คืนนั้นธรณีเอ่ยปากชวนผมไปเที่ยวกลางคืนเป็นครั้งแรกปกติมีแต่ผมที่เป็นฝ่ายชวนเขา ชายผู้นี้เอาแต่ทำงานหามรุ่งหามค่ำผมนึกว่าเขาจะไม่ใส่ใจความรู้สึกของเพื่อนเสียแล้ว แต่ถ้าเขายังเมินเฉยอีกผมก็คงไม่เหลือใครให้พึ่งพาจริง ๆ
ชายผอมสูงแนะนำร้านใหม่ที่ชื่อว่าลองลิฟโซน (Long Live Zone) ร้านนี้อยู่ใกล้ที่พักมากกว่าเดินแค่ห้านาทีก็ถึง ร้านนี้ดูมีลักษณะเป็นไนต์คลับมากกว่าร้านไนต์เชดมีการแบ่งเป็นโซนชัดเจน มีวงดนตรีสดที่ใช้มนุษย์แสดงตั้งอยู่กลางร้านจะมีกระจกที่ออกแบบมาให้เก็บเสียงห้อมล้อมไว้ พวกเราเลือกนั่งบริเวณรอบนอกเพราะอยากได้ยินเสียงพูดคุยแลกเปลี่ยนกันมากกว่า จุดนี้จะมีแค่เสียงดนตรีเบา ๆคลอเป็นฉากหลัง บรรยากาศโดยรวมก็ไม่ได้ผิดแปลกไปจาก 70 ปีก่อนถ้าไม่นับว่ามีหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารเดินเพ่นพ่านมนุษย์ยังสนุกกับการดื่มให้ตนเองไร้สติแล้วโยกตัวตามเสียงดนตรีอยากมีช่วงเวลาที่ปลดปล่อยตนให้อิสระจากกรอบของศีลธรรม ไม่เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย
“ไม่เข้าใจว่าทำไมฟังเพลงแล้วต้องลุกเต้น” ธรณีเปรยขึ้น ขณะกำลังมองทะลุกระจก ดูคนที่อยู่โซนกลางบนฟลอร์เต้นรำกำลังลุกเต้นอย่างเมามันสุดเหวี่ยง
“คนเราสนุกไม่เหมือนกัน นายไม่เคยลองจะรู้ได้ไง”ผมเผลอปรามาสเขา
“เคยสิ ถึงรู้ว่าไม่สนุกไง” ธรณีแย้งดีที่เขาไม่โกรธ ผมเลยเปลี่ยนเรื่องคุย
“วันนี้นายไม่ต้องทำงานเหรอทำไมถึงมาได้”
“ทำเผื่อตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”
“ที่ร่างนโยบายเพิ่มภาษีแก้ความเหลื่อมล้ำอ่ะนะ”ผมบอก ธรณีขมวดคิ้วอย่างฉงนผมจึงอธิบายว่าเมื่อคืนนี้เขาปิดประตูไม่สนิท จึงได้ยินเขาคุยโต้ตอบกับไอรินถามเรื่องนโยบายพรรคว่ามีเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน
“ใช่ จริง ๆ อยากเปลี่ยนหลายอย่างเลยระดับชั้นของภาษีควรถูกรื้อมาปรับใหม่ ทั้ง PIT CIT และ VAT[1] เราอยากปรับสูตรคำนวณภาษีทรัพย์สินและก็ลดเพดานริช แพลโท (RichPlateau) แต่เราว่ามีโอกาสไม่ผ่านอยู่ ถึงไอรินจะบอกว่ามีโอกาสแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ 70%แต่ก็อาศัยข้อมูลจากหลายโพล น่าจะมีคนเห็นด้วยแค่55% คงต้องหารือในพรรคอีกที”
“แล้วพรรคนายไปถึงไหนแล้ว”
“รวบรวมได้สัก 200 กว่าคน จริงๆ ก็พอจัดตั้งได้แล้ว แต่ที่ยากกว่าคือต้องวางนโยบายกับเคโอไอให้นิ่งก่อนจึงจะไปจดทะเบียนได้ก็เลยกำลังปวดหัวกับภารกิจนี้กันอยู่” ธรณีบอกกฎหมายการตั้งพรรคการเมืองในยุคนี้แตกต่างจากสมัยผม จำนวนคนน้อยลง ไม่ต้องถึง 500 คนก็ทำได้แต่เพิ่มข้อผูกมัดเรื่องการวางเคโอไอมาแทน
“คิดชื่อพรรครึยัง” ผมทักเพื่อนสั่นศีรษะปฏิเสธ กฎหมายยังเปิดช่องให้ไปจองชื่อกับเครื่องหมายพรรคไว้ก่อนได้แต่เขาเห็นว่าไร้สาระ ชื่อบนโลกนี้มีเป็นล้านทำไมต้องอยากได้ซ้ำกันเลยกะจะไปจดทะเบียนทีเดียวจบ
“ท่านว่า พรรคเราชื่ออะไรดี”
“’พรรคเพื่อน’ ดีไหม ไหน ๆ ก็มีพรรคผ่อนแล้ว” ผมพูดติดตลก“ก็ต้องรู้จุดเด่นของพรรคนายก่อนไม่ใช่เหรอ”
“ก็จริง” ธรณีพึมพำสีหน้าครุ่นคิด
ผมไม่อยากคุยเรื่องการเมืองอีกจึงหันไปสนใจหุ่นยนต์ที่ยกเบียร์มาเสิร์ฟเป็นแก้วที่สองผมกินปีกไก่ทอดสลับกับยกแก้วชนกับรูมเมท แก้วเบียร์เอเอลซีโอทูของธรณีแทบไม่พร่องไปจากตอนแรกเริ่มเขาออกตัวแต่ต้นแล้วว่าจะไม่มีวันดื่มเกินกฎหมายกำหนด พอเข้าใจคนจะเป็นผู้นำได้ก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีส่วนผมที่ไม่คิดจะดำรงตำแหน่งอะไรก็ปล่อยตัวได้เต็มที่ แอลกอฮอล์เริ่มออกฤทธิ์ผมก็ระบายสิ่งที่อัดอั้นในใจออกมาเองผมบรรยายภาพสายตาอันเย็นชาของอิสราที่จ้องมองมาให้เพื่อนฟัง
“นายว่า...ทำไงดีวะ”
ธรณีเหม่อมองเพดานคล้ายกำลังวิเคราะห์ครู่หนึ่งก่อนตอบ“คงต้องให้อีฟมองเห็นความดีในตัวท่านท่านต้องทำให้เห็นว่าเปลี่ยนไปเป็นคนใหม่ที่ซื่อตรง ไม่โกหกอีกเขาอาจจะกลับมารักท่านอีกครั้งก็ได้”
“นี่นายคิดเองเหรอ”ผมเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ ไม่คาดคิดว่าคำพูดแบบนี้จะมาจากปากผู้เมินต่อโลกแบบเขา
“เปล่า...ถามไอรินมา” ธรณีบอกหน้าตาเฉยสงสัยคาดหวังในตัวชายผู้นี้สูงเกินไป แต่คำตอบไอรินก็ไม่ได้แย่ปัญญาประดิษฐ์มองว่าช่วงแรกอิสราก็จะตกตะลึงเมื่อรู้ว่าผมมาจากยุคอื่นแล้วก็จะโกรธสุดขีดที่โกหก จากนั้นเธอก็จะทำใจ คิดทบทวนเมื่อเวลาผ่านไปผมไม่เห็นว่าการยอมเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดจะแก้ปัญหาได้ตอนที่ผมเล่าว่าตนเองข้ามเวลามาจากโลกอดีต เธอก็เขม่นมองมาอย่างไม่เชื่อ
ผมเคยแอบชวนเธอคุยเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่คบกันใหม่ๆ
“นายจะพิสูจน์ได้ยังไงว่ามนุษย์นี้เดินทางข้ามเวลามาจริงๆ” อิสราตั้งคำถาม
“ถ้ามาจากอนาคตเขาก็ต้องรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามเวลาเป๊ะ ๆ” ผมว่า
“ก็ถูกส่วนหนึ่ง แต่ก็จะแยกจากคนที่มีพลังพิเศษมองเห็นอนาคตไม่ได้สิ”เธอพูดถูก ผมไปต่อไม่เป็น เลยโยนภาระกลับไปให้อีกฝ่าย
“อดีตก็ยิ่งยากเข้าไปอีกจะรู้ได้ไงว่าอดีตที่อ้างมาจากประสบการณ์ส่วนตัว ไม่ได้มาจากบันทึกแม้จะอ้างสิ่งที่เป็นความรู้จำเพาะเชิงลึกของคนที่ตายไปแล้ว ก็จะรู้ได้ไงว่าถูก 100%“
“แล้วเธอคิดว่าจะพิสูจน์ยังไง”
“ฉันว่ามีวิธีเดียว คือต้องเดินทางข้ามเวลาให้เห็นต่อหน้าเลย” อิสราบอก
แสดงว่าที่ผมเล่ามาทั้งหมดเธออาจไม่เชื่อเลยสักนิด รวมไปถึงข้ออ้างที่รู้จักนิสัยส่วนตัวของ ดร.ปฐพีด้วยหากเป็นเช่นนั้นจริงก็คงถึงทางตันผมไม่มีทางทำให้อิสรามองว่าผมกลายเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตได้ในเมื่อเรื่องจริงของผมคือเรื่องหลอกลวงในสายตาเธอ
“เอาตรง ๆ คือฉันไม่มั่นใจว่าจะทำได้เลย” ผมบอก บางครั้งเราก็ต้องโกหกด้วยเจตนาดีตอนเด็กผมก็เคยโดนหลอกว่ามีผีเพื่อไม่ให้ออกไปเพ่นพ่านยามวิกาลจะได้ไม่เป็นอันตรายบางทีคนในครอบครัวก็ไม่บอกผู้สูงอายุว่าป่วยเป็นโรคร้ายเพื่อให้เขามีความสุขบางทีเราก็ต้องยอมเออออกับผู้ร่วมงานในสิ่งที่ไม่เห็นด้วยเพื่อถนอมน้ำใจ
“งั้นท่านก็ต้องเลิกสนใจเขา”คำแนะนำของธรณีช่างโหดร้ายยิ่งนัก แต่มันคือความเป็นจริง
ผมหยิบซองหนึ่งในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตมามันเปิดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว จึงหยิบของที่อยู่ด้านในออกมาคาบไว้อีกมือหนึ่งก็ล้วงกระเป๋ากางเกงควานหาไฟแช็ค เด็กในสลัมแถวบ้านในกรุงเทพฯเคยแบ่งให้ผมลองตอนอยู่ ป.5จากนั้นช่วงมัธยมก็เว้นไปแล้วกลับมาอีกครั้งตอนที่ความฝันจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยดับลง ตอนนั้นพกติดตัวตลอดแม้ว่าจะคลายความเครียดได้แค่ชั่วครู่ ก็ยังหยิบมาสูบบ่อย ๆ คงเสพติดนิโคตินไปแล้วไม่น่าเชื่อว่าอันธิยาจะทำให้ผมเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ
“เดี๋ยวก่อน“ ธรณียกมือห้ามปรามผมไว้ลืมตัวไปว่าตรงนี้เป็นพื้นที่ใต้ชายคาร้านแม้ว่าผนังด้านหนึ่งจะเปิดโล่งผมไม่เห็นสัญลักษณ์ป้ายห้ามใกล้ ๆ แต่คงเป็นมารยาท
“ไปสูบตรงไหนได้บ้าง”
“ด้านนอกร้านก็ได้แต่เราอยากให้ท่านลองอันนี้ดู ง่ายกว่า” ธรณีบอกแล้วล้วงมือไปในกระเป๋าเป้ใบเล็ก ๆที่เขาพกมาด้วย เขาหยิบหน้ากากกันสารพิษอันหนึ่งออกมา
“ทำอะไรของนาย”
“ท่านไม่รู้จักเหรอ อันนี้คือทีเอชซีบีดีโอวัน(THCBD01) เป็นสารสกัดกัญชาแปรรูป แทบไม่ส่งผลต่อสมองมีสารตกค้างน้อย ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจที่ต้องครอบเพื่อไม่ให้คนอื่นสูดควันไปด้วย”เพื่อนบอกจบก็สวมครอบจมูก กดปุ่มพ่นครั้งหนึ่ง จากนั้นสูดหายใจเข้าเต็มปอดแววตาของเขาดูสดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาล้วงไปหยิบอีกอันมาให้ผมบอกว่าเอาไปเลย เวลานี้ผมคงไม่ปฏิเสธ ด้วยความกระหายใคร่รู้ผมสวมหน้ากากแนบหน้าแล้วกดปุ่มตามที่เขาแนะนำ ผมรู้สึกถึงละอองอนุภาคขนาดเล็กที่ถูกพ่นออกมาภายในหน้ากากแล้วส่งตรงเข้าจมูกผมโดยตรง เคลิบเคลิ้ม ผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูกความตึงเครียดเจือจางลง รู้สึกถึงประสาทสัมผัสที่เฉียบคมขึ้น เสียงดนตรีอันไพเราะมวลบุหรี่ที่ผมมีเทียบไม่ติด จนอยากปาทิ้งขยะ
“สุดยอดเลย ตอนนี้กัญชาเสรีแล้วเหรอ”
“นานแล้วนะ ตั้งแต่มีเครื่องตรวจวัดไม่ต้องกังวลเรื่องอันตรายเพราะลีธัลโดสฟิฟตี้สูง” ธรณีพูดเรียบเฉยราวกับเป็นเรื่องปกติผมลืมตัวไปว่าเคยถามไปแล้วครั้งหนึ่งตอนเห็นเพื่อนกินยาบ้ายุคอนาคตหรือที่เรียกว่าเมทโฟร์ตีทู ซึ่งเป็นเคล็ดลับของความขยันเหนือมนุษย์
ถ้าเป็นตัวผมในอดีตคงต่อต้านอย่างหนักแต่พอได้ลองคิดทบทวนหลักการและเหตุผลว่าทำไมคนถึงกลัวยาเสพติดนักหนาถึงขั้นออกนโยบายฆ่าตัดตอนในยุคหนึ่งผมก็เข้าใจอะไรมากขึ้นหากผู้ใช้มีวิจารณญาณพอรับรู้ได้ว่าใช้อย่างไรจึงจะปลอดภัยต่อทั้งตนเองและผู้อื่นก็ไม่เห็นต้องห้าม แต่การจะใช้ข้ออ้างเดียวกันนี้ไปใช้กับบริบทเมื่อ 70 ปีก่อนนับว่าผิดฝาผิดตัวอย่างมากในเมื่อประชากรทั้งสองยุคเป็นคนละกลุ่ม คนปี 2090 มีต้นทุนทางสังคมที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดทั้งความเป็นอยู่ เทคโนโลยี การศึกษา ย่อมมีกรอบแนวคิดการตัดสินใจที่กว้างขวางกว่าถ้าผมอยากทดลองเสพยาบ้าให้ปลอดภัย ผมก็แค่ทดลองกินในโปรแกรมของโลกเสมือนจากนั้นก็สังเกตผลต่อร่างกาย สามารถนับได้ว่ากินกี่เม็ดถึงตาย พอเสียชีวิตแย่สุดก็หลุดกลับออกมาสู่โลกปัจจุบัน บางโปรแกรมตั้งให้รีสปอว์น[2]ในโลกเสมือนกี่รอบก็ได้
“นายรู้ไหม นายทำให้ฉันนึกถึงปฐพี”ผมเปรย เอ่ยถึงบ่อยจนเขาจำได้อยู่แล้ว
“เพราะว่าหน้าตาเหมือนกันเหรอ”ธรณีตอบด้วยท่าทีลังเล ผมเองก็ไม่มั่นใจความถูกต้องเพราะไม่ได้เห็นหน้าค่าตามาเกินห้าปีแล้ว พอไม่ได้มีบัญชีโซเชียลมีเดีย จึงทำให้เพื่อนคนนี้หายไปจากสารบบตั้งแต่จบชั้นมัธยมปลาย
ปฐพีเป็นเพื่อนที่ทำให้ผมเป็นผมทุกวันนี้เขาเกิดในครอบครัวที่มีฐานะดีพอควร แต่ก็ไม่เคยรังเกียจคนยากจนอย่างผมแถมยังเผื่อแผ่สิ่งต่าง ๆ ให้ลองทำมากมาย ทั้งให้ยืมดูหนัง ให้ลองขี่สเก็ตบอร์ดเล่นกีตาร์ เปิดเพลงคลาสสิกให้ฟัง ที่สำคัญคือชวนเข้าร่วมเป็นนักกิจกรรมทีแรกก็กล้า ๆ กลัว ๆ มาทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงแกว่งเท้าหาเสี้ยน เขาค่อย ๆตะล่อมจนผมคล้อยตาม เริ่มจากการคุยถกเถียงกันสองคน ขยายไปสู่ชมรมโต้วาทีเขาเคยชวนผมไปเป็นเพื่อนในการให้สัมภาษณ์สื่อขนาดเล็กจากนั้นก็ชวนไปร่วมเดินขบวนรณรงค์ต่าง ๆ ภายในเวลาเพียงสามปี ผมกลายเป็นคนที่กล้ายืนอย่างโดดเดี่ยวกลางเวทีเพื่อพูดให้คนเป็นร้อยๆ ฟังนักกิจกรรมบางคนที่พูดในเวทีเดียวกันจะชำนาญเรื่องการปลุกระดมสร้างอารมณ์ร่วมมีความเป็นผู้นำ จึงเป็นที่ชื่นชอบของคนส่วนใหญ่ที่มาร่วมการชุมนุมแต่ผมกับปฐพีไม่ใช่คนแบบนั้น เพื่อนสนิทแนะนำว่าควรเริ่มต้นประโยคนี้ทุกครั้ง
ผมไม่ได้ต้องการให้พวกคุณทุกคนเชื่อผมแต่ผมต้องการให้คุณทุกคนตอบคำถามทุกคำถามของผมในใจก็พอ
กลวิธีของพวกเราคือตั้งประเด็นให้ผู้ฟังคิดตามมองเห็นตัวเลือกที่หลากหลายทุกแง่มุม แทนที่จะบังคับให้พวกเขาเชื่อแบบใดแบบหนึ่งแน่นอนว่าการจะไปพูดได้แบบนั้น ต้องผ่านการวางแผน พูดอภิปราย คิดทบทวนมามากพอคล้ายกับการสร้างองค์ความรู้ผ่านการถกเถียงกันของนักปรัชญากรีกโบราณพอวันเวลาผ่านไปนานวันก็ลืมว่าเคยพูดถึงเรื่องอะไรกันไปแล้วบ้างพวกเราสองคนจึงช่วยการสร้างคลังความรู้ที่ตกผลึกของพวกเราสองคนขึ้นมาอันหนึ่ง
“ใช่...นิสัยปฐพีก็เป็นเพอร์เฟกชันนิสต์หน่อยๆ เหมือนนายนั่นแหละ” ผมเริ่มพูดมาก กัญชาแบบอ่อนออกฤทธิ์แล้ว “เมื่อก่อนเราสองคนสนิทกันมากคุยกันทุกเรื่อง เขาเปิดโลกให้ฉันหันมาสนใจหลายเรื่องบ่อยสุดก็เรื่องการเมืองนี่แหละ ตอนเกิดรัฐประหารปี 49 ฉันคับแค้นใจจนบ่นให้เพื่อนฟังเป็นเดือนเราคลั่งไคล้กันมากถึงขนาดช่วยกันเขียนบล็อกประชาธิปไตยในฝันขึ้นมามันคืออุดมคติแบบที่เราอยากให้เกิดขึ้น หลัก ๆ ฉันเป็นคนเขียนเนื้อหา ส่วนเพื่อนเป็นคนเขียนลงบล็อก[3]”
“บล็อกคืออะไรนะ”ธรณียื่นหน้าเข้ามาใกล้ คงกลัวฟังผิด ลืมไปว่าสิ่งนี้สูญพันธุ์ไปแล้วผมตอบตามที่เข้าใจ ไม่ได้แม่นนิยามขนาดนั้นงงว่าทำไมเขาไม่ถามไอรินผ่านเอวีเอสอีที่สวมใส่ไปเลย
“มันก็เหมือนกับเขียนไดอะรีผ่านทางเว็บไซต์แบบง่ายๆ อารมณ์ประมาณเขียนเว็บสำเร็จรูป น่าจะคล้าย ๆ เปิดเพจ ตามโซเชียลมีเดียมั้งตอนนั้นเราคิดกันหลายชื่อ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทั้งประชาธิปไตยในฝันประชาธิปไตยวัยฝัน ประชาธิปไตยอุดมคติ แต่ฟังแล้วแปร่งหู ยังไม่โดนสักทีสุดท้ายฉันนึกถึงหนังสือนวนิยายเล่มแรกของวินทร์เลียววาริณ...พูดถึงนักเขียนสมัยก่อนคนหนึ่งน่ะ นายอาจจะไม่รู้จัก...เอาเป็นว่าฉันเสนอชื่อ‘ประชาธิปไตยบนโลกคู่ขนาน’ แล้วปฐพีเห็นว่าเก๋ดีเลยเอาไปตั้งเป็นชื่อบล็อก”
ธรณีพยักหน้า ท่าทางดูสนใจเป็นพิเศษอาจเพราะได้ยินคำว่าประชาธิปไตยกระมัง
[1]PIT (Personal Income Tax) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา; CIT(Corporate Income Tax) ภาษีเงินได้นิติบุคคล; VAT(Value Added Tax) ภาษีมูลค่าเพิ่ม
[2]Respawn เป็นคำศัพท์ที่ใช้ในวิดีโอเกม ซึ่งหมายถึง การที่ตัวละครตายไปแล้วปรากฏตัวขึ้นมาใหม่ในฉากของเกมเพื่อเล่นเกมต่อ
[3]บล็อกในที่นี้คือ Blog มาจากคำว่า weblog เป็นรูปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่งซึ่งถูกเขียนขึ้นในลำดับที่เรียงตามเวลาผู้อ่านสามารถโต้ตอบและแสดงความคิดเห็นได้