“สถานะ”
[ระบบ 1 - 1 ระดับ 1 ดาว]
[ชื่อ : แอชเชอร์ แอสลาส]
[อายุ : 15 ปี]
[ระดับซิงโครไนซ์ : SS ]
[พลังโจมตี 0 [1]]
[พลังป้องกัน 0 [1]]
[ความเร็ว 1 [1]]
[พลังต่อสู้ 20]
[ฟอสเอนเนอร์จี้ 0]
[แต้มสถานะคงเหลือ 0]
[ สถานะร่างกาย 100 % ]
[วิ่งเร็ว][ะเิฝีเท้า][วิ่งหลบหลีก[เชี่ยวชาญหมัดเบื้องต้น][เชี่ยวชาญดาบเบื้องต้น][เชี่ยวชาญมีดเบื้องต้น]
แอชเชอร์มองจ้องไปยังจอขนาดใหญ่ระหว่างทางที่กำลังเสนอข่าวการต่อสู้ของทหารและมอนสเตอร์ในเขตที่ถูกทิ้งร้างพลางมองจ้องไปยังหน้าจอสถานะของตัวเองที่แสดงกลางอากาศระหว่างเดินทางไปยังกองทัพที่ 7 สถานที่เขาจะต้องไปสอบในวันนี้
1 เดือนที่ผ่านมาสำหรับเขานับว่าเป็ไปได้ด้วยดีมากไม่ว่าจะเป็การฝึกและการทำงานฆ่าเวลา ชีวิตของเขาเปรียบเสมือนคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ต้องต่อสู้ ไม่ต้องดิ้นรนเพียงแค่ใช้ชีวิตไปวันๆ ออกกำลังเพิ่มความอึดให้กับตัวเอง
โดยสิ่งที่เขาได้จากการออกกำลังกายตลอด 1 เดือนมีด้วยกันหลายอย่าง สิ่งแรกที่เขาได้รับและทำให้เขาตื่นเต้นคือสกิล การออกกำลังกาย การต่อสู้ด้วยดาบไม้และมีดภายในห้องของเขาเอง ปรากฎว่าระบบต่อสู้ 1 - 1 ของเขาได้มอบสิ่งที่น่าเหลือเชื่อให้กับเขานั่นคือสกิล
เดิมทีทหารจำเป็ต้องฝึกเป็ปีถึงจะมีสกิลเกิดขึ้นมาจากการฝึกซ้ำๆ การกระทำเดิมๆทุกๆวันด้วยวินัย เขากลับใช้เวลาเพียง 1 เดือนในการเพิ่มสกิลพื้นฐานที่ทหารจำเป็ต้องใช้
การวิ่งในทุกๆเช้าทำให้เขาได้สกิลวิ่งมา 3 รูปแบบ หนึ่งสกิลวิ่งเร็ว เป็สกิลที่ทำให้เขาวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดตลอดเวลาที่ใช้งาน
สองสกิละเิฝีเท้า เป็สกิลที่ใช้สำหรับเคลื่อนที่ในระยะเวลาสั้นๆด้วยความรวดเร็วอย่างชื่อของมัน เมื่อเปิดใช้งานจะเร่งการทำงานของร่างกายให้สูงขึ้นจนเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดได้ด้วยความรวดเร็วจนยากที่มนุษย์ธรรมดาจะทำตามได้
สามสกิลหลบหลีก เป็สกิลที่เอาไว้ใช้วิ่งหลบการโจมตีรวมไปถึงใช้ในการโยกหลบระหว่างต่อสู้ นับว่าเป็สกิลที่ใช้เอาตัวรอดได้ดี ไม่เพียงเท่านั้นมันยังใช้ในการวิ่งข้ามสิ่งกีดขวางได้อีกด้วย
ส่วนสกิลที่ได้จากการฝึกทักษะการชก ฝึกการใช้ดาบและฝึกการใช้มีด แอชเชอร์นึกว่าการฝึกของเขาแบบเดิมซ้ำๆด้วยทักษะชีวิตก่อน จะทำให้เขาสร้างสกิลขึ้นมาได้เหมือนกับที่เห็นในจอขนาดใหญ่ั์ แต่ความจริงเขากลับไม่สามารถสร้างมันขึ้นมาได้ เขายังไม่สามารถสร้างสกิลที่ปลดปล่อยคลื่นดาบ ปลดปล่อยหมัดอัดอากาศ สิ่งที่เขาได้รับมีเพียงสกิลพื้นฐานที่เป็สกิลติดตัวเท่านั้น
การฝึกชกลมและต่อยหุ่นซ้อมทำให้เขาได้รับสกิล เชี่ยวชาญหมัดเบื้องต้น เมื่อเปิดใช้งานสกิลนี้ร่างกายของเขาจะถูกกระตุ้นให้เข้าสู่โหมดต่อสู้ด้วยมือเปล่า หมัด เท้า เข่า ศอกจะกลายเป็อาวุธของเขา
การฝึกฟันอากาศและฟันหุ่นซ้อมด้วยดาบและมีดสั้น ทำให้เขาได้รับสกิล เชี่ยวชาญดาบเบื้องต้นและเชี่ยวชาญมีดเบื้องต้น เพียงแค่เขาถือดาบหรือไม่ก็มีดในมือ ความสามารถทุกอย่างเกี่ยวกับการใช้งานอาวุธทั้งสองอย่างนี้จะเปิดใช้งาน
นอกจากสกิลที่เพิ่มเข้ามาแล้ว แอชเชอร์ยังได้รับสิ่งที่น่าเหลือเชื่ออีกหนึ่งอย่างมาด้วยเช่นกัน สิ่งๆนั้นคือแต้มสถานะที่ได้รับผ่านการฝึกฝน เดิมทีแต้มสถานะเหล่านี้จะได้จากการแลกเปลี่ยนฟอสเอนเนอร์จี้ที่ดูดซับให้เป็แต้มสถานะ กลับกลายเป็ว่าการออกกำลังกายของเขามีส่วนช่วยทำให้แต้มสถานะเพิ่มขึ้น
1 เดือนที่ผ่านมานี้เขาทั้งวิ่งและฝึกทักษะ ทำให้ค่าสถานะทั้ง 3 ของเขาไม่ว่าจะเป็ พลังโจมตี พลังป้องกัน และความเร็ว เพิ่มขึ้นมา 1 หน่วย ซึ่งมันแบ่งออกได้อย่างชัดเจนจากแต้นสถานะที่เขาเพิ่มด้วยความสามารถของระบบ
หากแต้มสถานะที่ได้ผ่านการฝึกมันจะมีวงเล็บครอบไว้ ถึงแม้ว่ามันจะแยกออกจากกัน ระบบยังคงนำแต้มสถานะที่เพิ่มจากระบบและเพิ่มจากการออกกำลังกายไปคำนวณรวมกันเปลี่ยนไปเป็พลังต่อสู้ โดยตอนนี้พลังต่อสู้ของเขามีอยู่ 20 หน่วย นับได้ว่าเป็พลังต่อสู้ระดับแนวหน้าของทหารเลยก็ว่าได้
สำหรับพลเรือนทั่วไปพวกเขาจะมีพลังต่อสู้ที่ 0 - 10 หน่วย ทหารผ่านการฝึกจะอยู่ที่ 11 - 20 หน่วย ในตอนนี้จึงนับได้ว่าเขาเป็หนึ่งในทหารระดับสูงผ่านการฝึกมามากมายจากการออกกำลังกายเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น
ภายในใจของแอชเชอร์คิดว่า 10 เดือนที่เขาจะเข้าหลักสูตรนักเรียนเตรียมทหาร เขาคิดว่าแต้มสถานะจะต้องเพิ่มมามากพอสมควรอย่างแน่นอน หากเป็ไปได้เขาก็อยากให้สถานะทั้ง 3 ด้านเพิ่มเดือนละ 1 แต้ม ถ้าเป็อย่างที่เขาคิด ภายในหลักสูตรการฝึก 10 เดือนเขาไม่จำเป็ต้องได้รับฟอสเอนเนอร์จี้ก็สามารถเพิ่มพลังต่อสู้ของตัวเองให้เท่ากับเหล่าทหารที่สวมใส่ชุดเกราะมาร์คทูได้แน่
“หวังว่ามันจะมีวิธีฝึกให้ได้สกิลเหมือนในข่าวนะ”
แอชเชอร์ตั้งความหวังไว้สูง การมีชีวิตใหม่ของเขาหลายอย่างเปลี่ยนไป ทำให้เขาต้องขวนขวายหาความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นแล้วต้องรวดเร็วด้วย เนื่องจากชีวิตก่อนเขาเคยเห็นปลาใหญ่กินปลาเล็ก เมื่อใดก็ตามที่ตระกูลใหญ่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับทางกองทัพเื่ผลประโยชน์ พวกมันสามารถทำสิ่งสกปรก ทำสิ่งชั่วช้า ให้กลายเป็สิ่งดีๆได้โดยที่ไม่มีใครเห็น
เขาจึงภาวนาว่าความโดดเด่นของตัวเองที่กำลังจะแสดงในการเป็นักเรียนเตรียมทหาร จะไม่เตะตาตระกูลเก่าที่เคยมีเื่กับเขาเมื่อชีวิตก่อน เขาภาวนาให้ความโดดเด่นของเขาถูกตาตระกูลที่เขาคิดว่าเป็กลุ่มคนที่อยู่ในด้านสีขาว ไม่ใช่สีเทาหรือสีดำ
เอี๊ยด~!
เสียงรถบัสเบรคดังขึ้นเบาๆ พอให้รู้ว่ารถหยุดวิ่งแล้ว แอชเชอร์ที่ได้ยินเสียงพูดของคนขับบอกถึงสถานที่ที่กำลังจอด เขาก็เริ่มก้าวเท้าลงรถพลางกวาดตามองรอบๆในทันที ด้วยความคุ้นชินกับสถานที่แห่งนี้ ทำให้เขาหวนคิดถึงชีวิตก่อนที่ถูกส่งตัวมาเป็นักเรียนเตรียมทหารเพื่อที่เขาจะมีเงินใช้หนี้ แต่ชีวิตนี้เขากลับมาในตัวแทนคนธรรมดาที่้าหาตัวพี่สาวไปพร้อมๆกับขวนขวายหาพลังต่อสู้ไม่ให้ตัวเองต้องตกเป็เบี้ยของใคร
“เชิญผู้เข้าสมัครสอบตรวจร่างกายด้านนี้”
เสียงป่าวประกาศดังมาจากหน้าทางเข้ากองทัพที่ 7 แอชเชอร์จึงเดินตัวปลิวไปด้วยความรวดเร็ว ดีที่การเดินทางมาของเขานอกจากเสื้อผ้าที่สวมใส่และโทรศัพท์หนึ่งเครื่องติดตัว ภายในตัวของเขาไม่มีอะไรอีกเลย เสื้อผ้าที่เคยใส่ หมอน ผ้าห่ม เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆเขาขายให้กับหอพักไปทั้งหมด การที่เขาทำแบบนี้ก็เพราะว่า ค่ายที่เขากำลังจะเข้าฝึกมีทุกอย่างให้ เสื้อผ้า ยา อาหาร ของใช้ในชีวิตประจำวัน เขาจึงมาด้วยเสื้อผ้าติดตัว
“ผ่าน”
แอชเชอร์เดินผ่านเครื่องสแกนหาของอันตราย จากนั้นเขาก็เข้าไปในกองทัพที่ 7 ภายใต้การหยุดนิ่งหน้าทางเข้านี้เอง เขาก็เริ่มกวาดตามองดูทุกๆอย่างในกองทัพที่ 7 ด้วยความคิดถึง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด ตึก ถนน ต้นไม้ ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปจากชีวิตก่อนของเขาที่เคยเข้าฝึกในกองทัพแห่งนี้
“อย่าทำให้คนอื่นต้องรอนาน วิ่ง~!”
แอชเชอร์ถูกกระตุ้นด้วยเสียงของครูฝึก เขาจึงวิ่งไปต่อแถวของคนที่ผ่านการตรวจหาวัตถุอันตราย ระหว่างเข้าแถวเขาก็ได้พูดคุยกับครูฝึกที่เดินเข้ามาใกล้พลางให้เขาทาบมือลงไปบนเครื่องสแกนเพื่อยืนยันตัวตน
“แอชเชอร์ แอสลาส อายุ 15 ปี พลเรือนจากเขต B61 ถูกต้องไหม”
“ถูกต้องครับ”
“ยืนต่อไป”
ครูฝึกเดินไปตรวจสอบคนที่ยืนต่อท้ายแอชเชอร์ปล่อยให้เขายืนรอในแถวต่อไป แอชเชอร์ที่สงสัยว่าด้านหน้ากำลังทำอะไรจึงชะโงกหน้าออกไปดู ปรากฎว่าการสอบในรอบเช้าที่เป็ข้อเขียนดูจะต่างไปจากเดิม เนื่องจากว่าแถวหน้าสุดที่มีการแตกแยกออกไปเป็หลายแถวมีหน้าจอให้ทุกคนเข้าไปยืนจิ้ม ดูเหมือนว่าจะมีการสุ่มข้อสอบถูกผิดให้เลือกตรงนี้เลย ไม่จำเป็ต้องเสียเวลาเข้าไปในห้องสอบ ไม่เพียงเท่านั้นการทดสอบรอบสองยังเกิดขึ้นต่อจากการสอบรอบแรก
ด้านหลังของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทดสอบรอบแรกมีทหารอยู่หลายคน พวกเขากำลังวัดร่างกายของผู้เข้าสอบที่มีอายุั้แ่ 15 - 20 ปี คนเหล่านี้ล้วนแล้วมาด้วยการสมัครใจ ไม่ได้ถูกบังคับ อาชีพทหารแม้มันจะเสี่ยง เงินเดือนของพวกเขากลับมากว่าพนักงานเงินเดือนหลายเท่าตัว หากเสียชีวิตทางครอบครัวจะได้เงินหลายล้านหลายคนจึงมาที่นี่
ซึ่งทุกคนที่ผ่านการตรวจร่างกาย ล้วนถูกส่งเข้าสู่การสอบภาคสนาม จากที่สายตาของแอชเชอร์มองดูไม่มีอะไรมาก พวกเขาเพียงแค่ต้องวิ่งไปตามลู่วิ่งที่เป็เส้นตรง จากนั้นก็มีการะโข้ามลู่วิ่ง มีการห้อยโหน มีการทดสอบยกน้ำหนักตลอดเส้นทางที่เขามองเห็นล้วนเป็เหมือนกีฬากรีฑา มากกว่าการสอบ มีการทดสอบว่ายน้ำ ทุกอย่างไม่เหมือนการคัดเลือกทหารเลยสักนิด
“พี่ชาย เกิดอะไรขึ้น ทำไมการสอบถึงดูเร่งรีบจังเลย”
แอชเชอร์อดไม่ได้จึงถามกับครูฝึก ซึ่งคำถามของเขาก็ถูกมองด้วยสายตาสะกดข่มให้หวาดกลัว เขากลับนิ่งแล้วรอฟังคำพูดจากครูฝึก
“ไม่จำเป็ที่แกจะต้องรู้ หากอยากรู้ก็เข้าไปให้ได้แล้วแกจะรู้ทุกอย่างเอง”
ไม่มีการสนทนาใดๆเกิดขึ้นอีก ทุกคนต่างเงียบเมื่อครูฝึกตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแสกับคนที่อยากรู้อยากเห็น ระหว่างนี้เองแอชเชอร์ก็เริ่มมองจ้องสำรวจทหารภายในกองทัพที่เดินผ่านไปมา บางคนนั่งรถออกไปทำภารกิจ เขาอยากรู้พลังต่อสู้ของชุดเกราะแต่ละรุ่นมันมากน้อยแค่ไหน