ตอนที่9
ความเ็ปในวันแต่งงาน
อาการเจ็บป่วยของคุณหนูอันหลงซีเป็ที่รับรู้ไปทั่วทั้งจวนท่านราชครูเป็ห่วงบุตรสาวกลัวว่านางจะไม่สามารถนั่งเกี้ยวเ้าสาวได้จึงไม่ฟังคำทัดทานของภรรยา สั่งให้พ่อบ้านไปตามหมอมาตรวจดูอาการของบุตรสาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เกาฮูหยินจับมือบุตรสาวของตนเองแน่นกลัวว่าหมอที่เชิญมาจะตรวจพบพิษในตัวของอันหลงซี
"ท่านแม่อย่าเพิ่งเป็กังวลไป"อันเสวี่ยเหล่ยกระซิบข้างหูมารดา "หมอคนนี้เป็คนของเราเ้าค่ะ"
เกาฮูหยินที่มัวแต่กังวลใจจึงไม่ทันได้สังเกตให้ดีครั้นบุตรสาวกระซิบเตือนจึงได้เงยหน้ามองให้เต็มตานางจึงรีบสั่งให้สาวใช้คนสนิทไปกล่าวบางสิ่งกับท่านหมอก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในเรือนของอันหลงซี
ท่านหมอคนนี้เคยได้รับความช่วยเหลือจากเกาฮูหยินมาก่อนนางจึงมีบุญคุณกับเขามาก ทุกครั้งที่มาตรวจอาการป่วยที่จวนตระกูลอันเขาย่อมต้องมองดูสีหน้าของเกาฮูหยินก่อนเป็อันดับแรกและครั้งนี้ก็เหมือนเช่นทุกครั้งสาวใช้คนสนิทของเกาฮูหยินเข้ามากระซิบบางอย่างบอกกับเขาระหว่างเดินไปที่เรือนคนป่วย
"อาการของบุตรสาวข้าเป็อย่างไรบ้างท่านหมอ"ท่านราชครูอันซีเฉอกล่าวถามหลังจากท่านหมอตรวจอาการของบุตรสาวเสร็จ
"อาหารในกระเพาะไม่ย่อยจึงทำให้คุณหนูปวดท้องขอรับ"
ท่านราชครูอันซีเฉอมีสีหน้าโล่งใจหันไปบ่นให้กับบุตรสาวของภรรยาคนก่อน "ร่างกายของเ้ายังไม่แข็งแรงดีอาหารที่มันย่อยยากก็อย่ากินมากนัก"
"เ้าค่ะ" อันหลงซีพยักหน้าเชื่อฟังบิดาสายตามองเลยผ่านไปยังคนที่ยืนอยู่ด้านหลังบิดา"ข้าทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่ต้องเป็ห่วงหลงซีช่างอกตัญญูต่อพวกท่านทั้งสอง"
เกาฮูหยินรับบทเป็แม่เลี้ยงผู้โอบอ้อมอารี ตบหลังมือลูกเลี้ยงเบาๆเพื่อปลอบประโลม "เ้าเป็เด็กดีในสายตาของแม่เสมอเ้าไม่เคยทำให้พ่อกับแม่ต้องเป็กังวล อย่ากล่าวโทษตนเองเช่นนั้นเลยไม่มีใครอยากที่จะเจ็บป่วยหรอก จริงหรือไม่"
"มีแต่ท่านแม่ที่เข้าใจข้า"อันหลงซีรับบทลูกเลี้ยงผู้กตัญญูต่อมารดาเลี้ยงแล้วหนึ่ง
ท่านราชครูอันซีเฉอมองดูฉากความอบอุ่นตรงหน้า รู้สึกว่าตนเองคิดถูกต้องแล้วที่ให้นางมาเป็แม่เลี้ยงของบุตรสาวตน
หลังจากที่พวกเขายกโขยงกลับออกไป อันหลงซีก็รีบลุกจากเตียงนอนวิ่งไปอาเจียนอาหารจำนวนมากในกระเพาะออกทันทีนางรู้ว่าบิดาจะต้องไม่นิ่งนอนใจที่จะตามหมอมารักษาตนเองเพราะนางยังมีประโยชน์ต่อเขาอยู่ จึงสั่งให้จิงฮุยแอบไปที่โรงครัวหยิบหัวไชเท้าและอาหารจำนวนหนึ่งมาให้นางอันหลงซีทำการยัดทุกอย่างลงในกระเพาะจนแน่น รอเวลาให้หมอมาตรวจ
จากการสังเกตสีหน้าของเกาฮูหยินหลังจากที่ท่านหมอตรวจเสร็จอันหลงซีก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายจงใจให้หมอที่มาตรวจบิดเบือนความจริงนางก็แค่เพียงเล่นไปตามน้ำก็เพียงเท่านั้น
อันหลงซีอาเจียนอยู่หลายครั้งจนในที่สุดก็รู้สึกโล่งคอจึงได้หยุดอาเจียนสาวใช้พยุงนางกลับมานอนพักอยู่บนเตียงนอนในสภาพอ่อนแรงนับจากนี้ไปคงไม่มีใครเสนอหน้ามารบกวนนางอีก
และก็เป็จริงดังที่อันหลงซีคาดเดาพวกเขาแทบไม่เฉียดเข้าใกล้เรือนของนางเลยจวบจนก่อนฟ้าสางถึงได้มีขันทีและนางกำนัลจำนวนสิบคนเข้ามาจัดการแต่งองค์ทรงเครื่องให้กับเ้าสาวและรอขึ้นเกี้ยวเ้าบ่าวใน่สายของวันที่สาม
อันหลงซีในชุดเ้าสาวถูกพยุงให้ขึ้นเกี้ยวท่ามกลางเสียงยินดีจากทั่วสารทิศใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มใต้ผ้าปิดบังใบหน้าสีแดงยกยิ้มอย่างสมใจไม่นานขบวนเ้าสาวก็มาถึงหน้าจวนอ๋อง
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากในยามนี้คู่บ่าวสาวกำลังกราบไหว้ฟ้าดินร่วมกันแขกในงานจำนวนนับร้อยคนร่วมเป็สักขีพยานในการแต่งงานครั้งนี้ด้วย
จูเหลี่ยวหมินแอบออกมาจากเรือนรับรองพร้อมกับสาวใช้นางมองดูบรรยากาศชื่นมื่นระหว่างชายหญิงในมุมๆ หนึ่งของห้องโถงจัดพิธี
"คุณหนูท่านอ๋องกราบไหว้ฟ้าดินกับคุณหนูอันหลงซีแล้วเ้าค่ะ"
"ข้าเห็นแล้ว เ้าไม่ต้องย้ำเตือนก็ได้"จูเหลี่ยวหมินอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ไม่คงที่นัก นางยกมือขึ้นกุมอกข้างซ้ายสีหน้าแสดงออกถึงความเ็ปอย่างอดกลั้นความเ็ปครั้งนี้นับว่าสาหัสกว่าครั้งก่อนมาก
'ถ้าเ้าจะเ็ปและเสียใจขนาดนี้น้ำใบบัวบกต้องเข้าแล้วกระมัง เ้าจะให้ข้าทั้งซดทั้งอาบหรือไม่ถึงจะได้หายเสียใจสักที'
ในขณะที่จูเหลี่ยวหมินกำลังจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกเ็ปของดวงจิตอีกดวงแขกที่มาร่วมงานดันสายตาดีมองเห็นนางเข้าพอดี
"นั่นใช่อดีตนางโลมจูเหลี่ยวหมินที่ฝ่าาประทานให้กับท่านอ๋องหรือไม่"
"งดงามเช่นนี้ เ้าคิดว่าเป็ใครได้อีกล่ะ"
"ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดงดงามกว่านางได้อีก"
"นอกจากงดงามแล้วนางยังเล่นพิณได้ไพเราะด้วยนะ"
"ไหน ไหน ขอข้าดูหน่อย"บุรุษหลายสิบคนละความสนใจจากพิธีแต่งงานหันมาพร้อมใจกันมองดูอดีตนางโลมจูเหลี่ยวหมินกันด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม
"แม้นางจะกลายเป็ของบุรุษอื่นแล้วแต่ข้าก็ขอชื่นชมเป็ครั้งสุดท้ายก็ยังดี"
บุรุษจากสิบคนที่มุงดูอยู่ก่อนหน้า ในยามนี้เรียกได้ว่าทั่วทั้งห้องโถงพิธีหันมองไปยังนางแขกชายที่มาร่วมงานยินดีในครั้งนี้ถูกหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวดึงดูดสายตาไปจนหมดสิ้นแล้วไม่มีกะจิตกระใจสนใจงานพิธีสำคัญของเ้าของจวนสักนิด
ครู่ต่อมาความวุ่นวายจึงบังเกิดเมื่อมีคนที่ไม่เกรงกลัวบารมีของจวิ๋นอ๋อง เดินดุ่มๆ เข้าไปทักทายนาง
"แม่นางจูเหลี่ยวหมินเหตุใดถึงไม่เข้ามาร่วมพิธีในห้องโถงกับพวกเรา"
จูเหลี่ยวหมินรู้แล้วนางถูกจับได้ จึงคิดที่จะหลบออกมาแต่ดันถูกบุรุษหน้าตาเ้าชู้เอ่ยทักขึ้นเสียก่อน
นางหันหน้ากลับมาส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับบุรุษคนนั้น"เชิญคุณชายตามสบายเ้าค่ะ ข้าขอตัวก่อน"
"เดี๋ยวก่อนสิแม่นางจูอย่าเพิ่งรีบร้อนจากไป"
คราวนี้บุรุษคนเดิมเปลี่ยนเป็เสียงะโแทนพิธีกราบไหว้ฟ้าดินกำลังดำเนินไปด้วยดีกลับต้องหยุดกะทันหันด้วยเสียงอันทรงพลังจากบุรุษคนนี้
ทุกคนที่อยู่ภายในงานหันไปมองยังต้นตอของเสียง พบกับคุณชายท่านหนึ่งเบื้องหน้าของคุณชายท่านนี้ก็คือหญิงงามที่สตรีหลายนางอิจฉาใบหน้างดงามของนางั้แ่ครั้งแรกที่พบหน้า
จูเหลี่ยวหมินะโขึ้นในใจว่าซวยแล้วนางอยากกลายร่างเป็มดเสียตอนนี้ จะได้ไม่มีใครมาสนใจนางทว่าไม่ทันเมื่อท่านอ๋องส่งสายตาพิฆาตมายังนาง
จวิ๋นอ๋องจำได้ว่าเขาได้สั่งกักบริเวณของนางไม่ใช่หรือทำไมนางถึงมาอยู่ที่นี่ได้
จูเหลี่ยวหมินโบกมือเป็เชิงขออภัยจากนั้นก็รีบเผ่นออกจากจากห้องโถงพิธี
"ซวยแล้วไหมล่ะทีนี้"จูเหลี่ยวหมินกึ่งวิ่งกึ่งเดิน จนกระทั่งนางมาหยุดอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย
"อาจู ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหนกันนะ"นางหันหลังกลับไปหาอาจู ปรากฏว่าอาจูหายไปั้แ่ตอนไหนไม่อาจทราบได้
ความซวยซ้ำซวยซ้อนมาเยือนนางเข้าแล้วจูเหลี่ยวหมินหมุนซ้ายหมุนขวาไม่รู้ว่าจะเดินหน้าหรือย้อนกลับไปดี
บริเวณแห่งนี้เงียบกริบ ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตจึงไม่อาจทราบได้ว่านางอยู่ในส่วนไหนของจวนอ๋อง
ระหว่างเดินหาทางกลับเรือนรับรองนางพยายามมองหาจุดเด่นที่สะดุดตาเข้าไว้ จะไว้ไม่วนกลับมาที่จุดเดิมอีก
อาจูที่ไม่รู้ว่าตนเองพลัดหลงกับคุณหนูั้แ่ตอนไหนในยามนี้กำลังวิ่งตามหาคุณหนูไปทั่วทั้งจวนอ๋องเช่นกัน
งานพิธีแต่งงานกลับมาดำเนินการต่อ เ้าสาวถูกส่งเข้าไปรออยู่ในห้องหอส่วนเ้าบ่าวออกมาต้อนรับแขกอยู่ด้านนอก
"ทูลท่านอ๋องคุณหนูจูเหลี่ยวหมินหายตัวไปพ่ะย่ะค่ะ"พ่อบ้านเดินเข้ามารายงานผู้เป็นายเสียงเบา
จวิ๋นอ๋องรับสั่งน้ำเสียงนิ่งขรึม "ส่งคนออกไปตามหานางให้พบห้ามให้แขกล่วงรู้เป็อันเด็ดขาด"
พ่อบ้านจากไปแล้ว จวิ๋นอ๋องยังอยู่ร่วมดื่มสุรากับแขกในใจเป็กังวลกลัวว่านางจะหายไปจริงๆ เกรงว่าจะเกิดความยุ่งยากตามมาในภายหลัง
จูเหลี่ยวหมินที่ไม่รู้ว่าตนเองเดินหลงทางอยู่ที่ไหนของจวนอ๋องเดินวกไปวนมาอยู่ที่เดิมเป็ครั้งที่ห้าแล้ว นางนั่งแมะลงบนพื้นทางเดินด้วยความเหนื่อยล้าพลันนึกถึงต้นผิงกั่วต้นนั้นขึ้นมา นางจึงมองหาต้นไม้ใหญ่แล้วปืนขึ้นไปบนยอดไม้
เรือนรับรองอยู่ไม่ไกลจากจุดที่นางอยู่มากนักด้านหลังเรือนมีต้นผิงกั่วที่นางจดจำได้แม่นยำเพียงแต่ว่าทางเดินในจวนอ๋องค่อนข้างคดเขี้ยวอยู่พอสมควรนางจึงใช้เวลาศึกษาเส้นทางอยู่บนยอดไม้เป็เวลาอีกสักพัก จึงลงมาจากต้นไม้ มุ่งหน้าสู่เรือนรับรองของตนเอง
ระหว่างทางกลับนางจะต้องเดินผ่านข้างหลังเรือนใหญ่ที่ใช้เป็เรือนหอของท่านอ๋องกับคุณหนูอันหลงซีซึ่งเป็ทางเดียวที่จูเหลี่ยวหมินคิดว่าใกล้ที่สุดแล้ว
จูเหลี่ยวหมินไม่เคยเห็นงานแต่งงานในสมัยโบราณมาก่อนความอยากรู้อยากเห็นย่อมมีมาก นางแอบไปด้านหลังเรือนใหญ่จดจำได้ว่าในจุดที่นางกำลังยืนอยู่เป็ด้านหลังห้องบรรทมของท่านอ๋องมีหน้าต่างบานหนึ่งเปิดอ้าออกเล็กน้อยจูเหลี่ยวหมินจึงคิดที่จะปีนต้นไม้ขึ้นไปแอบดูเ้าสาวเสียหน่อยอยากรู้ว่าระหว่างที่รอเ้าบ่าวกลับมา เ้าสาวกำลังทำอะไรอยู่
เพราะความอยากรู้อยากเห็นของนาง จึงทำให้ต่อมจอมเผือกทำงานหนักจูเหลี่ยวหมินสอดส่องสายตาผ่านหน้าต่างที่เปิดอ้าไว้เพียงเล็กน้อยเข้าไปด้านในห้องหอสิ่งที่นางได้เห็นทำเอาหญิงสาวเกือบตกต้นไม้
จูเหลี่ยวหมินไม่รู้ว่าคุณหนูอันหลงซีกำลังใส่สิ่งใดลงไปในจอกสุรามงคลแต่นางคิดว่าจะต้องเป็สิ่งที่ไม่ดีเป็แน่ ต่อมเผือกไม่น่าทำงานเลยดันไปเห็นในสิ่งที่เป็ภัยกับตนเอง นางจะทำอย่างไรดี
ในระหว่างที่ครุ่นคิดหนักกิ่งไม้ที่นางเกาะอยู่เกิดหักขึ้นมาเพราะรับน้ำหนักไม่ไหวจูเหลี่ยวหมินหล่นตุ๊บลงมากะทันหัน ก้นกระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างจังนางเจ็บจนพูดไม่ออกตะเกียกตะกายหลบออกมาก่อนที่บานหน้าต่างจะถูกเปิดออกได้อย่างหวุดหวิด
"ใครนะ!!!"อันหลงซีใกับเสียงด้านนอกหน้าต่าง นางรีบเปิดออกไปดูเห็นเพียงกิ่งไม้สดที่เพิ่งหัก ในใจพลันเคร่งเครียดขึ้นมา