Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    148 บอส

    บนใบหน้าของกระบองเพชรและพิกซี่เต็มไปด้วยรอยยิ้มระรื่น ค่าประสบการณ์หลายตัวเต็มแล้ว จากการฆ่ามอนสเตอร์ชั้นที่ 15 มาจนถึงชั้นที่ 19 มอนสเตอร์ได้ค่าประสบการณ์ทั้งจากการฆ่าและการดูดซับสารอาหารจากศพ เหลือเพียงแค่กินคอร์ระดับ 6 เข้าไปเพื่อเลื่อนระดับก็สามารถยกระดับไปที่ 6 ดาวได้ แม้จะเหลืออีกครึ่งที่ยังไม่สามารถเก็บค่าประสบการณ์ให้เต็มได้ โอกาสที่จะเก็บค่าประสบการณ์ก็ยังมีอีกมากมาย หากเจอพื้นที่ที่เหมือนซากโบราณสถานแห่งนี้อีกราว 1 แห่ง มอนสเตอร์ในพันธะที่ได้จากสกิลทุกตัวจะเก็บค่าประสบการณ์ได้ทั้งหมด


    มู่!


    “ อย่าห้าว ฉันยังไม่รู้เลยว่ามันทำอะไรได้ ”


    แอ็กเซลและเจ้าตัวน้อยทั้งหลายมองลอดประตูลงไปยังชั้นที่ 20 ภายในนั้นมีมอนสเตอร์นอนอยู่ 1 ตัว ความสูงของมันน่ากลัวไม่น้อย ต่อให้พลังคอสมิกของมันจะหมดไปแล้วก็ตาม ร่างกายที่มีขนาด 100 เมตรกลับสามารถบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างได้แม้จะไร้พลังคอสมิก


    การที่เขายังไม่ลงไปก็เพราะว่ามอนสเตอร์ตัวนี้ดูแปลกไป ไม่ใช่ร่างกายที่ใหญ่โตของมันที่แปลก แต่การหายใจของมันแปลกกว่ามอนสเตอร์กิ้งก่าที่เขาฆ่า ต่อให้ลักษณะร่างกายภายนอกของมันจะเหมือนกันทั้งหมดก็ตาม มอนสเตอร์ตรงหน้ากลับมีการหายใจที่ต่างจนทำให้เขารู้สึกกังวล ทุกครั้งที่มันหายใจเข้าห้องที่มันนอนจะเงียบสงบราวกับว่าที่นั่นไม่มีสิ่งใดอาศัยอยู่ แต่หลังจากที่มันถอนหายใจออกมา เขารู้สึกได้ว่าภายในห้องเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งที่สามารถระเบิดทุกอย่างที่ขวางหน้าได้ ความเงียบสงบและความบ้าคลั่งที่เกิดขึ้นสลับกันไปมาระหว่างที่มันหายใจ ทำให้แอ็กเซลรู้สึกหวาดกลัวเพราะมันมีส่วนที่คล้ายกับทักษะที่เขียนเอาไว้ในชั้น 7 


    สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจก็คือ มอนสเตอร์ตัวนี้ฝึกทักษะได้ ดูท่ามันจะมีความพิเศษบางอย่างภายในร่างกาย การที่มันเข้าใจทักษะอีเธอร์เอลได้มันจะต้องมีสติปัญญาแน่นอน


    “ แกฟังที่ฉันพูดรู้เรื่องไหม ”


    แอ็กเซลส่งเสียงลงไปในชั้นที่ 20 เขาอยากรู้ว่ามอนสเตอร์ที่ไร้ซึ่งพลังคอสมิกจะตอบโต้เขาด้วยการพูดคุยได้หรือเปล่า อีกฝ่ายทำเพียงเปิดเปลือกตาแล้วมองดูเขาที่อยู่บนเพดาน  ถึงอย่างนั้นมันกลับยังคงนิ่ง ไม่ได้สนใจเขาหรือต้นไม้ที่เกิดอยู่ตามผิวหนังเลยสักนิด แอ็กเซลจึงเปลี่ยนภาษาพูดแล้วมองจ้องนัยน์ตาของมันเพื่อดูว่าจะตอบสนองต่อภาษาใด กระทั่งเขาใช้ภาษาเอลฟ์และคนแคระพูดสลับกันในบางคำ นัยน์ตาของมันก็เริ่มสั่นไหวก่อนจะค่อยๆใช้เท้าทั้ง 4 พยุงตัวแล้วหันมองหน้าเขา


    ลิ้นสีแดงยาวเหยียดตวัดออกมจากปากสัมผัสบรรยากาศรอบๆก่อนจะถูกเก็บเข้าไป แอ็กเซลจึงลองถามชื่อ ถามสังกัดและถามความเป็นมาของมันว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับที่แห่งนี้ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่สามารถพูดคุยได้ ทำได้เพียงรับรู้ว่าเขาคุยสิ่งใดกับมันเท่านั้น ทว่าการคุยกันของเขาและมันก็ไม่ใช่ว่าทุกคำมันจะรู้เรื่อง


    “ เอายังไงดีนะ ”


    แอ็กเซลกวาดตามองออกไปรอบๆห้อง ภายในชั้นที่ 20 ไม่มีสิ่งใดดึงดูดความสนใจของเขาเลยนอกจากมอนสเตอร์สูง 100 เมตร พืชกลายพันธุ์ อาวุธของอีเธอร์เอล สิ่งเหล่านี้ไม่มีอยู่เลย ขณะที่แอ็กเซลสำรวจเพื่อดูว่าเขาจะได้สิ่งใดติดไม้ติดมือไปบ้าง นกน้อยกลับเชื่อมจิตกับเขาเพื่อเปิดมุมมองหนึ่งที่มันกำลังมองจ้องให้แอ็กเซลดูก่อนที่เขาจะขมวดคิ้วเมื่อพบว่าใต้ท้องของมอนสเตอร์มีตัวหนังสือเขียนติดเอาไว้ เขามองไม่เห็นทั้งหมดเพราะส่วนที่เหลืออยู่ใต้ท้อง แต่ส่วนที่โผล่ขึ้นมาบริเวณคอทำให้เขาตื่นเต้นเพราะอักขระเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นส่วนที่ต่อท้ายจากทักษะบนผนังชั้น 7


    อย่างไรก็ตามอักขระที่เขียนติดเอาไว้บนร่างมอนสเตอร์ในชั้นที่ 20 กลับดูแปลกไป แต่ละตัวราวกับมีชีวิตมันเหมือนปรสิตที่เกาะอยู่บนผิวของมอนสเตอร์


    “ หรือว่าอักขระพวกนี้จะเป็นต้นตอที่ทำให้มันใช้ทักษะได้กัน ”


    ความสงสัยมากมายพรั่งพรูในหัวของแอ็กเซล  บางความคิดเขาก็คาดการณ์ว่ามอนสเตอร์ตัวนี้เข้าใจทักษะจากความฉลาดของมัน บางความคิดเขาก็คาดการณ์ว่าอักขระที่อยู่ใต้ท้องคือสิ่งที่ทำให้มันใช้ทักษะได้  แต่ความคิดมากมายของเขากลับไม่ได้รับคำตอบเพราะเจ้าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้เขียนอธิบาย  ดังนั้นตอนนี้สิ่งต่อไปที่แอ็กเซลจะทำได้ก่อนออกไปคือฆ่ามันแล้วดูอักขระทักษะส่วนสุดท้ายที่อยู่ใต้ท้อง


    เวิร์ธรูททั้งหมดถูกปล่อยเข้าไปในห้อง ก่อนที่เขาจะชี้นิ้วสั่งให้พวกมันหลายร้อยตัวเข้าโจมตีมอนสเตอร์สูง 100 เมตร เพียงแต่ว่ามอนสเตอร์ที่อยู่ใจกลางห้องได้กวาดหางไปรอบๆแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ร่างของเวิร์ธรูททั้งหมดถึงขั้นฉีกขาด แต่ละตัวตกตายในการโจมตีแค่หนึ่งครั้ง ทั้งๆที่พวกมันมีพลังป้องกันที่สูงมาก


    จากสิ่งที่เกิดขึ้นแอ็กเซลไม่กล้าแม้กระทั่งจะปล่อยมอนสเตอร์พันธะตัวอื่นลงไป ต่อให้ลิงจะมีหลายหมื่นพวกมันคงถูกหางกวาดทำลายให้ตายแน่นอน


    “ โอเค พวกแกไม่ได้ลงมือ เกาะแน่นๆล่ะ ”


    แอ็กเซลใช้ด้ายพลังงานหย่อนตัวเองลงไปจากประตู จนเขาลอยตัวอยู่บนเพดานชั้นที่ 20   ต่อให้อีกฝ่ายจะมีความสูง 100 เมตร ห้องแห่งนี้กลับมีความสูง  1,000  เมตรมันจึงไม่สามารถโจมตีเขาได้


    หลังจากหย่อนตัวเองลงมายังชั้นที่ 20 แอ็กเซลก็ได้นำไม้เท้าออกมาถือในมือจากนั้นก็เรียกใช้งานสกิลไอซ์ลานซ์  เวทมนตร์ธาตุไฟไม่สามารถใช้ได้เพราะอาจจะทำให้ผิวหนังของมันถูกทำลาย เวทมนตร์สายฟ้าคือธาตุหลักของมันพลังทำลายจึงลดลงไปมาก สิ่งเดียวที่เล่นงานมันได้คือธาตุน้ำแข็ง


    ทันทีที่รอบตัวของแอ็กเซลปรากฎก้อนน้ำแข็งรูปทรงคริสตัลมีส่วนปลายที่แหลมคม เขาก็สั่งให้พวกมันพุ่งลงไปแทงร่างมอนสเตอร์ที่กำลังแหงนหน้ามองเขาจากฟ้าสูง


    ขณะที่คริสตัลน้ำแข็งจะแทงร่าง ลมหายใจที่เงียบสงบของมอนสเตอร์ก็เปลี่ยนไป ลมหายใจที่มันใช้เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ก่อนจะม้วนตัวตวัดหางทำลายก้อนน้ำแข็งที่ซัดเข้าหามัน ส่งผลให้ก้อนน้ำแข็งทั้งหมดพังเสียหายไปในทันที


    เสียงกระแทกที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ทำแอ็กเซลหัวใจสั่น หางที่ตวัดเป็นวงกว้างได้สร้างเสียงที่ราวกับท่อเหล็กฟาดปูน จากน้ำเสียงที่เกิดขึ้นทำให้เขารู้ว่าร่างกายของมันแข็งแกร่งมาก


    ถึงอย่างนั้นบนหางของมันที่แข็งแกร่งกลับมีเลือดไหลอาบ เวทมนตร์ที่เขาใช้ได้รับการเสริมพลังจากไม้เท้า นอกจากนั้นเขายังมีธาตุน้ำแข็ง 50 หน่วย ทั้งสองอย่างนี้ได้ยกระดับพลังของเขาให้สูงจนสามารถสร้างบาดแผลให้กับระดับ 6 ดาวได้ ต่อให้มันจะแข็งแกร่งร่างกายของมันกลับไม่ใช่ระดับ 6 ดาว แม้จะใกล้เคียงแต่ก็ไม่ใช่ มันจึงไม่สามารถป้องกันการโจมตีของเขาได้อย่างสมบูรณ์ แอ็กเซลรู้สึกกลัวเล็กน้อยเพราะถ้าหากเขาไม่มีสกิลสปอร์ มันคงจะแสดงความโหดร้ายได้มากกว่านี้ หางที่ใช้กวัดแกว่งคงจะไม่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของเขาเพราะมีพลังคอสมิกช่วยเสริม  ต่อให้ทักษะที่มันใช้งานจะไม่มีพลังคอสมิกขับเคลื่อน เพียงแค่การหายใจเข้าออกกลับระเบิดพลังออกมาได้ส่วนหนึ่ง เขาไม่อยากนึกถึงตอนที่มันมีพลังคอสมิก ที่นี่คงจะกลายเป็นหลุมศพของเขาแน่นอน


    “ ขอยืมสกิลหน่อย ”


    สกิลแช่แข็งเปิดใช้งาน ส่งผลให้ร่างของมอนสเตอร์มีน้ำแข็งเกาะ ทันทีที่เขาเป่าลมออกจากปาก ภายในชั้นที่ 20 ก็เต็มไปด้วยความหนาวเย็นที่พร้อมจะแช่แข็งทุกๆอย่าง หลังจากที่เตรียมพื้นที่ต่อสู้เสร็จแล้วนั้นแอ็กเซลจึงเปิดใช้งานสกิลใหม่ที่พึ่งได้มา ส่งผลให้รอบๆตัวของเขามีไอเย็นร่วงตกกระแทกพื้นแช่แข็งทุกอย่างที่อยู่ภายในห้อง แต่ถึงอย่างนั้นเม็ดทรายสีขาวกลับพยายามดูดความชื้นจากน้ำแข็งออกไปเรื่อยๆจนความเย็นที่เขาสร้างขึ้นค่อยๆลดต่ำลง


    “ ฟรอสต์เคลเวิร์น ” เพล้ง!


    เพียงคำพูดสั้นๆเพื่อเปิดใช้งานสกิล พลังคอสมิกภายในร่างก็ถูกดูดหายไป 50 % แต่สิ่งที่ได้มาจากการแลกเปลี่ยนคือหอกน้ำแข็งแหลมคมหลากหลายขนาดที่พุ่งทะลวงร่างอันแข็งแกร่งของมอนสเตอร์


    ต่อให้แท่งน้ำแข็งบางอันจะไม่สามารถทะลวงเข้าไปได้เพราะมีขนาดเล็กมากก็ตาม น้ำแข็งแท่งอื่นที่มีขนาดมากกว่า 2 คนโอบยังคงแทงทะลวงร่างของมอนสเตอร์ได้ อีกฝ่ายที่ถูกน้ำแข็งแทงร่างทำได้เพียงเงยหน้ามองแอ็กเซลแล้วร้องคำรามใส่ เป้าหมายอยู่สูงเกินไป ถ้าหากมีพลังคอสมิกมันคงสามารถยิงสายฟ้าจนอีกฝ่ายร่วงตกลงมาได้ ขณะที่พยายามกรีดร้องมันก็พบเข้ากับเข็มสีแดงขนาดใหญ่พุ่งตกลงมาจากท้องฟ้าทะลวงเข้าที่ปากทะลุไปถึงกลางหน้าอกของมัน ก่อนที่เข็มสีแดงขนาดใหญ่จะแตกตัวกลายเป็นเข็มเล็กๆพุ่งออกไปทุกทิศทางเพื่อทำลายอวัยวะภายในจนมันกรีดร้องด้วยท่าทางทรมานก่อนจะคอห้อยตายในท่ายืนจากการถูกน้ำแข็งแทงทะลวงร่าง


    “ เสียเวิร์ธรูทไปทั้งหมดเลยเหรอ ถือว่าแลกเปลี่ยนกับทักษะก็แล้วกัน ”


    แอ็กเซลถอนหายใจเบาๆ เขารู้สึกเสียดายเวิร์ธรูทไม่น้อย ถึงมันจะเคลื่อนไหวช้าแต่ก็ผ่านความเป็นความตายมากับเขาเยอะพอสมควร แต่เมื่อสูญเสียมันไปแล้วเขาก็ต้องรับให้ได้  หลังจากส่งลิงลงไปสำรวจให้มั่นใจว่ามอนสเตอร์ตายแล้ว แอ็กเซลจึงบินลงจากฟ้าพลางมองไปยังกลุ่มแสงข้างลำตัวกิ้งก่าที่กำลังมีพลังงานกลุ่มหนึ่งไหลไปรวมตัวกัน ต่อให้มันจะถูกดึงพลังงานออกมาจากร่างแล้วก็ตาม มันกลับเหลือพลังชีวิตที่ไว้ใช้กลั่นเป็นโซลฟอร์ด


    เปล้ง!


    วัตถุยาว 2 เมตรร่วงลงกระแทกพื้น แอ็กเซลจึงรีบเข้าไปหยิบมันขึ้นมาดูพบว่าเป็นลูกธนูสีขาว อาวุธชิ้นนี้นับว่าแปลกมากเพราะส่วนใหญ่เขาจะเคยเห็นแค่โซลฟอร์ธนูหรือไม่ก็หน้าไม้ โซลฟอร์ดชิ้นนี้ที่ได้จากสิ่งที่เหมือนกับบอสกลับเป็นธนูเขาจึงทำสัญญาแล้วเรียกมันออกมาดูพบว่าตนเองจะต้องหาธนูมาเพิ่มถ้าจะใช้งานมัน


    “ โห ดอกเดียวตายเลยเหรอ ”


    ความสามารถของลูกธนูปรากฎให้เห็น มันสามารถเดินทางได้ไกลถึง 10 กิโลเมตรด้วยการใช้เวลาเพียง 2 วินาที อย่างไรก็ตามเขาจะต้องรอเป็นเวลา 1 นาทีถ้าหากจะต้องใช้งานมันอีกครั้งหนึ่ง การเรียกใช้งานไม่ใช่สร้างลูกธนูขึ้นมาใหม่เหมือนทักษะของนักธนู แต่จะเป็นการเรียกลูกธนูที่เขายิงออกไปกลับมาหาตนเอง


    โดยพลังทำลายของมันคือการปลดปล่อยสายฟ้าโจมตีศัตรู ระดับพลังที่ระเบิดออกมานั้นสูงเทียบเท่ากับบูมเมอแรงที่เขาได้จากกิ้งก่าด้านบน เพียงแต่ว่าลูกธนูกลับเป็นสิ่งที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ไม่เหมือนบูมเมอแรงที่ใช้ได้เพียง 1 ครั้ง


    หลังจากที่แอ็กเซลเก็บลูกธนูเขาก็เดินเข้าไปดูตัวอักษรใต้ท้องมอนสเตอร์ในชั้นที่ 20 ให้เต็มตา ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่าส่วนนี้เป็นส่วนสุดท้ายของทักษะที่ต่อจากทักษะภายในชั้น 7


     “ ต้องบอกว่าฉันโชคดีสินะ ”


    ทักษะอีเธอร์เอลมีค่ามหาศาล ต่อให้จะเป็นทักษะไม่สมบูรณ์ผู้เชี่ยวชาญยังสามารถตีความและเปลี่ยนมันให้กลายเป็นทักษะใหม่ที่เหมาะกับมนุษย์ได้ ทักษะที่แอ็กเซลเจอกลับเป็นทักษะสมบูรณ์ เขาจึงบันทึกมันเอาไว้จากนั้นก็ให้ลิงช่วยกันลอกหนังใต้ท้องของกิ้งก่าออกมาเพราะเขาไม่ต้องการให้ใครได้ทักษะนี้ไป ในระหว่างที่ลิงช่วยกันลอกหนังเขาก็เริ่มใช้ดาบผ่าท้องของมันเพื่อเข้าไปดูว่าคอร์และท่อพลังของมันมีความพิเศษเช่นไร ถึงได้ใช้ทักษะอีเธอร์เอลนี้ได้


    เพียงแต่ว่าดาบที่เขาแทงไปยังร่างของมันกลับไม่ลึกพอ ผิวหนังและกล้ามเนื้อของมันมีความเหนียวเป็นอย่างมาก เขาต้องใช้ทักษะ โซลาร์ไลเซอร์ถึงจะทะลวงผ่านเนื้อและหนัง ซึ่งแอ็กเซลก็ได้หันมองดูลิงที่พยายามลอกหนัง ถึงแม้ว่าหนังจะมีความเหนียวก็ตาม พวกมันกลับใช้ปากกัดแทะจนหนังค่อยๆหลุดลอกออกมาเป็นแผ่นใหญ่ เมื่อเห็นว่าพวกมันไม่มีปัญหาเขาจึงทะลวงไปดูคอร์ไดฟ์ใจกลางลำตัว.




    คล้ายกับเรื่องEthereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด ที่คุณอ่าน