ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 154 โดยสมบูรณ์

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 154  โดยสมบูรณ์



            ร่างชายหนุ่มในชุดสีทองออกตัววิ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูง กระแทกผ่านกระแสไฟฟ้าที่อยู่รอบตัวไปโดยที่ไม่สะทกสะท้าน สายตาจดจ่ออยู่แต่กับเส้นทางเบื้องหน้าเท่านั้น


            เมื่อเข้าไปได้ระยะหนึ่ง ร่างของชายหนุ่มจะหยุดอยู่กับที่ไปพักใหญ่ๆ หลับตานิ่ง ชักนำกระแสไฟฟ้าในอากาศให้กรูกันเข้ามาฟาดใส่ร่างของตนเอง หลังจากนั้นจึงลืมตาขึ้นแล้วพุ่งตัวต่อไปด้านหน้า


            เขาทำเช่นนี้หลายต่อหลายครั้ง หยุดพัก ชักนำสายฟ้า แล้วก็พุ่งตัวต่อไป ตรงลึกเข้าไปในศูนย์กลางของหุบเขาสายฟ้าฟาด ยิ่งเข้าไป อณูธาตุสายฟ้าในอากาศก็ยิ่งเข้มข้นมากขึ้น ประกายสายฟ้าที่ฟาดเข้ามาก็ยิ่งถี่รัวขึ้นตามลำดับ


            จินที่มุ่งหน้าตรงลึกเข้าไปเรื่อยๆ ทำพฤติกรรมเช่นนี้หลายต่อหลายครั้ง และครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ห้าแล้ว หลังจากสายฟ้าที่ฟาดเข้าใส่กระจายตัวออกไป ชายหนุ่มก็ลืมตาขึ้นก่อนจะส่ายศีรษะเล็กน้อยด้วยความไม่พึงพอใจ สะกิดปลายเท้าพุ่งตัวออกไปเบื้องหน้าโดยไม่หยุดคิดอะไรต่ออีก


            'ยังต้านทานได้มากกว่านี้ ศักยภาพของเกราะอ่อนเทพอัสนียังใช้ไปไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ สายฟ้าในบริเวณนี้ยังไม่รุนแรงพอ!' ชายหนุ่มคิดขณะที่สองเท้ายังคงวิ่งไปด้านหน้าไม่หยุด


            ร่างในชุดทองมุ่งหน้าตรงเข้าไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการพักอีก ประกายสายฟ้าแปลบปลาบฟาดลงมาจนชายหนุ่มแทบจะถูกกลืนไปกับกระแสไฟฟ้าเพราะพลังงานธาตุที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะ


            ไม่นานจินก็ถึงตีนเขาของเนินสูงที่อยู่ในจุดกึ่งกลางของหุบเขาสายฟ้าฟาด ฝีเท้าของเขาค่อยๆ ช้าลง ตอนนี้กระแสไฟฟ้าจำนวนมากรุมล้อมร่างกายเขาเต็มไปหมด แม้จะไม่ได้เคลื่อนพลังตามเคล็ดหลอมจิตวิญญาณ พวกมันก็ยังพยายามผ่าทะลุร่างของชายหนุ่มตรงหน้าให้จงได้


            ร่างของชายหนุ่มในชุดสีทองก้าวเท้าช้าลงเรื่อยๆ ต้านรับสายฟ้าฟาดที่พุ่งเข้าใส่ไม่รู้จักหยุดหย่อน


            'ความรุนแรงยอดเยี่ยม...แต่ยังได้มากกว่านี้' ชายหนุ่มคิดในใจ สายตาจ้องตรงไปยังทางลาดสูงเบื้องหน้า


            ขาของเขาค่อยๆ ก้าวเดินเพิ่มไปอีกทีละก้าว ทีละก้าว ลำแสงสายฟ้าที่พุ่งเข้าใส่ยิ่งกลายเป็นเส้นขนาดใหญ่ พลังทำลายล้างเองก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ ฟาดกระแสไฟฟ้าเข้าใส่ผู้ที่กล้าหาญเดินลึกเข้ามาถึงด้านในอย่างถี่รัว


            เปรี้ยงๆๆ


            สายฟ้าขนาดใหญ่พุ่งกระทบร่างของชายหนุ่มถี่ๆ ร่างทั้งร่างสั่นกระตุกไปตามแรงกระแทกของประกายสายฟ้า แต่ขาที่ก้าวเดินต่อไปก็ยังไม่ยอมหยุด


            'ยังได้อีก ได้อีกนิด' ใบหน้าของจินเริ่มตึงเครียด คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน กัดฟันย่ำเท้าต่อไป


            กึก กึก กึก


            เสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำกระแทกพื้นพร้อมกับบดลงไปแรงๆ ร่างทั้งร่างเคลื่อนที่ไปอย่างเชื่องช้าเพราะสายฟ้าที่ฟาดฟันเข้าใส่ไม่ยอมหยุดหย่อน


            ร่างกายของชายหนุ่มสั่นกระตุก แต่ก็ยังก้าวเท้าต่อไปเรื่อยๆ แม้จะช้าไปบ้าง เขารู้สึกว่าพลังงานธาตุสายฟ้าในอากาศช่างเข้มข้นสุดจะพรรณนา สายฟ้าที่ฟาดเข้าใส่ก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนตนเองแทบไม่สามารถทานทนได้ไหว


            ชายในชุดสีทองก้าวขึ้นมาจนหยุดอยู่ที่ทางลาดชัน กึ่งกลางของยอดเขาสูง 


            สายฟ้าฟาดเข้าใส่จากทั่วทุกทิศทาง รัว เร็ว และแรง กายวิสุทธิ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังหยางถึงกับแข็งเกร็งไปทั้งร่าง จินพยายามลากขาให้ก้าวเดินต่อไปด้านหน้า แต่เหมือนว่ามันจะไม่ฟังคำสั่ง


            แม้เกราะอ่อนเทพอัสนีจะมีความต้านทานต่อพลังงานสายฟ้าได้ยอดเยี่ยม ต่อให้เป็นพลังงานสายฟ้าจากอีโวลระดับห้าหรือระดับที่หก ก็ไม่สามารถเจาะทะลุม่านพลังเข้าไปทำร้ายร่างกายของผู้สวมเกราะได้


            แต่นั่นไม่ได้รวมถึงการโจมตีประเภทอื่นๆ สายฟ้าที่ผ่ารัวเข้าใส่ชายหนุ่มในชุดสีทองไม่ได้มีแค่พลังงานธาตุสายฟ้าอันบริสุทธิ์ แต่ยังแฝงแรงอื่นปะปนเข้ามาด้วย


            ร่างของจินเป็นอเวกระดับที่เก้าขั้นสูงสุด ไหนเลยจะทานทนต่อแรงปะทะที่เกิดจากสายฟ้าความแรงสูงพวกนี้ได้ ยิ่งเข้าใกล้จุดกึ่งกลางของหุบเขาสายฟ้าฟาดเท่าไหร่ พลังของสายฟ้าที่ฟาดลงมายิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น


            ต่อให้เกราะอ่อนเทพอัสนีจะป้องกันและดูดซึมพลังงานธาตุสายฟ้าในตอนนี้ได้สบายๆ แต่กับแรงปะทะที่เกินกว่าอีโวลระดับสอง...มันไม่ใช่สิ่งที่พลังป้องกันของเกราะอ่อนชนิดนี้จะรับได้ ซึ่งยามนี้แรงกระแทกจากสายฟ้าฟาดก็เกินขีดกำจัดสูงสุดไปแล้ว


            จินยืนนิ่งอยู่กับที่ ต้านรับพลังงานสายฟ้าที่ฟาดเข้าใส่ ก่อนจะเริ่มดำเนินแนวทางไปตามเคล็ดหลอมจิตวิญญาณ


            ครืน


            พลังงานธาตุสายฟ้าภายในอากาศรวมตัวกันเข้ามาที่จุดเดียว ก่อนควบแน่นเป็นสายฟ้าสีทองระยับนับไม่ถ้วนผ่าลงมาที่ร่างของจินอย่างไม่มีหยุดหย่อน ภายในชั่วพริบตา ประกายแสงสีทองหลายสิบสายพลันผ่าลงบนร่างของชายหนุ่มต่อเนื่องกันโดยไม่มีช่วงเวลาให้พักหายใจ


            “อึก” ร่างของชายหนุ่มในที่สุดก็ไม่อาจทานทน ล้มตัวลงคุกเข่าไปกับพื้นทันที ฝ่ามือทั้งสองข้างพยายามค้ำยันพื้นหินด้านล่างเอาไว้ ประคองร่างอันหนักอึ้งไม่ให้ทรุดลงไปกับพื้น


            นอกจากจะมีภาระต้องคอยต้านรับกับแรงปะทะจากภายนอก บรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์ก็จำเป็นจะต้องแบ่งสมาธิไปควบคุมพลังงานภายในด้วยตลอดเวลา 


            ทำตามกรรมวิธีจากเคล็ดหลอมจิตวิญญาณ ชักนำพลังงานธาตุสายฟ้าบริสุทธิ์เข้ามาขัดเกลาร่างวิญญาณที่อยู่ภายใน


            กายเนื้อภายนอกสั่นกระตุก แต่พลังงานภายในกลับพุ่งเข้าสู่ร่างวิญญาณเป็นระลอก ส่งพลังงานที่ทั้งสงบและบริสุทธิ์กระแทกเข้าไปเรื่อยๆ พร้อมกับใช้จิตใจอันกล้าแข็งก่อร่างวิญญาณขึ้นใหม่ซ้ำๆ ด้วยความรวดเร็วที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะพลังงานที่เข้ามามันช่างมากมายมหาศาลเหลือเกิน


            พลังงานสายฟ้าอันรุนแรง แปรเปลี่ยนกลายเป็นพลังงานอันอ่อนโยน คอยขัดเกลาร่างวิญญาณด้านในกายเนื้ออยู่ตลอด แทบไม่มีเวลาหยุดพัก พลังงานที่ได้เกินมาแล้วดึงไปใช้ไม่ทันก็จำเป็นต้องสละมันทิ้งไป


            ร่างวิญญาณโปร่งแสงค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยอยู่ภายในกายเนื้อ แม้การควบแน่นจิตวิญญาณขึ้นมาใหม่แต่ละครั้งจะไม่ได้สร้างความแตกต่างมากนักจากของเดิม แต่ด้วยความถี่ในการทุบทำลายและการสร้างขึ้นใหม่ที่เร็วจี๋ การเปลี่ยนแปลงของร่างจิตวิญญาณก็สามารถมองเห็นได้นาทีต่อนาทีเลยทีเดียว


            ร่างวิญญาณโปร่งแสงดูมีมวลสารมากขึ้น ดูจับต้องได้มากขึ้น ทั้งยังให้ความรู้สึกที่ทรงพลังเพิ่มขึ้น


            .

            .

            .


            วันเวลาผ่านเลยไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกสองวัน


            ประกายสายฟ้าฟาดยังคงพุ่งลงมาผ่าร่างของจินไม่มีหยุด ร่างของจินยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ในท่าเดิม ไม่สามารถขยับลุกตัวออกจากตรงนั้นได้เลย


            แรงกระแทกของสายฟ้าทุบร่างของเขาให้จมลงไปในชั้นหินถึงสองนิ้ว เข่าทั้งสองข้างฝังลงไปในพื้นหินจนเป็นร่องขาอย่างชัดเจน


            หลังจากใช้เวลากว่าสองวันเต็ม การควบคุมพลังงานของจินก็ดีขึ้นเรื่อยๆ และสายฟ้าที่พุ่งเข้าใส่ก็ไม่เคยสงบลงเลยแม้แต่ครั้งเดียว เป็นเหตุผลให้ร่างวิญญาณด้านในถูกขัดเกลาอยู่ตลอดเวลา ทุกนาทีแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงไปตลอด


            ตอนนี้ร่างวิญญาณโปร่งแสงที่เคยมีมวลพลังงานที่ต่ำ กลายเป็นร่างวิญญาณที่ทรงพลังทำลายล้าง หากไม่มีกายเนื้อด้านนอกที่คอยปิดบัง จะเห็นได้ว่ากายละเอียดด้านในเปล่งแสงสว่างเจิดจ้า มีประกายสายฟ้าแล่นไหลเวียนอยู่เต็มไปหมด 


            นี่คือการหลอมจิตวิญญาณโดยใช้พลังงานธาตุสายฟ้าเป็นส่วนประกอบหลัก มันช่วยขัดเกลาร่างวิญญาณอันอ่อนแอให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยสายฟ้า


            จริงๆ แล้วขั้นตอนจริงภายในเคล็ดวิชาอาจจะยุ่งยากกว่านี้ และใช้เวลามากกว่านี้พอสมควร แต่ด้วยพลังงานอันมหาศาลจากสายฟ้าและความสามารถในการแปลงพลังงานแข็งกร้าวให้อ่อนโยนของเกราะอ่อนเทพอัสนีนั้นยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง เวลาที่จินทำได้จึงรวดเร็วกว่าสิ่งที่บันทึกไว้ในคัมภีร์มาก


            ใช้เวลาทั้งสิ้นสองวัน และร่างวิญญาณของจินก็แทบจะขัดเกลาจนสำเร็จเสร็จสมบูรณ์ มันเปลี่ยนจากตอนแรกไปมาก กลายเป็นร่างที่ส่องแสงสว่างไสว รอบร่างวิญญาณเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าวูบวาบไปมา ที่ดูสร้างความน่าเกรงขามให้กับจินไม่น้อยทีเดียว


            ไม่นานนัก บรรยากาศโดยรอบก็เกิดการเปลี่ยนแปลง พลังงานธาตุสายฟ้าภายในอากาศเริ่มสั่นสะเทือน สายฟ้าที่รุนแรงมากอยู่แล้วก็ยิ่งดูดุร้ายรุนแรงมากขึ้นไปอีก


            วูมมมมม


            สายฟ้ารอบตัวชายหนุ่มหยุดชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถูกกระชากเข้าหาร่างที่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น พวกมันพุ่งเข้ามาโดยพร้อมเพรียงในคราวเดียวกัน


            บูม!


            กระแสไฟฟ้าตั้งแต่เส้นเล็กไปจนถึงเส้นใหญ่พุ่งเข้าหาจินเป็นจำนวนมาก มองเผินๆ เหมือนก้อนพลังงานขนาดใหญ่ กระแทกเข้าใส่ร่างชายหนุ่มอีกครั้ง 


            ทุกเส้นสายสีทองเจาะทะลวงเข้าไปในร่างของจิน ชุดคลุมสีทองไม่ว่าจะเป็นช่วงแขนหรือช่วงขาถูกสายฟ้าฉีกขาดทำลายกลายเป็นเศษผ้าไหม้เกรียม เนื้อผ้าหลุดลุ่ย บางส่วนขาดออกและกระจายไปตามพื้น มีเพียงส่วนที่ใกล้กับเกราะสีเงินเท่านั้นที่ยังดูสดใหม่ ไม่มีร่องรอยการฉีกขาด


            ตอนนี้สภาพของชายหนุ่มรูปงามดูไม่ค่อยดีนัก หากไม่นับเกราะอ่อนที่คลุมส่วนบน สภาพตอนนี้ของจินก็ดูไม่ได้ต่างจากยาจกมากนัก ทั้งผิวที่ดำสกปรกและเสื้อผ้าที่ขาดหลุดลุ่ยไม่เหลือสภาพของชนชั้นสูงอย่างในตอนขามา


            ผ่านไปครู่ใหญ่ หากมองลึกไปถึงด้านใน จะเห็นได้ว่าร่างวิญญาณที่ซ่อนอยู่ภายในกำลังเปล่งแสงเจิดจ้า แรงกดดันจากจิตวิญญาณแผ่พุ่งออกมาอย่างรุนแรง บีบบังคับบรรยากาศรอบตัวจนทุกอย่างแทบจะหยุดนิ่ง แม้แต่อณูพลังธาตุสายฟ้ายังต้องหยุดความเกรี้ยวกราดของมันเอาไว้


            แรงกดดันจากจิตวิญญาณแผ่ออกไปรอบตัวไกลกว่าร้อยเมตร ตรึงทุกสิ่งให้หยุดนิ่ง สายฟ้าที่กำลังก่อตัวขึ้นมากลายเป็นหยุดนิ่ง ไม่แม้แต่จะรวมตัวกันได้สำเร็จ


            หวื่ออออ


            บูมมม!


            แรงกดดันทวีความรุนแรงไปจนถึงขีดสุด มันบดขยี้ทุกสิ่งโดยรอบจนทุกอย่างในรัศมีร้อยเมตรสั่นสะท้านไปหมด ก่อนที่พลังจากเบื้องลึกจะปะทุออกมาในทีเดียว ผลักทุกสิ่งให้กระจายออกไปรอบตัวราวกับแรงระเบิด


            พื้นหินใต้เท้าแตกระแหง หินและดินบางส่วนที่ไม่แข็งแรงมากนักถูกระเบิดกระจายออกไปรอบข้าง


            แสงสว่างจากวิญญาณภายในร่างเปล่งประกายจนสุด รูปลักษณ์บางอย่างถูกแปรเปลี่ยนไปโดนสิ้นเชิง ก่อตัวเป็นพลังงานวิญญาณรูปแบบใหม่ที่มีอำนาจเหนือล้ำยิ่งกว่าเดิม ก่อนมันจะส่งพลังที่เหลือเข้าไปปรับปรุงโครงสร้างร่างกายส่วนนอก ดัดแปลงจนร่างกายรองรับพลังเหนือมนุษย์ทั้งหมดได้ ซึ่งกายวิสุทธิ์เองก็ปรับเปลี่ยนตัวเองได้อย่างดี ไม่มีปัญหาติดขัดใดๆ ระหว่างขั้นตอนเลย


            ร่างทั้งร่างพุ่งทะยานขึ้นด้านบนครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ลอยตัวร่อนลงกลับมาแตะบนพื้นหินบนเนินเขา


            บัดนี้นอกจากผิวที่ดูผุดผ่องมากขึ้นแล้ว ภายนอกก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก


            ทว่าด้านในกลับกลายเป็นคนละเรื่อง จิตวิญญาณของจินตอนนี้กลายเป็นพลังวิญญาณที่ทรงพลังอย่างมาก เพียงคู่ต่อสู้เห็นแวบเดียวยังต้องขาสั่น หวั่นกลัวในพลังอำนาจอันเปี่ยมล้นไร้เปรียบ


            บัดนี้เคล็ดวิชาหลอมจิตวิญญาณได้สำเร็จหน้าที่ของมันโดยสมบูรณ์ เพราะร่างวิญญาณของบรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์ได้ก้าวข้ามไปยังขอบเขตถัดไป ขอบเขตที่อเวกทุกคนต่างก็ใฝ่ฝันได้เรียบร้อยแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน