ซูเจี่ยนอันกะพริบตาปริบๆพลางคิดว่าตัวเองหูฝาดไปแน่ๆ
เรื่องที่เธอชอบเขาเป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอตอนเธอเข้ามหาวิทยาลัย ลู่เป๋าเหยียนก็กลายเป็นนักธุรกิจไฟแรงที่มีแต่คนนับหน้าถือตาต่างจากเธอที่เหมือนยู่กันคนละชั้นกับเขา
เพราะรู้สึกว่าตัวเองเทียบกับเขาไม่ได้เธอจึงซ่อนความรู้สึกนี้เอาไว้ตลอดมา
เธอแอบชอบเขามานานขนาดนี้ยังกล้าพูดแค่ว่าเธอชอบเขา แต่ลู่เป๋าเหยียนกลับบอกเธอว่า เขารักเธอ?
“ลู่เป๋าเหยียน”ซูเจี่ยนอันกลืนน้ำลาย ก่อนจะอดกลั้นไม่เข้าไปจิ้มหน้าผากของเขา
“นายเป็นอะไรไป?”
เขารู้หรือเปล่าว่าคำว่ารักลึกซึ้งมากแค่ไหน? เขาจะมารักเธอได้ยังไงกัน?
เรื่องนี้มันเหลือเชื่อยิ่งกว่านิทานไม่มีทางเป็นไปได้สักนิด หรือว่าลู่เป๋าเหยียนจะไม่เข้าใจคำว่ารักว่าหมายความว่ายังไง
“ฉันไม่ได้เป็นอะไร”ลู่เป๋าเหยียนตอบ “ฉันกำลังสารภาพกับเธอ ว่าฉันรักเธอ”
ซูเจี่ยนอันลูบปลายจมูกตัวเองเล็กน้อยก่อนจะเขยิบตัวถอยเข้ามุมตานี่เดี๋ยวก็บอกว่าจะบีบคอเธอ เดี๋ยวก็บอกว่ารักเธอทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเรื่องนี้มันช่าง...ประหลาด
“ฉันไม่เชื่ออ่ะ”ซูเจี่ยนอันส่ายหน้า
ลู่เป๋าเหยียนเริ่มโมโห
เขาอุตส่าห์กลั่นกรองความลับที่เก็บมานานกว่าสิบปีออกมาเป็นคำสามคำและพูดกับเธออย่างจริงใจแต่เธอกลับบอกว่าไม่เชื่อหน้าตายเนี่ยนะ?
เขาแค่นยิ้มออกมา“ทำไมถึงไม่เชื่อ?ฉันรักเธอแล้วมันมีอะไรน่าสงสัยตรงไหน?”
“เยอะแยะ”ซูเจี่ยนอันวิเคราะห์ออกมาเป็นข้อๆราวกับกำลังสืบคดี “อย่างแรกก่อนจะแต่งงานกันนายเป็นคนบอกเองว่าการแต่งงานครั้งนี้มีอายุแค่สองปี และนายไม่ได้พิศวาสอะไรฉันเลยสอง นายคือลู่เป๋าเหยียน คนที่อยากได้สาวคนไหนมาครอบครองก็ได้ส่วนฉันคงเป็นคงที่หน้าตาธรรมดาที่สุดในบรรดาสาวๆเหล่านั้น สามฉันสัมผัสไม่ได้ว่านายรักฉัน”
ลู่เป๋าเหยียนกัดฟันพูดออกมา“ซูเจี่ยนอัน ฉันจะพูดอีกแค่ครั้งเดียว เธอฟังฉันให้ดีๆ หนึ่ง ฉันโกหกเธอ สองต่อให้เธอจะหน้าตาธรรมดาแค่ไหน แต่ฉันต้องการแค่เธอ มีปัญหาอะไรอีกไหม?”
สายตาของเขาคมกริบจนซูเจี่ยนอันเริ่มรู้สึกถึงรังสีอันตรายเธอส่ายหน้าอย่างอึ้งๆ
“ไม่มี...”ไม่กล้ามีแล้ว...
“สาม”ลู่เป๋าเหยียนนิ่งไปพลางพรี่ตาเล็กน้อย “เพื่อช่วยเธอฉันทิ้งสัญญากว่าร้อยล้านกลับมาจากอเมริกาเพื่อเธอฉันสั่งทำแหวนเพชรที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลกโดยไม่เสียดายเงินด้วยซ้ำฉันอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเธอ ยอมไปเที่ยวเล่นเป็นเพื่อนเธอเพื่อป่าวประกาศให้โลกรู้ว่าเธอคือภรรยาของฉันซูเจี่ยนอัน เธอไม่รู้สึกถึงความรักของฉันเลยงั้นเหรอ หืม?”
ขนตางอนยาวของซูเจี่ยนอันสั่นไหวเล็กน้อยหยดน้ำตาใสเริ่มเอ่อล้นออกมาโดยไม่รู้ตัว
ตั้งแต่ครั้งนั้นที่เขาต้องนอนโรงพยาบาลเพราะโรคกระเพาะกำเริบลู่เป๋าเหยียนก็ดีกับเธอมาโดยตลอด ถึงบางครั้งเขาจะแกล้งแหย่เธอจนเธอหน้าแดงไปหมดแต่เขาก็ไม่เคยทำร้ายเธอเลยสักครั้ง
นานวันเข้าเธอก็เริ่มเคยชินกับสิ่งที่ลู่เป๋าเหยียนทำให้ ดังนั้นพอลู่เป๋าเหยียนเมินเธอเธอเลยเสียใจมาก แต่ที่แย่ที่สุดก็คือ เธอกลับเห็นสิ่งที่เขาทำให้เป็นเรื่องปกติจึงสัมผัสไม่ได้ถึงความทุ่มเทของเขา
ไม่สิมันไม่ใช่แบบนั้นซะทีเดียว
ซูเจี่ยนอันส่ายหน้าก่อนเอ่ย“ไม่ใช่นะ ลู่เป๋าเหยียน ฉันก็แค่... ก็แค่ไม่กล้าที่จะคิด”
ที่จริงเธอเองก็รับรู้ได้ว่าเขาดีกับเธอแค่ไหนแต่เธอไม่กล้าตีความว่าสิ่งที่เขาทำให้คือความรักเธอคิดเพียงแค่ว่าเขาหวังดีต่อเธอ
ลู่เป๋าเหยียนคงดูแลเธอเพราะถังอวี้หลันสั่งมาเพราะตอนแรกเขาเคยพูดว่า ที่ยอมแต่งงานครั้งนี้ก็เพื่อจะทำให้แม่ดีใจฉะนั้นที่เขาทำดีกับเธอก็คงเพราะสาเหตุนั้น
เขาคือคนบนฟ้าส่วนเธอก็แค่ผู้หญิงธรรมดา เพียงเขาทำดีกับเธอ เธอจะกล้าคิดว่านั่นคือความรักคิดว่าเขารักเธอได้ยังไง?
ลู่เป๋าเหยียนเช็ดน้ำตาที่หางตาของเธอก่อนเอ่ย
“อย่าร้องไห้สิฉันไม่ดีเองที่หลอกเธอก่อน เจี่ยนอัน ให้อภัยฉันนะ”
ซูเจี่ยนอันนิ่งอยู่สักพักก่อนจะเข้าใจว่าสิ่งที่ลู่เป๋าเหยียนพูดในวันก่อนแต่งงานคือเรื่องโกหกทั้งนั้น
เธอนึกว่าเขาหลงรักเธอหลังจากแต่งงานกันแต่ถ้าเขาพูดแบบนี้...
เธอยกมือปาดน้ำตาก่อนจะจ้องลู่เป๋าเหยียนตาเขม็ง
“นายบอกมาให้หมดเลยนะ!”
“เธอนึกว่าฉันจะลืมเธอตั้งแต่ไปอเมริกางั้นสิแต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย” ในที่สุดลู่เป๋าเหยียนก็พูดเรื่องนี้ออกมา “เจี่ยนอันฉันไม่เคยลืมเธอ เรียกได้ว่าฉันคิดถึงเธอทุกวันดีกว่า ฉันเคยเจอกับเธอหลายครั้งแต่เธอคงไม่ได้สังเกต”
ซูเจี่ยนอันยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่“นายเจอฉันตอนไหน?พวกเราไม่ได้เจอกันมาตั้งสิบกว่าปีแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ตอนปีหนึ่งที่เธอไปทำงานเป็นครูสอนพิเศษตามบ้านฉันมีธุระต้องไปที่บ้านของตระกูลผังพอดี ตอนฉันไปถึง ก็เห็นเธอเดินออกจากบ้านมาพร้อมกับคนอื่นๆคืนวันคริสมาสต์อีฟเมื่อปีก่อน เธอไปดูหนังกับลั่วเสี่ยวซี วันนั้นฉันยืนอยู่ห่างออกไปจากพวกเธอแค่ไม่กี่คนตั๋วสองใบที่พวกเธอได้ก็เป็นฝีมือฉัน หลังจากที่เธอกลับมาจากอเมริกาได้ไม่นานวันที่เธอไปสนามกอล์ฟกับซูอี้เฉิง ที่จริงวันนั้นฉันก็ไป”
ซูเจี่ยนอันเคยตามพี่ชายไปสนามกอล์ฟแค่ครั้งเดียวในชีวิตก็เพื่อจะได้เจอกับลู่เป๋าเหยียน
แต่สุดท้ายเธอก็ไม่เห็นเขาเลยนึกว่าเขาไม่ได้ไปในวันนั้น แต่ว่า...
ว่าแล้วเธอก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้พลางมองลู่เป๋าเหยียนอย่างไม่อยากเชื่อ
“ที่คุณผังกับคุณนายผังเลือกฉันไปสอนพิเศษให้ลูกชายแถมยังเพิ่มเงินให้อีกก็เป็นฝีมือนายด้วยหรือเปล่า”
ถ้าเป็นแบบนั้นตอนแรกที่คุณนายผังเสนอเงินให้เธอเพิ่มคำพูดที่คุณนายผังพูดกับเธอและลู่เป๋าเหยียนตอนที่เจอในงานเลี้ยงว่า
“คุณลู่ใส่ใจหนูมากกว่าที่ฉันคิดอีกนะ” รวมถึงคำพูดๆอื่นๆก็สมเหตุสมผลแล้ว
แต่งงานกันมาตั้งนานลู่เป๋าเหยียนกลับไม่ยอมปริปากบอกเธอสักเรื่อง นี่เขาเป็นคนเก็บกดขนาดไหนเนี่ย?
สายตาของซูเจี่ยนอันเริ่มสั่นไหวในขณะที่ลู่เป๋าเหยียนดูไม่ทุกข์ร้อน เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงเรียบ
“ฉันก็แค่เอ่ยปากชมเธอต่อหน้าคุณนายผังนิดหน่อยไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก”
“เป็นนายจริงๆด้วย”ซูเจี่ยนอันรู้สึกไม่อยากเชื่อราวกับเรื่องทุกอย่างเป็นแค่ความฝัน
“ลู่เป๋าเหยียนนะ...นาย ...... ตั้งแต่เมื่อไรกัน?”
นี่เขาเริ่มชอบเธอตั้งแต่เมื่อไร?
“ฉันไม่รู้”ลู่เป๋าเหยียนตอบพลางมองซูเจี่ยนอันด้วยแววตาซับซ้อน“อาจจะตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเธอ หรืออาจจะครั้งที่สอง หรือครั้งที่สาม เอาเป็นว่าฉันชอบเธอตั้งแต่เด็ก”
“......”ซูเจี่ยนอันอยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ออกเธอจ้องลู่เป๋าเหยียนพลางสงสัยว่านี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม
“ฉันนึกว่าเธอจะชอบคนอื่นกลัวว่าพอครบสองปีเธอจะเป็นคนขอหย่ากับฉัน” ลู่เป๋าเหยียนเอ่ยพลางยิ้มหยันตัวเอง“แต่ที่ฉันกลัวกว่าก็คือ ถึงเวลาฉันอาจจะไม่สามารถปล่อยเธอไป และไม่สามารถทำให้เธอเกลียดฉันได้”
“นายก็เลยหาเรื่องทะเลาะกับฉันเพื่อให้ฉันจากไป?”
“ที่จริงยังมีอีกเรื่อง”ลู่เป๋าเหยียนพูดขึ้นมา “ไว้ฉันจะบอกเธอทีหลัง”
ซูเจี่ยนอันเคยเห็นลู่เป๋าเหยียนผู้มั่นใจในทุกเรื่องเคยเห็นเขาเวลาป่าเถื่อนและเด็ดขาด เคยเห็นเขาคนที่แสนอ่อนโยนแต่เธอไม่เคยเห็นลู่เป๋าเหยียนเป็นแบบนี้มาก่อน
เขาทิ้งความหยิ่งผยองไปจนหมดเวลานี้เขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่ต้องการอธิบายทุกเรื่องราวกับเธอและยอมรับว่าตัวเองไม่มั่นใจ
“ลู่เป๋าเหยียน”ซูเจี่ยนอันไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป เธอผลักลู่เป๋าเหยียนอย่างโมโห
“นายมันบ้า!”
ลู่เป๋าเหยียนกอดเธอไว้“เจี่ยนอัน เธอจะด่าจะว่าฉันยังไงก็ได้ ขอแค่ยอมกลับบ้านกับฉัน”
“ฉันไม่กลับไปกับนายหรอก!”ซูเจี่ยนอันดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของเขา “นายบอกว่านายทำอะไรเพื่อฉันมามากแล้วสิ่งที่ฉันทำล่ะ? กระเพาะนายไม่แข็งแรงฉันก็ช่วยหาวิธีมาบำรุง กำชับกับเลขานายว่าอย่าปล่อยให้นายกินของเย็นๆฉะ...ฉันอาจจะไม่ได้ทำอะไรให้นายมากมาย แต่สิ่งที่พอทำได้ ฉันก็ทำทุกอย่าง...”
“ฉันรู้”ลู่เป๋าเหยียนกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นก่อนจะพรมจูบที่พวงแก้มและลำคอของเธอ
“ฉันรู้ทุกอย่างตอนที่เธอให้เนคไทกับฉัน ฉันดีใจมาก นอกจากการได้แต่งงานกับเธอเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ฉันดีใจที่สุดในรอบปี แต่เจี่ยนอันฉันไม่รู้ว่าฉันจะดีใจได้อีกนานแค่ไหนฉันเลยผูกเนคไทเส้นนั้นบ่อยๆเพื่อปลอบใจตัวเอง ที่บอกว่ามันอยู่ข้างนอกสุดเลยหยิบง่ายฉันโกหกเธอ”
ตอนนี้ซูเจี่ยนอันเข้าใจแล้วว่าที่แท้เธอกับเขาเป็นเหมือนกัน ต่างคนต่างคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่มีทางหลงรักตัวเองจึงพยายามซ่อนความรู้สึกและหัวใจที่เต้นแรงเอาไว้
“ลู่เป๋าเหยียน”เธอถาม “สมมติว่าตอนนี้การแต่งงานของเราครบสองปีแล้ว แลฉันต้องการจะหย่านายจะทำยังไง”
“ฉันไม่มีทางยอม”ลู่เป๋าเหยียนรัดเธอไว้แน่นพลางตอบ “ต่อให้ฉันต้องใช้เชือกมามัดเธอไว้ เธอก็อย่าได้หวังว่าจะหนีฉันไปไหนได้อีก”
ซูเจี่ยนอันกำลังจะพูดอะไรออกมาแต่จู่ๆลู่เป๋าเหยียนก็ก้มลงมาครอบครองริมฝีปากของเธอเสียแล้ว
เขาจูบเธออย่างหนักหน่วงราวกับจะประกาศให้โลกรู้ว่าเธอเป็นของเขา เป็นของเขาแค่คนเดียวตลอดไป
ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากดิ้นแต่เธอไม่มีแม้แต่โอกาสจะดิ้นด้วยซ้ำ อีกอย่างเธอเองก็ได้รับบาดเจ็บจะสู้แรงเขาได้ยังไงกัน
ร่างกายของพวกเธอแนบชิดกันจนซูเจี่ยนอันได้ยินเสียงหัวใจเต้นและอุณหภูมิร่างกายที่เพิ่มสูงขึ้นของลู่เป๋าเหยียนได้อย่างชัดเจนลิ้นของเธอถูกเขาเกี่ยวกระหวัดรัดจนเริ่มชาเธอโดนเขาสูบพลังจนไร้เรี่ยวอยู่ในอ้อมแขนของเขา
“เจี่ยนอัน”เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พลางประคองพวงแก้มใสและจูบอย่างอ่อนโยน
“พวกเรากลับบ้านกันนะดีไหม?”
ไม่มีชายใดไม่ใจเต้นกับความอ่อนหวานของหญิงสาวในขณะเดียวกัน หากหนุ่มหล่อที่แสนเย็นชาทำตัวอ่อนโยนขึ้นมาไม่ว่าสาวคนไหนก็คงยากจะต้านทาน
“ดีสิ”ซูเจี่ยนอันหลุดปากออกมา ก่อนจะรู้ตัวจึงรีบกลับคำ “ไม่ดี!”
ลู่เป๋าเหยียนปล่อยตัวเธอ“ทำไม? ฉันก็อธิบายทุกอย่างไปแล้ว ขอแค่เธอยอมกลับบ้านกับฉันเธอจะลงโทษฉันยังไงก็ได้”
“ไม่เอา”ซูเจี่ยนอันเบือนหน้าหนี
เธอตั้งใจแกล้งลู่เป๋าเหยียนก็ใครใช้ให้เขามาทำให้เธอร้องไห้ก่อนล่ะ
“ถ้าเธออยากพักรักษาตัวที่นี่ก็ไม่เป็นไร”ลู่เป๋าเหยียนพยายามประนีประนอม “ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอพอหายดีแล้วพวกเราค่อยกลับเมือง A กันก็ได้”
“กลับไปเมืองAเมื่อไร ฉันจะไม่กลับไปบ้านนายอีกแล้ว” ซูเจี่ยนอันพูดเสียงเข้ม“ฉันจะกลับบ้านฉัน”
“เธอชอบพักที่อพาร์ทเมนท์ของเธองั้นเหรอ”ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้ว “ก็ได้ งั้นพวกเราย้ายไปที่นั่นกัน”
“ลู่เป๋าเหยียน!”ซูเจี่ยนอันถลึงตาใส่ลู่เป๋าเหยียนอย่างหงุดหงิด ตาบ้านี่ยั่วโมโหคนเก่งชะมัดเรื่องการปะทะฝีปาก เธอไม่เคยเอาชนะเขาได้เลย
คิดได้ดังนั้นซูเจี่ยนอันก็ยิ้มออกมาอย่างสดใส
“ที่รักคะพวกเรากำลังจะหย่ากันนี่คะ คุณเตรียมเอกสารหย่าเอาไว้แล้วหรือยัง?”
ลู่เป๋าเหยียนถึงกับชะงักเขาหรี่ตาลงเล็กน้อย
“ซูเจี่ยนอัน!”ลู่เป๋าเหยียนกัดฟันพูดออกมาอย่างหงุดหงิด
ซูเจี่ยนอันยิ้มหวานกว่าเดิม“อะไรเหรอคะ?”
ลู่เป๋าเหยียนรู้ดีว่าเธอจงใจแกล้งเขาเขาหลับตาลงก่อนจะพูดด้วยสีหน้าอ่อนโยน
“เธอกำลังโกรธไว้เรื่องนี้เราค่อยคุยกันทีหลัง”