ ฮะ  ฮะ  ฮะ  ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก  ชั้นแค่ยังไม่คุ้นกับสถานที่เท่านั้นเอง  พอเข้าที่เข้าทาง  ก็ซ่าเหมือนเดิม ”  


    “ อืม  ก็ดีแล้ว  เพราะชั้นอยากให้นายสดใสเหมือนเก่ามากกว่า ” ชุนยังคงยิ้ม  แต่ซักพัก  เขาก็ทำตาโต  ท่าทางคล้ายจะนึกอะไรขึ้นมาได้ 


    “ เอ่อ  ลืมไปเลย  นายรู้มั้ยว่าใครคือ…..เซนต์ดราก้อนจากเทือกเขาโกโรโฮ ”


            คำว่า “ดราก้อน” ทำให้หัวของกล้าชาวูบ  เหมือนเลือดแล่นไปทั่วร่าง  หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุซี่โครง  เขาอ้าปากค้าง  ไม่แน่ใจว่าควรกลัวหรือตื่นเต้นดี  เพราะชื่อที่ได้ยินนั้น...มันคือหนึ่งในตำนานที่เขาเฝ้ารอจะได้เจอมาทั้งชีวิต 



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องเซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope ที่คุณอ่าน