[รายงานจากสถานี: จางฉี่หลิงผู้ลี้ภัยจากอาณาจักรหลิ่นตงซ่อนตัวอยู่ในเมืองหลวงในเวลานี้ บุคคลผู้นี้ได้ก่อคดีฆาตกรรมหลายครั้ง หน่วยลาดตระเวนขอแจ้งเตือนไปยังประชาชนภายในเมืองงดออกนอกเคหสถานในช่วงกลางดึก และงดออกเดินทางไปยังสถานที่อับโคจรเพียงลำพัง เจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาเบาะแสและจับกุมตัวบุคคลผู้นี้ให้เร็วที่สุด]
[ช่วงบ่ายวันนี้ บนถนนเล็กแห่งหนึ่งทางฝั่งทิศเหนือของเมืองพบศพหญิงสาวรายหนึ่ง สภาพศพสุดอนาถ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในช่วงตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของการสังหารในครั้งนี้]
[วันนี้ได้รับแจ้งจากประชาชนไม่ระบุนาม บริเวณใกล้กับสมาคมศิลปะการต่อสู้พบการต่อสู้ระหว่างชายหนุ่มและมนุษย์หมาป่า จากรายงานแจ้งว่าเป็นการต่อสู้ที่แปลกตาเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มนิรนามสามารถสังหารมนุษย์หมาป่าและอัดร่างของมันลงไปในหลุมลึกด้วยวิธีการที่ยากเกินกว่าจะบรรยายเป็นคำพูดได้]
[ข่าวด่วน: หน่วยลาดตระเวนได้เจอจุดซ่อนตัวของจางฉี่หลิงแล้ว ตอนนี้กำลังส่งคนเข้าไปจับกุมตัว ขอให้ประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงออกจากพื้นที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงาน]
......
ฟึบ!
เซี่ยฮุยกดปิดหน้าจอโทรทัศน์
เขาวางรีโมตในมือลงพร้อมกับภายในใจที่เริ่มไม่ค่อยสู้ดีแล้ว
ข่าวที่รายงานเมื่อสักครู่มีการรายงานเรื่องการต่อสู้ของเขากับมนุษย์หมาป่าด้วย มีคนเห็นเขาจนได้!
อย่าให้รู้นะว่าคนที่เอาเรื่องนี้ไปบอกสำนักข่าวคือใคร เขาจะตามไปสั่งสอนหมอนั่นให้เข้าใจว่าทำไมดอกกุหลาบถึงกลายเป็นสีแดง!
มีนักปรัชญาคนหนึ่งเคยพูดไว้ว่าให้นอนหลับเมื่อรู้สึกอารมณ์ไม่ดี
เขาคิดว่าสิ่งนี้มีเหตุผล คิดเช่นนั้นเขาก็เอนตัวนอน ห่มผ้าคลุมโปงและเข้าเฝ้าพระอินทร์ทันที
……
“ฮัดชิ้ว!”
ณ กองบัญชาการหน่วยลาดตระเวน จู่ ๆ หญิงสาวสวมใส่ด้วยชุดโลลิต้าก็จามออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
เธอยกมือขึ้นมาลูบปลายจมูกตัวเองเพื่อให้หายคัดจมูก ดวงตาสีฟ้าอ่อนของเธอจ้องมองไปยังหน้าจอคำสั่งการต่อ
แปลกชะมัด...ทำไมจู่ ๆ ถึงจามนะ?
ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัวของเธอ หลังจากนั้นสายตาของเธอกลับไปมองบนหน้าจอแสดงผลอีกครั้งอย่างตั้งใจ
ด้านบนนั้นมีภาพจากกล้องวงจรปิดหลายตัวที่กำลังฉายสลับกันไปมาอย่างไม่หยุด
เดี๋ยวก็เปลี่ยนเป็นภาพถ่ายทอดสดบนถนน เดี๋ยวก็เปลี่ยนเป็นภาพแผนที่ของเมืองทั้งเมือง
ด้านบนนั้นเต็มไปด้วยจุดสีเขียวจำนวนมาก และมีจุดสีแดงขนาดใหญ่หนึ่งจุดที่ยังคงกะพริบอย่างต่อเนื่อง
“แต่ละทีมสังเกตการณ์อย่างระมัดระวัง จางฉี่หลิงซ่อนตัวอยู่ด้านหน้าโรงแรม ทุกคนจะต้องระมัดระวังให้มาก ๆ อย่าทำร้ายผู้บริสุทธิ์เป็นอันขาด”
สาวน้อยนั่งอยู่บนเก้าอี้ แม้ว่ารูปร่างภายนอกของเธอจะดูเป็นเด็กแต่น้ำเสียงของเธอกลับดูจริงจังราวกับผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว
“ทีมหนึ่ง พวกนายขึ้นบันได”
“ทีมสอง พวกนายใช้ลิฟต์”
“ทีมสาม เฝ้าด้านหน้าทางออกของแต่ละจุดไว้”
……
ทีมที่อยู่บนหน้าจอเริ่มแบ่งงานกันอย่างชัดเจน การเคลื่อนไหวและปฏิบัติการของพวกเขาเป็นระเบียบเรียบร้อย
เพียงไม่นานพวกเขาก็กระจายไปตามจุดต่าง ๆ ของโรงแรม และห้อมล้อมโรงแรมไว้อย่างสมบูรณ์
อืม!
สาวน้อยพยักหน้าด้วยใบหน้าพึงพอใจ
ในฐานะของหัวหน้าใหญ่ของหน่วยลาดตระเวนใจกลางเมือง การร่วมมือกันอย่างมืออาชีพในครั้งนี้ของผู้ใต้บังคับบัญชาของเธอ ทำให้เธอรู้สึกดีจนหน้าตาสดใสเป็นอย่างมาก
ถ้าหากคนของเธอจับตัวของจางฉี่หลิงได้เป็นกลุ่มแรก คงจะสมบูรณ์แบบมากกว่านี้
เธอแกว่งขาไปมาพร้อมกับจ้องมองหน้าจอที่อยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางจริงจัง
ทีมที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงคือสมาชิกทั้งห้าคนที่เธอเห็นหน้าคร่าตาและรู้จักมาก่อน
หัวหน้าทีมจั่วมู่ แม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงและดูอ่อนโยนจากภายนอก แต่ความแข็งแกร่งของเธอก็ไม่ได้น้อย ๆ เลย เพราะเธอมีความสามารถขอบเขตพิเศษขั้น 7
บนทางเดิน จั่วมู่เดินอยู่บนพรมที่อ่อนนุ่มของโรงแรมอย่างเงียบ ๆ โดยปราศจากเสียงดังรบกวน
เธอเดินอยู่ด้านหน้าสุด และสังเกตสิ่งที่อยู่รอบตัวอย่างระมัดระวัง ส่วนลูกทีมคนอื่น ๆ ก็เดินตามหลังเธอมาติด ๆ เพื่อเตรียมเสริมกำลังให้เธอทุกเมื่อ
เป้าหมายเริ่มใกล้เข้ามามากขึ้นทุกทีแล้ว สีหน้าของจั่วมู่จึงเคร่งขรึมมากขึ้นเรื่อย ๆ
จากข้อมูลระบุไว้ว่าจางฉี่หลิงคือผู้มีความสามารถสูงสุดของขอบเขตพิเศษขั้น 8 เท่านั้น แต่การที่เขาสามารถหนีข้ามอาณาจักรมาหลายแห่งขนาดนี้ อีกทั้งยังก่อคดีไว้มากมาย เขาต้องไม่ใช่อาชญากรธรรมดาแน่นอน
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็เดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าห้องพักที่อยู่ด้านในสุดของทางเดิน เธอเงยหน้าขึ้นมองหมายเลขห้อง...5012
นี่เป็นห้องที่จางฉี่หลิงเปิดไว้ ช่างเป็นคนที่มั่นใจในความสามารถของตัวเองเสียเหลือเกิน เปิดห้องพักในโรงแรมแบบโจ่งแจ้งและไม่ปลอมแปลงเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อซ่อนตัวด้วย!
จั่วมู่สูดหายใจเข้าลึก ๆ หลังจากนั้นก็หันไปพยักหน้าให้กับคนในทีมที่ยืนอยู่ด้านหลัง เพื่อส่งสัญญาณบอกพวกเขาว่าเธอจะเข้าไปด้านใน
ทุกคนพยักหน้าตอบรับกลับมาและยกมือขึ้นมาทำท่า OK
หลังจากตัดสินใจแล้ว จั่วมู่ก็หยิบการ์ดออกมาและสแกนเพื่อเข้าไปด้านในทันที
“ติ๊ด!”
เสียงเบา ๆ ดังขึ้น จากนั้นประตูก็ถูกเปิดออก
จั่วมู่ผลักประตูเข้าไปและหายเข้าไปในห้องทันที
ในเวลาเดียวกัน สมาชิกภายในทีมที่อยู่ด้านหลังก็รีบเดินตามเธอเข้าไปด้านในห้องอย่างรวดเร็ว
ไม่มีใครอยู่ที่นี่เหรอ?
จั่วมู่กวาดตามองไปรอบ ๆ ห้อง ทว่าภายในห้องกลับไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต สมาชิกในทีมรีบเข้าไปตรวจสอบด้านในห้องน้ำแต่ก็ไม่มีใครอยู่ในนั้นแม้แต่เงาเช่นกัน
จั่วมู่ยื่นมือออกไปลูบผ้าปูที่นอน บนเตียงไม่ได้รู้สึกถึงความอุ่นใด ๆ หมายความว่าก่อนหน้านี้ไม่มีใครนอนพักอยู่บนเตียงนี้
แย่แล้ว!
จั่วมู่ไหวตอบสนองได้ในทันที เธอรีบหมุนตัวด้วยความเร็วที่มีและเพิ่มความเร็วถึงขั้นสุด
พลังภายในร่างกายร้อนระอุราวกับภูเขาไฟระเบิด วินาทีนั้นก็เกิดแผ่นฟิล์มบาง ๆ ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็ปกคลุมทั่วร่างของเธอหนึ่งชั้น
จั่วมู่เพิ่งจะเข้าสู่โหมดป้องกันได้เพียงแค่ครู่เดียว เธอก็พบว่าด้านบนเพดานมีเงาหนึ่งกระโจนลงมาและปะทะเข้าใส่กลางศีรษะของเธอ
“หัวหน้า!”
ทั้งสี่คนเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็รีบตะโกนออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
ปุ้ง!
วินาทีต่อมาเสียงก็ดังขึ้นราวกับฟองที่ถูกเจาะจนแตก ฟิล์มบาง ๆ ที่ปกคลุมอยู่รอบตัวของจั่วมู่ถูกเงาดำทำลายจนพังภายในพริบตา
จากนั้นเงาดำก็ใช้พลังที่มีปะทะเข้าใส่บ่าของเธอจนทำให้ร่างของเธอกระเด็นชนเข้ากับกำแพงที่อยู่บนหัวเตียง
เสียง “ตึง” ดังขึ้น
กำแพงที่ถูกกระแตกแตกกระจายเป็นผุยผง ร่างของจั่วมู่ทะลุไปด้านหลังกำแพง ส่วนกำแพงก็เกิดเป็นรูขนาดใหญ่รูปมนุษย์ขึ้น
“หัวหน้า!”
เสียวอวี่ที่อยู่ในทีมรีบเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ส่วนคนอื่น ๆ อีกสี่คนก็รีบโจมตีไปยังเงาดำเช่นเดียวกัน
การโจมตีของทั้งสามคนไร้ประโยชน์ ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถทำอะไรเงาดำได้เท่านั้น แต่ยังถูกแรงสั่นสะเทือนจากผิวหนังของเงาดำที่สะท้อนกลับมาจนทำให้ร่างของพวกเขากระเด็นลงไปกระแทกกับพื้นอย่างพร้อมเพรียงกัน
อีกด้านหนึ่ง จั่วมู่ทะลุกำแพงห้องนั้นมาอีกห้องหนึ่งที่อยู่ถัดออกไป
เซี่ยฮุยที่กำลังนอนหลับรู้สึกได้ถึงสิ่งแปลกประหลาดบางอย่าง วินาทีนั้นเขารีบพลิกตัวและกลิ้งลงมาจากเตียงอย่างไม่ลังเล
หลังจากนั้น.......
เชี้ย!
เขาหันไปมองกำแพงห้องที่ทะลุเป็นรูขนาดใหญ่ เซี่ยฮุยอุทานอยู่ภายในใจ หลังจากนั้นเขาก็รีบเบี่ยงตัวเพื่อหลบเศษกำแพงที่กระเด็นมาทางฝั่งเตียงของเขา
เขาลุกขึ้นยืนก็พบว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งกระแทกลงบนเตียงที่เขากำลังนอนอยู่อย่างพอดิบพอดี
ดูเหมือนว่าเธอจะถูกแรงปะทะไม่น้อยเลย หญิงสาวคนนั้นยังคงหลับตาและมีคราบเลือดซึมออกมาจากมุมปากของเธอ
เรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย!?
เซี่ยฮุยมองไปอีกห้องหนึ่งผ่านรูที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เขาจึงเห็นฉากการต่อสู้ได้อย่างชัดเจน
ร่างของคนสามคนนอนกองอยู่ที่พื้นและกำลังพยายามตะกุยตะกายเพื่อลุกขึ้นยืน ในมือของพวกเขามีอาวุธและกำลังจัดการไปยังเงาที่ยืนตระหง่านอยู่
“นี่! พ่อหนุ่ม รีบออกจากห้องนี้เร็วเข้า ที่นี่อันตรายมาก”
คำพูดนั้นทำให้เซี่ยฮุยหันกลับไปมอง หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงพยุงร่างของเธอให้ขึ้นมานั่ง ทันใดนั้นใบหน้าของเซี่ยฮุยก็เผยให้เห็นถึงความประหลาดใจเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในนั้น
เขารู้สึกคุ้นหน้าคนเหล่านี้เป็นอย่างมาก วินาทีต่อมาเขาก็นึกขึ้นได้––––––
นี่มันกลุ่มพวกกินแกลบที่คอยตามหลังเขาทุกครั้งที่เขาทำภารกิจไม่ใช่เหรอเนี่ย
“หัวหน้าเป็นอะไรไหมคะ”
เสียวอวี่ใช้ทักษะฮีลเลือดให้ทุกคนไปพลาง ก็ตะโกนถามมาฝั่งนี้ไปพลาง
“ฉันไม่เป็นไร เสียวอวี่อย่าใช้พลังงานพร่ำเพรื่อ รีบบัพให้พวกเขาเร็วเข้า”
จั่วมู่ลืมตาขึ้นและหันไปมองเสียวอวี่เพื่อบอกให้เธอหยุดช่วยเหลือเธอ
“นั่นสิ ยังไม่รีบหันไปดูคนทางฝั่งนั้นอีก ผู้หญิงคนนั้นถูกโจมตีจนมึนงงไปแล้ว ทีมทางฝั่งนั้นอันตรายยิ่งกว่าทางนี้อีกนะ”
เมื่อเห็นว่าเกาเสียวอวี่กำลังลังเล เซี่ยฮุยก็อดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้นมา
“เอ่อ...ขอบใจ...ไม่สิ...ทำไมนายยังไม่ไปอีกเนี่ย ที่นี่อันตรายมากจริง ๆ นะ”
เกาเสียวอวี่ได้ยินเซี่ยฮุยพูดเช่นนั้น เธอจึงตัดสินใจได้ในทันทีโดยที่เธอไม่รู้ตัว วินาทีต่อมาเธอก็หันกลับบัพให้กับคนอื่น ๆ ที่กำลังสู้กับเงาดำ
แต่จู่ ๆ เธอก็คิดขึ้นได้ว่าคนคนนั้นทำไมยังไม่ออกไปจากที่นี่อีกนะ?
เธอหมุนตัวกลับมามองเซี่ยฮุยด้วยท่าทางจริงจังและพูดเตือนสติเขา
“ฉันเองก็อยากไปเหมือนกันนั่นแหละ”
เซี่ยฮุยยักไหล่ เขาก็แค่คนคนหนึ่งที่กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ในโรงแรมแห่งนี้ก็เท่านั้น
กำลังนอนหลับฝันหวานอยู่แท้ ๆ แต่ก็เกือบจะม้วยมรณ์โดยไม่ทันได้ตั้งตัวซะงั้น ดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเธอกำลังไล่ล่าผู้หลบหนีอยู่สินะ
สำหรับผู้ร้ายคนนี้เขาก็ไม่คิดจะปล่อยให้หนีรอดออกไปเช่นกัน เขาจึงต้องหาเหตุผลเพื่ออยู่ที่นี่ต่อ
“แต่ห้องพักของฉันพังเสียหายขนาดนี้ ถ้าฉันวิ่งหนีออกไปแล้วโรงแรมมาเรียกค่าเสียหายตามหลัง ฉันจะอธิบายพวกเขายังไงล่ะ”
“โถ่เอ๊ย รีบหนีไปเร็ว ๆ เข้าเถอะ ขืนอยู่ที่นี่ต่อไปและถูกฆ่าตายอยู่ที่นี่ แม้แต่โอกาสที่จะพูดอธิบายก็ไม่มีนะ”
เกาเสียวอวี่ทำแก้มป่องและพูดด้วยความเกรี้ยวกราด “นายไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น หลังจากนี้หน่วยลาดตระเวนของเราจะไปอธิบายกับทางโรงแรมแทนนายเอง”
พูดจบเธอก็ไล่เขาอีกครั้ง “รีบออกไปจากที่นี่เร็วเข้า!”
เซี่ยฮุยชี้ไปที่ห้องข้าง ๆ “สิ่งที่สำคัญกว่าการมาไล่ให้ฉันออกไปจากที่นี่ น่าจะเป็นการบัพให้ทีมของเธอมากกว่านะ”
ทางฝั่งนั้นถึงแม้ว่าจะมีการบัพของเกาเสียวอวี่ช่วยเหลืออยู่ แต่คนอื่น ๆ อีกสามคนเป็นแค่ผู้มีความแข็งแกร่งขอบเขตพิเศษขั้น 6 เท่านั้น และพวกเขาก็แข็งแกร่งขึ้นถึงขั้น 7 ก็เป็นเพราะมีบัพของเกาเสียวอวี่คอยช่วยอยู่
แต่ศัตรูที่เป็นเงาดำนั้นคือผู้มีความสามารถขอบเขตพิเศษขั้น 8 ยังไงพวกเธอก็สู้อีกฝ่ายไม่ได้อยู่ดี
จั่วมู่ที่ได้สติอีกครั้งก็รีบตะโกนบอกเสียวอวี่ด้วยน้ำเสียงรีบร้อน “เสียวอวี่ เสี่ยวฝานกับคนอื่น ๆ ใกล้จะรับมือไม่ไหวแล้ว รีบบัพให้ฉันเร็วเข้า”