นักเรียนในโรงเรียนมัธยมที่สองนี้เป็นนักเรียนที่มีพฤติกรรมที่ดี ต่อให้มีพฤติกรรมที่ไม่ดี แต่พวกเขาก็ถูกโรงเรียนยอมรับ เพราะว่าพ่อแม่ของพวกเขาจ่ายเงินจำนวนมากให้กับโรงเรียน
ในงานพบผู้ปกครองนี้ เราจะได้เห็นความต่างของพื้นหลังของครอบครัวนักเรียนทั้งสองพวกนี้
เหล่าผู้ปกครองพากันขับรถส่วนตัวที่สวยหรู จากนั้นจอดไว้ที่จอดรถ ผู้ชายใส่สูทสวมรองเท้าหนัง ผู้หญิงใส่ผ้าพันคอขนมิงค์ บางทีที่ทางใต้มักรู้สึกว่าผู้หญิงที่ใส่ผ้าพันคอขนมิงค์เป็นพวกชั้นต่ำ แต่ที่ทางเหนือกับเป็นการแต่งตัวที่เป็นที่นิยมของเหล่าผู้หญิง
แน่นอนว่าผู้ชายบางคนไม่ได้มากับภรรยาของพวกเขา
ตรงกันข้ามกับสถานการณ์ครอบครัวของหลี่นาที่ตอนนี้ไม่ค่อยจะดี เพราะว่าเด็กสาวคนนี้เรียนดี จึงเป็นที่รักของเหล่าคุณครู
เพราะฉะนั้นในงานพบผู้ปกครองนี้ ครูผู้หญิงโฮมรูมของหลี่นาที่อายุ 40 ปี จึงเอาใจใส่กับครอบครัวของเธอเป็นพิเศษ
แต่ทันใดนั้นเธอก็ยืนนิ่งเมื่อได้เห็นว่าคนที่เข้ามากลับเป็นคู่หนุ่มสาว
“หลี่นา ทั้งสองคนนี้คือ?”
“สวัสดีครับ คุณครู ผมเป็นพี่ชายของหลี่นา” ฉินเฉารีบยื่นมือไปจับมือกับคุณครูโฮมรูม ขณะที่ปากไม่ลืมที่จะประจบ “ผมต้องขอโทษกับเรื่องที่เด็กคนนี้สร้างปัญหาให้นะครับ”
ครูโฮมรูมรีบโบกมือปฏิเสธแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร มันเป็นเพราะเด็กคนนี้ตั้งใจเรียน พวกเราเหล่าคุณครูไม่มีอะไรต้องกังวลเกี่ยวกับเธอ” จากนั้น เธอก็เห็นสาวสวยที่อยู่ข้างหลังฉินเฉา เธอจึงอดถามออกไปไม่ได้ “นี่คือ?”
“ฉันเป็นพี่สะใภ้ของหลี่นาค่ะ” ซูจีปิดปากขณะที่แสดงความรู้สึกมีความสุขในสายตาของเธอ หลี่นาที่อยู่ข้าง ๆ โกรธ เธอแอบชำเลืองมองซูจีอยู่บ่อยครั้ง
“นี่ไม่ถูกต้องถ้าฉันจำไม่ผิด หลี่นามีพี่ชายด้วยเหรอไม่ใช่ว่าเธอเป็นลูกคนเดียวเหรอ?”
“นี่” ฉินเฉาตกใจ ดูเหมือนว่าครูโฮมรูมจะรู้ถึงสถานการณ์ของครอบครัวของหลี่นาเป็นอย่างดี
“เป็นลูกพี่ลูกน้องค่ะ” ซูจีกลอกตาแล้วรีบเสริมว่า “แม่ของหลี่นายุ่งกับงาน พ่อของเธอก็ไม่มีเวลา ดังนั้นพวกเราทั้งคู่จึงมางานพบผู้ปกครองนี้แทนค่ะ”
“โอ้ เป็นอย่างนั้นเองหรอกเหรอ” ครูโฮมรูมผงกหัว “ฉันมีเรื่องจะพูดกับแม่ของหลี่นา แต่เมื่อเธอไม่มีเวลา ฉันจะพูดเรื่องนี้กับพวกเธอแล้วกัน ก่อนอื่นนั่งก่อนเถอะ เราจะพูดเรื่องนี้กันหลังจากงานพบผู้ปกครองนี้จบ”
“ดีมาก เอาล่ะหลี่นาเธอกลับบ้านได้แล้ว ฉันจะกลับไปดูเธอทีหลัง” งานพบผู้ปกครองไม่อนุญาตให้นักเรียนอยู่ ดังนั้นฉินเฉาจึงส่งหลี่นากลับบ้านไปก่อน
“ก็ได้ หนูจะไปรอพี่ที่บ้าน!” หลังจากที่พูด หลี่นาคว้ากระเป๋า แล้วเดินออกจากห้องไป
จากนั้นพวกเขาทั้งคู่ก็หาที่นั่ง ในตอนนี้ เหล่าผู้ปกครองเริ่มเข้ามาในห้องแล้วหาที่นั่ง ไม่นานงานพบกันครั้งนี้ก็เต็ม ด้วยส่วนมากผู้ปกครองจะมีอายุ 40 ปี ช่วงวัยกลางคน ผิดกับคู่หนุ่มสาวอย่างฉินเฉาแล้วซูจีจึงทำให้ทั้งคู่ดูเด่น
สภาพของฉินเฉาค่อนข้างโอเค เขาไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากมายอะไร ผิดกับซูจีที่สวยโดดเด่น ด้วยรูปร่างที่ยอดเยี่ยม แรงดึงดูดของเธอไม่ต่างกับปีศาจจิ้งจอกเก้าหางในตำนานเท่าไหร่ เธอจึงดึงดูดความสนใจของเหล่าผู้ปกครองที่เป็นผู้ชายอย่างมาก ถ้าพวกเขาไม่ได้เป็นพ่อ บางทีน้ำลายของพวกเขาคงไหลเป็นทางยาวขณะที่ไล่สายตาตามเธออย่างใจจดใจจ่อ
เมื่อเห็นเหล่า ‘คุณพ่อ’ ที่ดูบ้ากาม ฉินเฉาอดส่ายหัวไม่ได้ ซูจีเป็นหญิงงามล่มเมืองอย่างแท้จริง ไม่แปลกใจที่สงครามกรุงทรอยจะต่อสู้กันมาหลายปี ดูเหมือนความงามที่ไม่มีใครเทียบนี้จะเป็นสงครามระดับรัฐจริง ๆ
ก่อนที่การประชุมจะเริ่มนั่นเอง มีผู้ชายที่ท่าทางมีอำนาจ เขามาเพื่อมองหา ‘อาหาร’
“สาวน้อยคนสวย ถ้าเธอมีเวลาเย็นนี้ ฉันอยากจะเชิญเธอไปกินอาหารเย็นด้วยกันว่าไง”
ซูจีแล้วฉินเฉาทั้งคู่ที่กำลังเถียงกันด้วยเสียงเบา ๆ เมื่อได้ยินคำพูด พวกเขารีบเงยหน้าขึ้นไปมอง พวกเขาต่างคิดว่า ‘โอ้ เป็นคนยุคใหม่หรือเปล่า!’ ตรงหน้าพวกเขายืนไว้ด้วยผู้ชายที่สวมชุดเต็มไปด้วยขนมิงค์สีดำ พร้อมกับเส้นสีดำรอบดวงตา หนีบกระเป๋าหนังใบเล็ก ๆ ไว้ใต้วงแขน แล้วนาฬิกาสีแดงบนข้อแขน
ส่วนที่โดดเด่นที่สุดคือผม ที่เต็มไปด้วยน้ำมันเงา ไม่มีใครรู้ว่าเขาใช้น้ำมันไปเท่าไหร่ถึงจัดทรงได้สมบูรณ์แบบอย่างนั้น
“ฉันชื่อจ้าวหลง แล้วนี่คือบัตรของฉัน” ชายคนนั้นยื่นมือออกมาแล้วเอาบัตรให้พวกเขา “จ้าวหลง ประธานของจินกุ่ยเอนเตอร์เทนเมนท์ เซนเตอร์” ถูกพิมพ์อยู่บนนั้น
“สามี มีคนชวนฉันไปกินข้าว!” ซูจีกลอกตาของเธอแล้วทันใดนั้นก็ยิ้มออกมาขณะที่พิงร่างไปที่ด้านข้างของฉินเฉา “พวกเราจะยอมรับดีมั้ย?”
เมื่อเห็นซูจีแสดงท่าทางเหมือนเอาใจเจ้าเด็กนี่ จ้าวหลงขมวดคิ้ว แต่เขาก็รีบคลายมัน ‘ฮึ่ม รอให้ยัยเด็กนี่ไปที่คลับของฉันก่อนเถอะ ฉันมีวิธีมากมายที่จะได้นอนกับเธอ! ส่วนสามีของเธอ ฉันจะให้มันได้เห็นเธอตอนขี่บนตัวฉัน มันคงจะตื่นเต้นน่าดู’
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ถึงความคิดสกปรกของจ้าวหลง ฉินเฉาก็ยังคงเกลียดชายคนนี้จากก้นบึ้งของจิตใจ
“โอเค เธอไปได้” ฉินเฉาพูดพร้อมกับยักไหล่ ประโยคนี้ทำให้ซูจีขวัญหายไปชั่วขณะ ขณะที่จ้าวหลงหน้าบาน “แต่ฉันจะทำเนื้อผัดผักกาดดองเย็นนี้ ถ้าถึงเวลาแล้วเธอไม่มา ฉันจะกินมันคนเดียว!”
“ทำไมต้องเป็นเนื้อผัดผักกาดดอง” สาวน้อยนางนี้บุ้ยปาก แต่ไม่นานก็ยิ้มออกมาแล้วพูดว่า “แต่ฉันก็อยากกินมัน!”
ทั้งสองคนต่างเข้าคู่กัน คนหนึ่งส่ง คนหนึ่งรับ ทำให้หน้าของจ้าวหลงจากขาวเป็นเขียว ไม่มีใครตอบรับการ์ดในมือ ทำให้เขาต้องหดมือเข้าไปอย่างขมขื่น
อย่างไรก็ตาม สาวสวยคนนี้ เห็นได้ชัดว่าจ้าวหลงไม่ต้องการปล่อยเธอไปอย่างนี้
“เนื้อผัดผักกาดดองเป็นอาหารยังไง” เขาพูดอย่างภูมิใจว่า “พวกเธอทั้งคู่สามารถมาที่คลับส่วนตัวของฉันได้ อาหารที่มีชื่อเสียงทั่วโลกต่างอยู่ที่นั่น ตราบเท่าที่พวกเธอต้องการ เธอสามารถกินมันได้!”
จ้าวหลงแอบส่ายสายตาลามกมาที่ร่างกายของซูจีหลายครั้ง ขณะที่พูดในใจว่า ‘ร่างกายมนุษย์น่ากินอย่างนี้ได้ยังไง’
“ต้องขอโทษจริง ๆ แต่ฉันเบื่อที่จะกินอาหารที่คุณบอกแล้ว” ซูจีเกลียดชายคนนี้จริง ๆ เธอไม่อยากจะเล่นอีกต่อไป เธอโบกมือแล้วพูดว่า “ฉันไม่สนใจจริง ๆ ไปชวนคนอื่นเถอะ”
“เอิ่ม.” ต่อหน้าเหล่าผู้ปกครองจำนวนมาก จ้าวหลงอับอายมากที่จะพูดอะไรบางอย่าง เขาเอาการ์ดกลับคืน ขณะที่จ้องซูจี แล้วพูดในใจว่า
‘สาวน้อย เธอไม่สามารถหนีไปจากเงื้อมมือของจ้าวหลงคนนี้ได้หรอก’
ในตอนนี้เอง ครูโฮมรูมที่ได้รับข้อมูลว่าเหล่าผู้ปกครองมาครบแล้วได้เริ่มการประชุม
งานพบผู้ปกครองนี้ไม่ได้มีอะไรมาก แต่เป็นแค่การพูดคุยกันระหว่างผู้ปกครองแล้วคุณครู คุณครูจะแจ้งเกี่ยวกับสถานการณ์การเรียนของนักเรียนให้กับเหล่าผู้ปกครองได้ทราบ แล้วครูยังจะใช้โอกาสนี้พูดคุยเกี่ยวกับประเด็นสำคัญต่าง ๆ
อย่างเช่น เมื่อตอนที่ฉินเฉาอยู่มัธยม ครอบครัวเป็นประเภทที่ไม่เคร่งเรื่องการเรียนนัก แต่ขณะที่อยู่ในงานพบปะผู้ปกครอง พ่อถูกตักเตือนโดยครูของฉินเฉา ครูของฉินเฉารายงานว่าเขาเป็นพวกไม่สนใจเรียน เขามักจะโดดเรียนไปอ่านนิยายขณะที่มีเรียนภาคบังคับ
ในตอนจบ พ่อมักลงโทษด้วยการตี แต่หลังจากตีไปหลายครั้ง หนังของฉินเฉากลายเป็นหนา เขากลายเป็นไม่แยแส เมื่อพ่อต้องการจะตี เขาก็จะวิ่งหนีแล้วทำในสิ่งที่อยากทำ
ไม่นาน ครูโฮมรูมก็เริ่มเอาผลสอบปัจจุบันเพื่อที่จะแสดงให้กับผู้ปกครองได้ดู
ในขณะเดียวกันเธอก็ตะโกนออกมา
“ใครคือผู้ปกครองของจ้าวหมิง?”
“ผม! ผมเอง!” จ้าวหลงที่สวมชุดขนมิงค์สีดำยกมืออย่างภูมิใจ
“คุณคือจ้าวหลงใช่มั้ยคะ? คุณต้องใส่ใจเรื่องการเรียนของจ้าวหมิงให้มาก ๆ นะคะ เขาได้คะแนนแค่ 200 ในการสอบวัดความรู้ เขาอยู่รั้งท้ายของห้อง ถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไป โรงเรียนคงต้องแนะนำให้เขายอมแพ้เรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยนะคะ”
“นี่นี่” ต่อหน้าเหล่าผู้ปกครองมากมาย หน้าของจ้าวหลงก็ดำคล้ำเหมือนกับมะเขือม่วง จากนั้นเขารีบพูดว่า “ผมจะรีบไปลงโทษมัน! เจ้าสารเลวนั่น ฉันต้องตีมันจนตาย!”
“ฉันไม่แนะนำให้ใช้วิธีการแบบนั้นนะคะ” ครูส่ายหัว แล้วพูดว่า “ฉันหวังว่าผู้ปกครองจะให้เวลาไม่ใช่แค่หาเงิน แต่ให้เวลาที่จะพูดคุยกับเด็กแล้วสนใจเรื่องการเรียนของพวกเขาด้วย เมื่อนักเรียนมาโรงเรียน พวกเราเหล่าคุณครูต่างทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้วช่วยให้พวกเขาเรียนรู้ แต่เมื่อพวกเขากลับบ้าน เราต้องการการสนับสนุนจากผู้ปกครองด้วย”
ด้วยเหตุนั้น คุณครูได้เริ่มแจกรายงานของนักเรียน
เมื่อฉินเฉาได้รับรายงานของหลี่นา ทันใดนั้นเขาก็ตกใจ
พระเจ้าช่วย ผลจำลองสอบคะแนนเต็ม 750 เด็กคนนี้ได้ 701 คะแนน!
“หลี่นาเรียนเก่งมากเลยนะ!” ซูจีอดชมไม่ได้ จากนั้นเธอหยิบรายงานมาแล้วพูดด้วยความอิจฉาว่า “การสอบจำลองนี้ยากกว่าการสอบเข้าจริง ๆ อีก แต่ไม่คิดว่าเธอจะได้คะแนนเยอะขนาดนี้! ฉันล่ะอิจฉาเธอจริง ๆ ตอนที่ฉันสอบเข้ามหาลัยผลลัพธ์มันแย่จริง ๆ ”
“โอ้?” เมื่อได้ยินซูจีพูดเกี่ยวกับผลสอบเข้ามหาลัยของเธอ ฉินเฉาอดสนใจไม่ได้ แล้วถามว่า “อาจารย์ซู คุณได้คะแนนเท่าไหร่ตอนสอบเข้ามหาลัย?”
“โอ้ อย่าสนใจเลย การสอบของฉัน ฉันได้แค่ 650 คะแนนเอง มันทำให้ฉันเสียหน้า” ซูจีโบกมือ “แล้วนายล่ะ?”
“เอ่อ เอ่อ” ฉินเฉารีบกุมท้องแล้วพูดว่า “โอ้ ผมปวดท้อง”
“นายแกล้งหลอกใครกัน! นายแค่อายที่ผลสอบของนายน้อยใช่มั้ย?” ซูจีรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เธอจงใจถามว่า “คะแนนของนายต้องน้อยกว่า 200 แน่เลย ไม่งั้นนายคงไม่กลัวที่จะบอกฉัน ฉันพูดถูกมั้ย?”
“หือ! ตอนนั้นผมได้มากกว่า 400 คะแนน!”
“หึหึ” ในที่สุดซูจีก็ทนไม่ได้ เธอปิดปากแล้วหัวเราะเบา ๆ หนังหนา ๆ ของฉินเฉากลายเป็นแดงเหมือนกับมันที่ถูกเผา
ครูโฮมรูมยังพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างครูแล้วผู้ปกครอง พูดว่า ‘ในขั้นตอนสำคัญนี้ ผู้ปกครองต้องใส่ใจกับการเรียนของนักเรียนเป็นพิเศษ’ หนึ่งชั่วโมงผ่านไปหลังจากเริ่ม ในที่สุดงานพบผู้ปกครองก็จบลง
“ผู้ปกครองของหลี่นา ทั้งคู่กรุณาคอยก่อนค่ะ”
เมื่อเหล่าผู้ปกครองเริ่มแยกย้าย ครูโฮมรูมส่งสัญญาณให้ฉินเฉาแล้วซูจี พวกเขาทั้งคู่เปลี่ยนมานั่งที่แถวหน้ากับคุณครู
คุณครูชี้มือมาที่ใบรายงานในมือของฉินเฉาแล้วพูดว่า
“พี่ชายของหลี่นา ฉันหวังว่าคุณจะไปพูดคุยกับหลี่นาเรื่องสภาพจิตใจของเธอ เธอได้คะแนนแค่ 701 คะแนน ต่ำกว่าคะแนนที่สอบครั้งก่อน”
“ครูล้อผมเล่นใช่มั้ย!” ฉินเฉาจ้องเขม็ง ขณะที่ถือใบรายงาน เขาถามว่า “ครูครับ นี่คะแนน 701 คะแนน! ครูจะบอกว่านี่ไม่ใช่คะแนนที่ดีที่สุดของเธออย่างงั้นเหรอ?”
“ดูเหมือนว่าคุณจะไม่ค่อยสนใจเรื่องการเรียนของหลี่นาเท่าไหร่” ครูโฮมรูมส่ายหัว จัดแว่นให้เข้าที่แล้วพูดว่า “คุณรู้มั้ย คะแนนครั้งก่อนของหลี่นาคือ 720 คะแนน เด็กคนนี้เป็นอัจฉริยะ”
“...” ฉินเฉาหมดคำพูด
“ฉันคิดว่าสภาพของหลี่นาผิดปกติเล็กน้อย เมื่อเป็นครูของเธอ ฉันคาดว่าเด็กคนนี้กำลังตกอยู่ในห้วงรัก”
จบตอน#