ตอนที่ 61 เดินทางสู่ซากอารยธรรมโบราณ
แอนดรูว์เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของบลัดเอลเดอร์กลายพันธุ์มาหลายชั่วโมงในที่สุดรูปลักษณ์ภายนอกได้เปลี่ยนแปลงเสร็จสมบูรณ์ส่วนอวัยวะภายในยังเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง
“น่าสนใจ” แอนดรูว์สังเกตร่างเปลือยเปล่าของบลัดเอลเดอร์กลายพันธุ์ที่เปลี่ยนไปผิวซีดขาวดูมีชีวิตชีวา ริมฝีปากมีสีเลือดจาง ๆ และร่างกายที่ไม่ต่างไปจากเด็กผู้หญิงคนหนึ่งแต่ยังมีจุดเด่นที่บ่งบอกว่าไม่ใช่มนุษย์ชัดเจน อย่างหู ดวงตา เขี้ยวสองคู่เล็บมือเล็บเท้าอันแหลมคมและปีกด้านหลัง
‘ปล่อยไว้ในยานไม่มีใครเฝ้าดูคงเกิดเรื่อง’แอนดรูว์คิดถึงตอนเข้าสำรวจอารยธรรมโบราณจะย้อนกลับไปขังบลัดเอลเดอร์กลายพันธุ์ก็ดูไม่เข้าท่าเพราะยานหลักได้เดินทางออกมานอกเขตโครงข่าย ที่สำคัญพลังงานถูกใช้ไปไม่ใช่น้อย ๆ
“โมบิท ให้นายดูแลเจ้าตัวนี้จะเอาอยู่รึเปล่า”แอนดรูว์ถาม โมบิทพลันตอบในทันที
“อันตรายเกินไป เป็นไปได้โฮสควรทำให้บลัดเอลเดอร์กลายพันธุ์อยู่ในสภาวะจำศีลเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยานเกิดความเสียหาย”
“ให้วิเวียนหรือเดโม่เฝ้าไว้ไม่ได้ด้วยสิ” แอนดรูว์พึมพำ คราวนี้เขาจ้องมองบลัดเอลเดอร์กลายพันธุ์อีกครั้งครั้งนี้เขาไม่ได้สำรวจร่างกายของมันหรือมองทะลุเข้าไปดูอวัยวะภายในเขาเพียงจ้องมองดวงตาของมันและเห็นท่าทางเก็บซ่อนความกระหายอยากเอาไว้ลึก ๆ
‘มาดูกันว่าฉันควรจะเก็บเอาไว้แบบมีชีวิตหรือเชือดทิ้งแล้วเอาไปทดลองทีหลัง’ แอนดรูว์เดินเข้าไปใกล้บลัดเอลเดอร์กลายพันธุ์ ระยะห่างกันไม่ถึงหนึ่งคืบเขายื่นข้อมือขวาไปตรงปากมัน
วินาทีที่แอนดรูว์ยื่นข้อมือไปนั่นเองวิเวียนกระตุกร่างบลัดเอลเดอร์กลายพันธุ์ให้ห่างจากแอนดรูว์ด้วยเถาวัลย์ ทันใดนั้นเสียงเตือนของโมบิทก็ดังขึ้น
“อันตราย! สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์อาจมีเชื้อโรคแอบแฝงโฮสอาจติดเชื้อไม่ทราบชนิดจากมัน โปรดระมัดระวัง”
“นายท่าน!” วิเวียนเดินเข้ามาหาแอนดรูว์ ท่าทางของเธอดูเป็นห่วงเขาไม่น้อยแต่แอนดรูว์กลับไม่สนใจ เขาสนใจเพียงการแสดงออกของบลัดเอลเดอร์กลายพันธุ์ที่เลือกไม่กัดแขนของเขา
“เก็บซ่อนความอยากเพราะกลัวฉันสินะ...ถือว่าไม่เลว” แอนดรูว์พูดเหมือนกำลังชื่นชมก่อนหันไปบอกวิเวียนเพราะเขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำยังไงกับบลัดเอลเดอร์กลายพันธุ์
“วิเวียนเธอช่วยทำให้มันหลับไปสักระยะได้ไหม”
“ค่ะ! นายท่าน” วิเวียนตอบสั้น ๆ ก่อนใช้พลังของเธอสร้างดอกตูมสีส้มสวยสะดุดตารอบร่างบลัดเอลเดอร์กลายพันธุ์นับสิบดอก
กล่อมดวงจิต กลิ่นหอมหวนชวนหลับฝัน กระพรวนกล่อมจิต!
วิเวียนเพิ่มพลังเข้าใส่ดอกตูมสีส้มชั่วอึดใจพวกมันเริ่มผลิบาน กลายเป็นกระดิ่งสีส้มส่องแสง ปลดปล่อยกลิ่นหอมทั่วร่างบลัดเอลเดอร์กลายพันธุ์
แอนดรูว์ก้าวเท้าถอยหลังไปสองสามก้าวเข้ามองกลิ่นเหล่านั้นซึมเข้าสู่ร่างกายบลัดเอลเดอร์กลายพันธุ์ไปอย่างช้า ๆ ก่อนเปลือกตาของมันจะค่อยๆ ปิดลงอย่างเคลิบเคลิ้ม
“โมบิทเราจะเรียกมันว่า เบเลียน(Belian) บันทึกข้อมูลทั้งหมดของมันเข้าสู่ระบบเตรียมเคลื่อนย้ายอุปกรณ์จำศีลของเราเข้ามาในนี้พร้อมกับจัดหน่วยชีวจักรกลเข้ามาดูแล”แอนดรูว์สั่งโมบิทจบ เขาหันไปทางวิเวียนและชื่นชมเธอ
“ทำได้ดีมากวิเวียน เป็นไปได้ให้มันหลับลึกเราจะไม่มีปัญหาตอนเอามันเข้าตู้จำศีล”
วิเวียนพยักหน้าและเพิ่มพลังของเธออีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าบลัดเอลเดอร์กลายพันธุ์จะหลับใหลไปอีกนาน
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
กลุ่มชีวจักรกลกลุ่มหนึ่งเข้ามาในห้องพร้อมตู้จำศีลและอุปกรณ์นับสิบชนิดแอนดรูว์จึงบอกให้วิเวียนหยุดใช้พลังของเธอ สภาพห้องจึงกลับเป็นปกติ
ด้วยเวลาไม่นานชีวจักรกลได้ติดตั้งตู้จำศีลและอุปกรณ์จำเป็นก่อนเริ่มเคลื่อนย้ายร่างบลัดเอลเดอร์กลายพันธุ์เข้าสู่ด้านในขณะเคลื่อนย้ายวิเวียนกับแอนดรูว์เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
เมื่อทุกอย่างดำเนินการเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดีแอนดรูว์จึงให้วิเวียนออกไปจากห้องเพื่อเตรียมตัวสำรวจอารยธรรมโบราณ ส่วนเขาสั่งโมบิททิ้งท้ายก่อนจะออกไป
“จับตาดูไว้ให้ดีด้วยโมบิทเบเลียนไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดา ระหว่างอยู่ในตู้จำศีลมันอาจวิวัฒนาการและสร้างความเสียหาย”
“รับทราบ เพื่อคลายความกังวลโฮสต้องการให้สุดยอดสิ่งมีชีวิตออกมาจากฐานลับหรือไม่”
“ไม่ต้อง จากที่ฉันดูข้อมูลเบื้องต้นมาพวกเราใช้เวลาสำรวจไม่น่าเกินหนึ่งเดือน ยกเว้นมีเรื่องเกินความควบคุมเกิดขึ้นระหว่างฉันไม่อยู่ให้ลูน่ามาจัดการแทน” แอนดรูว์พูดจบก็เดินออกจากห้องไปปล่อยให้โมบิทจัดการทุกอย่างเป็นการชั่วคราว
“รับทราบ!”
.
.
.
ห้องลูน่าภายในมิติ
เวลานี้ลูน่ากำลังจับดวงวิญญาณสองดวงในมือเธอพลิกเล่นไปมาหนึ่งเป็นดวงวิญญาณสีเทา อีกหนึ่งเป็นดวงวิญญาณสีทองแดง
“จิตวิญญาณระดับเจ็ด ไม่ค่อยมีประโยชน์ นอกจากประสบการณ์ชีวิตยาวนานกับข้อมูลสำคัญไม่กี่อย่าง”ลูน่าพูดคล้ายไม่ค่อยพอใจผลลัพธ์ที่เธอได้ จากการใช้เคล็ดลับดึงความทรงจำทั้งหมดออกมาจากดวงวิญญาณทั้งสองดวง
-รายงานสำคัญ เบเลียน!
หืม!
“เกี่ยวกับหนูโดยตรง?” ลูน่าเอียงคอสงสัย เมื่อเธอเห็นข้อความจดหมายฉบับหนึ่งลอยอยู่ในห้องเธอโยนดวงวิญญาณสองดวงออกจากมือ ก่อนใช้พลังของเธอห่อหุ้มพวกมันเอาไว้
หลังลูน่าอ่านข้อความเธอมีสายตาแปลกประหลาดคล้ายมีบางอย่างฉายวนเวียนอยู่ในดวงตาของเธอ
“ไม่นานก่อนหน้านี้ก็เรื่องของวิเวียนตอนนี้มีเรื่องของเบเลียนอีก ทำไมปะป๊าถึงตั้งชื่อให้มันล่ะ”ลูน่าแสดงท่าทางไม่พอใจ เธอรู้สึกน้อยใจเล็กน้อย เพราะรู้สึกว่าช่วงนี้แอนดรูว์จะมีสิ่งมีชีวิตเพศเมียรายล้อมทั้งที่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่มีสิ่งมีชีวิตชนิดไหนอยู่ข้างกายเขามาก่อน
“รอก่อนเถอะ อีกนานหนูจะไปอยู่ข้างปะป๊าและเตะพวกเธอออกไปให้พ้นทาง”แววตาลูน่าเปล่งประกาย เธอลูกขึ้นยืนเดินไปยังห้องหนึ่งพร้อมกับพึมพำบางอย่างด้วยน้ำเสียงคาดหวัง
“อยากให้มีช่องว่างมิติเกิดขึ้นอีกจังหนูจะได้ออกไปเดินเล่น”
.
.
.
ย้อนกลับมาทางด้านแอนดรูว์
ขณะนี้ยานหลักได้เข้าสู่ดาราจักรไร้รูปแห่งหนึ่งที่ไม่มีดาราจักรไหนอยู่ใกล้หากไม่มีการสำรวจจะไม่มีใครค้นพบดาราจักรแห่งนี้ เพราะรอบด้านต่างเต็มไปด้วยคลื่นพลังงานผันผวนรุนแรงและหลุมดำหลายขนาดขวางกันทำให้เห็นแค่ความมืดมิดไร้สิ้นสุด
ด้านในดาราจักรไร้รูประบบสุริยะมีไม่เกินสิบแห่ง ทุกแห่งต่างมีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าระบบสุริยะทั่วไปนับพันเท่าดวงดาวภายในมีขนาดใหญ่โต ราวกับมันมีอายุมาอย่างยาวนานเกินจะนับได้
ยานหลักมุ่งหน้าเข้าสู่ระบบสุริยะแห่งหนึ่งภายในระบบสุริยะแห่งนี้มีดวงอาทิตย์สีแดงเพลิงขนาดใหญ่โตมโหฬารเป็นจุดศูนย์กลางรอบดวงอาทิตย์เด่นสะดุดตา มีดวงอาทิตย์สีขาวอีกสี่ดวงโคจรรอบตัวมันห่างออกไปต่างเป็นดวงดาวนับร้อยในวงโคจรอยู่รอบนอก...
...แต่ที่น่าแปลกคือในระบบสุริยะ..ไม่สิ..ต้องบอกว่าในดาราจักรไร้รูปแห่งนี้ไม่มีสัญญาณใดบอกว่ามีอารยธรรมที่สามารถท่องจักรวาลได้ดำรงอยู่
ภายในยานหลัก
แอนดรูว์กำลังมองภาพดาวดาวนับร้อยที่ฉายอยู่ในห้องควบคุมต้องลุกขึ้นยืนจากเสียงแจ้งเตือนของโมบิท
-รายงาน เทรลเบลเซอร์(Trailblazer) ไม่สามารถเข้าไปใกล้มากกว่านี้ได้ เพื่อความปลอดภัยเริ่มทำการปล่อยตัวยานแม่ทั้งเจ็ดลำและยานรบตามลำดับโฮสโปรดไปยังยานลำเลียงเพื่อเดินทางสู่ดวงดาวเมฆคลุมฟ้า
-เริ่มทำการปล่อยตัว เดสทรอยเยอร์(Destroyer)เป็นแนวหน้าต้านรับ
-เริ่มทำการปล่อยตัว เนเมซิส(Nemesis)เฝ้าระวังแนวหลัง
-เริ่มทำการปล่อยตัวเดมอน(Demon) ป้องกันยานลำเลียงของโฮส
-เริ่มทำการปล่อยตัวแองเจิ้ล(Angel) รอสนับสนุนการรบที่อาจเกิดขึ้น
-เริ่มทำการปล่อยตัว ไททัน(Titan)วางกำลังปิดล้อมดวงดาวเมฆคลุมฟ้า
-เริ่มทำการปล่อยตัวลากูน(Lagoon) ลาดตระเวนนอกระบบสุริยะ
-เริ่มทำการปล่อยตัวฟอร์เทรส(Fortress) คุ้มกันยานหลัก
“ที่เหลือฝากจัดการด้วย”แอนดรูว์หยิบกระบี่ล่าอสูรแล้วเดินออกจากห้องควบคุมไป
-เริ่มทำการปล่อยตัวยานรบจัดรูปแบบขบวน จุดศูนย์กลาง
ด้านนอกยานหลัก
เจ็ดจุดรอบตัวยานได้เปิดขึ้นปล่อยตัวยานแม่ขนาดใหญ่ทั้งเจ็ดลำออกมา
ยานแม่เดสทรอยเยอร์เคลื่อนตัวไปด้านหน้ายานหลักพร้อมกับปล่อยยานรบเป็นแนวป้องกัน
ยานแม่เนเมซิสเคลื่อนตัวไปยังด้านหลังยานหลักก่อนจะปล่อยยานรบเป็นแนวป้องกันแบบเดียวกับเดสทรอยเยอร์
ยานแม่แองเจิ้ล จอดนิ่งอยู่ข้างยานหลัก
ยานแม่ฟอร์เทรสที่ดูแข็งแกร่งและใหญ่กว่ายานแม่ลำไหนแยกตัวเป็นสองลำ กระจายไปยังปีกซ้ายและปีกขวาของยานหลัก แล้วปล่อยยานรบกระจายกำลังออกไป
ยานแม่ลากูนขับเคลื่อนออกนอกระบบสุริยะก่อนกระจายยานรบไปลาดตระเวน
สุดท้ายเป็นยานแม่เดมอนและยานแม่ไททันเคลื่อนตัวตามยานลำเลียงที่ถูกปล่อยตัวออกมาในภายหลังไปติด ๆ
เมื่อใกล้ถึงดวงดาวสีขาวสลับส้มยานแม่ไททันได้กระจายยานรบเข้าสู่ดวงดาวพร้อมยานลำเลียง ส่วนยานแม่เดมอนหยุดอยู่ห่างออกไปและกระจายกองยานไม่ให้สิ่งใดเข้าสู่ดวงดาวเมฆคลุมฟ้า
ภายในยานลำเลียง
แอนดรูว์ วิเวียน เดโม่และเดวิดพร้อมด้วยชีวจักรกลสีแดงหลายตัว ต่างเตรียมอุปกรณ์และอาวุธครบมืออยู่ในยานลำเลียง ทั้งหมดต่างเตรียมพร้อมลงไปสำรวจอารยธรรมโบราณ
“ฉันขอเตือนไว้ก่อนในซากอารยธรรมโบราณอาจมีอันตรายที่เราไม่รู้จักซ่อนอยู่ ตอนเข้าไปขอให้ระมัดระวังและฟังคำสั่งฉันให้ดีโดยเฉพาะแกเดโม่ แบกของเยอะที่สุดต้องระวัง อย่าเข้าไปสู้ วิเวียนจะคอยรับหน้าให้เดวิดและชีวจักรกลที่เหลือจะคอยสนับสนุนช่วยแกติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับและบันทึกข้อมูล” แอนดรูว์พูดจบเสียงตึงก็ดังขึ้นเป็นยานลำเลียงได้ลงจอดยังจุดหมายสำเร็จ
-ลงจอดสำเร็จ ถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ
เสียงโมบิทดังขึ้นประตูยานลำเลียงได้เปิดออก วินาทีนั้นแอนดรูว์ได้เปลี่ยนกำไลเป็นชุดเกราะ ก่อนเดินนำออกไปเป็นคนแรกตามด้วยวิเวียนที่สวมอุปกรณ์อย่างกำไลระบุตำแหน่งกับเครื่องบันทึกทรงกลมลอยตามเดโม่ที่แบกกระเป๋าขนาดใหญ่และอาวุธหลายชนิดไว้ด้านหลัง สุดท้ายเป็นเดวิดและชีวจักรกลสีแดงที่สะพายกระเป๋าเก็บอุปกรณ์มีดาบเหน็บอยู่ด้านหลัง ถือปืนสลายอนุภาคคนละกระบอก
เมื่อออกมาจากยานลำเลียงชีวจักรกลสองตัวได้เดินมาต้อนรับเขา พวกมันพากลุ่มของแอนดรูว์เดินไปจุดพักที่สร้างไว้เป็นเหมือนจุดป้องกันขนาดเล็กด้านหน้าทางเข้าซากอารยธรรมโบราณ