บทที่ 34
องค์ชายห้าหายตัวไป
ณ ห้องทรงอักษร
จักรพรรดิลู่เซียนกำลังนั่งอ่านเอกสารราชการแผ่นดินด้วยท่าทางใจเย็น ในขณะที่เหล่าข้ารับใช้บริวารด้านหน้ากำลังนั่งคุกเข่าพวกมันแสดงใบหน้าร้อนรน
“ ฝ่าบาท ”
“ กระหม่อมจะรีบเดินทางออกไปตามหาองค์ชาย 5 ให้เร็วที่สุดพะยะค่ะ ”
“ ไม่ต้อง.. ” ลู่เซียนยกมือห้ามเหล่าทหารที่อยู่บริเวณด้านหน้า
ตอนนี้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่ผมใช้ 5 หายตัวไปถูกส่งมาถึงวังหลวงเรียบร้อยแล้ว พวกเราข้ารับใช้พากันตื่นตระหนกตกใจเกี่ยวกับเรื่องนี้
บางคนเองก็เกรงกลัวว่าตนเองจะโดนประหารเนื่องจากดูแลองค์ชายไม่ดี การที่องค์ชายที่มีสายเลือดขององค์ฮ่องเต้หายไปจากตำหนักบ่มเพาะที่เป็นเขตหวงห้าม
แน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมเป็นเรื่องใหญ่ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้มีโอกาสที่จะโดนสั่งประหาร
แต่ตอนนี้จักรพรรดิลู่เซียนกำลังนั่งอยู่ด้วยท่าทางใจเย็น ดูเหมือนว่าไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
“ เหตุใดล่ะพะยะค่ะฝ่าบาท ”
“ ตอนนี้องค์ชายหายไปพวกเราควรจะรีบเดินทางไปตามหาองค์ชายให้เร็วที่สุด ”
“ ข้าคิดว่าองค์ชายคงจะหายไปไม่ไกลอย่างแน่นอน ”
“ เพราะแบบนั้นถ้าเร่งเดินทางตอนนี้อย่างไรเสียก็เดินทางทานอย่างแน่นอน ” หัวหน้าหน่วยค้นหาแห่งวังหลวงกล่าวขึ้น
จักรพรรดิลู่เซียนที่กำลังนั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมามอง “ เจ้าไม่รู้เหรอว่าหลงหมิงมีขอบเขตอยู่ในระดับไหน ”
“ เขาคือคนที่ถูกขนานนามว่า 1 ใน 10 ราชากระบี่แห่งใต้หล้า ”
“ ในตอนนี้ข้าคิดว่าเขาคงจะพาองค์ชาย 5 เดินทางไปไกลหลายสิบลี้แล้วเจ้าคงตามไม่ทัน”
“ ถึงแม้ว่าพวกเจ้าจะมีความสามารถขนาดไหนแต่การไล่ตามหลังคนคู่นั้นมันก็ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น”
“ แล้วอีกอย่างนะข้าเป็นคนที่เชิญเขามาเองเพราะแบบนั้นพวกเจ้าไม่จำเป็นจะต้องกังวล ข้ารู้ดีว่าหลงหมิงไม่ใช่คนไร้เหตุผล ”
“ การที่นำพาบุตรชายของข้าออกไปจากตำหนักก็แสดงว่าตำหนักแห่งนั้นมันมีสถานที่ที่ไม่เพียงพอกับการบ่มเพาะหรือการฝึกฝน”
“ ข้าเป็นคนเชิญเขามาเพื่อให้มาเป็นอาจารย์สอนให้กับบุตรชายของข้าเอง”
“ ข้าเองก็ต้องยอมรับในส่วนนี้มันเป็นสัญญาที่ให้เอาไว้กันตั้งแต่ในตอนแรก ” จักรพรรดิลู่เซียนที่ดูไม่กังวลเป็นเพราะว่าเขารู้อยู่แล้ว
ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันอาจจะเกิดขึ้นได้ และมันเองก็เกิดขึ้นจริงๆ
“ แต่ว่าฝ่าบาทพะยะค่ะ ”
“ การเดินทางออกมาจากตำหนักบ่มเพาะมันเป็นเรื่องที่ผิด…” ทหารที่อยู่ด้านหน้าพยายามจะกล่าวแย้ง
แต่ในขณะที่มันเอ่ยขึ้นมาแบบนั้น จักรพรรดิที่กำลังนั่งอยู่ผู้สวนกลับมา “ กฎระเบียบได้อย่างไร ”
“ ตัวของข้าเป็นจักรพรรดิของดินแดนแห่งนี้ ”
“ ในตอนนี้กฎระเบียบพวกนั้นจะสำคัญมากกว่าคำสัญญาของข้าอย่างนั้นรึ ” จักรพรรดิลู่มองตรงไปที่ทหารองครักษ์
เมื่อเห็นแววตาที่จริงจังของจักรพรรดิที่มองตรงกลับมา ร่างกายของทหารผู้นั้นก็ไม่สามารถขยับได้
ดวงตาของมันเบิกกว้างขึ้นตัวของมันก็ทำได้แต่ก้มศีรษะและยอมรับ “ไม่พะยะค่ะคำพูดของฝ่าบาทย่อมหนักแน่นมากกว่า ”
“ ก็เป็นเช่นนั้นแหละข้าให้คำสัญญาไปแล้วแน่นอนว่าคำที่ออกมาจากปากหนักแน่นยิ่งกว่าทองคำ”
“ ยิ่งเป็นค่าที่เป็นจักรพรรดิแล้วถ้าเกิดว่าไม่มีความมั่นคงในคำพูดของตนเองก็ไม่อาจจะดูแลดินแดนแห่งนี้ให้สงบสุขได้”
“ เพราะแบบนั้นพวกเจ้าไม่จำเป็นต้องตามหา ”
“ เมื่อถึงเวลาพวกเขาเองก็จะเดินทางกลับมาเองไม่จำเป็นจะต้องกัง ”
“ ในครั้งนี้บุตรชายคนเล็กของข้าคงจะมีเส้นทางบ่มเพาะที่แตกต่างไปจากคนธรรมดาทั่วไป ”
“ บางทีการเติบโตในครั้งนี้มันอาจจะทำให้เขานั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดดหรือเดินในเส้นทางที่พี่น้องของเขาไม่เคยเดินทางมาก่อนก็ได้ ” จักรพรรดิลู่ยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก
หลังจากนั้นพวกทหารก็พากันเดินทางออกไปจากห้องแห่งนี้
คำสั่งการค้นหาถูกหยุดเอาไว้ไม่มีการหน่วยค้นหาถูกส่งออกไป ข่าวลือเกี่ยวกับเรื่ององค์ชาย 5 หายตัวไปมันก็ถูกหยุดเอาไว้เพียงแค่ภายในวังหลวง
คนภายในวังหลวงไม่มีสิทธิ์แค่ข่าวนี้ออกไปด้านนอกนี่คือคำสั่งขององค์จักรพรรดิโดยตรง แน่นอนว่าถ้าเกิดว่าผู้ใดละเมิดคำสั่งนี้
คนผู้นั้นเองก็จะได้รับโทษเช่นเดียวกัน โทษที่ขัดคำสั่งองค์จักรพรรดิ์แน่นอนว่าโทษที่ได้รับย่อมรุนแรงตามมา
ณ ห้องทรงอักษรหลังจากที่ห้องแห่งนี้เหลือเพียงแค่องค์จักรพรรดิแล้วก็ขันทีข้ารับใช้
องค์จักรพรรดิ์นั่งอ่านรายงานที่คนภายในตำหนักทำการส่งมา
“ บุตรชายของข้าคนนี้ซ่อนความสามารถเอาไว้มากขนาดนี้เลยอย่างนั้น ”
นั่นคือคำถามที่มันปรากฏขึ้นมาภายในใจ จักรพรรดิลู่เซียนรู้สึกสงสัยว่าบุตรชายของตนเองคนนี้มีความสามารถมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อ
ก่อนหน้านี้เป็นคนที่ดูอ่อนแอไร้กำลัง ไม่เพียงแค่นั้นยังไร้ความสามารถจนกลายเป็นที่ดูถูกของผู้คนมากมาย
แต่อยู่มาวันนึงหลายๆอย่างก็เปลี่ยนไปเริ่มมีความสามารถขอบเขตการบ่มเพาะเริ่มก้าวหน้า
เรื่องนี้มันน่าประหลาดเกินไป ลู่เซียนสัมผัสได้ถึงท่าทางของบุตรชายที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน
“ แน่นอนพะยะค่ะผ่าบาทองค์ชายมีสายเลือดของฝ่าบาทย่อมต้องเป็นคนที่มีความสามารถอยู่แล้ว”
“ ผู้คนกล่าวว่าพ่อเป็นพยัคฆ์บุตรชายจะเป็นสุนัขได้อย่างไร ” ขันทีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ งั้นหรอ.. ”
“ แต่ว่าความสามารถของเขาก็เกินไปกว่าที่ตัวของข้าจะคาดคิดมาก ความสามารถในระดับนี้เมื่อเทียบกับเหล่าทายาทคนอื่นของข้าเขามีความสามารถมากกว่าอีก ”
“ รายงานนี่เขียนว่าสามารถปะทะกับหลงหมิงได้อย่างสูสี ”
“ แม้ว่าหลงหมิงจะจำกัดขอบเขตของตนเองให้อยู่ในระดับเดียวกันแต่การสามารถปะทะกับคนที่มีประสบการณ์ต่อสู้มามากมายอย่างนั้นได้อย่างสูสี”
“ มันเองก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเขานั้นไม่เหมือนเดิม ” ด้วยสายตาที่แหลมคมของลู่เซียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ในทันที
ลู่เซียนมองตรงไปยังเอกสารรายงานพลางแสดงท่าทางสงบนิ่ง กับภายในใจที่ครุ่นคิดอย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้ “ คงจะต้องรอดูต่อไป ”
“ บุตรชายคนเล็กของข้าช่างทำให้ฆ่านักตื่นเต้นอีกนัก ”
“ เส้นทางที่แตกต่างอาจจะทำให้เขานั้นกลายเป็น.. ”
ขันทีที่อยู่ข้างกายมองจักรพรรดิที่กำลังแสดงรอยยิ้ม ‘ แย่แล้ว.. ’
ไม่กี่ชั่วยามต่อมา
ณ ยอดเขาสูงแห่งนึงที่มันถูกรายล้อมด้วยป่าสีเขียวขจี
เมื่อรู้สึกตัวอีกทีลู่เฟิ่งก็ถูกพาตัวมาที่สถานที่แห่งนี้เรียบร้อยแล้ว
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาลู่เฟิ่ง มองสำรวจบริเวณรอบๆร่างกายของตนเองพลางกับอุทานขึ้น “ ที่นี่มัน.. ”
“ ยอดเขากระบี่โบราณ ” ลู่เฟิ่งรู้จักสถานที่แห่งนี้
“ ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้จักสถานที่แห่งนี้สินะ ”
“ ถ้าเช่นนั้นเจ้าเองก็คงจะรู้ว่าพวกเราเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ทำไม ” หลงหมิงเดินตรงเข้ามา
จบบท