ในที่สุดหนิงเจี่ยก็เดินทางมาใกล้ถึงริมฝั่งของเกาะปีศาจวิบัติหมื่นวิญญาณกำสรวลเด็กหนุ่มพลันสำเหนียกถึงอันตราย เห็นร่างหนิงเจี่ยดีดตัวเหินร่างออกจากเรือ เพียงชั่วพริบตาบริเวณรอบๆเรือปรากฏตาพายุมากมายหมุนเป็นวังวนดูดเรือของเด็กหนุ่มจมสู่ก้นมหาสมุทรหนิงเจี่ยเหินร่างลงมายังชายฝั่งเฉียบฉิว แต่ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นทรายสีเถ้ากระดูกของเกาะปีศาจวิบัติหมื่นวิญญาณกำสรวลความรู้สึกแรกที่พุ่งเข้าจู่โจมกลับเป็นความเย็นยะเยือกที่เสียดแทงทะลุผ่านรูขุมขนเข้าไปถึงไขสันหลังขนลุกชันไปทั่ววรกายประดุจถูกกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่าน
บรรยากาศรอบกายเริ่มบิดเบี้ยวพร่าเลือนเสียงคลื่นทะเลหายไป แทนที่ด้วยเสียงร้องไห้คร่ำครวญโหยหวนประหนึ่งผืนแผ่นดินและมวลอากาศใต้หล้านี้สร้างขึ้นจากหยาดน้ำตาและความแค้นหมอกหนาสีตะกั่วที่เคยกีดกันทัศนวิสัยพลันม้วนตัวหมุนวนดุจพายุก่อนจะสลายไปในชั่วอึดใจเผยให้เห็นฉากเบื้องหน้าที่ทำให้หนิงเจี่ยถึงกับร่างแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดหยุดนิ่ง
เบื้องหน้าของเขาคือมหาพิภพที่ถูกสาปแช่ง ท้องฟ้าไม่ได้เป็นสีครามหรือสีนิลดังที่เคยเห็นทว่ากลับเป็นสีม่วงอมเลือดที่ขุ่นมัวไกลสุดลูกหูลูกตาปรากฏวงล้อแห่งโชคชะตาขนาดยักษ์พาดผ่านนภากาศแผ่รังสีอำมหิตที่กดทับลงมาจนพื้นดินปริแยก บนฟ้ามีใบหน้าของสิ่งมีชีวิตมากมายนับล้านบ้างหลับตาลืมตา บ้างร้องไห้ บ้างหัวเราะ แสยะยิ้ม อยู่เต็มท้องฟ้า ปากของมันกลับพึมพำมนตราโบราณที่ฟังไม่ได้ศัพท์ทั่วทุกอณูอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสิ้นหวังและความตายที่เข้มข้นจนแทบจะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ
“นี่มัน... นรกขุมไหนกัน?” เหงื่อเย็นกาฬผุดซึมชุ่มไปทั่วทั้งแผ่นหลังและลำตัวเด็กหนุ่มรู้สึกราวกับเป็นเช่นมดปลวก ความหวาดกลัวที่มิเคยมีมาก่อน เริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะทว่าในเสี้ยววินาทีที่วิญญาณเกือบจะแตกสลาย หนิงเจี่ยกัดริมฝีปากจนเลือดห่อเพื่อเรียกสติพลันกระตุ้นพลัง สุญญตาจิตมาร แผ่ขยายข่ายใยสุญญตาอาถรรพ์ สารกายและจิตสัมผัสพลังวิญญาณตื่นตัวถึงขีดสุด
เพียงเสี้ยววินาทีทันใดนั้นหนิงเจี่ยคำรามพลันใช้ท่าร่าง วายุอัสนีเคลื่อนย้ายสุญญตาถึงขีดสุดร่างยังไม่ทันหายไปพลันมีเงาร่างหนึ่งสีดำมหึมา ที่น่าตกใจท่าร่างของมันถึงกับตามร่างของหนิงเจี่ยได้ทันมันพลันโจมตีด้วยพลังกรงที่ผ่ามิติเป็นทางยาว“เก้าหมัดปั่นป่วนฟ้า... กระบวนท่าที่เก้า... สะท้านฟ้าสะเทือนดิน!”หนิงเจี่ยพลันตวาด ใช้เก้าหมัดปั่นปวนฟ้ากระบวนท่าที่เก้าทันที เสียง เปรี้ยงตูมมมม !! ดังสนั่นหวั่นไหว
วินาทีที่ปะทะกัน มิติทั่วบริเวณรัศมีสิบลี้พลันหยุดนิ่งก่อนจะระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกมหาศาลคลื่นพลังสีม่วงแดงและสีทองปะทะกันจนเกิดเป็นโดมพลังงานยักษ์ที่ทำลายล้างทุกสิ่งในบริเวณนั้นจนราบเป็นหน้ากลอง
แรงสะท้อนของพลังมหาศาลซัดร่างของหนิงเจี่ยกระเด็นถอยหลังไปไกลประดุจว่าวสายป่านขาดกระดูกแขนขวาของเขาแตกละเอียดจากแรงปะทะ เลือดพุ่งออกจากปากและหูหูจนสติแทบดับวูบ หนิงเจี่ยร่วงลงสู่พื้นกระแทกกับโขดหินศิลาจนร่างจมลึกลงไปในเนื้อหิน
“อั่ก... แค่หมัดเดียว... พลังอะไรกันนี่...ช่าง...น่ากลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ...”
เขานอนหายใจรวยรินท่ามกลางซากปรักหักพังสายตาเริ่มพร่ามัว ปรากฏร่างสูงตระหง่านคล้าย 'เทวทูตปีศาจ'ผู้เฝ้าประตูอเวจีชุดเกราะเกล็ดนิลของมันสะท้อนแสงจันทร์เป็นเงาปลาบประดุจผิวมังกรทมิฬลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีดำจางๆ ที่ทำให้ต้นไม้รอบข้างเหี่ยวเฉาในพริบตา"
"ในมือซ้ายของมันคือ 'โล่พันเกล็ด'ที่ดูราวกับมีชีวิต เกล็ดเหล็กบนโล่ขยับไหวเล็กน้อยคล้ายการหายใจส่วนมือขวากระชับด้ามค้อนยักษ์ที่หนักหมื่นชั่งไว้มั่นแรงกดดันจากปราณปีศาจที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวราวกับว่าพื้นพสุธาแห่งนี้ไม่อาจรองรับตัวตนอันหนักอึ้งของมันได้อีกต่อไป..."
มองเห็นร่างของมันก้าวเดินเข้ามาอย่างช้าๆทุกฝีก้าวคือเสียงมรณะที่ดังใกล้เข้ามา ความสิ้นหวังครั้งใหญ่หลวงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มฝึกปรือมากำลังครอบงำจิตใจของหนิงเจี่ย
ทันใดนั้นเห็นหนิงเจี่ยดีดร่างลอยตัวขึ้นจากพื้น ร่างที่กำลังลอยค่อยๆลอยลงบนพื้นบัดนั้ดวงตาเด็กหนุ่มกลายเป็นสีเขียวมรกตสลับสีดำทมิฬ ร่างเด็กหนุ่มทั่งร่างบัดนี้เป็นสีฟ้าเรืองๆเขาโคจรพลังแห่งดาราทองที่ 2 วารีรวมกระจายถึงขีดสุด พลังเยียวยารักษากำลังฟื้นฟูบาดแผลอย่างรวดเร็วเกราะอสูรโลกันตร์หัวใจอสูรกำลังเต้นระรัว ตุบตับ ตุบตับ ดูดซับพลังทำลายล้างจากแขนขวาไปกว่าครึ่งทำให้อาการบาดเจ็บของหนิ่งเจี่ยฟื้นคืนมาสามถึงสี่ส่วน
หนิงเจี่ยพลันคำรามก้อง ย้ากกกกกกกกกก!!!
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายหนิงเจี่ยพลันบิดเบี้ยว หนิงเจี่ยปลดพลังแห่ง"อนันตาไร้ลักษณ์" ทันที ที่แท้พลังฝึกปรือที่แท้จริงของหนิงเจี่ยถูกอนันตาไร้ลักษณ์ผนึกไว้อยู่ที่ครึ่งก้าวชี่ปอ และตอนนี้หนิงเจี่ยตัดสินใจสู้สุดชีวิตเป็นครั้งแรกตั้งแต่ลงจากเขาหลงเซี่ยงมา
ระดับพลังฝึกปรือที่เคยหยุดนิ่งอยู่ที่ครึ่งก้าวชี่ปอพลันพุ่งทะยานข้ามผ่านกำแพงมิติอย่างบ้าคลั่ง:
ชี่ปอ ขั้นที่ 1... 2... 3... กลิ่นอายความหนาแน่นของปราณเปลี่ยนไปชี่ปอ ขั้นที่ 4... แรงกดดันปฐพีเริ่มทำลายก้อนหินรอบข้างให้กลายเป็นธุลีครืนนนนน!!! ในที่สุดพลังฝึกปรือก็มาหยุดอยู่ที่ ชี่ปอขั้นที่ 5! นี่คือพลังที่แท้จริงของเด็กหนุ่มในปัจจุบัน
บัดนี้ร่างของหนิงเจี่ยลอยเด่นอยู่เหนือพื้นดินเพียงหนึ่งชุ่นเส้นผมสีดำโบกสะบัดไร้ทิศทาง รัศมีปราณสีม่วงทองผสมเขียวมรกตแผ่ออกไปเป็นวงกว้าง
เทวะทูตปีศาจหยุดชะงักแววตาที่ซ่อนอยู่ใต้เกล็ดนิลฉายประกายความแปลกใจเล็กน้อยในที่สุดเสียงแหบห้าวทุ้มหนัก พลันดังออกมาจากร่างของมัน “เหอะๆมดปลวกก็คือมดปลวกวันยังค่ำ ข้าจะแสดงให้เจ้าดูว่ามดถึงมันจะเปลี่ยนไปยังไงมันก็ยังคือมดอยู่ดี ตายซะเจ้ามดปลวก
มันยกค้อนยักษ์หมื่นชั่งขึ้นเหนือศีรษะ พลันปรากฏวงแหวนเวทย์มนตราสีนิลขนาดมหึมาซ้อนทับกันเจ็ดชั้นอยู่เบื้องหลังประจุพลังงานสีดำทมิฬไหลมารวมกันที่ตัวค้อนจนเกิดสายฟ้าสีเลือดแลบแปลบปลาบ
“กระบวนท่าเทวทูต: สัตตโลหะทลายบรรพต (ค้อนกัมปนาทอเวจี)!”
มันฟาดค้อนลงมาในแนวตั้งอย่างรุนแรงแรงกดดันมหาศาลบีบอัดอากาศจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกรูปทรงกรวย พุ่งเข้าหา หนิงเจี่ยด้วยน้ำหนักที่สามารถบดขยี้ภูเขาให้กลายเป็นผุยผงได้ในพริบตาพื้นดินเถ้ากระดูกระเบิดออกเป็นทางยาวตามทิศทางที่ค้อนฟาดผ่าน!
พริบตานั้น หนิงเจี่ยหาได้ถอยหนีพลันชักดาบอัคนีเพลิงเผาผลาญออกจากฝัก แววตาสีเขียวมรกตสลับดำทมิฬฉายประกายความเด็ดเดี่ยวถึงขีดสุดสลับกับประกายวังวนสีดำในดวงตาที่เสมือนหุบเหวไร้ก้นเขาชูดาบอัคนีเพลิงเผาผลาญขึ้น
ลมหายใจของเขาสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกับจังหวะของจักรวาลบัดนี้ดวงตาเขาควบควมเป็นสีม่วงทองฉายประกายอักขระห้าสีหมุนวนอย่างลึกลับเขาประสานอินสมาธิที่หน้าอกพลันปลดปล่อยพลังดาราทองทั้งห้าออกมาพร้อมกันจนเกิดการสั่นสะเทือนที่บีบคั้นหัวใจศัตรู
“เบญจดาราจุติพิพากษา... อนันตกาลไร้ลักษณ์!” นี่คือกระบวนท่าที่หนิงเจี่ยได้หล่อหลอมคิดขึ้นมาจากพลังของดาราทองทั้งห้าหมุนวนตามวัฏจักรแห่งการก่อกำเนิดและทำลายล้างเพื่อสร้างอาณาเขตแห่งการพิพากษาขึ้นมา
หนิงเจี่ยสืบเท้าไปข้างหน้าเพียงก้าวเดียวพลังทั้งหมดระเบิดออกเป็นวงกว้างประดุจการกำเนิดใหม่ของจักรวาล แสงห้าสีพลันรวมตัวกับดาบอัคนีเพลิงเผาผลาญเขาพลันฟันดาบด้วยสองมือเข้ารับพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวของเทวทูตปีศาจทันทีเขาวาดดาบออกไปเป็นวงกลมต่อเนื่องกันนับร้อยครั้งในเสี้ยววินาทีรัศมีดาบสีแดงฉานไม่ได้พุ่งออกไปเป็นเส้นตรงแต่กลับถักทอเข้าหากันเป็นข่ายใยปราณหนาแน่นพุ่งเข้าปะทะกับหน้าตัดของค้อนยักษ์อย่างจัง
เปรี้ยงงงงงง! ตู้มมมมมมม!
วินาทีที่สองพลังปะทะกันมิติทั่วบริเวณชายหาดถล่มลงทลายทันทีแสงสีทองจากปราณปฐพีของหนิงเจี่ยเข้ากัดกร่อนพลังมารสีดำของเทวะทูตอย่างดุเดือดหนิงเจี่ยกัดฟันกรอด แขนทั้งสองข้างสั่นสะเทือนง่ามมือฉีกขาดจนเลือดซึมออกมา
หนิงเจี่ยตีลังกากลางอากาศ ม้วนตัวลงแตะพื้นร่างเซถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะใช้ปักพื้นหยุดร่างตัวเองไว้ทั่วร่างของเขาบัดนี้มีไอปราณสีฟ้าและม่วงหมุนวนเป็นพายุขนาดย่อม เด็กหนุ่มหน้าซีดเผือดปากกระอักโลหิตออกมา บัดนี้หนิงเจี่ยบาดเจ็บสาหัสอย่างแท้จริง!!!