แสงแดดสาดส่องััเถาวัลย์บนแผ่นกระเบื้องดอกไม้ยังคงเบ่งบานรับข้อมูลภาพทั้งสี่ทิศอยู่ตลอดทั้งคืนแม้หยางฉินเทียนจะหลับไปและไม่ได้รับรู้เื่ราวในภายนอกข้อมูลภาพเ่าั้ก็ถูกเก็บไว้ และถ่ายทอดไปสู่ประสาทััทันทีที่ได้สติ
“วันแรกของการเปิดเรียน ไม่สิจะบอกว่าเป็การเรียนก็ดูจะมากเกินไปเพราะมันเป็การแนะนำพื้นฐานแล้วให้เลือกคัมภีร์ไปฝึกกันเองโรงเรียนมีหน้าที่ในการสนับสนุนทรัพยากรและกระตุ้นให้ฝึกวิชานอกนั้นต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง”
“นายท่าน” เสียงหญิงรับใช้ดังมาจากหน้าห้องนางยืนอยู่นานแล้ว แต่หยางฉินเทียนยังไม่ตื่นจึงไม่กล้ารบกวน
“เข้ามา”
ครืดดด
สาวใช้คนหนึ่งเปิดประตูให้สาวใช้อีกสองคนถือสำรับอาหารและกะละมังน้ำร้อนเข้ามา ผู้ที่เปิดประดูเหมือนจะเป็หัวหน้าสังเกตจากหน้าตาและการแต่งกายแล้วดูดีกว่าหญิงสาวอีกสองคนที่กำลังทำหน้าที่จัดแจงอาหารบนโต๊ะ
“เ้าชื่ออะไร”
“ข้าน้อยชื่อหลิงหลิงนายท่านหยางโม่ชิวให้ข้ามาดูความเป็อยู่ของท่านหากมีอะไรให้รับใช้โปรดบอกข้าได้เลยเ้าค่ะ”
“ตอนนี้ยังไม่มี พวกเ้าออกไปเถอะ”
“เ้าค่ะ” สาวใช้คำนับแล้วพากันออกไป
ตระกูลโม่เป็ตระกูลที่ควบคุมการค้าภายในหมู่บ้านตระกูลหยางแม้หยางโม่ชิวจะมีผู้ความสามารถเพียงพอที่รับตำแหน่งาุโอันดับหนึ่งซึ่งเป็ที่รองลงมาจากประมุขของตระกูลแต่เขาก็ไม่ขอรับ เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับการเมืองภายใน ตระกูลโม่จึงเป็ตระกูลที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและไม่มีใครกล้าล่วงเกิน ใครที่คิดล่วงเกินตระกูลโม่ก็ถือว่าคิดสั้นเพราะนอกจากจะไม่สามารถซื้อสินค้าได้แล้วเขาอาจจะให้การช่วยเหลือตระกูลที่ปรปักษ์แก่ตระกูลของเขาซึ่งจะทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ขึ้นไปอีก
การที่หยางฉินเทียนได้รับดูแลเป็อย่างดีจากหยางโม่ชิวถือเป็การพัฒนาอย่างก้าวะโ ซึ่งไม่าุโคนใดสามารถทำได้นอกจากเขาจะได้การคุ้มครองราวกับระฆังทอง อนาคตของเขายังสดใสเพราะตระกูลโม่มีความกว้างขวางและมีเส้นสายคนรู้จักอยู่ภายนอกหมู่บ้านซึ่งเป็ความได้เปรียบกว่าคนอื่น
สาวใช้เข้ามาเก็บภาชนะหลังจากทุกอย่างเรียบร้อยแล้วขณะที่หยางฉินเทียนมุ่งหน้าออกไปยังโรงเรียนฝึกยุทธ์พบหยางโม่จื่อยืนรออยู่ที่ซุ้มประตูจึงเดินทางไปด้วยกัน
“ท่านปู่ข้าสบายดีใช่มั้ย” เขาเอ่ยขึ้นขณะเริ่มเดิน
“เ้าได้รับการดูแลอย่างไร ท่านปู่ของเ้าก็ได้รับการดูแลอย่างนั้นเ้าไม่ต้องเป็ห่วง ในเมื่อท่านพ่อของข้าเป็คนสั่งการเื่นี้เองทุกอย่างไม่มีปัญหา เพียงแต่่นี้เ้าควรจะมีสมาธิกับการเรียนปู่ของเ้าจึงไม่อยากรบกวน” หยางโม่จื่อตอบอย่างสุภาพบุคลิกของเขานับว่าได้มาจากหยางโม่ชิวอยู่หลายส่วนเลยทีเดียวในอนาคตเขาน่าจะดูแลกิจการแทนบิดาของเขาได้
“เ้าจะช่วยดูทักษะเต๋าเมื่อไหร่”
“ข้าวางแผนไว้ว่าจะไปวันนี้แหละ”
“ดี! หลังจากได้ตำราแล้วข้าจะรอเ้าที่ร้าน”
หยางฉินเทียนสอบถามถึงสิ่งของที่ขายภายในร้านอย่างสนใจส่วนใหญ่ในร้านจะเป็ยาเกรดต่ำประเภทต่าง ๆ แมลงแห่งเต๋า อาวุธเสริมพลังธาตุและของใช้อำนวยความสะดวกต่าง ๆ พวกเขาเดินคุยกันไประหว่างทางจนกระทั่งถึงที่หมาย
“พวกเ้าจงฟังให้ดี ข้าจะขานชื่อให้ทดสอบวิถีพลังพวกเ้าจะได้ป้ายหยกซึ่งเก็บข้อมูลจากการทดสอบประตูทั้งแปดทิศจะเปิดออกสำหรับวิถีพลังที่เป็บวก พวกเ้าสามารถเข้าออกได้ตลอดเวลา”เ้าหน้าที่หอคัมภีร์เริ่มอธิบาย
พื้นที่ที่ทุกคนยืนอยู่คือชั้นแรกของหอคัมภีร์ตรงกลางจะเป็แท่นหินสี่เหลี่ยม ส่วนล่างเป็หินทึบตรงกลางมีช่องสำหรับใส่แผ่นหยกได้ทั้งสี่ด้าน ส่วนบนเป็ผลึกแก้วใส ลักษณะของห้องเป็ทรงกระบอกประตูทางเข้าเป็โลหะเสริมพลังธาตุ อีกแปดประตูเป็ม่านพลังสีฟ้า้ามีป้ายชื่อของวิถีพลัง
พลังเต๋ามีหกวิถี คือ สายฟาดฟัน สายแปรผันสายควบคุม สายเสริมพลัง สายปะทะ และสายแผ่พุ่งมนุษย์จะมีวิถีพลังอย่างใดอย่างหนึ่งในหกวิถี แต่การจะรู้ได้นั้นจำเป็ต้องมีแก่นพลังที่ดูดซับพลังเต๋าจากฟ้าดินเมื่อส่งพลังเต๋าเข้าไปในแท่นศิลาวิถีเต๋าแล้ว เส้นทางแห่งเต๋าของผู้นั้นก็จะปรากฏ
สายฟาดฟันเน้นการใช้อาวุธในการฟาดหรือฟันสายแปรผันจะปรวนแปรไม่แน่นอน และไม่อาจคาดเดาได้ สายควบคุมจะเป็การเชื่อมต่อกับบางสิ่งบางอย่างและควบคุมสิ่งนั้นตามความประสงค์สายเสริมพลังจะเป็การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับร่างกายหรือสิ่งของซึ่งมีทั้งแบบชั่วคราวและถาวร สายปะทะจะเป็วิถีแห่งหมัด ไม่ว่าจะเป็ศอก เข่าหมัด เตะ อะไรที่ใช้ร่างกายปะทะนั่นคือสายนี้ ส่วนสายแผ่พุ่งจะเน้นการโจมตีระยะไกลเป็เส้นตรงไม่ว่าจะเป็พลังเต๋าหรืออาวุธต่าง ๆ ล้วนอยู่ในสายนี้ทั้งสิ้น
เหตุที่ต้องเลือกวิชาให้สอดคล้องกับวิถีแห่งเต๋าเพราะประสิทธิภาพในการต่อสู้จะแตกต่างกันมากวิชาที่สอดรับกับวิถีพลังของตนจะแสดงผลออกมา 150% ของพลังปกติส่วนวิถีรองจะแสดงผลออกมาได้ 125%
ในทางตรงกันข้ามสำหรับวิถีที่เป็ปรปักษ์ต่อวิถีพลังของตนจะสำแดงพลังออกมาได้เพียง 50% ส่วนวิถีที่เป็ปริบทของปฏิปักษ์นั้นจะปลดปล่อยพลังออกมาได้เพียง 75%เท่านั้น การฝึกวิชาที่เป็ปฏิปักษ์แห่งพลังวิถีจึงเป็การเสียเวลาและเป็ข้อห้ามสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ทุกคน
สายฟาดฟัน คู่กับสายแผ่พุ่ง และสายแปรผัน
สายแปรผัน คู่กับสายฟาดฟัน และสายควบคุม
สายควบคุม คู่กับสายสายแปรผัน และสายเสริมพลัง
สายเสริมพลัง คู่กับสายควบคุม และสายปะทะ
สายปะทะ คู่กับสายเสริมพลัง และสายแผ่พุ่ง
สายแผ่พุ่ง คู่กับสายปะทะ และสายฟาดฟัน
สายฟาดฟันตรงข้ามกับสายเสริมพลังสายแปรผันตรงข้ามกับสายปะทะ สายควบคุมตรงข้ามกับสายแผ่พุ่ง นั่นหมาย-ความว่าผู้ที่มีวิถีพลังสายฟาดฟันจะใช้วิชาสายฟาดฟันได้150% ใช้วิชาสายแผ่พุ่งและสายแปรผันได้ 125% เมื่อสายฟาดฟันตรงข้ามกับสายเสริมพลังจึงใช้วิชาในสายนี้ได้เพียง 50%และใช้วิชาในสายสายควบคุมและสายปะทะซึ่งเป็สหายของสายเสริมพลังได้แค่75% เท่านั้น วิถีพลังสายอื่น ๆ ก็คำนวณด้วยวิธีเดียวกันนี้
เ้าหน้าที่ทำการขานชื่อผู้เข้ารับการทดสอบทีละคนเมื่อเขาได้แผ่นหยกซึ่งบันทึกข้อมูลไว้แล้วก็เดินไป เมื่อเข้าไปใกล้ประตูวิถีพลังที่เป็บวกประตูจะเปิดออก แต่ถ้าเข้าใกล้ประตูที่เป็ลบแสงสีฟ้าจะแปรเปลี่ยนเป็สีแดงเพื่อเป็การเตือน แต่หากเขาดึงดันที่จะเข้าประตูก็จะเปิดออกเช่นกัน แม้ว่าประสิทธิ-ภาพของวิชาจะลดน้อยลง แต่บางครั้งวิชาเ่าั้ก็ยังคงมีความจำเป็ผู้ฝึกยุทธิ์จึงต้องพิจารณาถึงจุดเด่นและจุดด้วยของตน และเลือกวิชาให้เหมาะสมกับวิถีพลัง
“คนต่อไป...หยางฉินเทียน!”
ชายหนุ่มเ้าของชื่อยิ้มรับแล้วเดินเข้าไปที่แท่นศิลาวิถีเต๋าเ้าหน้าที่สอดแผ่นหยกเข้าไปแล้วพยักหน้าให้สัญญาณเขาเอามือแตะไปที่ผลึกใสแล้วเคลื่อนพลังแห่งเต๋าจากจุดตันเถียนไปยังแท่นเบื้องหน้าผลึกใสเรืองแสงสีเขียว
เสียงฮือฮาเกิดขึ้นจากสักขีพยานห้อมล้อม ความจริงได้ปรากฏตรงหน้าโดยไม่จำเป็ต้องคาดเดาอีกต่อไป
“วิถีพลังของเ้าเป็สาย....”