Chapter 1
ณ ผับแห่งหนึ่ง
“กลุ้ม…ใจจริงๆ รักผู้หญิง หญิงก็ไม่โสนนน เลาาามันคนจนนนนน แม่หน้ามนจึงม่ายมองง”
เสียงแหกปากร้องเพลงที่แสนจะไพเราะนั้นเป็เสียงของใครไปไม่ได้นอกจากกระผม นายทัช ทัชทัชทัชเบบี้คิสคิสคิส เดี๋ยวๆ ไม่ใช่ละ
“ไอ้ทัชมึงลงมาจากโต๊ะก๊อนนน เดี๋ยวเขาก็เอารปภ.มาลากพวกกูออกจากร้านหรอก”
เื่อะไรผมจะยอมลงง่ายๆ วะคนกำลังมันส์ได้ที่เลย ชีวิตผมอะนะมันโคตรกลุ้มเลยเว้ย เพราะงั้นมันต้องระบาย!
แต่ผมคงลืมไปว่าที่นี่เป็ผับไม่ใช่ร้านเหล้าเ้าประจำของผม จึงทำให้ผมดูเป็ตัวประหลาดในสายตาของลูกค้าคนอื่นๆ แต่เดี๋ยวก่อนทุกคนผมมีเงินจ่ายนะเว้ยเห็นหน้าอย่างนี้ก็มีปัญญาจ่ายค่าเหล้านะขอบอก แต่ส่วนเงินที่ผมได้มานั้นมันค่อนข้าง…
“พูดแล้วอยากจาร้องห้ายยย”
“มึงลงมาก่อนค่อยร้องดิเว้ย”
“มึงหยุดไอ้โก้! มึงไม่ต้องมาห้ามกู” ผมยกมือห้ามไอ้โก้ส่วนอีกข้างหนึ่งจับที่อกข้างซ้าย มันเจ็บที่ใจใครเล่าจะรู้…
คงต้องย้อนกลับไปเมื่อสามชั่วโมงที่แล้ว
‘นาย’ เสียงหวานเอ่ยขึ้นขณะที่ผมกำลังมองเ้าของเสียงนั้นอย่างเผลอไผล
‘นาย!’
‘คะ…ครับ’ เผลอจ้องอีกแล้ว
คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมเป็ลูกค้าที่เรียกได้ว่าเป็ลูกค้าประจำเลยก็ว่าได้ ผมเป็พนักงานร้านคาเฟ่ที่พี่ผมเป็เ้าของ ผมแอบมองเธอเสมอเวลาที่เธอเข้ามาในร้าน
ใช่แล้วครับ ผมชอบเธอ
‘ทั้งหมด 250 บาทครับ’ ผมรีบดึงตัวเองให้กลับมาเป็ปกติทันที เวลาเจอหน้าเธอทีไรมันไม่เป็ตัวของตัวเองนี่ครับ คนอะไรโคตรน่ารักเลย
‘นาย..เลิกงานตอนไหนหรอ’
‘เลิกตอนนี้เลยก็ได้ เอ่อ…’ ไอ้เชี้ยทัช มึงพูดอะไรเนี่ย
‘คือ…หมายถึงอีกครึ่งชั่วโมงครับ’ แถสิครับรอไร ถึงจะแถได้น่าเกลียดก็เถอะ
‘เราขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม’
เชรดด ใจผมตอนนี้มันเต้นเป็จังหวะสามซ่าแล้วครับ
เธอจะคุยกับผมโว้ยย
‘มีธุระอะไรกับผมรึเปล่าครับ’ เล่นตัวสักหน่อยพอเป็พิธี ถึงแม้ในใจจะอยากให้ถึงตอนเลิกงานเร็วๆ ก็เถอะ
จะเป็ฝั่งเป็ฝาแล้วเว้ย
‘เราจะจ้างเธอมาเป็แฟนเราให้หน่อย...ได้ไหม’
‘หะ!’
‘แค่แปปเดียวเอง ไม่ให้นายเสียเวลานานหรอก’
ว้อท เดอะ ฟัค!
นั่นแหละครับเื่ที่ทำให้ผมกึ่งเมากึ่งมีสติอยู่ในตอนนี้ แต่ผมว่าผมมีสติดีนะ…
“ดึงมันลงมาก่อนคนมองทั้งร้านแล้วเนี่ย”
“หูวว วิวดีมากพวกมึงดูหุ่นแต่ละโคนนน”
“เออๆ มึงลงมาก่อนนะ เขาเอาเครื่องดื่มมาให้ละ” พอได้ยินดังนั้นผมแทนจะโดดลงจากโต๊ะทันที
เงินค่าจ้างก็เอามาแดกเหล้าย้อมใจนี่แหละครับ แดกให้มันลืมไปเลย
“พวกมึงเห็นแผลนี่ปะ แฟนเขาต่อยกูเว้ย ไอ้เหี้ยยหน้าหล่อๆ กูเสียโฉมหมด” ผมชี้ที่มุมปากให้พวกเพื่อนๆ ผมที่นั่งอยู่ดู ที่บอกว่าจ้างให้ไปเป็แฟนจริงๆ แล้วจ้างเพื่อประชดแฟนครับพอไอ้นั่นเห็นผมควงแฟนตัวเองก็ชัดเข้าที่ปากผมทันทีไม่ถามสารทุกข์สุกดิบกันเลยสักคำ
“ใครบอกให้มึงไปช่วยเขาล่ะ”
“กู…ลืมปฏิเสธเขาว่ะ”
“ไอ้สัส!” พวกมึงจะด่ากูพร้อมกันทำเชี้ยไรรร
อย่างที่บอกผมลืมปฏิเสธเขาพูดไรมาก็เออออหมดเลย พอเอาเข้าจริงๆ ก็โดนแฟนเขาต่อยปากมาด้วยคุ้มไหมล่ะ เบอร์ก็ไม่ได้ไลน์ก็ไม่มีแถมยังถูกต่อยฟรีๆ ไม่บวกใส่ค่าจ้างอีก ทำกันได้ลงคอแท้!
“แล้วเขาจ้างมึงเท่าไหร่วะ”
“สาม”
“สามพัน”
“สามร้อย”
“ถุ้ย! นี่มึงโง่หรือโง่วะ” กูอยู่ใน่หน้ามืดตามัวเว้ย จริงๆ เขาจ้างผมสามพันครับหลอกพวกมันไปงั้นแหละแล้วไอ้โก้ก็ด่าผม เอ้อ หรือว่าผมโง่จริงๆ วะ อยู่ๆ ก็หลอกให้มันด่าตัวเอง
“กูอะนะ... กูอะนะ” ว่าแล้วก็ซดเหล้าไปหลายอึก พูดแล้วมันคอแห้ง
“เอออ ว่ามาๆ ”
“รัก! ผู้หญิง หญิงก็ไม่โสนนนน”
“กูเกลียดเวลาแม่งเมาว่ะ”
“กูด้วย/กูด้วย”
ผมว่าร้านแบบนี้ไม่เหมาะกับผมว่ะคนมองผมแปลกๆ หรือผมลืมรูดซิบกางเกงวะ แต่ดูแล้วก็เรียบร้อยดีนี่หว่า อ้ออออหรือว่าผมมันหล่อเกินไป ฮี่ๆ
“ดูหน้ามัน กูสงสารคนพบเห็นชะมัด”
“เช็คบิลแล้วพามันกลับเถอะว่ะ”
“มึงมีเงินสดปะ” เหมือนผมจะได้เงินอะไรสดๆ นะ เงินสดปะวะ
“กูมี!” ผมะโออกไปแล้วพวกมันก็มองมาทางผม
“แปป” ผมล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วกำเหรียญจำนวนหนึ่งออกมา มีแบงค์ด้วยเด้อขอบอก ผมหันไปฉีกยิ้มให้พวกมัน ซึ่งแต่ละคนก็ส่ายหน้ากันเป็พัลวัน
อะไรหว้าาา กูก็มีเงินสดนะเว้ย
“เอามันไปเก็บที”
ขณะที่ไอ้โอ๊ตกำลังจะมาพยุงผมตามคำสั่งไอ้โก้ เหรียญอันแสนมีค่าของผมก็หล่นลงพื้นอย่างคาดไม่ถึง จะหายไม่ได้นะเว้ย
ไวกว่าเสียงผมรีบตามตะครุบเหรียญทันทีจนทำให้รู้สึกเวียนหัวกะทันหัน ชิบหายละครับของที่กินไปมันกำลังมารวมตัวกันทางเดิมแล้ว
ผมรีบหยิบเหรียญแล้วลุกขึ้นทันทีพอดีกับของเก่ากำลังจะพุ้งออกมาแต่ที่ทำเอาผมอยากจะกลืนของเก่าเข้าไปก็คือคนตรงหน้านี่แหละ
เชี้ยยย หลบไปสิโว้ยกูจะอ้วก!
“อ้วกกกก”
“ไอ้เหี้ยทัช!!!” ได้ยินเสียงเพื่อนผมแว่วๆ พร้อมกับของเก่าที่ขย้อนออกมาอีกรอบ หมดทุกอย่างรวมถึงสติที่เริ่มจะหมดลงด้วย
เสียงเพื่อนพูดอีกหลายประโยคแต่เหมือนผมจะไม่ค่อยได้ยินเท่าไหร่ ก็มีแต่เสียงคนตรงหน้านี่แหละที่ได้ยินชัดแจ๋วเลย
“ไอ้เด็กเวร!!!”
……………………………………………
อยู่ๆ ก็มีแต่เธอมาปราฏกตัวในหัวใจ อยู่ๆ ไม่รู้ทำไมถึงคิดถึงเธอได้ทั้งวัน~~~
ผมเริ่มรู้สึกตัวเมื่อเสียงเพลงเข้ามาในโสตประสาท ลักษณะการเปิดเพลงแบบนี้ผมคงนอนอยู่ในห้องไอ้โก้แน่ๆ มันเป็บุคคลที่เปิดเพลงไม่เข้ากับหนังหน้าตัวเองเลยสักนิด
ผมลืมตาพลางพยุงตัวเองลุกเอาจริงๆ นะครับคำว่าแฮงค์ใช้กับผมไม่ได้หรอก
จริงๆ นะ
ตุบ!
“เสียงอะไรวะ …เห้ย! เป็ไรวะไอ้ทัช”
เสียงไอ้โก้ดังใกล้ๆ หูแต่ผมไม่เห็นหน้ามันสักนิด จะเห็นได้ไงล่ะก็ปากผมแทบจะจูบกับพื้นห้องมันอยู่แล้วเนี่ย
“กู โอ เค” ผมชูสองนิ้วให้มันก่อนจะพงกหัวขึ้น แล้วไอ้โก้มันทำไรกับผมรู้ไหมครับ มันตบหัวผมแล้วหน้าผมก็กระแทกกับพื้น…อันนี้จูบจริง ไม่ใช้ตัวแสดง
ไอ้เพื่อนเลววว
“เมาแล้วสร้างปัญหาตลอด” กูไปสร้างปัญหาตอนไหนวะ!
จากที่มึนๆ ก็มึนยิ่งกว่าเดิม เพื่อนหน๋อเพื่อนทำกูได้ลงคอ
ผมลุกขึ้นแล้วนั่งสักพักพอให้หายมึนก่อนจะกวาดสายตาไปรอบห้องแล้วก็ไปสะดุดกับบางอย่าง
“เสื้อมึงหรอ” ผมชี้ไปที่เสื้อที่กองอยู่กับพื้น
“นี่มึงจำไม่ได้หรอ” บางทีมึงก็ควรจะคิดนิดนึงนะว่าที่กูถามก็แสดงว่ากูจำไม่ได้ไง
“นึกดีๆ ”
เมื่อคืนผมเฮิร์ทจากนั้นจึงชวนเดอะแก๊งไปแดกเหล้า ร้านหรูด้วยสักพักผมก็เริ่มมึนๆ จากนั้นไม่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผม ใช่แล้ว!
“มึงหาอะไร” ผมมองหาเสื้อตัวที่ใส่เมื่อคืนแต่ก็ไม่เจอ
“เห็นเสื้อที่กูใส่เมื่อคืนปะ”
“ตัวนี้อะหรอ” ไอ้โก้ชูเสื้อที่ผมกำลังหาก่อนมันจะโยนมาให้ผม
ผมล้วงกระเป๋าเสื้อแล้วก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา จำได้ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งให้ผมมา
คอนแท็คแน่นอนนน หวานหมูแล้วไอ้ทัชเอ้ย
“หล่อดีนะคะ แต่ช่วยหุบปากสักทีได้ไหม…อ้าว”
“กร๊ากกกกก แม่งโดนว่ะกูชอบๆ ” ผมแทบจะปากระดาษทิ้งทันทีที่อ่านจบแต่ก็ยังดีที่ชมว่าผมหล่อล่ะวะ บอกให้หุบปากแสดงว่าผมต้องร้องเพลงแน่ๆ แต่เอ๊ะปกติผมก็เสียงดีอยู่นะ
“อย่าบอกนะว่ามึงจำได้แค่นี้”
“กูจำได้ว่ากูชวนพวกมึงไปแดกเหล้า ไม่ใช่ร้านประจำด้วย แล้วกูก็ร้องเพลง เต้น”
“บนโต๊ะ”
“เออจำได้ แล้วก็มีผู้หญิงเดินมาหากูแล้วยัดกระดาษใส่กระเป๋าเสื้อ จากนั้นก็จะกลับใช่ปะแล้วกูดันทำเหรียญตกแล้วก็…เชี้ยยย กู อ้วก ใส่ใครวะ” เหตุการร์เมื่อคืนเริ่มไหลเข้ามาในหัวผม สร้างปัญหาไว้จริงๆ ด้วย ไปอ้วกใส่เขาอีกดีนะที่ยังกลับมาในสภาพที่อยู่ครบสามสิบสอง
“เมื่อคืนพวกกูแทบจะกราบตีนเขาอยู่ละ อ้วกใส่ใครไม่อ้วกดันไปอ้วกใส่พวกผู้ดี”
พวกผู้ดีที่ว่าคงไม่ต้องเดาให้ยากว่าหมายถึงใครแถวนี้ก็มีพวกผมกับพวกเด็กมหาลัยที่สไตล์แตกต่างกันเหลือเกิน นึกว่าระบบชนชั้น
“ทำไมกูจำอะไรไม่ได้เลยหลังจากอ้วกเสร็จวะ”
“ตายห่าไง ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่นลำบากพวกกูต้องเคลียร์กับเ้าของเสื้อแล้วก็ลากมึงกลับห้องเนี่ย อีกอย่างพี่แทนโทรมาหามึงด้วยนะ”
“แล้วพี่กูว่าไงวะ”
“บอกให้มึงเข้าร้าน”
โล่งอกที่พี่แทนยังไม่รู้เื่ที่ผมไปเมาเละเมื่อคืน ไม่งั้นโดนบ่นแน่ๆ
เมื่อกี้ไอ้โก้มันพูดถึงเสื้อนี่หว่า คงเป็เสื้อตัวที่กองอยู่พื้นนั่นแหละมั้ง
“ทำไมมึงได้เสื้อเขามาด้วยวะ”
“เปื้อนอ้วกขนาดนั้นเขาคงอยากเอากลับอยู่หรอกมั้ง”
ผมเขยิบไปหยิบเสื้อขึ้นมาดูเป็เสื้อแจ็คเก็ตยี่ห้อดังบ่งบอกฐานะของผู้ซื้อได้เป็อย่างดี แถมยังเหมือนมีชื่อปักอยู่ที่เสื้อด้วย
Thay
ตายห่า ผมอ่านอังกฤษไม่ออกต้องเข้ากูเกิลให้มันช่วยอ่านไหมเนี่ย
แล้วต้องเป็คนหวงเสื้อขนาดไหนวะถึงจะปักชื่อไว้ด้วย
“T h a y อ่านว่าไรวะ”
“แดกเหล้าเยอะแล้วโง่อย่างนี้ไง” มึงเป็ฝ่ายซ้ำเติมรึไงวะ
“ไอ้คนเก่ง มึงบอกกูมาดิ้ว่ามันอ่านว่าอะไร”
“ธัญ”
“มึงอ่านออกหรอวะ”
“เปล่า กูได้ยินเพื่อนเขาเรียก”
“ถุ้ย!”
นึกว่าจะแน่ที่แท้มันก็พอๆ กับผมแหละวะมาด่าว่าผมโง่มันก็โง่เหมือนกันนั่นแหละไม่งั้นคงไม่หลอมตัวมาคบกับผมหรอก
“ซักให้เขาด้วยนะเอาแบบสะอาด สะอาดแบบสะอาดชิบหายเลยอะ”
สะอาดแบบชิบหายนี่มันยังไงวะ
“เหม็นวะ” ขนาดอ้วกตัวเองยังจะอ้วกออกมาอีกรอบไม่อยากจะคิดถึงความรู้สึกคนที่โดนผมอ้วกใส่เมื่อคืนเลย คราวซวยแท้ๆ
ถ้าเจอครั้งหน้าคงต้องขอโทษแล้วล่ะ ต้องฝึกสเตปคานเข่าแล้วครับเผื่อเขาใจอ่อนแล้วยอมยกโทษให้ ฮี่ๆ
“เอาไปซัก แล้วก็ซักเสื้อมึงด้วยเหม็นชิบหาย”
“ครับเพื่อนโก้”
ผมลุกไปล้างหน้าล้างตาแล้วเอาผ้าไปซัก แล้วผมจะเจอเขาได้ไงวะหน้าตาก็จำไม่ได้จะมีก็แค่เสื้อกับชื่อที่ไม่เคยได้ยินอีก แต่สิ่งที่ผมรู้อีกอย่างก็คือเขาเป็เด็กมหาลัย
อะแฮ่ม! ตอนนี้สติและสภาพภายนอกของผมกลับมาเป็ปกติแล้วครับ ได้เวลาแนะนำตัวอย่างเป็ทางการสักที ผมชื่อทัชเรียนช่างยนต์ ปี1 มีพี่ชายชื่อแทนเรียนบริหารปี3 ซึ่งผมกับพี่ชายค่อนข้างแตกต่างกันอย่างมาก ผมเรียนเทคนิคพี่แทนเรียนมหาลัยหรือไม่ว่าจะเป็นิสัย หน้าตา ความชอบ พี่ผมอะลุคคุณชายส่วนผมมันลุคเด็กแว๊น
พี่ชายของผมเปิดร้านคาเฟ่ร้านหนึ่งชื่อร้าน Double T Cafe ซึ่ง T ก็ย่อมาจากชื่อของพวกผมนี่แหละ และผมยังเป็พนักงานอยู่ที่นี่ด้วยแล้วก็ยังมีไอ้โก้ด้วยอีกคน
การเป็น้องเ้าของร้านไม่ได้สบายนะครับทำงานเหมือนพนักงานคนอื่นทุกอย่างแถมยังทำมากกว่าอีก ก็ร้านของพี่ผมนี่ครับต้องทำดีๆ หน่อย
Double T Cafe เป็ร้านวินเทจสไตล์ห้องสมุด ภายในร้านก็จะมีหนังสืออยู่ตามพนังซึ่งเจาะเป็ช่องไว้วางหนังสือ โดยมีโซฟาสไตล์วินเทจแบบเล็กมีโต๊ะทั้งด้านนอกและในร้าน มีมุมให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็น มุมนี้เป็มุมที่ดูจะเป็ที่ชื่นชอบของลูกค้ามากที่สุดด้วย
ที่เป็สไตล์ห้องสมุดก็เพราะว่าพี่ผมชอบอ่านหนังสือมาก ทั้งยังชอบทำของหวานจึงเอามาจัดเป็สไตล์ร้านของตัวเอง ผมก็ชอบนะถึงผมจะไม่ใช่หนอนหนังสือก็เถอะ อ๋อ อีกอย่างร้านนี้มีสองชั้นนะชั้นบนเป็ห้องทำงานของพี่ผม และมีห้องว่างห้องหนึ่งซึ่งบางทีผมก็มานอนร้านเพราะมันใกล้วิลัยดีแต่ถึงยังไงร้านนี้ก็ยังใกล้มหาลัยมากกว่าลูกค้าส่วนมากจึงมีแต่เด็กมหาลัย
“หวัดดีครับพี่แนน” พอผมเดินเข้ามาในร้านก็ยกมือไหว้พี่แนนที่ประจำอยู่ตรงเคาน์เตอร์ทันที
พี่แนนเป็พนักคนแรกั้แ่เริ่มเปิดร้านและอยู่กับพวกผมมานานจนพี่แทนไว้ใจให้ดูแลแทนในหลายๆ เื่ พนักงานในร้านมีสี่คนรวมกับผมแล้วก็ไอ้โก้ คนทำพวกขนมอีกสอง เ้าของร้านอีกหนึ่งรวมแล้วก็เป็เจ็ดคนถือว่าไม่มากไม่น้อยที่พอจะช่วยกันดูแลร้าน คนในร้านก็เป็คนที่พวกผมรู้จักทั้งหมด เพื่อนพี่แทนบ้างคนที่รู้จักบ้าง แล้วผมก็ชอบมาที่ร้านนะมันดูอบอุ่นดี
“หวัดดีจ้าา”
“พี่แทนเข้าร้านไหมครับ” ผมถามพี่แนนพลางวางกระเป๋า
“น่าจะเย็นๆ นะ วันนี้โก้ไม่มาหรอ”
“มันทำธุระครับ เดี๋ยวตามมา”
“เปลี่ยนชุดแล้วมาที่เคาน์เตอร์แทนพี่หน่อยนะ พี่จะไปดูพวกขนมหน่อย”
ผมพยักหน้าให้พี่แนนแล้วถอดเสื้อช็อปก่อนจะหยิบผ้ากันเปื้อนมาคาดเอว
จริงๆ หน้าที่ส่วนใหญ่ของผมก็อยู่ตรงเคาน์เตอร์นี่แหละ
“ทั้งหมด350 บาทครับ” ผมยิ้มให้กับลูกค้าก่อนจะพบว่าลูกค้าก็จ้องหน้าผมนิ่ง
หน้าผมมีอะไรติดปะวะ แต่ที่ติดอยู่ก็น่าจะมีแต่ความหล่อนะ
“คุณลูกค้าครับ” ผมเรียกเขาอีกรอบ
“เท่าไหร่นะ” เสียงทุ้มเอ่ยถาม เสียงหล่อเหมือนหน้าตาเลยแฮะ
“350 บาทครับ” หน้าตาของลูกค้าที่ไม่ได้บ่งบอกถึงความเป็มิตรยื่นบัตรมาก่อนที่ผมจะยิ้มให้แล้วจัดการชำระเงินแล้วคืนบัตรให้ลูกค้าไป
มองหน้าเหมือนจะหาเื่เลยว่ะ สักยกไหมครับพี่
คิดไปงั้นแหละครับ ความจริงคือฉีกยิ้มให้อย่างน้อบน้อมอยู่ดี
แต่จะว่าไป ทำไมเสียงมันฟังดูคุ้นๆ จังวะ
ผมมองตามหลังลูกค้าที่เพิ่งเดินออกจากร้านอย่างนึกสงสัย แค่เสียงคุ้นล่ะมั้งอาจจะเสียงคล้ายไอ้โก้ก็ได้