ตอนที่ 108 ความก้าวหน้าของโจโฉ
#รัศมีแห่งความตาย เผาพลาญพลังเวทย์ไปทุกเสี้ยววินาที 'ดำ' พยายามเก็บอาการให้มากที่สุด 'เขา' ปิดอาร่าทันทีเมื่อพ้นระยะ..จากนั้นหันกลับมาแล้วจึงรีบเคี้ยว [โสม 30 ปี] อย่างวุ่นวาย ทั้งไม่อาจควบ [กินเลน] ให้วิ่งเร็วจนเกินไป และกับดักที่วางไว้ถือเป็นไพ่ใบสุดท้ายของดำรงค์.. ดำรงค์นึกเสียดายโอกาสที่จะเชิญเสด็จพระเจ้าเหี้ยนเต้ไปเมืองเกียดเซกอยู่เหมือนกันแต่ด้วยกำลังทหารของเมืองชายขอบทะเลที่มีเพียงสามหมื่น จึงเป็นเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะถวายความปลอดภัยองค์ฮ่องเต้ได้อย่างตลอดรอดฝั่งซ้ำร้ายจะชักนำภัยร้ายมายังชาวเมืองผู้บริสุทธิ์อีกนับแสนคนด้วยซ้ำ ซึ่งในเวลานี้ โจโฉมีกองกำลังอยู่หลายแสนนาย ทั้งมียอดขุนพล และยอดกุนซืออีกมากมายนัก จึงเหมาะสมที่สุดในการอารักขาเจ้าเหนือหัวอย่างที่สุดในเวลานี้.. ทันใดนั้นก็เกิดนิมิตจาก #กองทัพกระดูก ที่ส่งไปไป SPY ที่กิจิ๋ว(อ้วนเสี้ยว) อ้วนเสียวเคลื่อนทัพ 6 แสน จากกิจิ๋วมาลกเอี๋ยง !!! ความวัวยังไม่ทันหาย ..ความควายก็เข้ามาแทรก เฟี้ยววววว...ดำรงค์เสียสมาธิไปเพียงแว็บเดียว ด้านหลังคือกองทัพ 3 แสนเริ่มโจมตีเข้ามาอีก ..ดูเหมือนลิฉุยกุยกีจะถอนพิษสำเร็จแล้ว กึกๆๆๆๆ..สองจอมโฉด นำทัพม้าเร็วติดตามไม่ลดละ.. "สังหารมัน !!! มือเกาทัณฑ์ยิงเข้าไปอีก !!!" จะอะไรนักหนาเนี่ย ?ดำรงค์ยังคิดแผนรับมืออ้วนเสี้ยวไม่เสร็จ กลับต้องมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่อยู่ข้างหลังเสียแล้ว ..เฮ้อ และไพ่ใบสุดท้ายก็ถูกเปิดออก ปรากฏบางสิ่งบางอย่าง ? รูปร่างคล้ายสัตว์ประหลาดในนิยายสยองขวัญ ..เป็นพรายน้ำ 4 ตัว!!!!มันกระโจนเข้าใส่กองกำลังของลิฉุยกุยกีเมื่อเข้ามาใกล้ในระยะ ปีศาจ ..รีบสังหารมัน เร็ว !!! ทหารหลายพันคนย่อมต้านทานได้บ้าง ..และนั่นก็เพื่อการถ่วงเวลาให้เจ้าชีวิตของมันทิ้งระยะไปได้อีกหลายเส้น #ระเบิด ตูมมมมม ..... ตูมมมมมมม ตูมมมมมมม ตูมมมมมม... ทหารเคราะห์ร้าย ร่างแหลกเหลวหลายพันศพ ลิฉุยกุยกีแม้เป็นยอดฝีมือมีพลังยุทธ หากต้องรับการโจมตีครั้งนี้ แม้ไม่ตกตาย และย่อมบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน.......... หลังตั้งสติได้ ดวงตาหลายแสนคู่กลับไม่พบเจอเป้าหมาย ...ชายชุดดำนั้นแล้ว ..เขาหลบหายไปเฉยๆได้อย่างไร ? ********** ที่ลกเอี๋ยง..ความช่วยเหลือมาถึงแล้ว..โจโฉและเหล่าขุนศึกเข้าไปกราบถวายบังคมพระเจ้าเหี้ยนเต้ แล้วแจ้งเจตนาเพื่อมาป้องกันรักษาพระองค์ โจโฉมีสติปัญญาเป็นอันมาก แล้วก็ใจสัตย์ซื่อต่อเรา ...ควรที่จะทำนุบำรุงแผ่นดิน พระเจ้าเหี้ยนเต้มีความยินดี ..หมดทุกข์หมดโศกเสียที ..เฮ้อ ฝ่ายลิฉุย-กุยกีเอง ก็ยกกำลังมาถึงลกเอี๋ยงด้วยเช่นเดียวกัน ...กาเซี่ยงเมื่อเห็นทัพโจโฉมาประจำการในลงเอี๋ยงอยู่ก่อนแล้ว จึงเตือนบุคคลทั้งสอง ด้วยโจโฉมีทหารเอกแลทหารเลวเป็นอันมาก ทหารเราเพิ่งสูญเสียไปมากโขก็เห็นจะต้านทานมิได้ อุปมาดังเนื้อไปสู้เสือ ขอให้แต่งคนไปขอโทษแล้วว่าจะเข้าเกลี้ยกล่อมยอมทำราชการด้วย ..เห็นโจโฉก็จะมีใจเมตตาท่านทั้งสอง คนเตือน ..เตือนด้วยความสัตย์ซื่อและปรารถนาดีคนฟัง ..กลับฟังโดยอคติ กูจะทำสงครามแก่โจโฉอยู่ มึงมากล่าวทั้งนี้ หวังจะให้ทหารกูเสียกำลังใจใช่หรือไม่ ? ว่าแล้วลิฉุยกุยกีก็ชักกระบี่ออกจะฟันกาเซี่ยงเสีย แต่ทหารทั้งปวงเข้าขอโทษไว้ได้ กาเซี่ยงมีความน้อยใจอย่างมาก ตอนค่ำจึงขึ้นม้าหนีกลับบ้านเกิดไป ...ครั้นเวลารุ่งเช้าลิฉุยกุยกีก็จัดแจงทหาร ให้ลิเซียมลิเป๊กเป็นทัพหน้า แล้วยกไปจะรบด้วยโจโฉ แต่ลิเซียม-ลิเป๊ก เข้ารบกับเคาทู ผู้เป็นทหารเอกของโจโฉได้ไม่ถึงเพลงเดียว ก็ถูกทวนแทงตายทั้งสองคน ..เคาทูตัดเอาศีรษะมาให้โจโฉทั้งที่หงื่อยังไม่ออกด้วยซ้ำ !!เมื่อกองหน้าตาย ทหารลิฉุย-กุยกี ที่เพิ่งเสียขวัญกำลังใจจากการรบกับนักรบชุดดำไปเมื่อวาน วันนี้ยิ่งไม่มีกะจิตกะใจจะสู้รบเลยต่างทิ้งอาวุธแล้วขอสวามิภักดิ์กับโจโฉเสียสิ้น ส่วนลิฉุยกุยกีนั้นขับม้าหนีตายขึ้นเข้าไป..โจโฉลงแรงเพียงเล็กน้อยกลับได้ผลประโยชน์นับแสน ..จากการเดินหมากขั้นเทพของจอมยุทธดำผู้เดียว ! เอียวฮอง-หันเซียม แต่เดิมคอยอารักขาพระเจ้าเหี้ยนเต้จนถึงลกเอี๋ยงโดยสวัสดิภาพ เมื่อรู้ข่าวว่าโจโฉชนะศึกโดยง่าย ซ้ำยังได้กำลังพลมากมายก็เกรงภัยร้ายจากโจโฉ จึงออกอุบายขออาสายกทหารออกไปตามจับลิฉุยกุยกีเพื่อเป็นข้ออ้าง เมื่อพระเจ้าเหี้ยนเต้ทรงอนุญาตเอียวฮองหันเซียมก็ลาออกมาจัดแจงทหารแลพรรคพวกของตัว ..แล้วก็ยกออกจากเมืองลกเอี๋ยงทันที โจโฉมาลกเอี๋ยงในครั้งนี้ นอกจากจะได้กำลังทหารจากลิฉุย-กุยกีเพิ่ม ยังได้กุนซือชั้นยอดอีกคนคือ 'ตังเจี๋ยว' เดิมทีเป็นที่ปรึกษาของอ้วนเสี้ยว แต่เมื่อได้ยินข่าวว่าพระเจ้าเหี้ยนเต้เสด็จมาลกเอี๋ยง จึงเดินทางมาเพื่อรับราชการด้วยพระเจ้าเหี้ยนเต้ แต่เมื่อพบเจอจอมคนโจโฉ จึงเกิดถูกชะตาอย่างเสียไม่ได้จึงแนะนำเรื่องสำคัญแก่โจโฉว่า ท่านยกทหารเข้ามากำจัดลิฉุยกุยกีนั้นพระเจ้าเหี้ยนเต้แลขุนนางทั้งปวงก็ค่อยมีความสุขขึ้นเพราะท่าน บัดนี้ท่านจะทำนุบำรุงแผ่นดิน แลรักษาพระเจ้าเหี้ยนเต้สืบไปด้วยความสุจริตนั้น ความชอบของท่านก็จะมียิ่งขึ้นไปเป็นอันมากแต่จะตบแต่งค่ายคูประตูหอรบในเมืองลกเอี๋ยงให้บริบูรณ์ขึ้นนั้น ข้าพเจ้าเห็นยังขัดสนอยู่ ด้วยขุนนางแลราษฎรทั้งปวงยังมิได้ตั้งตัวได้เพราะขัดสนเข้าปลาอาหาร แล้วเกลือกจะมีราชการสงครามมาก็จะลำบากแก่ทหารท่านขอให้เชิญเสด็จพระเจ้าเหี้ยนเต้ไปตั้งอยู่ ณ เมืองฮูโต๋ พระเจ้าเหี้ยนเต้แลขุนนางทั้งปวงก็จะมีความยินดีด้วย เหมือนหนึ่งท่านนิมิตเมืองใหม่ถวายได้ทันที หัวเมืองแลราษฎรทั้งปวงก็จะสรรเสริญท่านว่ามิให้ลำบากแก่ไพร่ ..ซึ่งข้าพเจ้าว่านี้ขอให้ท่านดำริห์ดูจงควร โจโฉได้ฟังก็มีความยินดี จึงปรึกษาด้วยทหารทั้งปวง ซึ่งจะเชิญเสด็จไปตั้งอยู่ ณ เมืองฮูโต๋ แต่เมื่อโจโฉจึงยกทหารพาเสด็จออกจากด่านเมืองลกเอี๋ยงไม่ไกล กลับพบกองทัพของ เอียวฮอง-หันเซียมคุมทหารโห่ร้องสกัดทางไว้ "พวกเจ้าจะพาเสด็จพระเจ้าเหี้ยนเต้ไปแห่งใด ?"'ซิหลง' เป็นยอดฝีมือเมื่อตะโกนถามมา ฝ่ายโจโฉจึงให้เคาทูออกไปรบด้วยซิหลง ..ผ่านไป 50 เพลง กลับไม่ปรากฎผลแพ้-ชนะโจโฉนิยมคนดีมีฝีมือ จึงให้ตีม้าฬ่อเพื่อหยุดรบ จากนั้นเรียกกุนซือทั้งปวงเพื่อปรึกษาเรื่องสำคัญ เอียวฮองกับหันเซียมนั้นเราคิดจะฆ่าเสีย แต่ซิหลงนั้นมีกำลังกล้าแข็ง เราจะใคร่ได้ไว้เป็นทหาร ..จำจะคิดให้ไปเกลี้ยกล่อมเอาซิหลงมาไว้ให้ได้ กุนซือหมันทอง (滿寵; Man Chong) รู้จักกับซิหลงเป็นการส่วนตัว จึงขออาสาเกลี้ยกล่อม 'ซิหลง' มาเป็นพวก โดยการปลอมตัวเป็นทหารเลวเข้าไปในค่ายทหารของเอียวฮอง-หันเซียม จากนั้นจึงเจรจาจนซิหลงใจอ่อน ถ้าท่านไปทำราชการอยู่ด้วยโจโฉแล้ว จงตัดเอาศีรษะเอียวฮองหันเซียมไปเป็นกำนัลโจโฉเถิด !!! แต่ซิหลงตกใจจึงกล่าวธรรมดาเป็นบ่าวได้กินเข้าแดงของท่านแล้ว ถ้ามิพอใจอยู่ด้วยแลจะซ้ำทำร้ายแก่นายก็เป็นคนหากตัญญูได้ ซึ่งท่านจะให้ทำดังนี้เราไม่ยอมด้วย หมันทองได้ยินดังนั้นก็ดีใจ'หากเนรคุณนายเก่า เพื่อรับใช้นายใหม่ ในอนาคตหากมีนายใหม่อีกคน นายเก่าย่อมถูกฆ่าสังหารสิ้นเช่นเดียวกัน' จึงชักชวนหนีออกจากค่ายในคืนนั้นฝ่ายเอียวฮอง-หันเซียม เมื่อรู้จึงโกรธแค้น จึงคุมทหารยกตาม 'ซิหลง' มา แต่โจโฉดำเนินการรัดกุม ให้ทหารเตรียมพร้อมไว้รออยู่แล้วสุดท้ายเอียวฮองกับหันเซียมถูกล้อมจับ เมื่อเห็นจะต้านทานมิได้ ก็พาทหารซึ่งเหลือนั้นรีบหนีไปหาอ้วนสุด ณ เมืองลำหยง ...โจโฉจึงได้ 'ซิหลง' เป็นขุนศึกไว้ทำราชการด้วย ปัจจุบันโจโฉจึงมีคนเก่ง คนมีฝีมือให้ใช้งานอย่างมากมาย ..ซึ่งหากจะเทียบกับทีมงานของลอร์ดดำรงค์ มันจึงแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวก็ไม่ปาน...เพราะปัจจุบัน 'เขา' ไม่มีขุนศึกหรือกุนซือในสังกัดเลยแม้แต่ผู้เดียว ...เฮ้อ