เจียงฉิงฟางจ้องมองคนสกุลเฉินและคนสกุลเจียงด้วยสีหน้าเย็นชาในความทรงจำของร่างนี้คนสกุลเจียงหาได้ดีต่อนางมากนักทุกคนในสกุลเจียงต่างพากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าความงามของนางจะชักนำเภทภัยในมาสู่สกุลเจียงส่วนในนิยายที่เจียงฉิงฟางเคยอ่านมาหลังเจียงฉิงฟางตายไปแล้วคนสกุลเจียงก็ได้ทอดทิ้งลูกน้อยทั้งสามของเจียงฉิงฟางปล่อยให้พวกเขาต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดกันตามลำพังจนทำให้พวกเขาเติบโตไปกลายเป็นตัวร้ายในนิยายที่มีจุดจบในตอนสุดท้ายที่สุดแสนจะอเนจอนาถดังนั้นสำหรับนางแล้วคนสกุลเจียงหาได้เป็นกลุ่มคนที่นางคิดจะให้ความสำคัญ
“ท่านพ่อ ท่านแม่ท่านลุง ท่านป้าสะใภ้วันนี้ลมอะไรจึงได้หอบพวกท่านมาจนถึงที่นี่ได้”คำถามของเจียงฉิงฟางทำให้สีหน้าของคนสกุลเจียงพลันบึ้งตึงมากยิ่งขึ้น
“ฉิงเหยาไปตามพวกเรามาน่ะสินางบอกว่าเจ้าทำร้ายนางที่ร้านสกุลจี้แล้วยังคิดจะยั่วยวนสามีของนางบอกให้พวกเรามาจัดการเจ้าให้นาง”คำพูดของเจียงโซ่วผู้เป็นบิดาทำให้เจียงฉิงฟางหัวเราะหึหึ ออกมา
“นางพูดพวกท่านก็เชื่อเช่นนั้นหรือทำไมจึงไม่สอบถามนางเล่าว่าเพราะเหตุใดข้าจึงได้ทำร้ายนางส่วนเรื่องการยั่วยวนพี่เขยของตนเองนั้นพวกท่านจงลืมไปได้เลยต่อให้ข้าชั่วช้ามากเพียงใดความคิดที่จะยั่วยวนคนโง่สมองกลวงเช่นนี้ไม่เคยอยู่ในความคิดของข้า”คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้ทั้งคนสกุลเจียงและคนสกุลเฉินจ้องมองนางด้วยโทสะส่วนเฉินอี้ในยามนี้ก็กำลังจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการตัดพ้อ
“เจียงฉิงฟางปากเจ้าเอ่ยออกมาเช่นนี้แต่การกระทำของเจ้ากลับตรงกันข้ามหากเจ้าไม่ได้คิดจะยั่วยวนสามีของข้าแล้วเหตุใดเขาจึงได้มาอยู่ที่ตรงนี้ได้กันเล่า”คำถามของเจียงฉิงเหยาทำให้เจียงฉิงฟางแค่นหัวเราะออกมา
“เช่นนั้นก็ต้องถามสามีของเจ้าแล้วว่ามาที่นี่ทำไมแต่สำหรับข้าข้าขอยืนยันว่าไม่เคยมีความคิดที่จะทำเรื่องที่ผิดธรรมเนียมและประเพณีอย่างเช่นการยั่วยวนสามีของเจ้าอย่างที่เจ้ากล่าวหาข้าอย่างแน่นอน”คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้เจียงฉิงเหยาหันไปจ้องมองสามีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บช้ำส่วนเฉินอี้ก็รีบเอ่ยปากออกหน้าแทนเจียงฉิงฟางในทันที
“อย่าได้โทษฉิงฟางเลยเป็นข้าที่มาหานางเองแล้วก็เป็นความผิดของพวกท่านด้วยที่บังคับให้ข้าต้องแต่งงานกับฉิงเหยาทั้งๆ ที่คนที่ข้าอยากจะแต่งงานด้วยก็คือฉิงฟาง”คำพูดของเฉินอี้ทำให้เจียงฉิงเหยามีใบหน้าเขียวคล้ำในทันที
“ท่านพูดอย่างนี้ออกมาได้อย่างไรพวกเราแต่งงานกันมานานถึงเพียงนี้แล้ว ท่านยังกล้าเอ่ยออกมาเช่นนี้อีกหรือ”คำพูดของเจียงฉิงเหยาทำให้เฉินอี้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย
“เดิมทีข้าก็ไม่คิดว่าจะพูดออกมาหรอกแต่ยิ่งนานวันเจ้าก็ยิ่งทำตัวน่าเบื่อหน่าย แต่งงานมาตั้งหลายปียังไม่สามารถมีลูกให้ข้าเสียทีแถมยังมักจะหาเรื่องทะเลาะกับข้าได้ทุกวี่วันเจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าหากคนที่ข้าแต่งงานด้วยในตอนนั้นคือฉิงฟางยามนี้ข้าก็อาจจะได้เป็นบิดาไปนานแล้ว”คำพูดของเฉินอี้ทำให้เจียงฉิงเหยากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บช้ำ
“ท่านเอ่ยออกมาเช่นนี้ได้อย่างไรข้าพยายามทำตัวเป็นภรรยาที่ดี เป็นลูกสะใภ้ที่ดีส่วนเรื่องมีลูกท่านไม่คิดว่าเป็นเพราะความบกพร่องของตัวท่านเองบ้างหรือ”เจียงฉิงเหยาเอ่ยพลางหันมาจ้องมองเจียงฉิงฟางที่ยังไม่ยอมเปิดประตูรั้วบ้านด้วยสายตาเจ็บช้ำแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“ส่วนฉิงฟางผู้นี้ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าหากท่านแต่งงานกับนางแล้วนางจะเป็นภรรยาที่ดีให้ท่านท่านไม่รู้หรือไงว่าก่อนหน้านี้นางพึ่งจะหนีตามบุรุษผู้หนึ่งไปแต่เพราะเกิดเหตุที่ทำให้นางต้องจมลงไปในแม่น้ำเสียก่อนยามนี้นางจึงต้องซมซานกลับมาเป็นแม่ม่ายเลี้ยงลูกตามลำพังเช่นนี้”คำพูดของเจียงฉิงเหยาทำให้เจียงฉิงฟางโต้ตอบกลับในทันที
“เจียงฉิงเหยาข้าแค่ตกลงไปในแม่น้ำเจ้าจะกล่าวหาว่าข้าคิดจะหนีตามผู้อื่นไปไม่ได้นะส่วนเรื่องที่ว่าข้ายั่วยวนสามีของเจ้า ข้าขอปฏิเสธและขอยืนยันต่อหน้าทุกคนว่าข้าไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น”เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจเพราะในความทรงจำของร่างนี้นางไม่เคยยั่วยวนเฉินอี้เลย เพราะหากนำเฉินอี้ไปเปรียบเทียบกับจ้าวถิงฟงและคนที่นางเคยคิดจะหนีตามไปด้วยเฉินอี้ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงบุรุษทั้งสองได้เลย
“อย่ามาทำพูดดี สตรีแพศยาเช่นเจ้าแค่อ้าปากข้าก็เห็นลิ้นไก่แล้ว”คำพูดของเจียงฉิงเหยาทำให้เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาอย่างเย้ยหยัน
“เจียงฉิงเหยาตอนนั้นที่สกุลเฉินมาสู่ขอข้าที่สกุลเจียงเจ้าอยากได้การแต่งงานนี้จนตัวสั่นข้าก็ไม่เคยออกหน้ามาแย่งชิงกับเจ้า พอเจ้าแต่งงานไปแล้วแทนที่จะทำตัวดีๆแต่กลับชอบพูดจาหาเรื่องข้า คิดว่าข้าริษยาเจ้าที่เจ้าได้แต่งงานเข้าบ้านสกุลเฉินจวบจนข้าแต่งงานเข้าบ้านสกุลจ้าวมาแล้วเจ้าก็ยังไม่ยอมหยุดยามนี้ยังพาคนของทั้งบ้านสามีของเจ้าและพาคนที่บ้านเดิมของพวกเรามาหาเรื่องข้าจนถึงที่นี่อีกหรือว่าเจ้าเห็นว่าคนเช่นข้าไม่มีสามีคอยปกป้องใช่ไหม เจ้าจึงได้พาคนมารุมรังแกข้าได้เช่นนี้ข้าขอบอกกับเจ้าเอาไว้ตรงนี้เลยนะว่ามาทางไหนก็จงกลับไปทางนั้นเลย”เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเข่นนี้เจียงโซ่วก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตำหนิ
“ฉิงฟาง!นี่เจ้ากล้าไล่พวกข้าหรือ อย่าได้ลืมว่าพวกข้าคือญาติผู้ใหญ่ของเจ้านะ”คำพูดของเจียงโซ่วทำให้เจียงฉิงฟางยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน
“ญาติผู้ใหญ่ที่ไม่เคยปกป้องข้าคิดแต่จะหาผลประโยชน์จากข้าพอข้าหมดประโยชน์พึ่งพาไม่ได้แล้วก็เขี่ยข้าทิ้งราวกับขยะเก่าๆพวกท่านที่เป็นเช่นนี้ยังจะให้ข้านับญาติอีกหรือ”
“ฉิงฟาง”ลู่เหมยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือเจียงฉิงฟางจ้องมองนางแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บช้ำ
“ท่านแม่ไม่ต้องเอ่ยอะไรออกมาอีกแล้วตั้งแต่ข้ายังเด็กพวกท่านก็ยัดเยียดคำว่าตัวปัญหามาให้ข้าพูดกันว่าความงามของข้าจะนำความโชคร้ายมาให้สกุลเจียง ผู้อื่นพูดก็แล้วไปแต่พวกท่านที่เป็นบิดาและมารดากลับเห็นด้วยอย่างไม่คำนึงถึงจิตใจของลูกเช่นข้าระหว่างข้ากับฉิงหร่วนทั้งท่านพ่อและท่านแม่มักจะเลือกที่เข้าข้างและช่วยเหลือนางก่อนแล้วปล่อยให้ข้าต้องเผชิญความลำบากตามลำพังพวกท่านไม่เคยคิดเลยสักนิดว่าข้าคนนี้ต่างหากที่ทำให้พวกท่านสามารถเชิดหน้าชูตาได้อย่างไม่น้อยหน้าผู้ใด”