บทที่ 44
วิชาประสานดาบ
ปราณดาบถูกสร้างออกมาเป็น 10 เล่ม ลู่เฟิ่งสร้างพวกมันออกมาพร้อมกับจับปะทะกับผู้ที่อยู่ด้านหน้า
พวกคนจากนิกายมารเมื่อมองเห็นกลางดาบถูกสร้างขึ้น ดวงตาของมันเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง
“ นั่นมันจิตวิญญาณดาบ ”
“ อายุเพียงแค่นี้ทำไมถึงสร้างได้กัน? ” พวกมันได้แต่ตกตะลึงกับสิ่งที่ตนเองพบเห็น
ในช่วงอายุเพียงแค่นี้คนธรรมดาทั่วไป อย่างไรเสียก็ไม่มีทางจะสร้างปราณดาบขึ้นมาได้อย่างแน่นอน
ถึงจะกล่าวว่าเป็นอัจฉริยะ แต่ว่าถ้าเป็นอัจฉริยะจริงๆ กว่าที่จะสร้างพวกมันขึ้นมาได้มันก็น่าจะใช้อายุมากกว่า 30 แล้ว
แต่ในตอนนี้อายุเพียงแค่ 10 ต้นๆพวกมันกลับมองเห็นอัจฉริยะผู้นี้สามารถสร้างของเช่นนี้ขึ้นมา
แน่นอนว่าพวกมันนั้นถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว “ เจ้าเป็นใครกันแน่ ขนาดบางคนฝึกฝนดับมาทั้งชีวิต ”
“ พวกเขายังไม่สามารถสร้างจิตวิญญาณขึ้นมาได้เลย แต่ตัวของเจ้ากลับสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ ”
ลู่เฟิ่งมองพวกมัน “ ข้าคิดว่าข้าไม่มีเหตุผลอะไรที่ไม่ต้องตอบคนจากนิกายมารออย่างพวกเจ้า ”
“ เอาล่ะ ”
“ เตรียมพร้อมหรือยัง ” ลู่เฟิ่งพุ่งทะยานไปด้านหน้าอย่างรวด
ร่างกายของเขาพุ่งตรงใส่พวกคนจากนิกายมารที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้า กระบี่ภายในมือต้องหวัดตรงออกไป พร้อมกับดาบปราณจำนวนมากที่เริ่มร่ายร่ำ
ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามองเห็นการโจมตีที่พุ่งทะยานเข้ามา พวกมันได้แต่ปลดปล่อยออร่าสีดำออกมาก็ห่อหุ้มร่างกายเพื่อป้องกันการโจมตีพวกนั้น
ปราณดาบรับมือได้ยากเป็นอย่างมาก พวกมันมีรูปร่างเป็นพลังปราณที่ควบแน่นออกมา พวกมันสามารถขยับเขยื้อนภายในอากาศได้
ในตอนนี้ระดมโจมตีเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง เข้าใส่พวกมันยังไม่หยุด พวกมันที่อยู่บริเวณด้านหน้าต้องป้องกันการโจมตีพวกนั้น
คนจากนี้ไกลมาทั้งสองได้แต่ตั้งรับปราณดาบที่พุ่งทะยานก็มาทางด้านซ้ายและขวา
“ อันใดกัน ”
“ ไม่มีช่องว่างเลย ”
“ เจ้าพวกนี้มันเร็วเป็นอย่างมาก เรากับว่าคนพวกนี้สามารถควบคุมมันได้ดั่งใจ ”
คนที่สร้างจิตวิญญาณได้ แล้วก็คนที่ชำนาญจริงๆพวกมันต่างกันมาก บางคนสามารถสร้างจิตวิญญาณกระบี่ได้แต่ไม่สามารถควบคุมมันได้ มันก็ไม่สามารถนำมันออกมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์
แต่ในตอนนี้พวกมันเราแบบว่ากำลังพบเจอกับคนที่สามารถควบคุมพวกมันได้อย่างสมบูรณ์
คนจากนิกายมารทั้งสองแทบจะไม่มีโอกาสโต้ตอบ พวกมันได้แต่ตั้งรับการโจมตีที่พุ่งทะยานเข้ามา
ตอนนี้พวกมันเหมือนกับคนสองคนที่โดนคนเป็นสิบรุมโจมตีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะนำเอาพลังงานออกมารใช้ แต่ว่าพวกมันเองก็แทบจะไม่สามารถทำอะไรพวกที่อยู่ด้านหน้าได้เลย
“ ไม่มีทางเลือกแล้ว ”
“ พวกเราต้องใช้นั่น ” คนนี้จากนิกายมารทั้ง 2 หันหน้ามองกัน
ก่อนที่ตัวของพวกมันจะหันหลังชนกันและก็ปลดปล่อยออร่าพลังมารออกมาจำนวนมาก พลังมารจากทั้งสองค่อยๆหลอมรวมเข้าหากัน
เมื่อมันหลอมรวมเข้าหากันก็ทำให้พลังปลาที่ห่อหุ้มร่างกายของพวกมันทั้งสองขยายใหญ่ขึ้น “ ประสานพลัง ”
บริเวณรอบๆร่างกายของมันเลยตอนนี้ มันบังเกิดกลายเป็นออร่าพลังมารเป็นเกราะป้องกันร่างกายของพวกมันทั้งสอง
ปรานดาบที่โจมตีใส่เข้าไปพากันกระเด็นออกมา เพราะว่าออร่าพลังมารที่ปกคลุมร่างกายของพวกมันเอาไว้แข็งแกร่งเป็นอย่างมากเมื่อรวมกัน
พวกมันแสดงรอยยิ้มออกมา ดวงตาของมันมองมาที่ลู่เฟิ่งราวกับว่ากำลังเยาะเย้ย
ทว่าเมื่อพวกมันมองตรงมา ลู่เฟิ่งกับแสยะยิ้มกลับไป ทำให้พวกที่อยู่บริเวณด้านหน้าแสดงใบหน้าประหลาดใจ
คนจากนิกายมาทั้งสองรู้สึกสงสัยในรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม ปราณดาบที่อยู่บริเวณรอบๆค่อยๆสลายหายไป
ลู่เฟิ่งปักกระบี่ลงไปที่พื้น จากนั้นก็ใช้มือทั้งสองข้างประสานกัน พลังปราณของเขารวบรวมเข้ามาที่ปลายมือทั้งสอง
จากนั้นเส้นพลังวิญญาณขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นมา มันถักทองออกมากลายเป็นปราณดาบขนาดยักษ์
ปราณดาบที่มีขนาดใหญ่มากกว่าดาบ 20 เล่มรวมกันปรากฏขึ้นด้านหน้า
“ อะไรกัน ”
“ ทำไมจิตดาบถึงเป็นแบบนั้นได้!! ” พวกมันอุทานขึ้นมาพร้อมกันด้วยความตกตะลึง
เมื่อมองเห็นว่าออร่าพลังที่มันปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้า จิตดาบที่พวกมันมองเห็นกลายเป็นจิตดาบขนาดใหญ่
พวกมันไม่เคยได้ยินแบบนี้เลยว่าจะมีจิตดาบที่ใดที่สามารถสร้างเป็นจิตดาบขนาดใหญ่อันได้
ลู่เฟิ่งยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก “ สิ่งที่พวกเจ้าเรียกว่าจิตดาบ ”
“ พวกเจ้าเองก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วสินะว่าพวกมันไม่มีรูปร่างที่แน่นอน สร้างขึ้นมาเพราะความคิดของตนเอง ”
“ เพราะแบบนั้นมันจะเป็นรูปร่างเช่นใดก็ตามที่ตัวของข้านั้นต้องการ ในเมื่อดาบ 10 เล่มไม่สามารถทะลวงการป้องกันของพวกเจ้าได้ ก็เพียงแค่รวมพวกมันให้เป็นเล่มเดียวก็พอ ”
“ ถ้าเป็นเล่มเดียวที่มีพลังโจมตีของทั้งหมดรวม ข้าอยากจะมองเห็นเหมือนกันว่าวิชามารของเจ้าจะสามารถป้องกันได้หรือไม่ ” ลู่เฟิ่งตวัดมือไปด้านหน้า
“ วิชาประสานดาบ ”
“ ปรานดาบทะลวงนภา!!! ” ลู่เฟิ่งกล่าวออกมาดังลั่น
ปราณดาบขนาดใหญ่พุ่งทะยานไปด้านหน้า มันกระแทกเข้าสายการป้องกันของคนจาก พลังมารที่ถูกห่อหุ้มอยู่บริเวณด้านนอก
โดนปราณดาบขนาดยักษ์ที่ทะลวงเข้าไป “ ตรึง!!! ”
แรงสั่นสะเทือนดังลั่นดุจฟ้านั้นถล่มลงมา การโจมตีที่ปะทะเข้าหากับการป้องกัน มันทำให้พื้นที่บริเวณรอบๆนั้นสั่นไหว
พลังมารที่ก่อตัวกลายเป็นรูปร่าง ในตอนนี้โดนทะลวงไปเพียงแค่ครั้งเดียว พวกมันกระเด็นไปไกลหลายเมตร
พลังที่มันรวมกันในตอนนี้กระจัดกระจายเป็นคนละทิศคนละ คนจากนิกายมารทั้งสองร่างกายสาหัส ในตอนนี้นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น
พวกมันกระอักเลือดออกมาจากปาก ร่างกายบาดเจ็บไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ลู่เฟิ่งค่อยๆเดินเข้ามาอย่างช้าๆ
ดวงตามองต่ำลงที่พวกมัน แววตาของคนทั้งสองจากนิกายมาอย่างเต็มไปด้วยความแค้น
ลู่เฟิ่งนกกระบี่ของตนเองขึ้นมาจากนั้นก็ปิดที่พวกมันยังไม่ลังเล “ ฉึก!!! ฉึก!!! ”
ลู่เฟิ่งไม่คิดจะลังเลกับพวกมัน สำหรับเขาแล้วคนภายในนิกายมารก็ไม่ได้แตกต่างจากพวกเดนมนุษย์
ในการข้างหน้าพวกมันจะกระทำหลายอย่างที่ทำให้ผู้คนมากมายนั้นเดือดร้อนและก็เจ็บปวด เขาเองก็เป็นคนเกลียดนิกายมารเข้าไส้เหมือนกัน
“ ต้องรีบหนี ”
ในตอนนี้ตัวของเขาต้องรีบหนีออกจากสถานที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด แม้ว่าจะสมศักดิ์พวกมันทั้งสองได้แล้ว
แต่การต่อสู้ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ อีกไม่นานมันเองก็จะมีพวกนั้นตามมา มองดูจากจำนวนของพวกมันที่เขาเห็นก่อนหน้า
ถ้าพวกมันมาทั้งหมดเขาไม่สามารถรับมือพวกมันหมดได้อย่างแน่นอน เพราะแบบนั้นต้องรีบหนีออกจากสถานที่แห่งนี้
ลู่เฟิ่งรีบกระโดดออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว เขารีบมุ่งตรงกับไปที่โรงเตี๊ยมอย่างรวดเร็ว
จบบท