บทที่6 ตอนที่32 : การออกเดินทางที่เร่งด่วน
“อลัน!!” เกษมผู้อยู่ใกล้ที่สุดกระโจนตัวเองเข้าไปหาในทันทีก่อนที่คนอื่น ๆ จะละทิ้งทุกกิจกรรมที่ทำอยู่และตามเข้ามาติด ๆ ในสถานการณ์ที่เข้าขั้นวิกฤต จึงทำให้สมากชิกในกลุ่มกระวนกระวายสุดขีด “แล้วเราต้องทำยังไง? ทำยังไงดี?” หนุ่มแว่นพูดออกมาอย่างร้อนรนหลังจากได้ยินข่าวร้าย เมื่อได้ยินเช่นนั้น มิทาจิซึ่งดูแล้วยังสามารถควบคุมสติได้อยู่จึงเอ่ยขึ้น “มีทางเดียวค่ะ.. ยังจำแผนที่คิดไว้เมื่อคืนได้ไหมคะ? พวกเราต้องการเลือดวิเศษค่ะ และต้องเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ด้วย” เด็กหญิงชาวญี่ปุ่นอธิบายด้วยความสุขุม “เอาล่ะทุกคน! ตั้งสตินะคะ ตอนนี้คาซาเมะซัง สตีฟซังกับปั๊กกี้คุง แล้วก็มีสท์ซัง ต้องเริ่มดำเนินการตามแผนที่เราวางไว้แล้วค่ะ” นินจาสาวอายุน้อยผู้มากประสบการณ์พูดพลางเดินเข้ามาหาสามอาสาสมัคร “ปฏิบัติการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ ขอให้โชคดีค่ะ” เธออวยพรอย่างเร่งรีบ ราวกับพยายามบอกเป็นนัยว่าให้ออกเดินทางกันได้แล้ว และทันใดนั้นก็ได้มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา “แต่ว่า.. เมื่อคืนสตีฟอยู่เฝ้าเวรทั้งคืนเลยนี่หน่า จะไหวเหรอ?” มีสท์ปาดน้ำตาที่กำลังคลอเบ้าออกก่อนจะมองไปที่นายพลหนุ่มด้วยความเป็นห่วง “แค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอกหน่า.. ตอนที่ไปร่วมฝึกหน่วยซีลกับกองทัพเรือสหรัฐฉันเจอมาหนักกว่านี้อีก” ชายชาวอเมริกันหันหน้าขาวอมชมพูที่มีเลือดฝาดของเขามามองทางสาวผมเปียก่อนจะพูดสวนขึ้นทันควันและยิ้มให้ “แต่.. ที่ฉันเป็นห่วงตอนนี้ก็คือถ้าพวกฉันสามคนแยกไปทำภารกิจ ทางฝั่งนี้จะขาดทั้งพลังของฉันที่คอยตรวจจับ แล้วก็พลังของมีสท์ที่ใช้ในการหลบหนี.. ฉันกลัวว่าถ้าไอ้ดันทัวร์มันบุกมาตอนที่พวกฉันไม่อยู่ พวกเธอคงจะแย่แน่” ดิอินสเปคเตอร์ละสายตาออกจากมีสท์ไปที่เพื่อน ๆ คนอื่นก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปในทันที “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก ทางนี้ฉันจะช่วยปกป้องทุกคนอย่างสุดกำลังของฉันเอง ถ้ามันบุกมาตอนกลางวันก็คงจะพอไหวอยู่ พวกนายรอดกลับมาให้ได้ก่อนพระอาทิตย์ตกก็แล้วกัน” ไทรซ์เดินก้าวออกมาเสนอตัวอย่างสง่าผ่าเผย “แล้วอีกอย่าง.. ฉันไม่ยอมปล่อยให้เจ้านั่นตายก่อนฉันหรอก พอดีมีเรื่องที่จะต้องสะสางกันอยู่น่ะ” เดอะบอดี้การ์ดผู้พี่พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบแต่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น พลางมองไปที่ร่างของอลันซึ่งกำลังนอนเป็นเจ้าชายนิทรา “ฉันก็พอรู้นะว่าฝีมือของนายแข็งแกร่งมากแค่ไหน แล้วฉันเองก็ยินดีและดีใจอย่างมากที่ได้พลังของพวกนายมาช่วยสู้กับพวกของไอ้ดันทัวร์ แต่ก็ระวังตัวไว้ด้วย ฉันกับมิทาจิเคยสัมผัสออแกเนียนออร่าของหนึ่งในพวกมันมาแล้ว มันแข็งแกร่งจนพวกฉันคิดว่าแม้แต่รอยแผลเล็ก ๆ คงสร้างให้มันไม่ได้แน่ แต่ยังไงก็.. ฝากด้วยนะ..” สตีฟเดินเข้ามาหาไทรซ์พลางยื่นมือขวาออกไปหมายจะกระชับความสัมพันธ์ “ไว้ใจฉันได้เล. ฉันเองก็พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นแล้วล่ะ หลังจากได้ศึกษาตำราออแกเนียนมาเมื่อคืนนี้” ไทรซ์ก้มหน้าลงไปมองหัวเข็มขัดที่สลักชื่อตระกูลของเขา ก่อนจะมือยกไปผสานกับสตีฟ ชายที่รูปร่างสูงใหญ่ไล่เลี่ยกันทั้งสองคนจ้องตากันด้วยความไว้ใจ ทั้งคู่บีบมือกันแน่น ก่อนที่หนุ่มอเมริกันจะกล่าวประโยคปิดท้ายด้วยความจริงใจ “ขอบคุณนะ” โดยชายผิวสีชาวดัตช์พยักหน้าลงเล็กน้อยเพื่อตอบรับก่อนที่ทั้งคู่จะปล่อยมืออกจากกัน “เอ่อ.. ฉันขอตามเกษม มีสท์ กับสตีฟไปด้วยได้ไหม? ให้ฉันสลับกับสตีฟก็ได้” จู่ ๆ โสตที่เงียบมาตลอดก็นึกครึ้มอะไรไม่รู้จึงลั่นประโยคนี้ออกมา ทุกคนในกลุ่มต่างก็งงกันไปตาม ๆ กันเพราะตามบุคลิกของโสตไม่น่าจะใช่คนที่จะเสนอตัวกับอะไรแบบนี้ “มิทาจิคิดว่า ความสามารถในการค้นหาของสตีฟซังแล้วก็ปั๊กกี้คุง เหมาะกับภารกิจในครั้งนี้มากกว่าโสตซังค่ะ เพราะถ้ากลุ่มของเซียวซินฉีซังไม่ใช้เสียงเลย พลังของโสตซังจะไม่ได้ผล ซึ่งตรงกันข้ามกับการดมกลิ่นของสตีฟซัง แถมภายในกลุ่มนั้นยังมีคนที่มีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ด้วย.. ดังนั้นมิทาจิจึงขอเสนอให้สตีฟซังร่วมภารกิจแทนโสตซังค่ะ” นินจาสาวออกความเห็น “อืม.. ฉันเห็นด้วยกับมิทาจินะ แล้วถ้านายจะตามไปคนมันก็จะเกินจำนวนที่มีสท์จะช่วยให้หายตัวได้ด้วย” สตีฟสนับสนุนเหตุผลของสาวน้อย “ฉันเข้าใจนะว่านายกับปั๊กกี้ไปเพื่อค้นหา ส่วนมีสท์ก็ไปเพื่อคอยพาหลบหนี.. แล้วเกษมล่ะ?” ชายร่างท้วมผมยาวท้วงไปยังสตีฟก่อนที่จะพลานไปหาหนุ่มแว่นหน้าเนิร์ด “แล้วนายล่ะ ไปทำไม!?” เขาถามด้วยเสียงกระแทก ทุกคนในที่นั้นโดยเฉพาะคนที่อยู่กับโสตมาตั้งแต่เปิดเทอมต่างช็อคขึ้นหนักกว่าเดิมหลังจากเห็นท่าทีของโสต ยกเว้นมีสท์.. เพราะเธอนั้นพอจะรู้เหตุผลที่ทำให้โสตินทรีย์ผู้ขี้อายคนนี้เปลี่ยนไป “พอเถอะโสต! หยุดทำอะไรบ้า ๆ อย่างนี้สักที!” สาวผมเปียคู่กลั้นอารมณ์ไว้ไม่ไหวจึงตะโกนสวนออกมา ซึ่งทำให้ทางฝั่งของโสตเองก็อึ้งกับการกระทำในครั้งนี้ของมีสท์เช่นกัน.. จากที่เป็นหญิงสาวผู้ใจดี ร่าเริง แต่ในตอนนี้กลับมาตวาดใส่หน้าเขาราวกับเป็นคนละคน โสตตินทรีย์ยืนตัวแข็งทื่อก่อนจะแยกตัวออกไปจากวงสนทนาในทันที.. มีสท์ที่เห็นเช่นนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่าตัวเองนั้นทำเกินไปจริง ๆ จึงรีบเดินตามชายหูกางไปติด ๆ “ฉันขอโทษ..”หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำตาที่กลับมาคลออีกครั้ง มีสท์พยายามจะอธิบายเหตุผลที่ต้องพาทายาทตระกูลสืบสายนัยน์ตราไปกับพวกเธอ “ฉันกับเกษมน่ะที่จริงแล้วเราควรจะต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลาเลยด้วยซ้ำ เพราะไอ้ดันทัวร์มันต้องการตัวเกษม แล้วในตอนนี้ก็มีพลังของฉันเพียงคนเดียวที่พวกมันยังหาทางรับมือไม่ได้ ฉันต้องคอยช่วยเขา แล้วอีกอย่างมันก็ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงด้วย ถ้าของที่ไอ้ดันทัวร์มันต้องการอยู่ที่เดียวกันหมดก็จะง่ายสำหรั....” แต่ยังไม่ทันที่ม่านหมอกจะพูดจบประโยค.. โสตก็ได้พูดขัดขึ้นมากลางคัน “ไม่ต้องหาเหตุผลมามากมายขนาดนั้นหรอก.. เธอน่ะ..ชอบเจ้านั่นใช่ไหมล่ะ?” เขาพูดเสียงเรียบธรรมดา ๆ แต่กลับทำให้มีสท์หยุดชะงักไปชั่วขณะ และเริ่มมีน้ำตาไหลซึมออกมาในทันที “ก็แล้วแต่นายจะคิดแล้วกัน แต่เหตุผลที่ฉันบอกนายไปน่ะเป็นสิ่งที่ฉันไปปรึกษากับสตีฟแล้วก็มิทาจิมาแล้ว..” ม่านหมอกเอ่ยพลางปาดน้ำตาออกไปจนเกลี้ยง.. และสายตาที่มองไปยังชายหนุ่มนั้นแข็งกร้าวอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน “ฉันต้องไปแล้ว” ปากของเธอสั่นเครือจนทำให้เสียงนั้นกระเส่าตามไปด้วย ซึ่งหลังจากพูดจบเธอก็ได้หันหลังให้กับชายหนุ่มที่รักเธอสุดหัวใจ ก่อนจะออกเดินทางไปทำภารกิจในทันที.. ส่วนทางด้านของโสตก็ได้แต่ยืนหน้าชาอยู่ตรงนั้นไปโดยปริยาย ณ ช่วงเช้าตรู่ในเวลาไล่เลี่ยกัน ภายในปราสาทของเหล่าอักขระแห่งความมืด.. “เจ้าเจ.. เรียกทุกคนยกเว้นจีกับเคให้มารวมตัวที่ห้องของฉันด่วน!” ดันทัวร์สั่งการไปยังหน่วยสื่อสารของกลุ่ม “ฮ้าววว~.. ได้ครับ” เจ ผู้มีชื่อ-นามสกุลจริงคือ ไอนนนิ อัคคาพูลู (Inonni akkapulu) เป็นคนชาวตุรกี เจ้าของฉายาเดอะไลน์ลิ้งค์เกอร์ (The Line Linker).. พ่อหนุ่มน้อยหนวดงอนตอบอย่างงัวเงีย หลังจากนั้นไม่นาน.. ทุกคนที่ดันทัวร์ต้องการพบก็ได้มารวมกันที่ห้องของเขาอย่างรวดเร็ว.. เว้นเพียงแค่ โน้ก อันโตนิโอ ผู้ซึ่งมีอวัยวะพิเศษคือลิ้น ที่อยู่แรงค์จี และ ซีรินญ่า ที่มีลำดับอยู่ในแรงค์เค “เราจะไปล่าพวกมัน.. ตอนนี้! ส่วนเจ้าเจ ประจำการอยู่ที่นี่ แล้วก็พวก แอล เอ็ม เอ็น โอ ที่ยังไม่รู้ความสามารถพิเศษของอวัยวะตัวเองให้ไปเฝ้าหอพักไว้ ถ้ามีอะไรผิดปกติไปก็แจ้งผ่านเจ้าเจมา!” ดิเอ็มเพอร์เรอร์บัญชาการด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด หลังจากได้ยินที่ดันทัวร์พูดเช่นนั้น ลูกสมุนที่ดูง่วง ๆ งัวเงีย ๆ ก็ตาสว่างขึ้นมาในทันที! “อะไรนะ? ทำไมถึงเลือกบุกพวกมันตอนเช้าล่ะ?” เจค ชาวไวกิ้งในชุดขนสัตว์ตัวหนาเงยหน้าขึ้นมองชายผู้ออกคำสั่ง “ฉันจะไม่เสียเวลาตอบคำถามโง่ ๆ ของแกหรอกนะ! ตามมา!!” ดันทัวร์พูดพลางเดินออกจากห้องไปอย่างเร่งรีบ “เฮ้ลูกพี่! รอด้วยสิ ถ้าไม่มีผมแล้วลูกพี่จะแกะรอยหาพวกมันยังไงล่ะ?” อานาพาสชายนักสำรวจผู้ซึ่งเป็นคนแกะรอยตามล่ากลุ่มของไทรซ์จนพบในการออกล่าครั้งแรกพูดพลางวิ่งตามดันทัวร์ออกไป “พวกแกทุกคนหุบปากแล้วรีบตามฉันมาเถอะน่ะ!” ชายผิวซีดฉุนเฉียวกับการเซ้าซี้ของลูกน้อง ก่อนจะเดินพุ่งทะยานขึ้นไปนำทัพ ดันทัวร์ก็เร่งฝีเท้า มุ่งตรงไปที่แคมป์ของพวกเกษมอย่างไม่ลังเล.. “นี่ลูกพี่!.. ฉันพบร่องรอยของพวกมันแล้ว!!” หนุ่มออสซี่ใช้เสียงเหน่ออันเป็นเอกลักษณ์ของเขาเรียกท่านผู้นำ “นั่นมันร่องรอยปลอม ไอโง่!” ดิเอ็มเพอร์เรอร์ หันมาตะคอกก่อนมุ่งนำหน้าเหล่าสมุนของเขาต่อไป ไม่กี่อึดใจภายใต้การนำทัพของดันทัวร์ องค์กรเดอะดาร์คอัลฟาเบตที่ชั่วร้ายก็ได้พบเข้ากับแคมป์ของเป้าหมายจนได้.. สมาชิกเกือบทุกคนในกลุ่มต่อต้านดันทัวร์กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่เนื่องด้วยความอ่อนล้าจากเมื่อคืน.. ซึ่งเหลือแค่เพียงฟาคาราดีนที่พึ่งได้เริ่มอ่านตำราออแกเนียนหลังจากที่ขอยืมต่อมาจากไทรซ์ และมิทาจิที่กำลังคอยดูแลความปลอดภัยให้กับเพื่อน ๆ “เอาล่ะเจ้าดี ลงมือได้.. อย่าให้พลาด..” ชายผิวซีดกระซิบกระซาบสั่งการไปยังเจคในขณะที่กำลังซุ่มอยู่ในทำเลทอง ฟิ่ว ๆ ๆ ๆ ๆ !!.. เสียงจากของแหลมจากเดอะไวกิ้งซันพุ่งผ่านอากาศเข้าไปในเขตที่พัก!! มันมุ่งตรงไปที่มิทาจิในจุดอับสายตาหวังเพื่อจะปลิดชีพให้ได้อย่างฉับไวที่สุด! ปิ๊ง.. ปิ๊ง.. ! ! แต่ด้วยสัญชาตญาณบวกกับปฏิกริยาอันว่องไว จึงทำให้สาวน้อยไหวตัวทันและได้ใช้เล็บของเธอสกัดสิ่งแปลกปลอมที่กำลังพุ่งเข้ามาเอาไว้ได้อย่างฉิวเฉียด! “ทุกคนคะ!! ตื่นได้แล้วค่ะ!! พวกดันทัวร์มันมาบุกเราแล้ว!! ทิศเจ็ดนาฬิกาบนต้นไม้ใหญ่ต้นที่สามจากซ้ายค่ะ!!” มิทาจิตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ก่อนจะตะโกนปลุกเพื่อน ๆ ซึ่งทำเอาทุกคนที่กำลังนอนพักผ่อนอยู่ ต่างก็ตื่นตัวขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ หลังจากที่ลูกน้องก่อความผิดพลาด เหล่าสมุนทุกคนต่างพากันเงียบกริบ.. บรรยากาศอบอวนไปด้วยความหวั่นกลัวในอารมณ์ของดันทัวร์.. แต่แวมไพร์หนุ่มเองก็มีสติพอที่จะยับยั้งโทสะของตนเองเพื่อรักษากองกำลังรบและสภาพจิตใจของเหล่าลิ่วล้อเอาไว้ “ชิ!!.. อุตส่าห์ไม่มีไอ้จมูกหมาคอยบอกให้พวกมันรู้ตัวก่อนแล้วเชียว! ผิดแผนไปหมด.. ยิ่งถ้าฉันตามไปเก็บไอ้สามคนนั้นได้ก่อนละก็ เรื่องมันก็คงจะง่ายกว่านี้อีก.. แต่ไม่เป็นไรเพราะถ้าเทียบกำลังรบของเราในตอนนี้ยังไงก็ยังได้เปรียบกว่าอยู่ดี!” เขาคิดในใจ.. “ไม่ว่ายังไงก็ตามชิงตำราออการ์เนียนมาก่อน.. จะด้วยวิธีไหนก็ได้.. แล้วก็ห้ามทำให้ไอ้คุณเวิร์ดได้รับบาดเจ็บ ฉันยังไม่อยากเจอไอ้หมอนั่นตอนนี้” ดันทัวร์กำชับอีกครั้งพลางเอ่ยถึงบุคคลปริศนา.. หลังจากที่ถูกระบุตำแหน่งได้อย่างแม่นยำโดยมิทาจิเรียบร้อยแล้ว บรรดาเหล่าอักขระแห่งความมืดก็จำต้องเผยตัวออกมาจากที่ซ่อนไปตามระเบียบ.. “ฝีมือดีไม่เบาเลยหนิแม่สาวน้อย.. สนใจจะมาเป็นลูกน้องของฉันมั้ยล่ะ?” ชายผิวซีดเย้า “ขอปฏิเสธค่ะ” เดอะชูริเคนตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย “เอาล่ะ.. เห็นกันอยู่ชัด ๆ แล้วว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ.. ฉันจะให้โอกาสพวกแกตัดสินใจอีกหนึ่งรอบ จะยอมเป็นทาสฉันแล้วส่งตำราออแกเนียนมา.. หรือตาย!?..” ดิเอ็มเพอร์เรอร์ยื่นข้อเสนอสุดท้าย.. “ทุกคน! ประจำตำแหน่งได้!!” มิทาจิหันไปส่งสัญาณให้เพื่อน ๆ ก่อนที่ทุกคนจะเคลื่อนย้ายตัวเองอย่างรวดเร็ว ซึ่งคุณเวิร์ด โสต ฟาคาราดีน โพซิเออร์ และอลันที่กำลังอาการสาหัส ได้หลบไปอยู่ข้างหลังของไบซ์ โดยมี ไทรซ์และมิทาจิยืนประจัญอยู่ด้านหน้า เมื่อเห็นเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น ดันทัวร์จึงได้คิดในใจพลางแสยะยิ้ม “ผิดคาดแฮะ.. จะสู้กันตรง ๆ เลยหรอ.. ดูท่าพวกมันไม่เคยคิดจะใช้ตำราออแกเนียนในการต่อรองเลยสักนิดจริง ๆ ด้วย” แวมไพร์หนุ่มหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งหลังจากรู้ถึงการตัดสินใจ “หึ! ไอ้พวกปัญญาอ่อนเอ้ย! ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ มีคนที่พอจะต่อสู้ได้อยู่แค่นั้นยังจะคิดสู้กับพวกฉันอีกหรอ จะมั่นใจในตัวเองมาเกินไปแล้วล่ะมั้งพวกแก!!” “ได้ข่าวมาว่าแกต้องการจะฆ่าฉันด้วยหรอ? งั้นก็เอาเลยสิ ฉันมาให้แกฆ่าถึงที่แล้วนี่ไง แต่ไม่รับประกันนะ ว่าใครจะเป็นฝ่ายตาย!..” ดันทัวร์พูดพลางมองไปยังไทรซ์เพื่อเร้าอารมณ์ให้เดอะบอดี้การ์ดร้อนรุ่ม “ฉันไม่รู้หรอกนะ.. ว่าแกรู้เรื่องนั้นได้ยังไงแต่ฉันขอรับรองว่ามันเป็นเรื่องจริง!! และฉันจะขอจบเรื่องบ้าบอนี่ด้วยหมัดของฉันเอง!! ฝ่ายที่ตายน่ะต้องเป็นแกแน่นอนอยู่แล้ว!!” ชายผู้มีร่างกายอันกำยำพูดพลางชี้หน้าดันทัวร์อย่างไม่มีความเกรงกลัว “ลงมือได้..” เสียงนิ่งเรียบดังออกมาจากปากของดิเอ็มเพอร์เรอร์อย่างแผ่วเบา หลังจากได้ยินดังนั้นสมุนแต่ละคนก็งัดพลังทุกอย่างที่มีของตนเข้าจู่โจมกลุ่มต่อต้านอย่างดุดัน เพื่อสร้างความประทับใจให้กับเจ้านายของพวกเขา เว้นแต่เพียงแรงค์เอขององค์กรซึ่งทำเพียงแค่ยืนจุดบุหรี่สูบพร้อมชำเลืองตาดูการต่อสู้อยู่ข้างกายของผู้สืบสายเลือดแดร็กคูล่า.. “ย้ากกก!! ตายซะเถอะแก!” เจคตะโกนกร้าวด้วยความห้าวหาญพลางสร้างหนามเล็กแหลมจำนวนนับไม่ถ้วนให้มารวมกันกลายเป็นหอกขนาดถนัดมือก่อนจะขว้างมันโดยมีเป้าหมายคือฟาคาราดีนที่กำลังกอดตำราออแกเนียนไว้แน่น ซึ่งนั่น.. ก็นับว่าศึกของทั้งสองกลุ่มได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!..