อสุราพลิกฟ้า ท้าบัญชาสวรรค์

    บทที่ 33: คนแปลกหน้าในบ้านเกิด


    บทที่ 33: คนแปลกหน้าในบ้านเกิด


    หลังจากที่กลุ่มของสือเฟิงจากไปแล้ว เย่เฉินและหลินเวยเวยก็ไม่ได้พักอยู่ที่หมู่บ้านนั้นนานนัก


    ในคืนเดียวกันนั้นเอง ภายใต้ความมืดมิดที่ไร้แสงจันทร์ หลินเวยเวยได้นำทางเย่เฉินไปยังทางระบายน้ำเก่าแก่ที่ถูกทิ้งร้างสายหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกำแพงเมือง


    "นี่คือทางลับที่ตระกูลหลินของเราขุดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน มีเพียงคนในสายเลือดหลักเท่านั้นที่รู้" นางกล่าวพลางเปิดกลไกที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ เผยให้เห็นทางลงใต้ดินที่มืดสนิท


    ทั้งสองคนจุดคบไฟและเดินเข้าไปในอุโมงค์ที่ชื้นแฉะและเงียบสงัด มันเป็นทางที่ยาวและอับทึบ แต่ก็นับว่าปลอดภัยที่สุดในการหลบเลี่ยงสายตาของตระกูลเซียว


    หลังจากเดินมาเกือบหนึ่งชั่วยามเต็ม ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงปลายทาง มันคือประตูเหล็กที่ขึ้นสนิมบานหนึ่ง เมื่อหลินเวยเวยเปิดมันออก ทั้งสองก็ก้าวออกมาสู่...ห้องเก็บไวน์ที่อยู่ใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลหลิน!


    พวกเขาเข้ามาในเมืองเมฆาล่องได้สำเร็จแล้ว


    หลินเวยเวยจัดหาห้องพักที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวที่สุดให้แก่เย่เฉิน พร้อมทั้งกำชับคนรับใช้ทุกคนว่าห้ามเข้ามารบกวนแขกคนสำคัญผู้นี้เป็นอันขาด


    เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากพักผ่อนและทำสมาธิเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายจนสมบูรณ์แล้ว เย่เฉินก็ได้เปลี่ยนไปสวมชุดผ้าธรรมดาสีเทาเข้มและสวมหมวกสานปีกกว้างที่สามารถบดบังใบหน้าของเขาได้เกือบครึ่ง เขาเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลหลินเพียงลำพัง


    ทันทีที่เท้าของเขาสัมผัสกับถนนที่คุ้นเคย...หัวใจของเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง


    นี่คือเมืองเมฆาล่อง...บ้านของเขา


    ทุกย่างก้าวที่เดินไปเต็มไปด้วยความทรงจำ โรงเตี๊ยมที่เขาเคยมากับบิดา...ร้านขายอาวุธที่เขาซื้อกระบี่เล่มแรก...และลานประลองกลางเมืองที่เขาเคยสร้างชื่อเสียงในฐานะอัจฉริยะอันดับหนึ่ง...


    ทุกสิ่งยังคงเหมือนเดิม...แต่ความรู้สึกของเขาที่มีต่อมันกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เขาในตอนนี้เป็นเพียงคนแปลกหน้า เป็นเพียงวิญญาณที่เฝ้ามองอดีตของตนเอง


    สายตาของเขาเห็นทหารยามของตระกูลเซียวเดินตรวจตราไปตามถนนอย่างหยิ่งผยอง ชาวเมืองหลายคนมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและหวาดระแวง บรรยากาศที่เคยคึกคักและสงบสุขของเมืองได้หายไปแล้ว


    ในที่สุด เขาก็เดินมาหยุดอยู่ตรงข้ามถนนหน้าคฤหาสน์ของตระกูลตนเอง...ตระกูลเย่


    เขามองเห็นธงประจำตระกูลที่เคยโบกสะบัดอย่างภาคภูมิ บัดนี้กลับดูหม่นหมองลงเล็กน้อย ทหารยามที่หน้าประตูดูเหนื่อยล้าและไร้ซึ่งขวัญกำลังใจ หัวใจของเย่เฉินบีบรัดด้วยความเจ็บปวด เขาอยากจะพุ่งเข้าไป...อยากจะบอกทุกคนว่าเขายังไม่ตาย...


    แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน...และอดทน


    เขาอดทนสะกดกลั้นความรู้สึกทั้งหมดไว้ และหมุนตัวเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ


    เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหลิน กลิ่นอายรอบกายของเย่เฉินก็เยือกเย็นลงไปอีกหลายส่วน หลินเวยเวยที่รออยู่เห็นดังนั้นก็พอจะเดาได้


    "ท่าน...ไปที่ตระกูลเย่มาหรือเจ้าคะ?"


    เย่เฉินไม่ได้ตอบ แต่เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ


    "ข้าได้ข่าวล่าสุดมาแล้วเจ้าค่ะ" หลินเวยเวยรีบเปลี่ยนเรื่อง "ตระกูลเซียวกำลังจะจัดงานเลี้ยงครั้งใหญ่ในอีกเจ็ดวันข้างหน้า ว่ากันว่าพวกเขาจะประกาศการร่วมมือกับตระกูลจางแห่งเมืองวายุเมฆาอย่างเป็นทางการ เพื่อควบคุมเส้นทางการค้าสมุนไพรทั้งหมด"


    "ส่วนแก่นโลหะเย็นและเมล็ดพันธุ์ดอกไม้เหล็กไหลนั้น ถูกส่งไปยังโรงหลอมของตระกูลเราอย่างปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ"


    เย่เฉินรับฟังข้อมูลทั้งหมดอย่างเงียบงัน เขารู้ดีว่าหากตระกูลเซียวทำสำเร็จ ตระกูลเย่และตระกูลหลินจะต้องถูกบีบคั้นจนไม่มีที่ยืนอย่างแน่นอน


    เขาจะปล่อยให้มันเกิดขึ้นไม่ได้


    "ข้าต้องการห้องที่เงียบที่สุดสำหรับการฝึกตนแบบปิดประตู" เย่เฉินกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด


    "และข้า...ต้องการข้อมูลทั้งหมดที่ท่านมีเกี่ยวกับ... 'คลังสมุนไพร' ของตระกูลเซียว"


    แววตาของหลินเวยเวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ...นางเข้าใจในทันทีว่าชายผู้นี้กำลังจะทำอะไร!


    เขาไม่ได้คิดจะตั้งรับ...แต่เขากำลังจะบุกเข้าไปถึงใจกลางบ้านของศัตรู!



    คล้ายกับเรื่องอสุราพลิกฟ้า ท้าบัญชาสวรรค์ ที่คุณอ่าน