ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 162 ตราประทับวิญญาณไล่ล่าของสำนักมืดมิด

           จากนั้นภูเขาห้านิ้วมือก็สลายกลายเป็นอักษรยันต์กลับเข้าสู่ร่างของตู้เซ่าฝู่ทันใดนั้นเองตู้เซ่าฝู่ก็ลงมืออีกครั้ง ร่างของเขากระโจนใส่ชายวัยกลางคนจากสำนักมืดมิดด้วยท่าทางดุดันโหดเหี้ยมด้วยอสูรในร่างคน

      “ปึง!”

           ตู้เซ่าฝู่ปล่อยพลังหมัดอัดใส่กลางอกของชายวัยกลางคนจากสำนักมืดมิดแรงเจาะทำลายพลังปราณสีดำที่ป้องกันจนแตกสลายซัดจนร่างของเขากระเด็นลอยไปไกลไปตกอยู่ที่กองเศษหิน

      “ฟู่ด!”

           ชายหน้าโหดพ่นโลหิตออกมาเป็นละอองปริมาณมากขณะนี้เขาถูกโจมตีจนอ่อนเปลี้ยหมดแรงอย่างแท้จริงสีหน้าแววตาประหลาดใจไม่อยากจะเชื่อและเริ่มหวาดกลัว

      “ตอนนี้ก็ถึงเวลาตายของเจ้าแล้วนะ!”

           ตู้เซ่าฝู่ยังไม่หยุดการโจมตีร่างของเขากระโจนออกไปหาอีกครั้ง ร่างลอยทะยานไปด้วยท่าทางราวกับเหยี่ยวยักษ์สยายปีกผมสีดำของเขาปลิวตามลม แววตาเย็นชาพลังจากตัวที่แผ่ออกมาให้ความรู้สึกร้ายกาจเผด็จการส่งจิตสังหารใส่ศัตรูอย่างน่าหวาดกลัว

           “โครม!”

           เงาของชายหนุ่มท่าทางเสมือนเหยี่ยวยักษ์กระโจนเข้ามาตะครุบบนร่างของชายหน้าโหดสะท้อนออกมาจากดวงตาของเขาพลังหมัดห่อหุ้มอักษรยันต์ประกายแสงสีทองปรากฏใกล้เข้ามาเรื่อยๆพลังน่าสยดสยองขนลุกขนพองราวกับสามารถทำลายได้ทุกสรรพสิ่ง

      “เจ้าเศษสวะ เจ้าฆ่าข้าข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้ามีชีวิตที่ดีได้หรอกไม่ว่าเจ้าจะไปแห่งหนใดบนยุทธภพก็ต้องถูกสำนักมืดมิดไล่สังหารในท้ายที่สุด!”

           เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่อาจหลบหนีไปได้ ชายหน้าโหดก็เริ่มแสดงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาหัวเราะอย่างน่ากลัว ดูร้ายกาจจนขนลุกซู่

      “ปึงๆ!”

           ตู้เซ่าฝู่กำหมัดอัดใส่ที่กลางอกของชายหน้าโหดอย่างแรงครั้งสุดท้ายปล่อยออกไปเต็มสุดแรงที่เหลือทำให้กระดูกในร่างของชายคนนั้นแตกเละละเอียด อวัยวะภายในถูกทำลายจนหมดสิ้น

      “ฟู่ด!”

           ทว่าในขณะนั้นชายหน้าโหดก็พ่นพลังงานสีดำออกมามันกลายเป็นอักษรยันต์เข้าไปห้อมล้อมร่างของตู้เซ่าฝู่

      ตู้เซ่าฝู่ตกใจรีบผลักร่างตัวเองถอยหนีไปอย่างไวแม้ไม่รู้ว่าสุดท้ายชายหน้าโหดพ่นอะไรออกมา ทว่าให้ดีคือห้ามไปสัมผัสโดนโดยเด็ดขาด

      เพียงแต่ตู้เซ่าฝู่ถอยช้าไปก้าวหนึ่งพลังงานสีดำมาห่อหุ้มตัวเขาและพุ่งฉิวไปติดอยู่บนผิวบนกายของสุดท้ายบนคอเขาก็มีอักษรยันต์สีดำขนาดประมาณจุกขวดปรากฏขึ้นเกิดเป็นรอยปานสีดำติดฝังลึก

      เมื่อรอยปานสีดำปรากฏ ตู้เซ่าฝู่ก็เริ่มเวียนหัวหมดสติบวกกับเมื่อสักครู่ใช้พลังไปหมดแล้วดึงพลังเฮือกสุดท้ายไปใช้จนไม่เหลืออีกแม้แต่นิดเดียวสุดท้ายก็หมดแรงล้มลงไปกองอยู่กับพื้น

      “พี่เซ่าฝู่พี่ห้ามเป็นอะไรนะ……”

           ไต้ซิงอวี่ร้องไห้สะอึกสะอื้นสะบัดมือออกจากมือของโอวหยังส่วงไปได้และรีบวิ่งเข้าไปอยู่ข้างกายตู้เซ่าฝู่ ดวงตาสองข้างชุ่มด้วยน้ำตาใบหน้าอาบน้ำตาเป็นสาย นางกลั้นน้ำตาไม่ไหวระเบิดร้องไห้ออกมา

      “นางหนูเอ๋ย ข้าไม่เป็นอะไร” ตู้เซ่าฝู่พยายามฝืนพยุงร่างลุกขึ้นมายืน

      “เพราะข้าไร้ประโยชน์เมื่อก่อนไม่ได้ตั้งใจฝึกเอง หากข้ากลายเป็นยอดฝีมือได้ พี่เซ่าฝู่ก็ไม่ต้องบาดเจ็บและข้าก็ไม่ต้องกลัวเจ้าพวกคนเลวพวกนั้น” ไต้ซิงอวี่รีบเข้าไปประคองตู้เซ่าฝู่ขณะนี้ในใจของนางคิดว่า หากนางเป็นยอดฝีมือที่แท้จริงได้นางก็จะสามารถปกป้องคนรอบข้างของนาง และไม่ปล่อยให้พี่เซ่าฝู่ต้องมาบาดเจ็บเช่นนี้

      “ต่อไปตั้งใจฝึกก็ยังทันและก็ไม่ต้องตื่นเต้นตกใจกลัวเมื่อพบกับศัตรูให้ได้ก็พอ”

           ตู้เซ่าฝู่เอนตัวพิงไหล่บางๆ ของไต้ซิงอวี่เพื่อพยุงตัวลุกขึ้นมามุมปากมีโลหิตไหลเป็นสาย เขามองหน้าไต้ซิงอวี่รอยยิ้มที่ยิ้มให้ให้ความรู้สึกเศร้าหมองเล็กน้อย

      ตู้เซ่าฝู่ในใจว่าการถูกไล่สังหารคืนนี้น่าจะเป็นการฝึกฝนสำหรับไต้ซิงอวี่สาวน้อยใสซื่อบริสุทธิ์คนนี้แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นจะมีประโยชน์แก่นางอย่างมากในอนาคต

           “เป็นอย่างไรบ้าง?”

           โอวหยังส่วงเดินมาอยู่ข้างกายของตู้เซ่าฝู่แววตาจับจ้องไปที่ตู้เซ่าฝู่ สายตาสื่อความรู้สึกของนางราวกับว่านางเพิ่งรู้จักตู้เซ่าฝู่จริงๆวันแรก

      ตู้เซ่าฝู่ยิ้มให้ยกแขนเสื้อชุดม่วงของขนขึ้นมาเช็ดรอยเลือดที่มุมปาก เขามองไปที่ศพของ ชายหน้าโหดที่อยู่ไม่ไกลบอกกับโอวหยังส่วงว่า “เขาตายแล้วหากมีข้าอยู่และข้ายังไม่ตาย ข้าไม่มีทางปล่อยให้พวกเจ้าเป็นอันตรายตอนนี้พวกเจ้ารู้สึกซาบซึ้งกันบ้างหรือไม่?”

           โอวหยังส่วงมองบนใส่ตู้เซ่าฝู่จ้องมองไปที่ปานสีดำบนคอตู้เซ่าฝู่ขนาดราวๆ ฝาขวดอย่างเคร่งเครียด กล่าวว่า “อย่าเพิ่งมาดีอกดีใจตอนนี้ ตอนนี้เจ้ากำลังซวยแล้ว เจ้าถูกตี ‘ตราประทับวิญญาณไล่สังหาร’ ของสำนักมืดมิดแล้ว”

           ตู้เซ่าฝู่นัยน์ตาสั่นไหว ลูบไปที่ปานดำบนคอกล่าวว่า “เมื่อกี้เจ้าบอกว่ามันคืออะไรนะ?”

           “ตามนั้นแหละมันคือวิธีเฉพาะชนิดหนึ่งของสำนักมืดมิด หากมีตราประทับวิญญาณไล่สังหารสีดำนี้ประทับอยู่บนร่างต่อให้เจ้าหนีไปสุดขอบฟ้าก็หนีคนของสำนักมืดมิดไม่พ้น” โอวหยังส่วงสีหน้าเคร่งเครียดมากตอนที่อยู่ในสำนักยุทธสวรรค์ นางมักจะได้ยินคนพูดถึงวิธีเฉพาะของสำนักมืดมิดวิธีนี้

      “วิธีนี้ช่างแปลกพิสดารและน่าปวดหัวจริงเชียว”

           ตู้เซ่าฝู่ได้ยินก็ยิ้มเจื่อนเศร้าๆสุดท้ายแล้วเขาสามารถเอาชนะชายหน้าโหดได้ ทว่ากลับสร้างปัญหาติดตัวให้กับตัวเองแล้วต่อไปเขาคงหนีไม่พ้นการไล่ล่าจากสำนักมืดมิดแล้ว

      “โฮก!”

           มีเสียงเสือคำรามเบาๆ มาจากบนฟ้าไม่ไกลจู่ๆ ก็เกิดลมกระโชกบริเวณนั้น จากนั้นก็มีอสูรพยัคฆ์เหาะลงมาจากฟ้า มันก็คืออสูรราชาพยัคฆ์กิเลน

      “เสี่ยวเชวียนเชวียนกลับมาแล้ว” เมื่อไต้ซิงอวี่เห็นอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนก็ดีใจมาก

      “ซูมๆ!”

      อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนโผบินลงมาปีกยักษ์ที่กระพือทำให้สายลมพัดจนทรายบนพื้นปลิวฟุ้ง จากนั้นมันก็เข้าไปยืนข้างๆ ตู้เซ่าฝู่มันจ้องหน้าตู้เซ่าฝู่ นัยน์ตาสั่นไหว ราวกับมันกำลังพยายามสื่อว่ามันไปตามหาคนที่เดิมแล้วแต่ไม่พบและได้ยินเสียงมาจากทางนี้จึงรีบตามมา

      “สะบัดคนของสำนักมืดมิดคนนั้นได้แล้วหรือ?” ตู้เซ่าฝู่เอ่ยถามอสูรราชาพยัคฆ์กิเลน

      “โฮก!”

           อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนพยักหน้า มันมั่นใจว่าหนีจากการไล่ล่าของยอดฝีมือจากสำนักมืดมิดคนนั้นได้แล้วดูจากระดับลมปราณของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนในตอนนี้ มันก็น่าจะใช้พลังไปมาก

      “พวกเราต้องรีบไปจากที่นี่คาดว่าเสียงจากการต่อสู้ตรงนี้น่าจะเรียกให้ยอดฝีมือของสำนักมืดมิดตามมาในอีกไม่ช้า” โอวหยังส่วงบอกกับตู้เซ่าฝู่

      “ได้!”

           ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า จากนั้นโบกมือเรียกให้ไต้ซิงอวี่กับโอวหยังส่วงกระโดดขึ้นหลังของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเขาเอามือตบอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเบาๆ กล่าวว่า “เสียวหู่ปกป้องพวกนางให้ดี ส่งพวกนางไปที่สำนักยุทธสวรรค์”

           “โฮก!” อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนคำรามเบาๆ สายตาของมันจ้องมองตู้เซ่าฝู่อย่างสงสัยราวกับว่ามันกำลังแปลกใจว่าเหตุใดตู้เซ่าฝู่จึงไม่กระโดดขึ้นหลังมันด้วย

      “เจ้าไม่ไปหรือ?” โอวหยังส่วงตะลึงสีหน้าเปลี่ยน รีบเอ่ยถามตู้เซ่าฝู่

      “เสียวหู่รีบไป อย่าชักช้า” ตู้เซ่าฝู่ไม่ตอบคำพูดของโอวหยังส่วง เอามือตบร่างของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเบาๆเร่งให้เขารีบไป

      “โฮก!”อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนคำรามและสยายปีกเหาะลอยไปจากพื้น ร่างของมันค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นมันเหินว่อนอยู่บนฟ้าอาลัยอาวรณ์ไม่อยากจากไป

      “พี่เซ่าฝู่ ทำไมพี่ไม่ไปล่ะพี่รีบขึ้นมาเร็ว” ไต้ซิงอวี่ที่อยู่บนหลังของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนต้องโกนลงมาเรียกตู้เซ่าฝู่

      “ตู้เซ่าฝู่ เจ้าคิดจะทำอะไร?” โอวหยังส่วงตกใจหน้าเสีย

      “บนร่างของข้ามีตราประทับวิญญาณไล่ล่าของสำนักมืดมิดหากพวกเราไปด้วยกันคงหนีไม่รอดสักคน ดูแลนางหนูซิงอวี่ให้ดี เชื่อข้าข้าต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน พอไม่มีพวกเจ้าอยู่ด้วยข้าจะหนีง่ายกว่ามีพวกเจ้าอยู่ด้วยจะเป็นภาระสำหรับข้าที่ต้องให้พะวงมากกว่า”

           ตู้เซ่าฝู่ยิ้มให้กับโอวหยังส่วงออกคำสั่งกับอสูรราชาพยัคฆ์กิเลน “เสียวหู่หากเจ้าไม่เชื่อฟังข้า ต่อไปไม่ต้องตามข้าแล้ว รีบไปเถิด”

           “โฮก!”

           อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนจ้องตู้เซ่าฝู่สักครู่คำรามขานรับครั้งสุดท้ายก่อนบินนจากไป

      “ตู้เซ่าฝู่เจ้าต้องมีชีวิตรอดให้ได้นะ ห้ามเป็นอะไรเด็ดขาด ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่สำนักหากเจ้าไม่มา ข้าตามมาอัดเจ้าแน่”

           โอวหยังส่วงตะโกนลงมาจากนั้นโยนตราสัญลักษณ์หนึ่งลงมาจากฟ้า กล่าวว่า “หากเจ้าบังเอิญพบกับศิษย์ของสำนักยุทธสวรรค์ที่นี่ให้นำตราสัญลักษณ์ของสำนักยุทธสวรรค์นี้ไปขอความช่วยเหลือ จำไว้ข้ากับซิงอวี่จะรอเจ้าอยู่ที่สำนักยุทธสวรรค์ เจ้าต้องตามพวกเรามาล่ะ!”

           “พี่เซ่าฝู่……” …………

           อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนกระพือปีกเหาะเหินไปไกลสุดท้ายก็หายลับไปกับฟ้า

      ตราสัญลักษณ์ชิ้นหนึ่งตกลงมาอยู่ที่ฝ่ามือของตู้เซ่าฝู่เมื่อตู้เซ่าฝู่เห็นว่าอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนบินไปไกลแล้วร่างของเขาก็เริ่มอ่อนแรงยืนทรงตัวไม่อยู่ และสำลักโลหิตที่มีประกายสีทองอ่อนๆ ออกมา

      “หวังว่าพวกเจ้าจะไปถึงสำนักยุทธสวรรค์ได้อย่างปลอดภัย”

           ตู้เซ่าฝู่แหงนมองท้องฟ้าพูดออกมาเบาๆสุดท้ายก็ล้วงเอาถุงหยินหยางออกมาจากร่างของ ชายหน้าโหดพยุงเอาร่างอ่อนแรงบอบช้ำหนีเข้าไปหลบอยู่ในป่าทึบ

      ขณะนั้นเองความมืดเริ่มหายไปจนหมดสิ้นมีแสงจ้าค่อยๆ สาดให้ท้องฟ้าที่ครึ้มเทาเกิดแสงมัวๆสุดท้ายนภาก็สว่างไสวกลายเป็นสีครามภายในป่าต้นไม้ทุกต้นเริ่มเห็นชัดด้วยแสงของตะวัน

           ผ่านมาไม่นาน ณ จุดที่ตู้เซ่าฝู่สังหารสำนักมืดมิดชายหน้าโหดมีเงาของคนสามคนมาถึง พวกเขากวาดสายตามองสภาพที่เกิดเหตุที่ระเกะระกะยุ่งเหยิงจากนั้นก็เดินมายืนข้างศพของชายหน้าโหด

           “เถียนอวี๋ถูกฆ่าตาย เจ้าเด็กพวกนั้นทำไมถึงมีพละกำลังเพียงพอมาฆ่าเถียนอวี๋ได้ล่ะ?” นักเวทยันต์ชุดดำตัวเตี้ยมองศพอย่างสงสัย

           “เถียนอวี๋เรียกใช้ตราประทับวิญญาณไล่ฆ่าของสำนักมืดมิดพวกเราพวกเขาหนีไปได้ไม่ไกลหรอก” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งกล่าว

      “ลมปราณมาจากทางนี้รีบตามไปเร็ว!”

           ภายในระยะเวลาอันสั้นร่างของทั้งสามก็รู้ทิศทางที่ตู้เซ่าฝู่หลบหนีไป

           ภายในป่าทึบมองไปด้านหน้าไม่เห็นสุดปลายทาง จะหันไปทางใดก็เป็นต้นไม้พุ่มไม้เส้นทางที่คนมักจะใช้เดินทางตู้เซ่าฝู่กลับไม่กล้าใช้เขาวิ่งแทรกดงป่าไม้ไปพยายามจะหนีไปให้ไว

           ไม่รู้ว่าวิ่งมาไกลแค่ไหนแล้วและผ่านดงพุ่มไม้มามากเพียงใดแล้ว ตู้เซ่าฝู่วิ่งมาในป่าลึกสองทางมีหน้าผาสูงชันที่สูงเสียดฟ้า

           ทันใดนั้นเองตู้เซ่าฝู่รู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยล้าจนไร้เรี่ยวแรง เขาวิ่งต่อไม่ไหวแล้วจึงหาแท่นหินนั่งพัก และหยิบยาลูกกลอนมากมายมาจากถุงหยินหยางและโยนเข้าปากไป

           “ไม่รู้ว่าจะพอมีวิธีจัดการกับตราประทับวิญญาณไล่ฆ่าของสำนักมืดมิดอย่างไรบ้างไม่อย่างนั้นจะหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้นสักที”

      ตู้เซ่าฝู่ลูบไปที่ปานดำบนคอ บ่นกับตัวเองว่า“แต่ว่าพอมีตราประทับวิญญาณไล่ฆ่าของสำนักมืดมิด ซิงอวี่กับเจ๊ตุ๊ดชายสองคนนั้นน่าจะปลอดภัยขึ้นเยอะเลย”

      เพราะว่าตู้เซ่าฝู่ถูกตีตราประทับวิญญาณไล่ฆ่าของสำนักมืดมิดจึงรู้ตัวว่าไม่อาจเดินทางร่วมกับพวกโอวหยังส่วงได้แล้ว ไม่อย่างนั้นจะถูกคนของสำนักมืดมิดโจมตีไปด้วยกันบนตัวของเขามีตราประทับวิญญาณไล่ฆ่าของสำนักมืดมิด ก็จะกลายเป็นเป้าหมายของสำนักมืดมิดหากแยกกับพวกโอวหยังส่วง พวกนางจะหนีรอดได้ง่ายขึ้น

      “แย่แล้ว นึกไม่ถึงว่าจะตามมาได้เร็วถึงเพียงนี้”

      ทันใดนั้น ตู้เซ่าฝู่ก็สีหน้าเคร่งเครียดเขามองไปที่ด้านหน้า นึกไม่ถึงว่าคนของสำนักมืดมิดจะไล่ตามมาได้ไวกว่าที่เขาคาดไว้มากถึงเพียงนี้

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน