ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    บทที่ 84 พี่เปียวช่างใส่ใจ

    เขตหนานเฉิง เมืองจิงเฉิง

            ณ ร้านคาราโอเกะฝานเลี่ยง พวกนักเลงประมาณ 10 กว่าคนกำลังนั่งอยู่ในห้องส่วนตัวของร้านคาราโอเกะแห่งนี้

            ไม่มีใครร้องเพลงแต่กลับเปิดเพลงจนเสียงดังสุด ภายใต้จังหวะเสียงเพลงที่รุกเร้า มีนักเลง 10 กว่าคนกำลังเล่นเกมส์ทายนิ้วกันอยู่ ใครแพ้ก็ดื่มเหล้าเป็นการลงโทษพวกมันเล่นสนุกกันอย่างเต็มที่

            “พี่เปียว วันนี้เราทำลายข้าวของได้ฟินจริงๆ ! ฉันตีจนไม้กระบองในมือหักเลยล่ะ!”

            นักเลงที่เป็นลูกน้องคนหนึ่งยื่นมือตัวเองให้คนที่เป็นหัวหน้าที่มีรอยแผลเป็นบนหน้าดู“พี่ดูมือของฉันตรงนี้สิฉีกจนเป็นแผลเลย เลือดก็ไหลไม่หยุดด้วย เพิ่งจะดีขึ้นเมื่อกี้นี้เอง”

            “ใครใช้ให้นายลงมือหนักขนาดนั้น สมน้ำหน้า” ชายหน้าบากมองเขาด้วยหางตาจากนั้นก็ล้วงธนบัตร 100 หยวนออกมา 1 ใบแล้วยื่นให้เขา “แกมาพูดเรื่องนี้กับฉันเพราะอยากได้ไอ้นี่ใช่ไหมวันนี้เราทำภารกิจใหญ่สำเร็จ ตอนนี้เรามีเงินเยอะเลยล่ะ”

            “พี่เปียวช่างใส่ใจ!” นักเลงคนนั้นรับเอาเงินมาด้วยหน้าตาระรื่นก่อนเก็บใส่กระเป๋าจากนั้นก็หัวเราะและถามว่า “พี่เปียววันนี้พี่ได้เงินจากเถ้าแก่ร้านนั้นมาเท่าไรเหรอ”

            ชายหน้าบากชู2 นิ้ว พร้อมพูดอย่างพอใจว่า “ได้มา 2,000 หยวนกับเศษเหรียญในกล่องใส่เงินอีกนิดหน่อย”

            “ได้มา 2,000 หยวนเลยเหรอ!” นักเลงคนนั้นเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นสีหน้าก็แสดงความละโมบออกมา

            ชายหน้าบากยกเบียร์ขึ้นดื่มจากนั้นก็พูดต่อว่า “นี่เป็นแค่ของเดือนนี้เท่านั้น ฉันบอกตาแก่คนน่นแล้วว่าจะต้องจ่ายเงินให้เราทุกเดือนเดือนละ 1,000 หยวน ไม่อย่างนั้น ฉันก็จะทำลายร้านของมันรอดูว่ามันจะให้เงินเราไหม แบบนี้ก็จะได้เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูด้วยเจ้าของร้านคนอื่นๆ จะได้จ่ายเงินอย่างไม่ลีลา ต่อไป ถ้าอยู่กับฉันพวกแกจะได้กินแต่ของดีๆ ใช้แต่ของดีๆ”

            “ได้เลยครับ!” นักเลงคนนั้นยกขวดบียร์ขึ้นแล้วหันไปพูดกับชายหน้าบากว่า “ต่อจากนี้ไปฉันจะติดตามพี่ไปทุกที่”

            “ไปกับฉัน เดี๋ยวพี่ใหญ่จะคุ้มครองแกเอง”

            “พี่ใหญ่” นักเลงอีกคนที่ร่างกายค่อนข้างอ้วนท้วมนั่งอยู่ข้างๆชายหน้าบาก เขาพูดขึ้นมาอย่างลังเลว่า “พี่ใหญ่ไอ้คนที่ช่วยตาแก่คราวก่อน มันจะกลับมาสร้างปัญหาให้เราไหม”

            “ปัญหาเหรอ! ปัญหาอะไร” ชายหน้าบากพูดอย่างไม่แยแสว่า“ครั้งก่อนเราถูกมันหลอกแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะมีพี่ชายในตรอกซอยคนหนึ่งเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฉันได้รู้ล่ะก็ตอนแรกฉันก็เกือบจะเชื่อไปแล้วว่ามันจะฆ่าฉันจริงๆ แต่ความจริงก็คือมันก็แค่ตอแหลน่ะ พวกเราเกือบถูกมันหลอกจนต้องติดคุกแล้วนี่ฉันยังไม่ได้คิดเรื่องกลับไปเอาคืนมันเลยนะ ถ้ามันกล้ามาหาเรื่องเราจริงพวกเราก็มีกันตั้ง 10 กว่าคน เอามันให้ตายไปเลย”

            “แต่ว่า...” นักเลงร่างท้วมพูดด้วยความกังวลเล็กน้อยว่า“คราวก่อนพวกเราก็มีกันตั้ง 5 คนก็ยังสู้มันไม่ได้เลย มันต้องเคยฝึกวรยุทย์แน่”

            “จะไปกลัวอะไร!” ชายหน้าบากทำตาเขม็ง “5 คนสู้ไม่ไหว แต่ตอนนี้เรามีกันตั้ง 15 คนยังคิดว่าจะสู้ไม่ไหวอีกเหรอ ไอ้อ้วน แกปอดแหกขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร เราเป็นคนทำงานใหญ่จะไปกลัวนู่นกลัวนี่ได้อย่างไร”

            “เห้อ” นักเลงร่างท้วมถอนหายใจออกมาเขาแอบตัวสั่นเมื่อนึกถึงสายตาอันดุร้ายคู่นั้นของฉินลู่เมื่อครั้งก่อน

            ชายหน้าบากดูออกว่านักเลงร่างท้วมกำลังตัวสั่นด้วยความกลัวจึงตบบ่าเขาเบาๆ และพูดว่า “ไม่ต้องกลัวขนาดนี้หรอกมันกับเจ้าของร้านนั้นไม่ได้เป็นญาติสนิทมิตรสหายต่อกันเรื่องอะไรจะมาออกหน้าให้ตาแก่นั่น ครั้งก่อนก็แค่บังเอิญเจอเข้าเท่านั้นอย่ากังวลไปเลยน่า ตอนนี้ฉันก็ได้ไปพึ่งพี่ใหญ่คนหนึ่งที่อยู่ในซอยแล้วเขามีทั้งอำนาจและหูตาเป็นสับปะรด ถ้าไอ้เบื้อกนั่นมาหาเรื่องพวกเราต้องเจ็บตัวกลับไปแน่”

            “ได้ พี่ใหญ่ ฉันเชื่อพี่” ในที่สุดนักเลงร่างท้วมก็วางใจขึ้นบ้างแล้ว

            “วันนี้พี่เตรียมของดีเอาไว้ให้พวกแกด้วยนะ” ชายหน้าบากพูดพลางยิ้มและล้วงเอาถุงที่ใส่ผงสีขาวออกมาจากกระเป๋าหน้าอก

            “นี่คือ...” นักเลงร่างท้วมทำหน้าตะลึง “นี่คือสารเสพติดเหรอ พี่ใหญ่ พี่ไปเอามันมาจากไหน”

            “หึๆ” ชายหน้าบากหัวเราะอย่างลึกลับ “ก็ต้องเอามาจากพี่ชายที่ฉันเพิ่งไปขอติดตามเมื่อกี้น่ะสิ”

            “พี่ใหญ่ จะยุ่งกับของแบบนี้ไม่ได้นะ” นักเลงร่างท้วมพูดพลางขมวดคิ้ว

            “ไม่เป็นไรหรอก แบ่งกันใช้คนละนิดคนละหน่อย มันรู้สึกดีมากเลยนะ” ชายหน้าบากเปิดถุงออก พูดพลางหัวเราะ “เดี๋ยวฉันจะจัดสาวๆให้พวกนายด้วย เรามาสนุกกันให้เต็มที่เถอะ”

            “พี่ใหญ่ พี่มีเงินพอเหรอ” นักเลงที่นั่งอยู่ตรงมุมพูดกึ่งแซว

            “ถุย!” ชายหน้าบากทุบโต๊ะเสียงดัง ก่อนพูดว่า “ฉันไม่มีอะไรนอกจากเงิน สาวๆ น่ะ ฉันจะเรียกมาให้ครบคู่ทุกคนเลย!”

            “แบบนั้นก็เยี่ยมไปเลย” พวกนักเลงที่เป็นสมุนต่างตื่นเต้นดีใจ“งั้นพี่ใหญ่ก็เรียกสาวๆ มาให้พวกเราตอนนี้เลยสิ”

            “ได้!” ชายหน้าบากดูดผงสีขาวนั่นเข้าไปหนึ่งปื้ด พลันล่องลอยทันทีเขาสบัดมือและพูดว่า “ไอ้อ้วนแกออกไปหาพนักงานในร้านเดี๋ยวนี้ บอกให้มันจัดสาวสวยมาให้พวกเรา”

            “ครับ!” นักเลงร่างท้วมลุกขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้นจากนั้นก็เดินกระต๊อกกระแต๊กออกไปจากห้องคาราโอเกะทันที

            “ดูท่าทางรีบร้อนเหมือนลิงของมันสิ น่าขายขี้หน้าชะมัด” นักเลงที่นั่งอยู่ใกล้ๆ พูดล้อเลียน

            “ก็เขายังไม่เคยเปิดซิงเลยนี่ ก็ต้องรีบร้อนเป็นธรรมดา”

            “ฮ่าๆๆๆ ...”

            พวกนักเลงพูดคุยและหัวเราะกันอย่างรื่นรมย์ใจพวกเขาทั้งดื่มเบียร์และเล่นยา

            แต่จนเวลาผ่านไป20 นาทีแล้ว

            “อึ้ก!”

            ชายหน้าบากยกกระป๋องเบียร์ขึ้นมากระดกก่อนพูดอย่างหัวเสียเบาๆ ว่า “ไอ้อ้วนล่ะ ป่านนี้แล้วทำไมยังไม่กลับมาอีกมันไปไหนของมัน คงไม่ใช่ไปสนุกอยู่กับพวกสาวๆ ก่อนแล้วหรอกใช่ไหม บ้าเอ๊ย”

            “ใครจะไปรู้ล่ะ” นักเลงคนหนึ่งเทเบียร์ให้ชายหน้าบากพร้อมกับส่งตายตาอย่างมีเลศนัย “พี่เปียว ให้ผมออกไปดูหน่อยไหม”

            “ไปเลย ไปๆๆๆๆ” ชายหน้าบากสบัดมือนักเลงคนนั้นก็ลุกขึ้นเดินออกห้องไป

            ผ่านไปอีก10 นาที ทั้งสองคนก็ยังไม่กลับมา

            ชายหน้าบากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนล้วงมือถือออกมากดโทร.หาสองคนนั้น

            “ขอโทษค่ะ ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก”

            “ไม่ใช่แล้ว!”

            ต่อให้เป็นคนโง่ก็รู้แล้วว่ากำลังมีอะไรไม่ชอบมาพากล

            ชายหน้าบากลุกขึ้นยืนล้วงเอามีดสั้นออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนหันไปพูดกับพวกลูกน้องที่อยู่ในห้องด้วยกันว่า “พวกเรา เหมือนกำลังจะเกิดเรื่องทุกคนรีบหยิบอาวุธขึ้นมา”

            พวกนักเลง10 กว่าคนมองหน้ากัน จากนั้นก็มีคนหนึ่งในพวกเขาลุกขึ้นมาถามอย่างแปลกใจว่า “พี่ใหญ่ มีเรื่องอะไรกันแน่ เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ”

            ชายหน้าบากหรี่ตาลงพลางพูดว่า“เหมือนกำลังมีคนจะมาหาเรื่องพวกเราอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลย ทุกคนเอาอาวุธออกมาให้หมด”

            พวกนักเลงต่างพากันล้วงเอาอาวุธออกมาถือไว้อย่างเชื่อฟัง

            บ้างก็มีมีดบ้างก็มีไม้ควงที่ยืดหดได้ บ้างก็มีกระบองไฟฟ้า และบ้างก็มีแม้กระทั่งก้อนอิฐ

            ชายหน้าบากเห็นว่ามีคนถือก้อนอิฐอยู่ก็รู้สึกอึ้งจากนั้นก็ถามว่า “แกไปเอาไอ้นี่มาจากไหน”

            “ก็พกติดตัวตลอดนะ!”

            “สุดยอด!”

            “แกร่ก!”

            เวลานี้เองประตูห้องคาราโอเกะเปิดออก ภายใต้แสงไฟอันมืดสลัว พวกนักเลง 10 กว่าคนมองเห็นชายหนุ่มที่มีใบหน้าเย็นชาค่อยๆ เดินเข้ามาทีละก้าวจากนั้นก็ปิดประตูลงเบาๆ

            “สวัสดีทุกคน” คนที่เพิ่งเข้ามาทักทายก่อนเป็นอันดับแรกจากนั้นก็มองไปที่ชายหน้าบากที่เป็นหัวหน้า ก่อนยิ้มและพูดว่า “เราสองคนเจอกันอีกแล้วนะ”

            “เป็นนายจริงๆ ด้วย!” ชายหน้าบากหน้าเปลี่ยนสีทันที

            คนที่เพิ่งเข้ามาก็คือฉินลู่นั่นเอง

            “ก็ต้องเป็นฉันสิ ตอนที่นายไปพังร้านอาหารก็คงคาดการณ์ล่วงหน้าไว้แล้วสินะ?”ฉินลู่ยักไหล่เบาๆ เขาค่อยๆ เดินเข้าไปหาชายหน้าบากและพูดขึ้นว่า “ฉันรู้สึกสงสัยมากเลยว่าใครกันนะที่มอบความกล้าขนาดนี้ให้กับนาย หรือนายคิดว่าสิ่งที่ฉันพูดกับนายครั้งก่อนเป็นเพียงคำพูดล้อเล่น?”

            ชายหน้าบากรู้สึกกลัวจนหัวหดจึงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

    คล้ายกับเรื่องซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน