บทที่ 35 ลมหนาวแรกผัดมาแล้ว
ในตอนเช้าอากาศหนาวมากลมพัดมาแล้ว วันนี้ตรงกับวันที่ 28 เดือน พฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2128 หน้าหนาวแรกของการทะลุมิติของนินก็มาถึงเมื่อตื่นขึ้นมานินถึงกับตัวสั่นด้วยความหนาวเมื่อเขาอ้าปากควันออกจากปากเขา
นิน “เชี่ยโคตรหนาวเลยอย่างกับต่างประเทศเลย” เขาใช้ผ้าห่มห่อตัวแล้วเดินออกมานอกห้อง เมื่อแสงเห็นก็หัวเราะออกมา
“นี่ท่านเขยทำอะไรเจ้าคะ” นินกลอกตา
นิน “หนาวขนาดนี้คิดว่าฉันทำอะไรเล่า” นางเอาเสื้อใหม่มาให้
แสง “ชุดนี้ใส่แล้วอบอุ่นขึ้นเจ้าค่ะ” นินกระซิบถาม
นิน “ว่าแต่หนาวแบบนี้อาบน้ำกันหรือเปล่า” แสงกลอกตา
แสง “อาบสิเจ้าคะใครจะไม่อาบล่ะเจ้าคะ” นินถาม
นิน “หนาวขนาดนี้ต้มน้ำหรือไม่” แสงหัวเราะ
แสง “ต้มสิเจ้าคะไม่ต้มก็หนาวตายสิเจ้าคะ” นินโล่งใจ
แสง “พี่ฟักต้มน้ำให้แล้วเจ้าค่ะท่านเขยไปอาบได้เลยเจ้าค่ะที่ท่าน้ำชาวบ้านก็ต้มที่นั่นทั้งนั้นเจ้าค่ะ” นินแอบบ่นในใจยุคนี้มันลำบากตรงไม่มีห้องน้ำนี้แหละต้องเดินออกไปไกลขนาดนั้นเพื่ออาบน้ำนี่ทรมานกันชัดๆ
นิน “บ้าจริงต้องมาอาบนี้ในที่โล่งแบบนี้ฉันหนาวตายพอดี “ท่าน้ำสำหรับอาบน้ำจะสร้างเป็นเรือนขึ้นมายืนไปในน้ำและเว้นช่องเอาไว้สำหรับตักน้ำอาบโดยด้านหน้าจะมีผนังที่สามารถเปิดบิดได้ด้วยการยกขึ้นด้านบนเหมือนหน้าต่างบ้านสมัยก่อนที่ใช้ไม้ค้ำทั้งนี้เพื่อกันคนแอบมองจากฝั่งตรงข้ามอย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้สะดวกเหมือนมีห้องน้ำหรอก นินคิดไปคิดมาก็คิดว่าจะสร้างห้องน้ำสักหน่อย เมื่อมาถึงท่าน้ำนินก็เห็นฟักเดินออกมาแล้ว
ฟัก “น้ำได้ที่แล้วขอรับ” นินพยักหน้า
นิน “ขอบใจมาก “จากนั้นเขาก็เขาไปอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์แต่เมื่อออกมาเขาก็น้องร้องเมื่อลมเย็นๆ พัดโดนตัว
นิน” หนาววว โคตรๆ “หลังจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วก็มาดูรถม้าว่ามีอะไรผิดพลาดหรือไม่
นิน “ไงพวกเอ็งหนาวหรือไม่” เขาลูบไปบนตัวม้าที่ตอนนี้มีคนนำพวกมันออกมายืนรอที่จะเทียมรถมันไม่ตอบอะไรได้แต่สะบัดหางไปมาใส่เขา
นิน” ไอ้นี่หยิ่งเสียด้วย “จากนั้นเขาก็เดินขึ้นไปบนเรือนเพื่อทานอาหารแต่เหมือนว่ายังไม่ได้เวลาทุกคนยังไม่มา เขาจึงเดินไปดูดอกไม้ที่ปลูกในสวนริมรั่วบ้านอย่างไม่มีอะไรทำเขาเห็นพวกเด็กๆ กำลังไล่จับผีเสื้อและแมลงปอกันอย่างสนุกสนานที่โลกของเขาผีเสื้อและแมลงปอในเมืองไม่มีอีกแล้ว
นิน “ไอ้พวกนี้หนาวขนาดนี้ยังออกมาวิ่งเล่นกันได้อีกนะ “เขาเดินไปดูก็พบว่าในแปลงดอกไม้มีดอกไม้ประหลาดอยู่ชนิดหนึ่งและเขาก็ตกใจทันที
นิน” นี่มันผักคราดหัวแหวนไม่ใช่หรือ “เขาเก็บมันมาดูนินมั่นใจว่าเขาเคยอ่านผลงานวิจัยเกี่ยวกับพืชชนิดนี้อย่างบังเอิญเพราะเขาอ่านนินยายเกี่ยวกับหมอกล่าวถึงยาชาเขาจึงลองหาข้อมูลดูว่านอกจากยาชาที่สร้างจากการวิจัยทางเคมีแล้วยังมีสารสกัดจากธรรมชาติด้วยและผลของมันก็ยอดเยี่ยมมากได้รับการรับรองทางการแพทย์ด้วยแน่นอนว่าในโลกที่เขาอยู่ตอนนี้ของที่มาจากธรรมชาติจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นหลายเท่าดังนั้นเจ้านี่ย่อมมีผลที่ดีกว่าอย่างแน่นอนและวิธีการสกัดตัวยาชาก็เข้ามาในหัวของเขาทันที
นิน” โอ้ยเชี่ยปวดเป็นบ้าเลย “เขาปวดหัวเมื่อความรู้ไหลเข้ามาในสมองของเขา เด็กๆ หันมามองแล้วรีบถาม
” พี่นินเป็นอะไรขอรับ “นินฝืนยิ้ม
นิน” พี่ไม่เป็นอะไร “ทว่าเหงื่อผุดเต็มหน้าผากของเขาแล้ว
นิน” ผักนี่ใครปลูก “เด็กๆ ตอบกลับมา
” เป็นป้าที่ดูแลบ้านให้ท่านเจ้าคุณขอรับ “นินพยักหน้าแล้วสั่งเด็กๆ ให้ไปตามป้ามาให้เขา พวกเด็กๆ ไปตามป้าร่างท้วมมาหาเขาป้าคนนี้ชื่อป้าส้มเป็นญาติกับไอ้ฟัก
” ท่านเขยมีอะไรหรือเจ้าค่ะ “นินนวดขมับตัวเอง
นิน” ป้ารู้ใช่ไหมว่าผักคราดหัวแหวนมีสรรพคุณทางยาน่ะ “ป้าส้มพยักหน้าสรรพคุณของผักคราดหัวแหวนมีมากนางจึงปลูกเอาไว้ใช้ นางตอบนินอย่างสงสัย
” เจ้าค่ะอิฉันปลุกเอาไว้จะได้ใช้ยามจำเป็นเจ้าค่ะหมู่บ้านเรามีเด็กเยอะมันรักษาโรคของเด็กได้ดีมีอะไรหรือเจ้าคะ “นินยิ้มออกมา
นิน” ป้าเป็นคนมีวิสัยทัศน์มากป้าช่วยทำแปลงปลูกมันสักไร่หนึ่งได้ไหม “นากตกใจ
” ไร่หนึ่งเลยหรือเจ้าค่ะ “นินพยักหน้า
นิน” ต่อไปต้องใช้เยอะแน่นอน “นางพยักหน้า
นิน” ผมไม่ให้ป้าทำฟรีๆ หรอกนะ “เขาวางถุงเงินให้
นิน” นี่ใช้จ้างคนมาทำฝากด้วยนะส่วนปลูกที่ไหนก็เอาเป็นว่าป้าเห็นว่าที่ไหนเหมาะสมกก็จัดได้เลย “ป้าทำหน้างงๆ แต่ก็พยักหน้า ไหมแก้วมาพอดีก็ถาม
” คุยอะไรกันหรือจ๊ะ” นินยิ้มออกมา
นิน “ผมอยากให้ปลุกสมุนไพรนี้สักหนึ่งไร่น่ะครับต้องรบกวนคุณป้าขอเช่าที่แล้วล่ะ” ไหมแก้วประหลาดใจ
“เรื่องที่ไม่มีปัญหาหรอกแต่ว่าผักคราดหัวแหวนนี่ปลูกมากขนาดนั้นเอาไปทำอะไรหรือ “นินยิ้มออกมา
นิน “ไม่มากเลยครับต่อไปจะไม่พอด้วยซ้ำอาจต้องขยายเพิ่มด้วย” นางประหลาดใจ
ไหมเก้ว” มีแผนอะไรใช่ไหม “นินพยักหน้า
นิน” ใช่ครับผมคิดว่าผักคราดหัวแหวนจะต้องทำให้วงการแพทย์ต้องสั่นสะเทือนแน่นอน” ไหมแล้วหัวเราะ
ไหมแก้ว “ป้าจะรอดูนะ” นินพยักหน้า หลังจากทานข้าวเรียบร้อยแล้วทุกคนก็ออกเดินทางกลับไปเมืองหลวงนินเอาผักคราดหัวแหวนไปถุงใหญ่เพื่อนำไปสกัดตัวยาปัญหาใหญ่ที่สุดคือเขาจะหาอุปกรณ์สกัดยาได้ไหมนี่แหละ
สำหรับยาชาแล้วในวงการแพทย์ถือว่าสำคัญมากในการรักษาคนเมื่อมียาชาลดความเจ็บปวดการรักษาบาดแผลก็จะง่ายขึ้นด้วยแต่ก่อนอื่นเขาจะต้องมีเครื่องมือในการสกัดเสียก่อน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้จะรีบไม่ได้ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไปในยุคที่ขาดเทคโนโลยีแบบนี้ นินออกมานั่งกบขมที่บังคับรถม้าอยู่แต่เขาห่อตัวด้วยผ้าห่ม
ขม “ท่านเขยถ้าหนาวก็ไปนั่งข้างในเถอะขอรับ” นินส่ายหน้า
นิน “ไม่เป็นไรฉันอยากดูอะไรไปเรื่อยน่ะ “ฟักถามขึ้น
ฟัก “อีกไม่นานก็จะถึงวันหมั้นแล้วท่านตื่นเต้นไหมขอรับ” นินเกือบลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย
นิน “ถ้าบอกว่าไม่ก็โกหกแต่ว่านะฉันยังไม่อยากมีคู่หมั้นจริงๆ” ทั้งสามคนสับสนแสงมองนายตัวเองอย่างไม่เข้าใจ
แสง” ทำไมเจ้าค่ะคุณพิมสวยและเก่งออกอย่างนั้นข้าน่ะมาอยู่เมืองหลวงตั้งแต่เด็กชื่อเสียงของคุณพิมดังมากและมีชายหมายตาจำนวนมากแต่ทำไมท่านเขยถึงพยายามถอยห่างเจ้าค่ะ “นินกลอกตา
นิน” ก็เพราะแบบนั้นแหละฉันถึงไม่อยากแต่งกับหล่อน “ทุกคนสงสัย
นิน” ไม่ใช่ว่าฉันไม่ชอบคนสวยแต่ว่าพิมสวยเกินไปสวยแบบนั้นจะนำพาปัญหามาไม่รู้จบ “ฟักถามขึ้น
ฟัก” ท่านหมายความว่าอย่างไรขอรับ “นินจึงพูด
นิน” เรื่องนี้พูดๆ ไปพวกนายก็ไม่เข้าใจหรอกทว่าอย่างแรกเลยเราสองคนไม่ได้รักกันหรือชอบกัน “แสงยิ้มออกมา
แสง” แต่คุณพิมไม่ได้ปฏิเสธนี่เจ้าคะนั่นก็แปลว่ายอมรับไม่ใช่หรือ “นินพยักหน้า
นิน” นั่นก็จริงแต่ว่าฉันไม่ได้ชอบพิมนี่นา “ขมหัวเราะ
ขม” อยู่ไปก็รักกันเองขอรับแม่กระผมก็บอกแบบนี้ “นินหน้ากระตุก
แสง” หรือว่าท่านเขยกลัวคนมุ่งเป้ามาที่ท่านเขยหรือเจ้าคะ “นินมองไปที่แสงเด็กคนนี้ฉลาดมากใช่แล้วพิมเด่นจนคนต้องมาสนใจนางแล้วพานมาสนใจเข้าด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้มันจะทำให้เขาทำงานยากขึ้นไปอีกเมื่อมีคนจ้องจับผิดมาที่เขา
นิน” เธอฉลาดจริงๆ “แสงกล่าวขึ้น
แสง” มีคำหนึ่งไม่รู้ข้าควรพูดหรือไม่ “นินพยักหน้า
นิน” พูดมาได้เลย “แสงคิดสักพักแล้วกล่าว
แสง “ท่านเจ้าคุณสอนเราว่ามีแต่คนไร้ความสามารถเท่านั้นที่กลัวโน่นกลัวนี่” นินตากระตุกยายนี่ฉลาดพูดจริงๆ ใช้คำลุงมาพูดฉันจะกล้าแย้งได้ไง ถึงเขากลัวปัญหาก็จริงๆ แต่หลักๆ เขาไม่ได้ชอบพิมแต่พูดไปใครจะเชื่อเขาเนี่ย
นิน “เธอเนี่ยรักนายหญิงจริงๆ เลยนะพูดเอาฉันดูแย่ไปเลย “แสงยิ้ม
แสง” เพราะรู้ไงเจ้าคะว่าท่านเขยไม่ใช่คนไร้ความสามารถ “นินถอนใจแล้วคิด
นิน” หรือว่านายพวกนายชอบข้ากันล่ะเธอเองโดนบังคับเหมือนกันถ้าฉันบอกเธอตรงๆ มีหวังโดนต่อยแน่ “แค่คิดเขาก็เจ็บที่ท้องขึ้นมาแล้วยายคนนี้หมัดหนักจริงๆ
แสง” ไม่เข้าใจท่านเขยเลยจริงๆ ทั้งที่คุณพิมเพียบพร้อมทุกอย่างแท้ๆ ถ้ามีลูกก้ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะไม่มีน้ำนม “เธอทำท่าให้ดูแม้ว่าพิมจะหน้าอกใหญ่แต่เมื่อมองรูปร่างเธอจริงๆ มันจะดูสมส่วนมากเพราะพิมสูงและรูปร่างงดงามถ้าพูดง่ายๆ นางเป็นคนหน้าอกสวยนั่นเอง นินถึงกับหน้ากระตุกแต่เขาคิดอีกทีพิมหน้าอกใหญ่พอสมควรหากมีลูกอาจจะได้รับผลกระทบได้แต่หากมียกทรงที่ถูกออกแบบมารองรับอาจจะทำให้ตอนอายุมากขึ้นจะไม่มีปัญหานินกระโดดลงจากรถม้าแล้วเดินเร็วออกไป
ฟัก “ท่านเขยจะไปไหนขอรับ” นินตะโกนกลับไป
นิน “ไปหาพิม” ทั้งสามมองหน้ากัน
แสง “ปากแข็งจริงๆ นะเจ้าคะท่านเขยไม่ทันไรก็ไปหาเสียแล้ว” ส่วนทางรถม้าของพิมน้องสาวก็ถามขึ้นมา
ภา “กลับไปก็ต้องเตรียมการหมั้นแล้วพี่ตื่นเต้นไหม” พิมพยักหน้า
พิม “ก็มีบ้างพี่หมั้นครั้งแรกนี่” น้องสาวยิ้ม
ภา “พี่ชอบพี่นินแล้วใช่ไหม” พิมกลอกตา
พิม “ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอกเรารู้จักกันยังไม่ถึงเดือนเลยนะแต่ว่าความรู้สึกดีๆ ก็มีบ้าง” ลินที่ท่องศัพท์ภาษาอังกฤษอยู่ก็วางลงแล้วถาม
ลิน “ตอนที่เขากอดพี่ตื่นเต้นหรือไม่” พิมหันมาบีบจมูกน้องสาว
พิม “นั้นเราประลองดาบไม่ได้กอดเข้าใจเสียใหม่ด้วย” ลินร้องออกมา
ลิน “พี่ทำอะไรเนี่ย” ภากล่าวเสียงเบา
ภา “แต่ว่านะพี่สวยขนาดนี้ทำไมเขาถึงไม่ค่อยสนใจพี่กันนะ” พิมขมวดคิ้ว
พิม “เขาเป็นผู้ชายที่ไม่ลุ่มหลงในความงามของสตรีนี่เป็นข้อดีของเขาที่ช้าชื่นชมเขาไม่มีสายตาเหมือนผู้ชายพวกนั้น” ภายิ้ม
ภา “นั่นก็แปลว่าพี่ชอบพี่นินแล้วไม่ใช่หรือ “พิมไม่สนใจแล้วเอาผ้าขึ้นมาเย็บ
ลิน” เย็บผ้าตอนนั่างรถม้าจะทำให้สายตาเสียนะเจ้าคะ “พิมรีบวางลง
พิม” เรื่องแค่นี้พี่รู้หรอกน่า “ภายิ้ม
ภา” รู้แต่ก็ยังทำ “พิมหน้าแดงขึ้นมา
พิม” ข้าไม่คุยกับพวกเจ้าแล้ว “ทั้งสองหัวเราะออกมา จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้นข้างๆ รถม้า
นิน” นินทาพี่หรือเปล่าเนี่ย “ทุกคนตกใจ
ลิน” ตกใจหมดพี่นิน “นินยิ้มออกมา
นิน” พี่มีเรื่องสงสัยน่ะ “ทั้งสามรีบถาม
พิม” เรื่องอะไรรึ “นินทำท่าลำบากใจแล้วขึ้นไปนั่งบนรถม้าก่อนจะให้พิมเอียงหูเข้ามา
นิน “เข้ามาใกล้หน่อยผมไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน” พิมหน้าแดงแต่ก็เอียงหูเข้าไปจากนั้นเขาก็พูดด้วยเสียงที่ได้ยินแค่สองคน
นิน” เอ่อหน้าอกของคุณขนาดเท่าไรรึ “จากที่นางเขินก็กลายเป็นดุร้าย ปัง!!! นินโดนต่อยที่ตาเต็มๆภาและลินตกใจที่พี่สาวทำแบบนั้น
นิน “โอ้ย…บ้าเอ๊ยต่อยผมทำไมเนี่ย” เธอกลอกตา
พิม “นายมันลามกจริงๆ ด้วย” เธอเพิ่งจะชมเขาไม่ทันไรก็มาลามกใส่เสียแล้วนินอยากจะร้องนี่เขาเป็นห่วงนางแท้ๆ
นิน “ฟังผมก่อนสิปัดโธ่ “พิมโกรธจัด ทางด้านเมืองหลวงท่านเจ้าคนอยู่ที่ค่ายฝึกเวทย์แล้วและหารือเกี่ยวกับเรื่องของผีดิบที่จับมาได้
ท่านเจ้าคุณเล่าสิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับเจียงซือให้พระยาสมานฟังทำให้เขาตกใจมากไม่คิดเลยว่าผีดิบจะถึงขั้นทำลายแคว้นได้แบบนี้แล้วเมืองหลวงจะไปเหลืออะไร
” เป็นอย่างไรพวกเอ็งได้เจอกับตัวแล้วใช่หรือไม่ “ทุกคนพยักหน้า
พระบาเดช” ทหารของเราสี่หน่วยพังย่อยยับตายไปเป็นร้อยแค่สู้กับมันสองตัวทางด้านหลวงพิทักษ์ตายอีกกว่าร้อย ส่วนทางพวกกระผมตายไปห้าบาดเจ็บเป็นสิบ “ท่านเจ้าคุณยิ้มออกมา
“นี่สู้กับมันแค่สี่ตัวยังขนาดนี้แล้วถ้ามาเป็นร้อยเอ็งคิดว่าจะรับมืออย่างไร” ทั้งสี่นิ่งเงียบไป
พระยาดำรงณ์ “พวกมันคงไม่อาจสร้างผีดิบได้เยอะขนาดนั้นหรอกกระมัง” ท่านเจ้าคุณส่ายหน้าแล้วส่งจดหมายให้ทุกคน
“พวกเอ็งลองอ่านดูนี่ส่งมาจากเมืองฟ้า” เมื่อทุกคนอ่านก็ต้องตกใจสิ่งที่อ่านนั้นมันน่ากลัวมาก
“มีเป็นร้อยตัวเชียวหรือ” พระยาดำรงณ์ถึงกับทรุด ท่านเจ้าคุณส่ายหน้า
“ข้ายังไม่มั่นใจว่ามันเหมือนกันหรือเปล่าแต่เห็นได้ชัดว่ามีความคล้ายกันไม่น้อยเลยตามรายงานบอกว่ามีเขี้ยวและเล็บยาวเหมือนกัน “ทุกคนจมอยู่ในความคิด
พระยาสมาน” ถึงอย่างไรเราก็จับมันมาได้แล้วตัวหนึ่งเราจะลองหาวิธีทำลายอาคมของมันดู “ท่านเจ้าคุณพยักหน้า
” ข้าก็หวังเช่นนั้นเพราะเราไม่รู้เลยว่าพวกมันจะลงมือเมื่อไร “ทั้งห้าคนจมอยู่ในความคิดอีกครั้ง
พระยาพิเชษฐ์” เอาล่ะเราคงต้องเข้าเมืองหลวงไปรายงานเรื่องนี้ก่อน “ทุกคนเห็นด้วยเรื่องนี้สำคัญมาก
พระยาพิเชษฐ์” ข้าจะไปตามช่างเหล็กฝีมือดีสร้างเครื่องพันธนาการมันเราจะได้ทดลองมันได้สะดวก “ทุกคนพยักหน้าทว่าท่านเจ้าคุณเผยยิ้มออกมา
“ไม่บ่อยที่เอ็งจะคิดถึงส่วนรวมแบบนี้คงไม่ได้มีแผนอะไรแปลกๆ ใช่ไหม” พระยาพิเชษฐ์หน้ากระตุก
“ไอ้เรืองเอ็งมีปัญหาหรือถึงพูดจาเยี่ยงนี้” ท่านเจ้าคุณยืนขึ้น
“ไอ้เชษฐ์ข้าตำแหน่งสูงกว่าเอ็งหากเสียมารยาทกับเข้าอีกล่ะก็ข้าจะสั่งโบยเอ็งตามกฏหมาย” หน้าของพระยาพิเษฐ์บิดเบี้ยว
“ใช้ตำแหน่งกดข้าหรือ” ท่านเจ้าคุณยิ้ม
“แล้วทำไมล่ะเอ็งจะต่อยข้าหรืออย่าลืมว่าจำคุกสิบปีเชียวนะเอ็ง” ทั้งสองจ้องหน้ากันอย่างดุร้ายก่อนที่พระยาพิเชษฐ์จะเดินออกไปด้วยความโกรธ
พระยาสมาน “เอาล่ะกลับกันเถอะ” ทั้งสามจึงกลับท่านเจ้าคุณขึ้นรถม้าแล้วสั่งคนออกไป
“ไอ้แหวงเอ็งคอยจับตาไอ้เชษฐ์ไว้ข้าไม่ไว้ใจมัน” ชายร่างผอมบางพยักหน้า
“ขอรับ” ชายที่ชื่อแหวงจัดว่าเป็นหนึ่งในมือดีของกรมผู้ตรวจการคนหนึ่งแต่เขาต่อสู้ไม่เก่งทว่าด้านการสะกดรอบฝีมือสูงเลยทีเดียวจากนั้นรถม้าของท่านเจ้าคุณก็ขับออกไป ด้านสถานการณ์ของเมืองหลวงก็เหมือนที่ทองและแสนบอกพ่อค้ามากมายหลั่งไหลเข้ามายังเมืองหลวงไม่ขาดสายทำให้ประตูเมืองทั้งสามด้านเต็มไปด้วยขบวนรถม้า หมื่นไวยหลังจากอาการบาดเจ็บที่นินทำไว้หายดีแล้วก็มานั่งมองสาวอยู่ที่ร้านสุราชั้นสองเขาพูดอย่างเสียอารมณ์
“บ้าจริงข้าอุตส่าห์คิดหัวแทบแตกเพื่อทำลายชื่อเสียงของไอ้เขยนั่นและไอ้เทพทำไมข่าวลือถือซาไปแบบนี้ “ลูกน้องของมันกล่าวออกมา
“อาจเป็นเพราะงานหมั้นของหมื่นเทพน่ะขอรับ” มันแค่นเสียง
หมื่นไวย “ตอบโต้ได้ดีแต่ว่านี่ต้องเป็นแผนของท่านออกญาเป็นแน่” ลูกน้องลงมันกล่าว
“แต่ว่าตัวท่านหมื่นเทพก็มีความผิดปกติอยู่นะขอรับหลังจากตรอมใจหลายวันอยู่ๆ ก็กลับมายิ้มแย้มราวกับว่าเป็นคนละคนเลย” หมื่นไวยชะงักแล้วเผยยิ้มออกมา
หมื่นไว” งานนี้สนุกแน่ “ลูกน้องไม่เข้าใจ
” หมายความว่าอย่างไรขอรับ “มันหัวเราะ
“ข้ารู้จักไอ้เทพดีที่สุดการที่มันทำตัวแบบนี้นั่นแปลว่ามันมีแผนในใจแล้วอย่างไรเล่าข้าว่ามันจะต้องทำลายไอ้เขยนั่นก่อนที่มันจะเข้าพิธีอย่างแน่นนอน “ลูกน้องมันยิ้มออกมา
เช่นนั้น” ก็เข้าทางท่านหมื่นเลยนี่ขอรับ “หมื่นไวยหัวเราะ
หมื่นไวย” ใช่…ก็แบบนั้นแหละเราแค่รอก็พอ “ลูกน้องมันอีกคนกระซิบ
“แต่ว่าหมื่นแผนกำลังจะกลับมาครั้งนี้น่าจะได้อวยยศเป็นขุนแล้ว” หมื่นไวยแค่นเสียง
หมื่นไวย” แล้วอย่างไรข้าก็จะไปปราบโจรเช่นกันน้องชายข้าพบค่ายโจรใหญ่แล้วไม่นานพ่อข้าต้องให้ข้าไปสมทบแล้วถล่มค่ายโจรกลับมาได้รางวัลใหญ่แน่ “มันหัวเราะออกมาอย่างพอใจ ทว่าด้านหลังของเขามีคนยืนอยู่แล้วได้ยินทุกอย่าง
” ไอ้พี่ไวยที่แท้เป็นพี่ที่ปล่อยข่าวงั้นรึ “เสียงนี้ทำให้เขาตกใจเมื่อหมื่นไวยหันไปก็พบกับแม่จันเขาสะดุ้งทันที
หมื่นไวย” แม่จัน นี่ได้ยินทั้งหมดเลยสิท่า” นางเอามือเท้าเอว
” ก็ใช่น่ะสิข้าเองพี่ใช่ไหมที่ปล่อยข่าว “เขารีบพูด
หมื่นไวย “เหตุใดสตรีถึงได้ออกมาเดินเพ่นพ่านในร้านสุราเช่นนี้และเจ้าหูฝาดแล้วล่ะ” มีเสียงดังออกมา
” ลูกสาวข้าตามข้ามามันมีปัญหารึ” วงสุราของหมื่นไวยแทบแตกทันทีเขารีบยกมือไหว้
” ท่านลุง “ท่านอัครมหาเสนาบดีหน้ากระตุก
” เอ่อข้าเองมีอะไรไหมข้ามาซื้อสุราไม่ได้หรืออีกไม่นานจะมีงานมงคลสองงานข้าก็ต้องมาซื้อของฝากเอ็งมีปัญหาหรือไง “หมื่นไวยพูดตะกุกตะกัก
” ไม่มีขอรับงั้นกระผมขอตัวก่อนขอรับ “พวกเขารีบกระโดดลงจากชั้นสองแล้ววิ่งหนีอย่างรวดเร็ว
“ไอ้เด็กเวรโตขนาดนี้แล้วยังทำตัวไร้สาระอีกกล้ามาตำหนิลูกสาวข้าหาเรื่องตายจริงๆ “แม่จันหันมากลอกตา
จัน “คุณพ่อทำให้พี่ไวยหนีลูกไปแล้วที่นี่ลูกจะเค้นถามอย่างไรเจ้าค่ะ” ท่านอัครมหาเสนาบดียิ้มออกมา
“สนใจทำไมรีบหาซื้อของฝากไปให้แม่พิมงานหมั้นเถอะถ้าพ่อค้าเข้าเมืองมาเยอะแล้วอีกเดี๋ยวของราคาขึ้นแน่นอน” ทั้งสองจึงออกจากร้านสุราแล้วไปเดินที่ตลาด…
#ผักคราดหัวแหวน (Para cress/Toothache plant) เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็กอายุปีเดียว ลำต้นอวบน้ำทอดเลื้อยไปตามดิน ยาว 20-50 ซม. มีสีเขียวหรือม่วงแดง ใบเดี่ยวรูปสามเหลี่ยม-ใบหอกขอบหยักฟันเลื่อยสากมีขน จุดเด่นคือ ดอกเป็นช่อกระจุกแน่นรูปกรวยคว่ำคล้ายหัวแหวนสีเหลืองขมิ้น ทั้งต้นและดอกมีรสเผ็ดร้อน ทำให้ชา สรรพคุณของมันมีดังนี้
ใบ แก้ปวดศีรษะ แก้โลหิต เป็นพิษ
ดอก ขับน้ำลาย แก้โรคในคอ แก้ปวดฟัน แก้โรคติดอ่างในเด็ก รักษาแผลในปากในคอ แก้โรคลิ้นเป็นอัมพาต
เมล็ด เคี้ยวแก้ปากแห้ง
ทั้งต้น แก้พิษตานซาง (พิษตานซางคือกลุ่มอาการเจ็บป่วยในเด็กเล็กตามความเชื่อแผนโบราณ มักมีอาการตัวร้อน ท้องเสีย เป็นแผลในปาก) แก้ริดสีดวง แก้ผอมเหลือง แก้บิด แก้เลือดออกตามไรฟัน ชงดื่ม ขับปัสสาวะ แก้หอบไอ แก้ไอกรน แก้ปวดบวม แก้ไขข้ออักเสบ แก้คันคอ แก้ทอนซิลอักเสบ แก้งูรัด สุนัขกัด พอกแก้พิษปวดบวม
ราก ต้มดื่ม เป็นยาถ่าย อมบ้วนปากแก้อักเสบในช่องปาก เคี้ยวแก้ปวดฟัน #