The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 101 ดาบในมือสังหารสาว


    เครดิตภาพจาก  https://walldump.com

          ดาบคาตานะถูกชักออกมาอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันโจจี้ก็พุ่งทะยานใส่งูใหญ่ เมื่อหนึ่งมนุษย์ หนึ่งมอนสเตอร์ปะทะกัน ได้บังเกิดแสงสีขาวเปล่งประกายออกมา มันช่างแรงกล้าไม่ต่างจากอาทิตย์ที่ร้อนแรง

               


           แสงเจิดจ้าเกิดขึ้นชั่วขณะ หลังจากนั้นก็ดับลง อึดใจต่อมา ได้ปรากฏร่างสูงเพรียวของโจจี้ที่ยืนค้างในท่าเหวี่ยงดาบสีหน้าราบเรียบ คล้ายไร้เรื่องราวอันใด
     

              


           ส่วนงูยักษ์นั้นชูคอสูงอยู่ด้านหลังของโจจี้ ดูเหมือนสัตว์ไร้ขาจะเป็นปกติ อันบ่งบอกว่าการโจมตีเมื่อครู่ น่าจะไร้ผล เวลาต่อมา มันก็ค่อยๆขยับกาย ทำให้เกิดรอยแผลยาวรอบคอ  ลิ่มเลือดสีแดงคล้ำเริ่มหลั่งทะลักออกมา


    “ ฟู่……… ” เสียงร้องคล้ายลมรั่วดังออกมาจากปากของงูร้ายคาดว่าน่าจะเป็นสำเนียงที่ฟ้องถึงความเจ็บปวด ครู่หนึ่ง แผลฉกรรจ์เริ่มปริแตก ในที่สุด ก็ถึงขั้นหลุดออกมาเกือบทั้งยวงหรือเรียกง่ายๆว่า “คอขาดร่องแร่ง” 


    “ หึๆ เป็นไงเล่า ท่าไม้ตายของชั้น ” โจจี้ยืนชมผลงานของตัวเองเขายิ้มมุมปาก          

           


             ขณะที่โจจี้กำลังย่ามใจ ดวงตาของงูยักษ์ก็เปล่งประกายร้อนแรง
     แน่นอนว่าโฟกัสของมันย่อมจับมาที่หนุ่มผมทอง 


    “ เฮ้ โจจี้ มันยังไม่ตาย ระวังตัว ” เหมยลี่เห็นท่าทีของงูยักษ์ เธอจึงร้องเตือน

              


            ทันทีที่ได้ยินเสียง คิ้วของโจจี้ก็กระตุกแรง เสี้ยววินาทีต่อมา เขามองเห็นคมเขี้ยวของอสรพิษร้ายมันพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว 


    “ เฮ้ย ” โจจี้ร้องคำเดียว ก่อนพุ่งทะยานสุดกำลัง โดยไม่สนว่าทิศทางที่หลบหนีจะเป็นมุมไหน ซึ่งนั่นก็ทำให้เขารอดตายอย่างหวุดหวิด


    “ โครม ”  

               


            แม้อสรพิษร้ายจะพลาดพลั้ง แต่ก็ไม่ยอมแพ้ มันโงหัวขึ้นสูง เพื่อเตรียมฉกอีกครั้ง


    “ เหวอ..... คอขาดร่องแร่งขนาดนี้ มันยังขยับได้อีก สยองเป็นบ้าเลย ” มาวินที่กำลังเกาะต้นไม้ ร้องบอกเสียงสั่น 

                


            โจจี้รีบลุกขึ้นยืน เพื่อประจันหน้ากับงูยักษ์ เขาเอื้อมมือไปจับฝักดาบ แต่ทันทีที่สัมผัสก็พบกับความว่างเปล่า


    “ เฮ้ย ดาบหายไปไหนฟะ ” 

              


            สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะในจังหวะที่หนุ่มผมทองกระโจนหลบ ศาสตราคู่ใจเกิดหลุดมือ ทำให้เขาจนแต้มถึงขั้นต้องกระชากฝักดาบออกมา เพื่อใช้เป็นอาวุธ


    “ ช่วยไม่ได้แฮะ ใช้ไอ้นี่แก้ขัดไปก่อน ” โจจี้บ่นพึมพำ พลางเงยหน้าขึ้นมองอสรพิษร่างยักษ์          

            


             อสรพิษร้ายเลื้อยเข้าหาโจจี้อย่างช้าๆ
     ลิ่มเลือดจากแผลฉกรรจ์เริ่มทะลักออกมาอย่างมากมายจนนองทั่วแผ่นดิน แม้อาการบาดเจ็บจะทำให้มันช้าลง แต่ก็ยังมีกำลังมากพอจะฉกกัด จังหวะที่สัตว์ร้ายชูคอขึ้นสูง ก็บังเกิดเรื่องไม่คาดฝัน 


    “ ฉั้ว ” 

               


             เหมยลี่พุ่งโฉบเข้าหางูยักษ์ ดาบในมือฟันลงไปยังลำคอที่ร่องแร่ง ทำให้ศีรษะของสัตว์ร้ายขาดสะบั้นพร้อมน้ำพุเลือดที่พุ่งกระฉูดออกมาจากแผลฉกรรจ์

                  


            โจจี้ดูเหวอนิดๆที่เหมยลี่เป็นฝ่ายปิดเกม แต่เขายังไม่วางใจ ด้วยกายใหญ่โตของสัตว์ร้ายยังคงกระตุกเล็กน้อยพอมันนิ่งสนิท หนุ่มผมทองก็ถอนหายใจออกมา


    “ เฮ้อ……. เรียบร้อย ” 


    “ นายประมาทเกินไป งูเป็นสัตว์เลือดเย็นที่ตายยาก ถ้าไม่ตัดหัวให้เด็ดขาด มันก็ยังมีพิษสงอยู่ ” เหมยลี่กล่าวเรียบๆ พร้อมยื่นดาบคาตานะให้ ตามเนื้อตัวแดงฉานไปด้วยเลือดงูเมื่อประกอบกับใบหน้านิ่งๆ ดวงตาจริงจัง ยิ่งทำให้เธอดูน่าเกรงขามไม่ต่างจากนักฆ่าสาวที่ผ่านการสังหารมานับครั้งไม่ถ้วน


    “ ขอบใจ ชั้นประมาทไปจริงๆนั่นแหละ ” โจจี้รับดาบคาตานะที่เปื้อนเลือดมาทำความสะอาดทันใดนั้นเอง เจ้าลิงจ๋อประจำคณะ (มาวิน) ก็เข้ามาสมทบ


    “ เฮ้ พี่ชายผมทอง มันตายรึยัง ” มาวินเอ่ยถามโจจี้ด้วยเสียงที่แผ่วเบา ดวงตาเล็กเรียวเพ่งมองไปที่ศีรษะของงูยักษ์


    “ ฮะๆ หัวขาดขนาดนี้ถ้ายังไม่ตาย ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว ” โจจี้หัวเราะเบาๆ นับได้ว่าชายผู้นี้มีกำลังขวัญที่ดีเยี่ยม ถึงขั้นขำได้ ทั้งที่ไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา เขาเพิ่งรอดตายมาอย่างหวุดหวิด

              


             มาวินเหลือบมองเหมยลี่ที่บัดนี้ยืนกอดอก ครู่หนึ่ง ก็หันกลับไปมองโจจี้ที่ยืนยิ้มหลังจากนั้น เจ้าลิงหัวเขียวประจำคณะก็เอ่ยถามหนุ่มผมทองอีกครั้ง


    “ แน่ใจนะ ” 


    “ แน่ซะยิ่งกว่าแน่อีก ” โจจี้รับประกันด้วยรอยยิ้ม 

               


            เมื่อได้รับคำรับรองขนาดนี้ มาวินก็ใจกล้าถึงขั้นเอาเท้าขวาไปเหยียบหัวงูใหญ่พร้อมหัวเราะลั่นด้วยความสะใจ ราวกับว่าเขาคือผู้พิชิตสัตว์ร้ายด้วยตัวเอง (ทั้งที่ความจริงไม่ได้ทำอะไรซักอย่าง) 


    “ ฮ่าๆ เป็นไงเล่า เจ้างูบ้า เห็นฝีมือของเทพบุตรหัวเขียวรึยัง ” 

                


             โจจี้หัวเราะตาม ส่วนเหมยลี่ได้แต่ส่ายหัวไปมาเบาๆเพราะรู้สึกเหนื่อยใจกับความบ้าบอที่ไม่หยุดหย่อนของมาวิน 


    ……………………..

                 

             ทุกคนใช้เวลาพักเหนื่อยที่แคมป์ร่วมสองชั่วโมงเศษ พอกินอาหารกลางวันเสร็จ พวกเขาก็เริ่มเก็บข้าวของ เพื่อเตรียมออกเดินทางระหว่างนี้ โจจี้ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเตร่เข้ามาหามาวินที่กำลังดับกองไฟ


    “ เฮ้ น้องชายหัวเขียว ในฐานะที่เป็นฮันเตอร์ระดับสูง ชั้นมีอะไรจะแนะนำนาย” โจจี้แสร้งพูดเสียงเข้ม พร้อมตีหน้าขรึม

     

    “ แนะๆ……นำอะไรเหรอ ” มาวินดูเหวอ เพราะเมื่อพิจาณาจากท่าทีของคู่สนทนาดูเหมือนว่าบรรยากาศจะมาคุมิใช่น้อย 


    “ เออ นี่ นายเคยได้ยินเรื่องของจิตวิญญาณบ้างมั้ย ” โจจี้ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาโอบไหล่เด็กหนุ่ม พร้อมกระซิบแผ่วเบาเพื่อเข้าเรื่องในทันที 


    “ นายๆ…..หมายถึง ผะๆ….. ผีเหรอ ” มาวินเริ่มอ้าปากค้าง ลำคอแข็ง สำหรับเขา ถ้างูเป็นอันดับสองของความกลัว ผีหรือสสารที่ไร้ตัวตนก็น่าจะครองอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย 


    “ อืม…… ก็ประมาณนั้นแหละ ” โจจี้พยักหน้ารับ จากนั้นก็ยิ้มขรึมๆ 


    “ ตะๆ…… ตกลงแล้ว นะๆ….. นายจะบอกอะไร……หรือว่า..... ” มาวินกล่าวติดขัด ดวงตากลิ้งกลอกไปมาด้วยความหวาดกลัว โจจี้จึงแสร้งทำเป็นนิ่งขึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบกลับมาด้วยท่าทางที่ดูจริงจัง 


    “ คืองี้…..น้องชาย พวกเราเหล่าฮันเตอร์มีความเชื่อว่ามอนสเตอร์ทุกตัว ต้นไม้ทุกต้นล้วนมีจิตวิญญาณเมื่อกายเนื้อของพวกมันพินาศลง จิตวิญญาณก็จะหลุดออกมาและวนเวียนรอบสิ่งที่มันเคยสิงสู่ ” 


    “ เหวอ….. นายจะบอกว่า....ผีงูยักษ์ มันออกจากร่าง แล้ววนเวียนอยู่แถวนี้ ใช่มั้ย ” มาวินเริ่มเสียขวัญ


    “ ก็ประมาณนั้นแหละ ” โจจี้แกล้งทำตาลอย พร้อมส่งเสียงแหบแห้งออกมาหวังหลอกมาวินสุดกำลัง 


    “ เหวอ…….กลัวแล้ว ” มาวินร้องลั่น เขากระโดดเกาะแขนโจจี้แน่นชนิดที่ว่า…ถึงตาย ข้าก็ไม่ยอมปล่อย


    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

             

    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน