ตอนที่ 24 มีแผนการเยี่ยงไร ?
ท้ายที่สุดแล้วหลินหานก็เป็เพียงเด็กคนหนึ่งเท่านั้นเขาประหม่าและหวาดกลัวั้แ่เมื่อคืนนี้ แต่เมื่อเขาคิดว่าเขาเป็บุรุษคนเดียวในครอบครัวเขาจึงกัดฟันอดทนอย่างสุดความสามารถ
เมื่อถูกบิดาโอบกอดเช่นนี้ ความอดทนจึงพังทลายลงทันทีทันใดนั้นเขาจึงร้องไห้ออกมา
เมื่อหลินซิ่วเห็นว่าบิดาและพี่ชายของนางร้องไห้หลินซิ่วก็อดร้องไห้ตามมิได้
บรรดาชาวบ้านที่มาช่วยทำความสะอาดในลานบ้าน ดวงตาของพวกเขาต่างก็แดงก่ำ
หลินหร่วนจ้องมองไปยังทุกคนพลางรู้สึกสับสนเล็กน้อยทุกคนร้องไห้ เช่นนี้นางต้องร้องไห้ด้วยหรือไม่ ?
เมื่อคืนนี้อันตรายเป็อย่างมากตามสถานการณ์ปกติ นางควรจะร้องไห้เช่นกัน
หลินหร่วนพยายามสร้างอารมณ์และพยายามร้องไห้ออกมา
ทว่านางจำมิได้แล้วด้วยซ้ำว่านางมิร้องไห้มากี่ปีแล้วนางมิมีความรู้สึกนั้นจริง ๆ แม้ว่านางจะหยิกตนเองสองครา ทว่ามันก็มิเป็ผลและนางพบว่าเป็การยากที่จะทำเสียงสะอึกสะอื้น
ในที่สุดหลินหร่วนก็ยอมแพ้
นางมิเก่งเื่นี้อย่างแท้จริงและนี่ก็มิใช่เื่ใหญ่อันใด
หลินหร่วนเกรงว่าจะมีคนเอ่ยถามนางเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ ทว่าโชคดีที่บัดนี้มิมีผู้ใดว่างงาน ดังนั้นจึงมิมีผู้ใดเอ่ยถามออกมา
ป้าโจวปาดน้ำตาแล้วเดินเข้าไปเบื้องหน้าเพื่อเอ่ยโน้มน้าว“อาหาน เ้าอย่าร้องไห้ไปเลย เ้าร้องไห้มาทั้งคืนแล้ว ระวังว่าร่างกายจะทนมิไหวเอานะในเมื่อเด็ก ๆ ปลอดภัยแล้ว พวกเราก็ควรมีความสุข"
เมื่อป้าโจวกล่าวจบ นางจึงก้มหน้าลงมาอีกคราแล้วเอ่ยกับหลินหร่วนอย่างจริงจังว่า“อาหร่วน เ้าช่วยบอกท่านพ่อของเ้าทีเถิด การร้องไห้มากจนเกินไปทำให้สุขภาพแย่ลงนอกจากนี้อาหานกับอาซิ่วยังเยาว์ ประเดี๋ยวพวกเขาก็ร้องไห้มิหยุดหรอก”
หลินหร่วนบิดร่างของนางเพื่อออกมาจากอ้อมกอดของหลินจงจากนั้นก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ท่านพ่อ พวกข้ามิเป็ไรแล้ว ท่านอย่าร้องไห้ไปเลยระวังจะทำให้หลินซิ่วใขึ้นมาอีกครา”
เมื่อหลินจงได้ยินดังนั้นเสียงร้องไห้ของเขาจึงค่อย ๆ เบาลง เขา้าถามว่าหลินหร่วนไปซ่อนอยู่ที่ใดตลอดทั้งคืนทว่าเสียงของเขาแหบแห้งจนฟังมิได้ศัพท์
ป้าโจวรีบเข้ามาเอ่ยถามว่า "อาหร่วนเมื่อคืนมีหมาป่าและเสือลงมาจากูเา พวกเ้าสามคนหนีไปได้เยี่ยงไรกันแล้วพวกเ้าไปอยู่ที่ใดกันมาทั้งคืน ? "
หลินหร่วนเล่าเื่ราวที่ได้เตี๊ยมกันไว้ออกมาอีกครา
“ต้องขอบคุณหลินซิ่ว ที่บ้านมิค่อยมีของกินนางจึงบอกกับพวกเราว่าอยากกินปลา ดังนั้นข้ากับอาหานจึงไปหาปลาที่แม่น้ำในยามค่ำพวกเรากลัวว่าหากหลินซิ่วอยู่บ้านเพียงลำพังแล้วจะมิปลอดภัย พวกเราจึงพานางไปด้วย ช่างโชคดียิ่งนักที่สามารถหลบเลี่ยงหายนะคราใหญ่เช่นนี้ได้”
หลังจากฟังหลินหร่วนเล่าจนจบ ป้าโจวจึงตบหน้าอกของนางพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ “ขอบคุณพระเ้า ขอบคุณบรรพบุรุษตระกูลหลินที่ปรากฏตัวขึ้นมาและทำให้เด็ก ๆ หลีกเลี่ยงหายนะครานี้ได้มิเช่นนั้น...ข้าก็มิกล้าคิดเื่นี้แล้วจริง ๆ ”
หลินหร่วนเอ่ยด้วยท่าทีเคร่งขรึม “ใช่ !ต้องขอบคุณการปรากฏตัวของบรรพบุรุษของพวกเรา คาดว่าพวกเขาคงจะเห็นว่าพวกเราสามพี่น้องน่าสงสารและทนเห็นพวกเราถูกสัตว์ร้ายกินมิได้ดังนั้นข้าต้องไปซื้อกระดาษเงินกระดาษทองมาเผาให้แก่บรรพบุรุษ เพื่อขอบคุณที่เสียสละและให้พร”
ป้าโจวพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ถึงเวลาขอบคุณพวกเขาแล้ว”
ชาวบ้านคนอื่น ๆ ในลานบ้านต่างก็รู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินเช่นนี้หลังจากที่หลินจงได้ยินเื่นี้ น้ำตาก็พรั่งพรูออกมาอีกครา
เด็ก ๆ มิมีอันใดกิน พวกเขาจึงไปที่แม่น้ำในยามค่ำเพื่อหาปลา
เมื่อนึกถึงเนื้องูย่างที่หลินซิ่วยัดใส่มือเขาในราตรีนั้นหัวใจของเขาก็เ็ปราวกับถูกมีดกรีด
ลูก ๆ มิมีอันจะกิน ทว่ายังคิดแบ่งอาหารให้ผู้เป็พ่อได้กินด้วยเขาช่างไร้ความสามารถเสียจริง เขาทำให้ลูก ๆ ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เกือบจะถูกเสือและหมาป่าทำร้าย
หากเกิดอันใดขึ้นกับพวกเขาทั้งสามคนอย่างแท้จริงเช่นนั้นตนจะแบกหน้าไปหามารดาของพวกเขาได้เยี่ยงไรกัน
หลินจงจ้องมองไปยังบุตรทั้งสามที่ยังคงหวาดกลัวพลางกำหมัดแน่น
เมื่อทุกคนสงบลง หัวหน้าตระกูลที่ยืนมองอยู่ข้างๆ ก็ได้เดินออกมา
เขามาที่นี่เพื่อสังเกตการณ์
ก่อนหน้านี้ทุกคนล้วนคิดว่าเด็กทั้งสามคนถูกเสือและหมาป่ากัดกินไปแล้วหลินจงรู้สึกเสียใจเป็อย่างมาก ทว่าเด็กทั้งสามคนนี้แยกออกมาจากตระกูลหลินแล้ว ดังนั้นคนแซ่หลินจึงมิแม้แต่จะโผล่หัวออกมาทว่าตนในฐานะหัวหน้าตระกูลหลิน บัดนี้เขาต้องออกมาจัดการเื่ราวต่าง ๆ
บัดนี้เด็ก ๆ ก็ได้กลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่ต้องได้รับการแก้ไข
“เอาล่ะ ในเมื่อเด็ก ๆ ปลอดภัยดีแล้ว ทุกคนควรมีความสุขและควรใจเย็นลง”
หลังจากได้ยินดังนั้น หลินจงจึงดึงแขนเสื้อขึ้นพลางเช็ดหน้าของเขาอย่างแรง
หัวหน้าตระกูลยังเอ่ยต่ออีกว่า “หลินจง เด็ก ๆ ทั้งสามคนมิสามารถอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้อีกต่อไปแล้วหากมีสัตว์ร้ายลงมาจากูเาอีกครา พวกเขาอาจจะมิโชคดีเหมือนครานี้ เ้ามีแผนการเยี่ยงไร ? ”
หลินจงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง"ข้าจะพาพวกเขากลับบ้าน"
ทันทีที่เขาเอ่ยเช่นนี้ หลินหร่วนก็นึกค้านอยู่ในใจทว่านางยังมิทันได้เอ่ยอันใด เสียงของหวังซื่อก็ดังขึ้นมาจากด้านนอก “ไม่ !ข้ามิยอม ! ”
หวังซื่อหน้าแดงก่ำ ทันใดนั้นนางก็เดินเข้ามาในลานบ้านแล้วะโเสียงดังว่า"มิมีเหตุผลที่บุตรชายซึ่งแยกบ้านออกไปแล้วต้องย้ายกลับ ข้ามิเห็นด้วยกับเื่นี้! "
นี่เื่ยากสำหรับหลินจง เขาพยายามที่จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มว่า“หวังซื่อ อาหานและคนอื่น ๆ จะต้องกลับไปอยู่ที่บ้าน หากเ้ามิเห็นด้วย เช่นนั้นเ้าก็กลับไปอยู่บ้านบิดามารดาของเ้าเสีย! ”
เมื่อหวังซื่อได้ยินดังนั้น นางจึงเดือดดาลขึ้นมาทันใดนางลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน "หลินจง ท่านเป็คนใจกว้าง เหตุใดท่านต้องไล่ให้ข้ากลับบ้านบิดามารดาด้วยกันตอนแรกเห็นอยากแยกย้ายออกไปใช้ชีวิตแทบตาย แล้วเหตุใดบัดนี้ถึงอยากกลับมาเล่ากลับมาเพื่อเหตุอันใดกัน ? ”
หลังจากที่นางด่ากราดจนเหนื่อยหอบ นางจึงนั่งลงบนพื้นอีกคราโดยยกมือข้างหนึ่งขึ้นมากุมหน้าอก ส่วนมืออีกข้างทุบกำปั้นลงบนพื้นพร้อมกับร้องไห้ออกมา
“ไอหยา ข้าอยู่มิได้แล้ว รีบฆ่ากันให้ตายเสียเถิด...”
ลานบ้านเต็มไปด้วยผู้คน ซึ่งมาจากหลายครอบครัวในหมู่บ้านหลินจงรู้สึกอายมากยิ่งนัก
"เ้า... เ้าลุกขึ้นมาประเดี๋ยวนี้ !เ้ากำลังเอ่ยถึงเื่อันใด ! รีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า"
“ข้ามิลุก หากเ้าพาเด็กทั้งสามคนนี้กลับบ้านข้าจะมิลุกเด็ดขาด ์ โปรดลืมตาดูเถิด ครอบครัวนี้กำลังจะฆ่าข้า...”
หวังซื่อเป็คนสกปรกและไร้ยางอาย ดังนั้นนางจึงนอนราบลงกับพื้นพลางร้องไห้กลิ้งไปกลิ้งมา
ทุกคนในลานบ้านต่างก็ตกตะลึงมากยิ่งนักพวกเขาอยู่ในหมู่บ้านมาหลายสิบปีแล้ว มิเคยเห็นผู้ใดทำแบบนี้มาก่อน
หลินจงทั้งโกรธทั้งละอายใจ เขาพยายามดึงหวังซื่อให้ลุกขึ้นมาทว่าหวังซื่อกลับข่วนหน้าหลินจง เมื่อเห็นเื่ขบขันเบื้องหน้าหลินหานจึงทนมิไหวอีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงะโเสียงดังว่า “พอแล้ว ! ”
“หวังซื่อมิจำเป็ต้องกลับไปบ้านบิดามารดาของนาง เพราะพวกเราได้แยกบ้านกันแล้ว พวกเราย่อมมิมีวันหวนกลับไปอีก”
เมื่อหวังซื่อได้ยินดังนั้น นางจึงหยุดร้องไห้ในทันใดจากนั้นก็ลุกขึ้นนั่งพลางเอ่ยถามว่า “จริงหรือ ? ”
“จริงแท้แน่นอน ! ”
หลินหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ไม่ ! ” หลินจงรีบคัดค้านทันใด “อาหานเ้าต้องกลับบ้าน อยู่ที่นี่มันอันตรายจนเกินไป”
เมื่อเห็นว่าหลินหานนิ่งเงียบ หลินจงจึงหันศีรษะไปเกลี้ยกล่อมหลินหร่วนแทน"อาหร่วน เ้าช่วยเกลี้ยกล่อมอาหานทีเถิด เป็ไปมิได้ที่พวกเ้าจะอาศัยอยู่ที่นี่หากมีสัตว์ร้ายลงจากูเามาอีกเล่า ? ”
หลินหร่วนส่ายศีรษะเบา ๆ “ท่านพ่อ อาหานเอ่ยได้ถูกต้องพวกเราแยกบ้านกันแล้ว มิมีเหตุผลต้องกลับไปอีก แท้ที่จริงที่นี่ก็มิได้มีปัญหาอันใดยกเว้นกำแพงบ้านที่ต่ำและทรุดโทรมจนเกินไปก็เท่านั้น"