บทที่ 120 เด็กสาว
ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองหลวง โซนเฟอร์นิเจอร์ ผู้ชายสองคนกำลังยืนจ้องหน้ากัน เขาทั้งสองห่างกันไม่มากนัก ระยะนี้พวกเขาสามารถโจมตีอีกฝ่ายโดนได้แบบง่ายๆ ชายผู้หนึ่งแต่งตัวด้วยชุดสีดำมืดมิด ส่วนอีกคนแต่งตัวด้วยชุดอันแสนธรรมดาที่เอาไว้ใส่ตอนอยู่บ้าน คนที่ใส่เสื้อธรรมดาไม่ใช่ใครอื่น เขาคือสายฝนนั่นเอง
“นายเป็นใครกันและทำไมถึงต้องการทำร้ายฉัน?” สายฝนถามชายเบื้องหน้าเขา สายฝนต้องการรู้ข้อมูลให้มากกว่านี้ เขาไม่มีชายตรงหน้าอยู่ในความทรงจำทว่ากลับรู้สึกเหมือนเคยเจอ ต้องรู้ก่อนว่าสายฝนเชื่อในความรู้สึกตนเองมาก เขาไม่มีทางปล่อยความรู้สึกไปโดยไม่สนใจแน่
“แกไม่จำเป็นต้องรู้” ชายเบื้องหน้าซึ่งปลดปล่อยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวออกมากล่าวอย่างช้าๆ ในสายตามันสายฝนก็เป็นแค่คนที่กำลังจะตายในไม่ช้า มันไม่จำเป็นต้องบอกว่าตัวเองเป็นใครกับคนกำลังใกล้ตาย สุดท้ายแล้วอีกฝ่ายก็ตายอยู่ดีจะบอกไปทำไม?
“นายมั่นใจความสามารถตัวเองเกินไป ฉันจะบอกอะไรให้นะ คนแบบนายเนี่ยฉันจัดการมาเยอะแล้ว” สายฝนเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว มันไม่ใช่เรื่องแปลก ตัวเขาเคยเจอกับเทพเจ้ามาก่อน กับอีแค่มนุษย์ระดับหนึ่งธรรมดาทั่วไปเขาจะกลัวได้อย่างไร?
“หุบปากไปซะ! เอาคำพูดของแกไปพูดในนรกไป!” ชายที่เป็นศัตรูกับสายฝนคำรามเสียงดัง มันปลดปล่อยพลังออกมานอกร่างกายเพื่อให้สายฝนได้เห็นว่ามันแข็งแกร่งขนาดไหน น่าเสียดาย สายฝนยังคงหน้าไม่เปลี่ยนแปลง เขาใช้สายตาระดับศูนย์จับจ้องศัตรูราวกับกำลังจ้องมองคนโง่ มีความแข็งแกร่งแค่นี้กลับกล้าอวดดีต่อหน้าเขา
“คนที่จะต้องไปลงนรกคือนายต่างหาก ไม่ใช่ฉัน” สายฝนเข้าสู่สภาวะสงบนิ่งสูงสุดทันที สภาวะสงบนิ่งสูงสุดไม่ใช่เข้าง่ายๆ มันเข้ายากมาก แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์ปกติธรรมดาจะทำได้ ในสถานการณ์เช่นนี้หากสายฝนไม่เข้าสภาวะสงบนิ่งสูงสุด เขาจะไม่อาจหลบการโจมตีจากชายชุดดำได้ ระยะห่างความแข็งแกร่งมันกว้างใหญ่ไพศาล
“แกอยากตายเร็วๆสิน...” ชายชุดดำส่งสายตาดุร้ายมาทางสายฝนหลังได้ยินคำกล่าวของเขา จังหวะที่มันพูดจบพอดี หมัดสายฝนชกโดนหน้ามันเต็มๆ ทั้งๆที่ความเร็วการโจมตีเขาไม่ได้เร็วอะไรเลย กลับกันในสายตามันความเร็วการโจมตีสายฝนช้าสุดๆทว่ามันก็ไม่สามารถป้องกันหมัดอีกฝ่ายได้ เป็นเรื่องที่แปลกประหลาด! มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกัน?
“เจ็บจริงๆ หน้านายไม่หนาเกินไปหน่อยเหรอ?” เห็นว่าโจมดีโดนสายฝนพลันรีบเคลื่อนที่ออกห่างชายชุดดำ เขามองมือตัวเองพลางกล่าวขึ้น การโจมตีเมื่อครู่ของเขาไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับศัตรูแม้แต่น้อย อย่างที่บอก พลังแตกต่างกันเกินไป
ทำไมถึงโจมตีอีกฝ่ายล่ะ? คำตอบคือสายฝนแค่หงุดหงิด ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น จริงๆศัตรูกระจอกๆแบบนี้ตอนที่เขายังเป็นระดับหนึ่ง มันก็ไม่ต่างกับตัวประกอบเกรดซี ปัจจุบันเขากำลังโดนตัวประกอบเกรดซีขู่ นี่จะไม่ทำให้สายฝนรู้สึกหงุดหงิดได้อย่างไร?
“แก!” ชายชุดดำคลุ้มคลั่ง ตั้งแต่มันกลายเป็นระดับหนึ่งก็ไม่เคยมีระดับศูนย์คนไหนสามารถโจมตีมันโดน วันนี้เป็นวันที่มันรู้สึกอัปยศมาก โดนต่อยหน้ามันก็น่าขายหน้าพอแล้ว คนที่ต่อยหน้าดันเป็นระดับศูนย์อีกมันทำให้ชายชุดดำยิ่งน่าขายหน้าเข้าไปใหญ่
“อะไร? ฉันไม่ได้ชื่อแก ฉันชื่อสายฝน” สายฝนกล่าว พร้อมกันนั้นสัมผัสรับรู้เขาพลันขยายอาณาเขตจนไม่อาจขยายได้อีกต่อไป เขากำลังดูอยู่ว่าบริเวณนี้มีอะไรบ้างที่สามารถสังหารชายชุดดำได้ พละกำลังระดับศูนย์ย่อมไม่เพียงพอต่อการสังหารระดับหนึ่ง ก่อนหน้านี้ที่สายฝนต่อยชายชุดดำก็เห็นได้อย่างชัดเจน
‘ฉันคิดไม่ออกเลยว่าสิ่งของอะไรจะทำให้ฉันจัดการระดับหนึ่งได้’ สายฝนสำรวจได้ไม่นานเขาก็ต้องหยุดสำรวจ ความสนใจเขากลับมาอยู่ที่ตัวเองอีกครั้งเนื่องจากชายชุดดำเริ่มโจมตีเขาด้วยดาบสีเงินแล้ว สายฝนไม่มีเวลาไปสนใจอย่างอื่น
ฉัวะ! สายฝนหลบดาบชายชุดดำได้สำเร็จแต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่แขนขวา ไม่สิ ในมุมมองสายฝนตอนนี้มันไม่สามารถเรียกได้ว่าเล็กน้อย มีเลือดไหลออกมาถือว่าไม่เล็กน้อยแล้ว! ระดับศูนย์ไม่ได้มีการฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติเร็วเท่าระดับหนึ่ง
‘บัดซบ! ฉันเลือดไหล’ หลุดออกจากสภาวะสงบนิ่งสูงสุด มองไปยังบาดแผลที่แขนแล้วสายฝนก็กัดริมฝีปากตัวเอง เมื่อครู่เขาเคลื่อนไหวช้าเกินไป ดูเหมือนกับว่าเขาจะประมาทชายชุดดำไม่ได้จริงๆต่อให้เขาจะมีสภาวะสงบนิ่งสูงสุดก็ตาม เขาต้องจริงจังมากกว่านี้
‘เป็นไปได้อย่างไรกัน?’ นั่นคือสิ่งที่ชายชุดดำคิดเวลานี้ มันมองสายฝนด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ อีกฝ่ายใช่ระดับศูนย์จริงหรือไม่? ทำไมมันไม่อาจป้องกันหมัดสายฝนได้? ทำไมเขาถึงสามารถหลบการโจมตีของมันได้? เกิดคำถามมากมายภายในใจชายชุดดำ มันไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีระดับศูนย์ทำแบบสายฝนได้
‘เฮอะ! ถ้าร่างกายฉันไม่ได้เปลี่ยนแปลง ฉันคงสามารถสังหารมันไก้ภายในสามนาที’ สายฝนคิดพร้อมกับก้าวถอยหลัง ด้วยสัมผัสรับรู้ระดับหนึ่งมีหรือที่ชายชุดดำจะไม่รู้ว่าสายฝนเคลื่อนไหว? ฉับพลันชายชุดดำหยุดคิดและตวัดดาบโจมตีสายฝน ฟึบ! ดาบแหวกอากาศจนเกิดเสียงให้ได้ยิน เพราะท่าเหยียบจันทร์ดับแสงสายฝนจึงไม่ตายจากการโจมตีนี้
‘ไอ้เวรเอ้ย! ฉันเข้าสภาวะสงบนิ่งสูงสุดไม่ทัน แล้วก็ฉันยังไม่ชินกับร่างกายระดับศูนย์สักที ความเร็วเคลื่อนที่ช้ามาก พละกำลังอ่อนแอสุดๆ อักษรลี้ลับก็ไม่มีให้ใช้ พลังสายเลือดก็ความบริสุทธิ์น้อยเกินไป’ สายฝนมีปัญหากับเรื่องร่างกายระดับศูนย์มาตั้งแต่ความฝันแรกแล้ว ศัตรูในความฝันแรกเป็นระดับศูนย์เหมือนกันดังนั้นเลยไม่ได้เป็นปัญหาอะไร แต่ศัตรูในความฝันรอบนี้เป็นระดับหนึ่งซึ่งพลังแตกต่างกับระดับศูนย์มากมายมหาศาล
ชายชุดดำส่งเสียงเย็นชา “หึหึ ถึงแกจะหลบสองรอบแรกได้ทว่าแกไม่มีทางหลบรอบที่สามได้แน่นอน เตรียมตัวตาย!” เกิดออร่าขึ้นที่ใบดาบสีเงิน ออร่านั้นเป็นแสงแดงดั่งเลือด วินาทีเดียวกันจิตสังหารชายชุดดำพลันรุนแรงกว่าก่อนหลายเท่า ถ้าสังเกตดีๆจะพบว่ายิ่งจิตสังหารรุนแรงเท่าไหร่ พลังออร่าก็จะเสริมแกร่งใบดาบสีเงินมากยิ่งขึ้น ใช้จิตสังหารในการเสริมแกร่งใบดาบ นี่คือหนึ่งในความสามารถพลังออร่าของชายชุดดำ!
“ฉันไม่ยอมตายเด็ดขาด!” สายฝนตะโกนจากนั้นก็หลบการโจมตีครั้งที่สามของศัตรู มีเรื่องที่เขาไม่คาดคิดเกิดขึ้น พลังออร่าไม่ได้เสริมแกร่งใบดาบอย่างเดียว มันทำให้ระยะการโจมตีกว้างกว่าเดิม ห้ามโดนพลังออร่ารอบๆใบดาบไม่งั้นจะได้รับบาดเจ็บเหมือนโดนดาบโจมตี ตามที่กล่าวไปถึงสายฝนจะหลบได้แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บหนักพอสมควร กลางอกเขาเกิดร่องรอยการถูกดาบฟัน หากสายฝนหลบช้ากว่านี้ตัวเขาคงถูกแบ่งครึ่งไปแล้ว
‘ฉันประเมินมันตํ่าเกินไป ไม่คิดเลยว่ามันจะมีพลังออร่าที่น่ากลัวขนาดนี้’ สายฝนแตะบาดแผลกลางอก ความเจ็บปวดทำให้เขาหน้าเสีย เขาไม่เคยเจอกับผู้เหนือธรรมชาติบนโลก ไม่คิดเลยว่าจะมีพลังออร่าที่แข็งแกร่งขนาดนี้ มันได้รับพลังออร่ามาจากไหนกัน?
ตอนนั้นจู่ๆสายฝนก็คำรามด้วยเสียงอันดัง “ไอ้เวรเอ้ย! ฉันจะฆ่าแก!” ขณะที่สายฝนกำลังคลุ้มคลั่งสัมผัสรับรู้เขาพลันตรวจพบสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่ชายชุดดำ สายฝนและชายชุดดำตกใจ รีบหันไปมองทิศทางซึ่งมีสิ่งมีชีวิตปรากฏขึ้น เมื่อมองไปทางนั้นทั้งสองก็พบเด็กสาวคนหนึ่ง เห็นเช่นนั้นชายชุดดำก็ขมวดคิ้ว ส่วนสายฝนมีสีหน้าแปลกใจ
---