เขากลับไปถึงที่สุสานแล้วบอกเรื่องนี้ให้หลูเยี่ยนรู้ สีหน้าของหลูเยี่ยนดูไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะเธอชินกับการที่คนแข็งแกร่งกว่าเอาเปรียบคนที่อ่อนแอกว่า เธอไม่ได้ให้ความสำคัญกับเหตุผลหรือสาเหตุมากนัก ขอแค่มีมอนสเตอร์ให้ฆ่า มีเงิน เรื่องอื่นเธอไม่ได้มีความคิดเห็นอะไร
สองวันนี้พวกเขาทั้งสองคนต่างจิตใจค้างเติ่งอยู่ตลอดเวลา บวกกับที่สุสานไม่เหมาะที่จะฆ่าสัตว์ประหลาดตอนกลางคืน ทั้งคู่จึงนัดมาเจอกันวันพรุ่งนี้ แล้วแยกย้ายออกจากเกมไป แต่ก่อนจะออกไป หลิวเวยอันนำเงินที่ได้มาแบ่งเป็นสองส่วนให้เธอครึ่งหนึ่ง สำหรับเงินก้อนนี้ หลูเยี่ยนรับมาด้วยความกระตือรือร้น ใบหน้าที่ตึงเครียดของเธอเผยรอยยิ้มออกมา หลิวเวยอันเห็นแล้วแอบขำในใจ ที่แท้เธอเป็นคนชอบเงินนี่เอง
ตอนหลูเยี่ยนออกจากเกมหลิวเวยอันไม่ได้ออกเกมไปด้วย เขากลับเข้าไปในเมือง เพื่อเขียนยันต์ใส่ลูกศรไปหกสิบดอกค่อยออกจากเกม แต่เขาเขียนไม่ดีเท่าไหร่ สำเร็จไปเพียงห้าสิบดอกเท่านั้น
พอออกจากเกมไปก็ถึงเวลากินข้าวพอดี ตอนนี้เขามีเงินแล้ว สามารถกินได้วันละสามมื้อ ตอนออกจากเกมดึกยังจะเพิ่มมื้อดึกอีกมื้อ จนใบหน้าจ้าวซินกลมป้อมไปหมด จ้าวหนานหนานกำลังอาบน้ำทั้งที่ปกติไม่ค่อยอาบ ในความทรงจำของหลิวเวยอัน เหมือนจ้าวซินจะไม่เคยอาบน้ำมาก่อนเลย หรืออาจจะเคยอาบแต่เขาไม่ได้สังเกต แต่พอเขาลองคิดดูอีกที ก็คิดว่าเธอน่าจะไม่เคยอาบน้ำ ตอนนั้นแม้แต่เสื้อผ้าที่จะนำมาซักเปลี่ยนยังไม่มีเลย ใครจะคิดเรื่องอาบน้ำอีก แม้แต่ยัยหนูจ้าวซินยังดูมอมแมมมาเป็นเวลานาน ไม่เคยล้างหน้าด้วยซ้ำ กลับเป็นเขา ที่ติดนิสัยตอนอยู่บนโลก ต้องล้างหน้าแปรงฟันทุกเช้าเย็น
ที่จริงแล้วเรื่องพวกนี้ก็ถูกตัดสินด้วยสภาพแวดล้อม โลกเป็นต้นกำเนิดของมนุษย์ แม้จะเคยผ่านการสู้รบที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์มาก่อน ก็ยังมีทรัพยากรน้ำค่อนข้างมาก แต่บนดาวอังคารไม่เหมือนกัน ดาวอังคารขาดแคลนน้ำมาก ทรัพยากรน้ำส่วนมากเป็นการฉวยมาจากดาวเคราะห์อื่นทั้งนั้น น้ำดื่มก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย มีราคาแพงจนน่ากลัว น้ำใช้ก็ราคาไม่ถูกเช่นกัน คนส่วนมากที่เติบโตบนดาวอังคารต่างมีนิสัยประหยัดน้ำกันหมดทุกคน แน่นอน ยกเว้นเหล่าคนชั้นสูง เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องประหยัดอะไร
กินข้าวเสร็จ หลิวเวยอันก็ออกจากบ้านไป ที่จริงจ้าวซินอยากจะตามออกมาด้วยเป็นอย่างมาก แต่ข้างนอกตอนกลางคืนยุ่งวุ่นวาย หลิวเวยอันจึงไม่กล้าพาเธอออกไป
ค่ำคืนบนดาวอังคารจะมาเร็วกว่าบนโลก ประมาณหกโมงเย็นฟ้าก็มืดไปหมดแล้ว ลมโบกพัดแรง พัดผ่านผู้คนไปก็ราวกับมีมีดเหล็กบาดผ่าน ขอทานและพวกทาสที่นั่งอยู่ตามมุมผนังตอนกลางวัน ตอนนี้หนีไปหลบในที่กำบังลมได้เช่นใต้สะพานหรือบ้านผุพังที่สามารถหลบซ่อนตัวได้ตั้งนานแล้ว บนถนนที่มืดมิด พอเห็นไฟสองดวงสว่างเป็นพัก ๆ ไม่มีแม้แต่เงาผู้คน เงียบสงัดจนน่ากลัว
แต่หลิวเวยอันไม่สนใจเรื่องพวกนี้ เขาไม่ได้มาดูพระจันทร์ พอออกจากบ้านก็รีบวิ่งด้วยความรวดเร็ว สิบนาทีแรกเขาแค่เริ่มอุ่นตัวเท่านั้น ต่อมาก็เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ตอนที่วิ่งด้วยความเร็วที่สุด ความเร็วสูงถึงแปดสิบกิโลต่อชั่วโมงเลยทีเดียว ลมเย็นพัดผ่านหูไป ผิวตามตัวหลิวเวยอันแดงไปทั้งตัว เขาหายใจเป็นไอเย็นออกมา นอกจากเขาจะไม่ได้รู้สึกหนาวแล้วยังรู้สึกสบายเหนือคำบรรยายอย่างหนึ่งขึ้นมา
หลังจากวันนั้นที่เขากินเมล็ดพันธุ์พลังงานเข้าไปแปดหมื่นกว่าเม็ดแล้วกลายพันธุ์ เขาก็รู้สึกอยากวิ่งอยู่ตลอดเวลา ความรู้สึกแบบนั้นเป็นเหมือนตอนกินอิ่มแล้วอยากย่อยอาหาร แต่ไม่มีวิธีย่อย จึงทำได้เพียงอัดอั้นเอาไว้เท่านั้น ตั้งแต่วันที่สองเขาก็เริ่มออกมาวิ่งด้านนอก วิ่งทีหนึ่งก็วิ่งสองสามชั่วโมง ความเร็วในการวิ่งก็เพิ่มขึ้นรวดเร็วมาก คืนแรกที่วิ่งพอวิ่งเร็วสามสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงเขาก็เริ่มหอบหายใจแล้ว แต่วันที่สองความเร็วเขาก็เพิ่มมาเป็นหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง หลายวันก่อนความเร็วเขาเพิ่มมาถึงแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว หลังจากนั้นความเร็วก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาอย่างพรวดพราดอีก แต่ความเร็วการระเบิดกำลังยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ความเร็วการระเบิดกำลังของนักกีฬาที่วิ่งร้อยเมตรอยู่ประมาณยี่สิบเมตรต่อวินาที แต่เขาเร็วกว่าพวกเขากว่าสองเท่า เขาข้ามผ่านห้าสิบเมตรต่อวินาทีมาแล้ว ทุกวันนี้ ถึงจะไม่มีเกมแล้วเขาไปเป็นนักกีฬาก็สามารถหาเลี้ยงตนได้
หลิวเวยอันชอบความรู้สึกที่วิ่งผ่านลมไปเช่นนี้เป็นอย่างมาก รู้สึกเหมือนสิ่งก่อสร้างข้าง ๆ กำลังถอยไปด้านหลังด้วยความรวดเร็ว เหมือนตนจะบินขึ้นอย่างไงอย่างนั้น มันแตกต่างกับการนั่งรถยนต์โดยสิ้นเชิง
หนึ่งชั่วโมง สองชั่วโมง สามชั่วโมง หลิวเวยอันหยุดลงตอนสามชั่วโมงครึ่ง ไฟมารในร่างกายเขาถูกกระจายออกไปได้มากแล้ว เขาค่อย ๆ รู้สึกถึงลายแทงดวงดาวที่เข้ามาในหัวเขาเงียบ ๆ ที่ถูกจุดสว่างขึ้น เหมือนจะสว่างขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
ในตอนนี้นี่เอง บนถนนมีแสงประกายแสบตาสว่างขึ้น พร้อมกับเสียงบีบแตรของรถที่ดังใกล้เข้ามา ความร็วของมันมีมากกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง หลิวเวยอันเพิ่งพุ่งออกจากกลางถนน รถยนต์สีเหลืองคันหนึ่งก็เฉียดผ่านไป หากใกล้ว่านี้อีกแค่สองช่วงแขนเขาก็ถูกชนกระเด็นไปแล้ว
ในใจหลิวเวยอันมีความโกรธแวบผ่าน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาฝีมือดีละก็ ตอนนี้คงถูกรถชนตายไปแล้ว แต่ทว่า ไม่นานความโกรธของเขาก็หายไป นั่นเป็นรถสปอร์ต คนที่ขับรถสปอร์ตออกมาเที่ยวเล่นตอนกลางคืนได้ ไม่ใช่คนที่เขาจะทำให้ไม่พอใจได้ ด้านหลังรถสปอร์ตยังมีรถลุยป่าตามมาอีกสองคัน รถสองคันนั้นบีบแตรดังสนั่นขับห่างจากรถสปอร์ตห้าสิบเมตร
รถสปอร์ต แถมยังเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนเสียด้วย หลิวเวยอันสายตาดี ตอนที่รถเฉียดผ่านไป เขาจึงเห็นได้ชัดเจนว่าคนที่ขับรถเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง อายุไม่เกินยี่สิบปี สวมใส่เสื้อผ้าฉูดฉาดและราคาแพง ส่วนในอ้อมกอดของเขาก็มีหญิงสาวที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยคนหนึ่งนั่งอยู่ เธอแต่งหน้าหนาเข้ม ทำให้ดูอายุไม่ออก ใส่เสื้อโชว์สะดือ กระโปรงสั้นและถุงน่องตาข่ายใหญ่สีดำ ภายในค่ำคืนเช่นนี้ต้นขาอันขาวเนียนของเธอเป็นประกายราวกับหยกขาว
จากผิวพรรณหุ่นที่ผอมบางและกลิ่นไอที่หอมลอยมาสามารถดูออกว่า หญิงสาวคนนี้ยังเป็นสาวน้อยอายุไม่เกินยี่สิบปี หลิวเวยอันแอบสบถในใจว่า “ไม่กลัวหนาวตายบ้างหรือไง”
เสียงหัวเราะที่ทั้งหวานและได้ใจของเธอที่เต็มไปด้วยความเปิดเผยและยั่วยวนดังก้องแหวกอากาศออกมา
เอี๊ยด
ล้อรถและพื้นเสียดสีกันทำให้เกิดควันขาวขึ้นมา เสียงแหลมในยามค่ำคืนดังก้องกว่าปกติ รถสีเหลืองหยุดห่างจากหลิวเวยอันไปประมาณสามร้อยเมตร สมรรถภาพค่อนข้างดีเลย พื้นถนนเช่นนี้ความเร็วเช่นนี้ ตั้งแต่เบรกถึงรถหยุดใช้เวลาไม่เกินสองวินาที
ตอนแรกหลิวเวยอันจะกลับไปแล้ว แต่เขาขมวดคิ้วขึ้นมา เพราะที่ ๆ รถสปอร์ตจอดเป็นที่โล่งที่ค่อนข้างจะกว้างขวาง สามารถเรียกเป็นสนามเล็ก ๆ อันหนึ่งได้เลย เป็นที่ที่พวกทาสใช้จัดการปัญหากัน อย่าคิดว่าขอทานจะไม่มีการพัวพันเรื่องผลประโยชน์ พวกเขาเป็นเหมือนกับชนชั้นสูง ที่ ๆ มีผู้คนก็จะมีปัญหาอยู่เพียงแค่รูปแบบของผลประโยชน์ไม่เหมือนกันเท่านั้น ในชนชั้นสูงปัญหาอาจจะเป็นบ่อทรัพยากรสักแห่ง ทาสจำนวนหลายล้านคนหรืออาจจะเป็นตำแหน่งสูงสักตำแหน่ง ส่วนปัญหาในทาสจะมีความเป็นจริงมากกว่าเช่น ขนมชิ้นหนึ่ง หลอดพละกำลังหนึ่งหลอด หรือแม้แต่เหล็กที่มีสนิมก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาได้
ปัญหามีใหญ่มีเล็ก ปัญหาเล็กหาที่จัดการสักที่ก็ได้แล้ว ส่วนปัญหาใหญ่ เช่นปัญหาระหว่างพรรค ระหว่างคนที่มาจากที่เดียวกัน ระหว่างอำนาจ ในบางครั้ง มันเป็นปัญหาที่ใช้การต่อสู้และเข่นฆ่ากันเพื่อที่จะจัดการได้ เวลาอย่างนี้ก็ต้องมาไกล่เกลี่ยกัน ต้องเจรจา ส่วนสนามเล็กนี่ก็เป็นที่ ๆ พวกทาสใช้เจรจาโดยเฉพาะ
ที่นี่มีสิ่งก่อสร้างสูงหลายสิบเมตรทั้งสี่ทิศสามารถบังลมเย็นเอาไว้ได้ ถึงจะอยู่ตอนกลางคืน ที่นี่ก็มีทาสรวมตัวกันอยู่จำนวนมาก ทุกครั้งที่ หลิวเวยอันออกมาวิ่งตอนดึกเขาจะเลี่ยงเขตนี้ไป และอยู่ห่าง ๆ เอาไว้ เพื่อเลี่ยงปัญหา
ชายหนุ่มที่ขับรถสปอร์ตคนนี้มาจากประตูฝั่งนั้นเพื่อมาหาความสนุกแน่นอน เพราะประตูทางนี้ถึงจะมีรถ ก็เป็นรถเก่ามือสอง มือสามหรือเป็นรถที่เสียผุ ๆ พัง ๆ พูดคำเดียวก็คือ ไม่มีรถสปอร์ตนั่นเอง ดังนั้นคนที่ขับรถสปอร์ตเป็นคนประตูฝั่งนั้นทั้งหมด
รถลุยป่าสองคันก็จอดลงด้านหลังรถสปอร์ต เรียงกันเป็นแถว เปิดไฟฉายเหนือตัวรถออก ทำให้สนามเล็กสว่างราวกับตอนเช้าทันที ทาสที่รวมตัวกันถูกไฟสว่างส่องตรง ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น ความรู้สึกนั้นเป็นเหมือนรังงูที่จำศีลกำลังค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา
“ใครแย่งได้ก็เป็นของคนนั้น?” ชายหนุ่มสวมชุดฉูดฉาดกระโดดลงจากรถมานั่งบนฝากระโปรงหน้า บนใบหน้าเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสูงส่ง เขาโยนหมั่นโถวออกมาอันหนึ่ง หมั่นโถวสีขาวกลิ้งบนพื้นไปหลายครั้ง มีฝุ่นติดไปไม่น้อย ยังมีใบไม้ครึ่งใบติดไปด้วย ภายใต้การส่องสว่างของแสงไฟ ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจน
สนามเล็กเงียบไปครู่หนึ่ง ตามมาด้วยความวุ่นวายที่ระเบิดออกมา ทาสทุกคนที่หิวจัดต่างส่งเสียงคำรามออกมา พลางพุ่งออกไปทั้งหมด ในวินาทีนี้ ร่างกายที่ผอมซูบของพวกเขาระเบิดพละกำลังที่ไม่น่าเชื่อออกมา พวกเขาวิ่งด้วยความเร็วเจ็ดแปดเมตรต่อวินาทีเลยทีเดียว สุดท้ายทาสคนหนึ่งที่ร่างกายกำยำขึ้นมาเล็กน้อยแย่งหมั่นโถวไว้ได้ เขารีบยัดไปในปาก ตอนฟันแถบสีเหลืองของเขาที่อ้าออกกำลังจะปิดลง ก็ถูกต่อยเข้ามาแรง ๆ บนใบหน้าหนึ่งหมัด ฟันของเขากระเด็นออกไปปนกับเลือดสด หมั่นโถวในมือเขากระเด็นออกไปเป็นเส้นโค้งที่สวยงาม ก่อนจะตกลงบนมือเด็กอายุเจ็ดแปดปีคนหนึ่งพอดี
เด็กที่ผอมจนเหลือแต่กระดูกคนนี้ไม่เคยคิดที่จะเข้าไปแย่ง เพราะเขารู้ดีว่าเทียบกับคนอื่นแล้ว เขาไม่ได้เปรียบเลยแม้แต่นิดเดียว เขาถูกผู้คนชนออกมาตอนพวกเขาพุ่งเข้ามา เขาไม่มีทางเลือก เพราะทาสกำพร้าที่ไม่มีทั้งอำนาจและพละกำลังอย่างเขา ตอนกลางคืนก็มักจะถูกจัดให้อยู่ชั้นนอกสุด เพื่อใช้กำบังความหนาว ตอนหมั่นโถวตกลงบนมือเขา เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีความร่าเริงระเบิดขึ้นในดวงตา เขาอ้าปากกัดเข้าไปแรง ๆ หนึ่งครั้ง รสชาติความอร่อยของแป้งส่งผ่านไปทั่วร่างกาย ยังมีรสชาติหวานอ่อน ๆ ปนอยู่ด้วย มันเป็นความรู้สึกที่ดีจนไม่อาจบรรยายออกมาได้ มันอร่อยกว่าของทุกอย่างที่เขาเคยกินมาทั้งหมด เขาเคยเจอหมั่นโถวบนถนนการค้าอยู่หลายครั้ง เขาคิดอยู่เสมอว่าหมั่นโถวมีรสชาติอย่างไรกันแน่ ตอนนี้เขาได้ชิมมันสักที มันอร่อยกว่าในความคิดของเขาเป็นร้อยเท่า พันเท่า หมื่นเท่าเลย
ตู้ม
หินน้ำหนักหกเจ็ดกิโลก้อนหนึ่งกระแทกเข้าที่หัวของเด็กคนนั้น เลือดสาดกระเด็นออกไป เด็กที่ผอมแห้งคนนี้ยังไม่ทันที่จะส่งเสียงอะไรออกมาสักคำ ก็เอนตัวล้มลงบนพื้นไป หมั่นโถวหลุดออกจากมือเด็กคนนี้กลิ้นไปบนพื้น ไม่มีคนสนใจความเป็นตายของเด็ก ทาสทุกคนต่างพุ่งกระโจนเข้าไปแย่งหมั่นโถว พลางส่งเสียงขู่คำรามออกมาจากปาก
ความดีใจในสายตาเด็กน้อยค่อย ๆ เลือนหายไป บนใบหน้าไม่มีความเจ็บปวดหรือหวาดกลัวเผยออกมาเลย หมั่นโถวที่ไม่ทันได้กลืนลงไป เต็มไปด้วยความทรงจำสุดท้ายของเขาทั้งหมด เขานอนอยู่อย่างนั้นพร้อมกับเลือดบนพื้นที่ขยายมากขึ้นเรื่อย ๆ
หมั่นโถวเปลี่ยนจากมือทาสคนหนึ่งไปบนมือทาสอีกคนหนึ่งเรื่อย ๆ ทาสทุกคนที่แย่งหมั่นโถวได้ต่างถูกทาสคนอื่นรุมโจมตี คนที่โชคดี กัดไปคำนึงก็รีบมุดหัวลงไปในอกตนอย่างแน่นแฟ้น คนที่โชคไม่ดี ยังไม่ทันได้กินก็ล้มลงไปแล้ว หมั่นโถวเล็กลงเรื่อย ๆ ส่วนคนที่นอนจมในกองเลือดก็มากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน บนรถสปอร์ต ชายหนุ่มหัวเราะเสียงดัง ท่าทางโอหัง พอเห็นเลือดนอกจากเขาจะไม่กลัวสักนิดแล้ว ตรงกันข้ามกันบนใบหน้าเขากลับเผยความตื่นเต้นออกมา พอเห็นหมั่นโถวถูกแย่งหมดเขาก็โยนหมั่นโถวออกไปอีกอันหนึ่งทาสส่งเสียงคำรามออกมา เริ่มต้นการแย่งครั้งใหม่ขึ้นอีกครั้ง เลือดสาดกระเด็นออกมาเรื่อย ๆ ผู้คนก็ตายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ชายหนุ่มเห็นแล้วหัวเราะเสียงดังออกมา ตอนเห็นหัวทาสคนหนึ่งถูกทุบจนแตกเหมือนแตงโมที่แตกเละละเอียด สีขาวและสีแดงสาดกระเด็นไปเต็มพื้น เขาก็ทนไม่ได้อีกต่อไป ลากหญิงสาวบนรถลงมา พลางนำเข็มหลอดหนึ่งแทงเข้าที่แขนของหญิงสาว ในเวลาเดียวกันเขาก็แทงเข็มใส่แขนตนเองด้วยเข็มหนึ่ง หญิงสาวกรีดออกมาหนึ่งครั้ง ก่อนดวงตาจะเผยความตื่นเต้นออกมา พลางเริ่มบิดตัวไปมา ชายหนุ่มก็บิดไปมาอย่างบ้าคลั่งราวกับเป็นบ้าไปแล้ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ชายหนุ่มนำหมั่นโถวเจ็ดแปดอันโยนออกไปทั้งหมด แล้วขับรถกลับไป ส่วนบนสนามเล็กก็มีศพจำนวนหลายสิบศพทิ้งเอาไว้ แถมยังมีผู้คนบาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วน
-โปรดติดตามตอนต่อไป-