บทที่34
ของขวัญจากตระกูลโม่
ไข่มุกเนื้องามถูกตั้งอยู่ด้านหน้าจางหยวนจ้องมองด้วยดวงตาที่เปล่งประกายเพียงมองผิวเผินก็สามารถสัมผัสได้ว่ามันเป็นของที่มีค่่าเป็นอย่างมาก
เพียงแค่มองจากเนื้อไข่มุกก็พอจะคาดเดาได้ว่ามันน่าจะมีราคาไม่ต่ำกว่าห้าสิบตำลึงอย่างแน่นอน
แม้จะไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องพวกไข่มุกหรือว่าพวกของมีค่าจากภายในยุคสมัยนี้มากนักแต่คาดเดาจากจำนวนเงินที่ใช้จ่ายในปัจจุบันแต่ก็อ้างอิงจากของมีค่ามากมาย
เผลอๆแล้วเจ้าไข่มุกชิ้นนี้อาจมีมูลค่ามากกว่าหนึ่งร้อยตำลึงเสียด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นของมีค่าเช่นนี้ดวงตาย่อมเปล่งประกายพลางกับเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย“ นี่มันอันใดกันอย่างนั้นหรือขอรับ? ”
พ่อบ้านโม่ตอบกลับมา “ บอกแล้วอย่างไรว่าคุณชายกับคุณหนูมอบของให้กับเจ้าด้วย”
“ นี่เป็นไข่มุกเนื้องามเป็นของนายท่านได้รับมาจากการซื้อขายโดยพ่อค้าต่างแดนเมื่อหลายปีก่อนนายท่านมอบให้กับคุณหนูใหญ่ในตอนนี้คุณหนูใหญ่พึงพอใจกับงานฝีมือนี้เป็นอย่างมาก จึงมอบของชิ้นนี้ตอบแทนมาให้” พ่อบ้านโม่กล่าว
“ ยังไม่หมดเพียงแค่นั้นของชิ้นนี้เป็นของที่คุณชายใหญ่มอบให้กับเจ้า” พ่อบ้านโม่ไปถึงวัตถุชิ้นต่อไปที่มันถูกคุมทัพเอาไว้ด้วยผ้า
โดยเจ้าของชิ้นนี้มันเป็นวัตถุทรงยาว
เมื่อผ้าถูกเปิดออกมันก็เผยให้เห็นดาบเล่มหนึ่งที่มีรูปลักษณะแตกต่างจากดาบธรรมดาทั่วไป
มันเป็นดาบที่แม้ว่าจะถูกเก็บเอาไว้ภายในฝักแต่ก็ยังมีความงดงามลวดลายภายนอกถูกสลักด้วยลวดลายพยัคฆ์บริเวณใบดาบสีเงินสะท้อนแสงเปล่งประกายระยิบระยับ
จางหยวนมองเห็นของชิ้นที่สองยิ่งตื่นตระหนกเข้าไปใหญ่ “ ดาบอย่างนั้นหรือขอรับ!!!”
“ ใช่แล้วดาบดาบเล่มนี้เป็นของที่คุณชายใหญ่มอบให้กับเจ้ามันเป็นดาบที่ได้มาจากการค้าขายเมื่อประมาณสองถึงสามปีก่อนคุณชายใหญ่ตอนนั้นเป็นคนที่เพิ่งเข้ามาช่วยดูแลกิจการการค้าขาย ”
“ มีโอกาสได้เดินทางไปทำการติดต่อกิจการที่ต่างเมืองห่างออกไปจากสถานที่แห่งนี้ทางตะวันออกหลายพันลี้ ”
“ คุณชายใหญ่ได้ของสิ่งนี้กลับมาหลังจากที่ทำการค้าขายเสร็จมันมีชื่อว่าดาบสังหารพยัคฆ์ ”
“ เป็นอย่างที่เจ้าเห็นตัวดาบมีความงดงามเป็นอย่างมากมีลวดลายของชิ้นนี้ถือว่าเป็นของที่มีค่าแม้คุณชายใหญ่จะได้มาโดยที่ไม่เสียเงินสักตำลึง”
“ แต่ว่าถ้านำมันไปขายในตลาดราคาคงจะมากกว่าสองร้อยตำลึงอย่างแน่นอน” พ่อบ้านโม่ทำการอธิบายเกี่ยวกับที่มาของทั้งสองชิ้นนี้
จางหยวนหลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายก็คิดภายในใจ “ คุณหนูทั้งสองคนมีความคิดที่เยี่ยมยอดของขวัญที่ให้มาหนึ่งไข่มุกเพื่อประดับบารมีหนึ่งดาบเพื่อประดับความเกรงขาม”
จางหยวนก้มศีรษะของตนเองไปเล็กน้อยและก็กล่าวกับพ่อบ้านโม่ “ ฝากขอบคุณคุณชายและคุณหนูทั้งสองด้วยขอรับ”
รวมของมูลค่าที่อยู่บริเวณด้านหน้าถ้านับมูลค่าของของพวกนี้และก็เงินที่ได้รับมาจากการวาดภาพคงจะมีรวมกันประมาณห้าร้อยตำลึงซึ่งถือว่าเป็นเงินที่มากมายเป็นอย่างมาก
พ่อบ้านโม่พยักหน้าตอบรับกลับไปก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆและก็พูดกับจางหยวน “ ข้านำเอาของทั้งหมดที่ได้รับมาส่งมอบให้กับเจ้าเรียบร้อยแล้ว”
“ ในตอนนี้ก็เรียกได้ว่าหมดหน้าที่ของข้าเรียบร้อยแล้วเพราะแบบนั้นข้าต้องขอเดินทางกลับก่อนมีเรื่องมากมายที่จำเป็นจะต้องสะสาง ”
จางหยวนก้มศีรษะของตนเองลงเล็กน้อยยกมือทั้งสองข้างประสานกันและก็พูด “ ขอบคุณพ่อบ้านโม่ที่เป็นธุระให้ ”
หลังจากนั้นพวกเขาก็ค่อยๆเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้ขึ้นรถมาแล้วก็เดินทางกลับไปอย่างรวดเร็ว
จางหยวนและหย่งคังยืนส่งอีกฝ่ายอยู่บริเวณด้านหน้ารั้ว
เมื่อแขกที่เดินทางมาถูกส่งจนกลับไปเรียบร้อยแล้วพวกเขาหันใบหน้ามองกันและกัน
หย่งคังที่แสดงท่าทางนิ่งสนิทมาตั้งแต่เริ่มเค้าพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ แผนการของเจ้าคืออะไรกันแน่ ”
“ ข้าเพียงแค่อยากจะทดสอบเท่านั้นขอรับในตอนนี้เมื่อเห็นทั้งสองเดินทางเข้าเผชิญหน้ากัน ”
“ ถ้าทั้งสองตระกูลคิดอยากจะขัดขวางผลประโยชน์ของอีกฝ่ายจริงๆจำเป็นจะต้องดึงตัวพวกเรา”
“ แล้วเพราะแบบนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใดจะสามารถเสนอผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด”
จางหยวนใช้ความบาดหมางของทั้งสองตระกูลมาเป็นตัวผลักดัน
ในเมื่อตอนนี้พวกเขาต่างรู้ว่าอีกฝ่ายจ้องจะเล่นงานกันและกันโดยให้จางหยวนเป็นตัวกลาง
ต่างฝ่ายต้องดึงตัวของจางหยวนเอาไว้และเพราะแบบนั้นต้องเสนอผลประโยชน์มากมายให้กับจางหยวน
ในตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่การตัดสินใจของเขาแล้วว่าพวกนั้นเสนอมาว่าข้อเสนอของผู้ใดดีที่สุด
…
พวกเขาเดินทางกลับเข้ามาบริเวณด้านในมามองดูเจ้าสิ่งที่อยู่บริเวณบนโต๊ะ
ไข่มุกและก็ดาบรวมไปถึงเงินที่ถูกวางเอาไว้ของพวกนี้มีมูลค่าสูงเป็นอย่างมาก
หย่งคังพูดขึ้น “ ไข่มุกเนื้อดีดาบเองก็เป็นดาบชั้นเลิศของพวกนี้ถ้าขายคงได้ราคางาม ”
จางหยวนตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว “ ถึงอยากจะขายก็ไม่สามารถขายได้ขอรับของพวกนี้พวกเขามอบให้เพราะว่าเป็นของรางวัลในการตอบแทน ”
“ แน่นอนว่าถ้าเราเอาของพวกนี้ไปขายคนพวกนั้นคงจะไม่พอใจอย่างแน่นอนเพราะแบบนั้นก็จำเป็นต้องเก็บเอาไว้ถึงแม้ว่าพวกมันจะมีมูลค่ามากขนาดไหนก็ไม่ควรจะขายเพราะว่าจะกระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกเราและตระกูลโม่ ”
จางหยวนรู้ดีว่าของพวกนี้ไม่สามารถขายได้
มันเหมือนกับว่าเป็นของที่ใช้เครื่องโยงความสัมพันธ์ของพวกเขาและก็ตระกูลโม่
ถึงแม้ว่าพวกมันจะมีมูลค่ามากเพียงใดก็จำเป็นจะต้องคำนึงถึงเรื่องความสัมพันธ์มาก่อนแน่นอนว่าถ้านำพวกมันไปขายเขาคงจะกลายเป็นคนที่เห็นเงินทองดีกว่าความสัมพันธ์อย่างแน่นอน
“ ถึงกระนั้นก็เถอะขอรับพวกมันก็เป็นของชั้นเลิศเก็บไว้ก็ไม่เสียหายแล้วในตอนนี้พวกเราก็ยังได้เงินมาอีกตั้งหนึ่งร้อยห้าสิบตำลึง ” จางหยวนหยิบกล่องเงินที่อยู่บริเวณด้านหน้าขึ้นมา
เขามองเงินภายในนั้นด้วยแววตาที่เปล่งประกายเงินพวกนี้มีมูลค่ามากเท่ากับที่ดินแปลงนี้ที่พวกเขากำลังอยู่เลยทีเดียว
แถมเงินจำนวนนี้ยังสามารถเอาไปใช้งานได้อีกหลากหลายทาง
หลังจากที่จ้องมองเงินภายในมืออย่างหนำใจค่อยๆวางกล่องเงินภายในมือลงจากนั้นก็ยื่นมือของตนเองไปหยิบดาบสังหารพยัคฆ์
เมื่อหยิบดาบเล่มนั้นขึ้นมาเขาแสดงใบหน้าตัดสินใจเล็กน้อยก่อนที่จะยื่นให้กับหย่งคัง
หย่งคังแสดงใบหน้าสงสัยแล้วถามสวนกลับมา “ อันใดเจ้ายื่นให้กับข้าด้วยเหตุอันใด?”
“ อย่างไรท่านก็เป็นผู้ฝึกฝนวรยุทธนี่ขอรับเป็นผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณแม้ว่าจะเป็นระดับเริ่มต้นแต่ว่าท่านก็คงจะมีฝีมือในการต่อสู้ดาบแบบนี้ตัวของข้าคงจะไม่สามารถใช้ได้มันทั้งมีน้ำหนักมากไม่เหมาะกับข้า ”
“ ท่านรับมันไปแล้วก็ใช้มันป้องกันตนเองเผื่อว่าต้องปะทะกับผู้ใดพวกเรายิ่งมีเงินทองมากและยิ่งมีชื่อเสียงมากยิ่งเป็นเป้าสายตา ”
“ แน่นอนว่ามีทั้งคนที่ชื่นชอบพวกเราก็ย่อมมีคนที่เกลียดชัง ” จางหยวนรู้ดีว่าต่อจากนี้เส้นทางของพวกเขาคงจะไม่ง่ายดายนัก
หย่งคังแสดงใบหน้าขบคิดก่อนที่จะตัดสินใจยื่นมือของตนเองรับดาบเล่มนั้นเอาไว้ภายในมือ
“ ข้ารับเอาไว้ก็ได้!!! ”
จางหยวนยิ้ม “ ถ้าเช่นนั้นไข่มุกนี่ข้าจะเก็บเอาไว้เป็นอย่างดี”
หย่งคังรับดาบราคามากกว่าสองร้อยตำลึงมาอยู่ภายในมือด้วยความเกรงใจ
อันที่จริงแล้วของที่มีมูลค่ามากมายพวกนี้ไม่ว่าจะเป็นไข่มุกหรือว่าดาบเล่มนี้และเงินทองพวกนั้นล้วนแล้วแต่ควรจะเป็นของจางหยวนเพียงผู้เดียว
เพราะว่าของพวกนี้ได้มาจากความสามารถของเขาที่วาดภาพและให้ตระกูลโม่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสวนผักวิญญาณหรือว่ากิจการที่พวกเขาร่วมมือ
หย่งคังเลยรู้สึกเกรงใจอยู่ไม่น้อยที่ต้องรับดาบราคาที่มีมูลค่าสูงมากขนาดนี้มาอยู่ภายในมือ
“ จริงสิแล้วเรื่องการไปพบกับคนตระกูลเสิ่นละเจ้าจะเดินทางไปพบกับพวกมันจริงๆอย่างนั้นรึ? ”
“ แน่นอนขอรับข้าตั้งใจจะเดินทางไปพบกับพวกมัน ” จางหยวนตอบกลับพร้อมกับแสดงรอยยิ้ม
….
สองวันผ่านไป
จางหยวนเดินทางมาถึงณ ร้านน้ำชาใจกลางเมืองยามบ่ายของวัน
จบบท