เบเรียลและคนอื่นๆกลายเป็นรังไหมอย่างช้าๆ
นี้คือทักษะพิเศษที่จะสามารถรักษาอาการบาดเจ็บต่างๆได้แต่ไลท์ไม่เคยใช้เพราะว่าสมาชิกทีมของเขาไม่เคยได้รับอาการบาดเจ็บร้ายแรงแบบนี้มาก่อน
ผ่านไปกว่าสิบนาที
รังไหมก็ค่อยๆแตกออกก่อนที่ ร่างกายของพวกเบเรียลจะก็กลับมาเป็นปกติแต่ก็ยังไม่สามารถขยับร่างกายได้อย่างเต็มที่ แค่การขยับตัวเล็กน้อยก็ทำให้เจ็บปวดได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นแขนขาที่ผิดรูปก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมก็นับว่าดีแล้ว
ฟุบๆๆๆ
เอลฟ์กว่าสิบคนกระโดดลงมาจากต้นไม้พร้อมกับมองดูรอบๆด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เอลฟ์เหล่านี้ต่างก็สวมชุดเจ้าหน้าที่เหมือนกับเอ็ดก้าที่เฝ้าอยู่รอบๆอาณาจักรเมลเทียร์
“ มนุษย์กล้ามากนะที่ก่อเรื่องภายในเมืองหลวงแห่งนี้ ” เอลฟ์ชายวัยกลางคนในชุดเจ้าหน้าที่ตะโกนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ นอกจากนี้ออร่าของเขาก็ยังอยู่ในระดับSS ชื่อของเขาคือโคเทล่า
เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างก็รีบตรวจสอบดูว่ามีคนรอดชีวิตหรือไม่ แต่ก็พบว่าทุกคนได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว
“ หัวหน้านี้มันซอนโทกับโฟนาสไม่ใช่หรอ? ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ
ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่อีกคนตะโกนขึ้นมาว่า “ หัวหน้านี้คือมาร์ติ มิคอรัส ออริกัส ตัวตนระดับSSทั้งสามคนเสียชีวิตหมดแล้วครับ ”
โคเทล่ากลายเป็นตกใจและมองไปที่พวกไลท์ด้วยแววตาเคร่งเครียด การที่จะสามารถสังหารตัวตนระดับSSสามคนได้แสดงให้เห็นว่า มนุษย์ด้านหน้าจะต้องแข็งแกร่งในระดับSSอย่างแน่นอนและอาจจะมีมากกว่าหนึ่งคนด้วย
“ โปรดให้ความร่วมมือกับพวกเราโดยดีไม่อย่างนั้นพวกเราจะประกาศว่าพวกคุณเป็นภัยต่อเผ่าเอลฟ์และจะต้องถูกกำจัดทิ้งทั้งหมด ” โคเทล่าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ฉันคงต้องขอปฏิเสธ ” ไลท์ส่ายหน้าก่อนที่จะโยนบางอย่างให้กับหัวหน้าเจ้าหน้าที่
โคเทล่าขมวดคิ้วก่อนที่จะหยิบสิ่งที่ไลท์โยนมาก็ต้องกลายเป็นนิ่งค้างและมองไปที่สิ่งของในมือด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ นี้มันตราสัญลักษณ์ขององค์จักรพรรดินี!! ” โคเทล่าลอบกลืนน้ำลาย ด้วยตราสัญลักษณ์นี้มนุษย์สามารถทำอะไรก็ได้ในทวีปเอลฟ์และจะไม่ผิดกฏหมายด้วยแม้ว่าเขาจะฆ่าเอฟล์สายเลือดบริสุทธิ์ก็ตาม แต่ทว่ามันก็ต้องอยู่ที่เหตุผลด้วยว่าไปฆ่าเอลฟ์สายเลือดบริสุทธิ์ด้วยสาเหตุอะไร ถ้าหากฆ่าโดยที่ไม่มีเหตุผลตราสัญลักษณ์นี้ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้
“ ไม่ทราบว่าท่านฆ่าเอลฟ์เหล่านี้ด้วยสาเหตุอะไรครับ? ” โคเทล่ากลายเป็นสุภาพและถามด้วยความเคารพทันที เพราะตราสัญลักษณ์นี้เปลื่ยนเสมือนกับเป็นพระสหายขององค์จักรพรรดินี
“ เจ้าพวกนี้มันซุ่มโจมตีเพื่อนของฉันจนได้รับบาดเจ็บจนเกือบตาย โชคดีที่ฉันมาทันไม่อย่างนั้นเพื่อนของฉันอาจจะถูกฆ่าไปแล้วก็ได้ ” ไลท์พูดขึ้น
โคเทล่ามองดูสภาพของเพื่อนๆไลท์แล้วก็เงียบไป แม้ว่าสภาพของพวกเบเรียลจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วแต่สภาพเสื้อผ้าของพวกเขาก็ยังเป็นหลักฐานให้ได้อยู่ดี
ไลท์รู้ดีว่าคำพูดของไลท์มันอาจจะฟังดูเชื่อยาก อีกอย่างคนที่ตายไปแล้วก็ไม่มีสิทธิ์แก้ตัวใดๆ
“ อย่างนั้นผมคงต้องขอตรวจสอบรอบๆที่เกิดเหตุก่อนไม่แน่ว่าอาจจะมีพยานหลงเหลืออยู่ได้ ” โคเทล่าพูดขึ้น
“ ได้สินายไปตรวจสอบก่อนได้เลย พวกฉันจะรออยู่ตรงนี้เอง ” ไลท์พูดขึ้น
“ ขอบคุณมากครับ ” โคเทล่าพยักหน้ารับก่อนที่จะรีบตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
เพียงแต่ไม่นานก็มีเอลฟ์หลายสิบคนบินลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร
“ ใครเป็นคนฆ่าลูกชายของฉัน!! ” เอลฟ์ชายวัยกลางคนตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาพร้อมกับจับตัวเจ้าหน้าที่คนหนึ่งมาถาม เขาคือพ่อของซอนไท ชื่อโซเท็น
“ ใครเป็นคนฆ่าลูกชายของฉันด้วย ” เอลฟ์ชายวัยกลางคนอีกคนตะโกนด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดก่อนที่จะมองรอบๆด้วยแววตาจริงจัง เขาคือพ่อของโพนาส ชื่อ พาร์ทานิคัส
“ โคเทล่าใครเป็นคนฆ่าลูกชายของฉัน ” พาร์ทานิคัสตะโกนเมื่อเห็นโคเทล่าเดินกลับมาจากการไปสอบถามพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ
โคเทล่าที่ถูกเรียกชื่อก็มองไปที่พาร์ทานิคัสและโซเท็นด้วยแววตาเสียใจ
“ ฉันเสียใจด้วยกับเรื่องของลูกชายพวกนาย ” โคเทล่าพูดขึ้น
“ ฉันถามแกว่าใครเป็นคนฆ่าลูกชายของฉัน ” พาร์ทานิคัสตะคอก
โซเท็นเองก็เดินมาหาโคเทล่าด้วยเช่นกัน
“ บอกฉันมาโคเทล่าใครเป็นคนฆ่าลูกชายของฉัน ” โซเท็นพูดขึ้น
“ ฉันไม่สามารถบอกพวกนายได้แต่ฉันบอกได้เพียงแค่ว่าครั้งนี้ลูกชายของพวกนายเป็นฝ่ายผิดและฉันก็ไม่สามารถที่จะจับตัวคนที่ฆ่าลูกชายของพวกนายได้ ” โคเทล่าพูดขึ้น
“ แกหมายความว่ายังไงโคเทล่าที่ลูกชายของพวกฉันเป็นฝ่ายผิดแถมแกยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้? ” โซเท็นมองไปที่โคเทล่าด้วยความโกรธ
ทันใดนั้นสายตาของพาร์ทานิคัสก็มองไปเห็นพวกไลท์ที่นั่งพักฟื้นกันอยู่
“ เป็นพวกมันใช่ไหมที่ฆ่าโพนาส? ” พาร์ทานิคัสชี้ไปที่พวกไลท์ที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้
โคเทล่าถอนหายใจไม่ว่ายังไงอีกไม่นานสองคนนี้ก็ต้องรู้อยู่ดีเพราะฉะนั้นเขาจึงบอกความจริงไปดีกว่า
“ ใช่แล้วล่ะเป็นมนุษย์เหล่านั้นที่ฆ่าลูกชายของพวกนาย แต่พวกนายก็ไม่สามารถทำอะไรได้เหมือนกันเพราะมนุษย์มีตราสัญลักษณ์ประจำตัวขององค์จักรพรรดินี ” โทเคล่าพูดขึ้น
“ นายพูดว่าอะไรนะโทเคล่า? ตราสัญลักษณ์ประจำตัวขององค์จักรพรรดินีงั้นหรอ ” พาร์ทานิคัสและโซเท็นตะโกนขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจและทั้งสองก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมโคเทล่าถึงไม่สามารถจับกุมพวกมนุษย์ได้
“ แล้วมันยังไงในเมื่อพวกมันฆ่าลูกชายของฉันพวกมันก็ต้องชดใช้!! ” พาร์ทานิคัสกัดฟันพูด
“ เกรงว่าจะไม่ได้เพราะครั้งนี้ลูกชายของพวกนายเป็นคนไปลอบโจมตีพวกมนุษย์ก่อนแถมยังลงมือหนักจนเกือบตายอีกด้วย นายก็รู้ตราสัญลักษณ์ของจักรพรรดินีแม้ว่าจะฆ่าเอลฟ์ก็ต้องมีเหตุผลไม่ใช่ว่าจะฆ่ามั่วๆได้และสิ่งที่ลูกชายของพวกนายทำไปฉันจึงไม่สามารถช่วยอะไรได้ ” โคเทล่าพูดขึ้นพร้อมกับส่ายหน้า
“ ดี! ดีมาก ” พาร์ทานิคัสกำหมัดแน่นด้วยความโกรธก่อนที่จะหมุนตัวเดินจากไป
“ เห้ยพาร์ทานิคัส แกจะไปไหน!! ” โซเท็นตะโกนด้วยความสงสัยและรีบเดินตามไปทันที
“ ฉันจะกลับไปที่คฤหาสน์ ” พาร์ทานิคัสพูดขึ้น
“ แกไม่คิดที่จะจัดการพวกมนุษย์นั้นหรอ? ” โซเท็นถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ แกคิดว่าอยู่ที่นี้ไปพวกเราจะทำอะไรได้งั้นหรอ? กลับไปวางแผนที่คฤหาสน์ก่อนแล้วค่อยส่งนักฆ่าไปฆ่าพวกมันก็ได้ แกอย่าลืมว่าพวกเราก็เสียระดับSSไปถึงสองคนเลยนะ ไม่สิสามคนเลยถ้าหากฉันจำไม่ผิดน่าจะเป็นคนของเจ้าโรดิโก้ที่เป็นตัวตนระดับSSอีกหนึ่งคน แสดงว่าพวกมันจะต้องแข็งแกร่งกว่าที่พวกเราคิดแน่ๆ ” พาร์ทานิคัสพูดด้วยความโกรธแต่เขาก็ไม่ได้สูญเสียสติไป
โซเท็นเข้าใจได้ทันทีและเดินตามพาร์ทานิคัสไป
ในตอนที่พาร์ทานิคัสและโซเท็นกำลังคุยกันอยู่ ไลท์ก็มองไปที่ทั้งสองพร้อมกับหรี่ตาลงและลอบฟังคำพูดของทั้งสองคน
“ นักฆ่างั้นหรอ น่าสนใจดีนิลองส่งพวกมันมาสิฉันจะฆ่าพวกมันให้หมดเลย ” ไลท์พึมพำออกมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะจดจำใบหน้าของเอลฟ์ทั้งสองคนนี้เอาไว้เพราะเขาจะได้ไปฆ่าไม่ผิดตัว
หลายชั่วโมงต่อมา ข่าวเรื่องที่ลูกชายของตัวตนระดับSSสองคนและองค์ชายรองแห่งอาณาจักรคาร์เมียนถูกสังหารภายในเมืองหลวงและคนร้ายก็เป็นมนุษย์แต่ทว่าเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถจับตัวได้เพราะมนุษย์มีตราสัญลักษณ์ขององค์จักรพรรดินี
ในตอนแรกเอลฟ์ทุกคนในเมืองหลวงรวมไปถึงเอลฟ์สายเลือดบริสุทธิ์ต่างก็แสดงความไม่พอใจที่ไม่สามารถจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้แม้ว่าคนร้ายจะมีตราสัญลักษณ์ขององค์จักรพรรดินีก็ตามที
แต่ภายหลังเรื่องราวความจริงก็ได้ปรากฏขึ้นเพราะในกลุ่มของมนุษย์มีองค์ชายใหญ่ของอาณาจักรเฟลรอสเองก็ถูกโจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ถึงอย่างนั้นก็ห้ามไม่ให้เอลฟ์หลายคนรู้สึกโกรธพวกมนุษย์ไม่ได้และที่พวกเขาไม่เข้าใจก็คือทำไมองค์จักรพรรดินีได้มอบตราสัญลักษณ์ของพระองค์ให้กับพวกมนุษย์กลุ่มนี้
ไม่นานข่าวใหญ่ก็ถูกประกาศออกมาจากทางพระราชวัง ข่าวนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทวีปเอลฟ์ไม่สิ ทั่วทั้งโลกเลยดีกว่า
ข่าวก็คือจักรพรรดินีเอลฟ์ได้รับเมล็ดพันธุ์ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กลับมาแล้วและจะทำพิธีปลูกต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่จะเริ่มทำสงครามกับเผ่าปีศาจ
ซึ่งทางพระราชวังยังได้บอกอีกว่ามนุษย์เป็นคนนำเมล็ดพันธุ์ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์มามอบให้ เพราะเหตุนี้ทางองค์จักรพรรดินีจึงได้มอบตราสัญลักษณ์ของพระองค์ให้กับมนุษย์เพื่อเป็นการตอบแทน
จากนั้นกระแสก็ตีกลับทันที โดยที่เอลฟ์ทั้งหมดต่างก็ด่าพวกโรดิโก้ที่ต้องการสังหารพวกไลท์ทันที
หลายวันผ่านไป
ไลท์และคนอื่นๆพักอยู่ที่โรงแรมที่ห่างไกลจากตัวเมืองสักหน่อย ทั้งนี้ก็เพื่อพักผ่อนและก็เพื่อล่อให้นักฆ่าที่ทางตระกูลเอลฟ์จะส่งมา
เรื่องอาหารการกินไลท์สั่งให้ทุกคนกินอาหารที่มีอยู่ในแหวนมิติและต้องให้อยู่ด้วยกันเป็นคู่ห้ามไปไหนมาไหนคนเดียว
ทุกๆคนเองก็เข้าใจและยังรู้ด้วยว่าจะมีนักฆ่าที่ถูกส่งมาโดยตระกูลเอลฟ์สายเลือดบริสุทธิ์เหล่านั้น
ตอนกลางคืน
ด้านหน้าโรงแรมที่พวกไลท์อยู่ มีบุคคลลึกลับห้าคนที่สวมชุดคลุมสีดำยาวถึงขาพร้อมกับหน้ากากที่ปิดบังใบหน้า
บุคคลลึกลับเหล่านั้นวิ่งเข้าไปในโรงแรมด้วยความเร็วจนไม่มีคนมองเห็น
ไม่นานทั้งห้าคนก็แยกกันเป็นสองกลุ่ม โดยที่กลุ่มหนึ่งมีสามคนวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสาม ส่วนอีกสองคนวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสี่
จู่ๆไฟในโรงแรมตามทางเดินก็ดับพร้อมกับทั้งโรงแรม
ที่ชั้นสาม
บุคคลลึกลับทั้งสามค่อยๆใช้เวทย์บางอย่างทำให้ประตูปลดล็อคได้เอง ก่อนที่บุคคลลึกลับคนหนึ่งจะค่อยๆร่ายเวทย์บางอย่างที่เป็นควันสีเทาค่อยๆลอยเข้าไปในห้องอย่างช้าๆและปิดประตูอย่างเงียบๆ
ผ่านไปกว่าสิบนาที บุคคลลึกลับก็ค่อยๆเปิดประตูอีกครั้งและค่อยๆย่องเข้าไปในห้องอย่างช้าๆ
บุคคลลึกลับค่อยๆก้าวเข้าไปในห้องก่อนที่จะเดินไปที่เตียงนอน เมื่อเห็นว่าที่เตียงมีคนอนอนอยู่ เขาก็หยิบดาบออกมาและแทงไปที่เตียงนอนทันที
ฟุบ
เพียงแต่ที่แทงไปเป็นเพียงแค่สิ่งของบางอย่างที่ทำให้มันดูเหมือนกับว่าเป็นคนที่นอนอยู่
ฟุบๆ
จู่ๆบุคคลลึกลับทั้งหมดก็ล้มไปนอนกับพื้นพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากร่างกายของบุคคลลึกลับทั้งสาม
ด้านหลังของบุคคลึกลับทั้งสามเป็นไลท์ที่ยืนอยู่พร้อมกับในมือถือผ้าเช็ดเลือดที่ติดอยู่ที่ดาบของเขา
‘ หวังว่าทางนั้นจะจัดการได้อย่างไม่มีปัญหานะ ’ ไลท์ครุ่นคิด
ทันทีที่ไลท์คิดยังไม่ทันเสร็จก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ไลท์เดินไปเปิดประตูก็พบว่าเป็นพวกเดซี่ที่ยืนอยู่หน้าประตู
“ เป็นอย่างไรบ้าง? ” ไลท์ถามขึ้น
“ จัดการเรียบร้อยแล้วอาจารย์ ” เดซี่ยิ้มอย่างสบายๆ
“ งั้นพวกเราก็ตอบโต้คืนกันบ้างดีกว่า ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะเรียกรวมพล
ไม่นานเดธปาร์ตี้ทุกๆคนก็มารวมตัวกันที่ห้องนอนของไลก้า
เนื่องจากห้องนอนของไลท์มีศพของนักฆ่าสามคนอยู่จึงไม่อยากที่จะใช้ห้องนั้นเป็นห้องประชุม
บนโต๊ะมีแผนที่ของเมืองหลวงเมลเทียร์กางเอาไว้อยู่
" ตระกูลของทั้งสองตระกูลอยู่ที่ชั้นกลางของเมือง เพราะฉะนั้นการป้องกันอาจจะเข้มงวดไปสักหน่อยแต่ฉันเชื่อว่าทุกๆคนจะสามารถหลบสายตาของพวกเจ้าหน้าที่ได้
ตามที่อัสลอนไปสืบมา ที่อยู่ของเจ้าเอลฟ์ที่ชื่อโซเท็นอยู่ตรงนี้ ส่วนตรงนี้คือที่อยู่ของเอลฟ์ที่ชื่อพาร์ทานิคัส เอาล่ะฉันจะให้พวกเธอเลือกว่าใครอยากไปตรงไหน " ไลท์พูดขึ้น
ไม่นานทุกคนก็แบ่งทีมกันได้อย่างรวดเร็ว
ไลท์ คอลรุย เบเรียลจะไปยังที่อยู่ของโซเท็น ส่วนเฮลเฟลช ไลก้า เดซี่ เวโรนิก้าไปยังที่อยู่ของพาร์ทานิคัส
ค่ำคืนนี้ถูกกำหนดให้เป็นการนองเลือดที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมืองหลวงเมลเทียร์
ไลท์ต้องการให้ทุกคนรู้ว่าใครก็ตามที่กล้ามีปัญหากับเดธปาร์ตี้ มันจะต้องชดใช้ในราคาที่สูง
ทางด้านไลท์
ตอนนี้เขายืนอยู่บนหลังคาของบ้านฝั่งตรงข้ามของคฤหาสน์ของโซเท็น
คฤหาสน์ของโทเซ็นเป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่และมีพื้นที่กว้างใหญ่อย่างมาก นอกจากนี้ยังมีผู้คุ้มกันเฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆอย่างเป็นระเบียบ
ไลท์และเบเรียลลอบเข้าไปในคฤหาสน์ ส่วนทางด้านคอลรุยไลท์บอกให้มองดูรอบๆและคอยบอกสถานการณ์
ก่อนที่ไลท์จะใช้จิตสัมผัสในการตรวจสอบว่าโซเท็นอยู่ตรงไหน
ไม่นานไลท์ก็หาโซเท็นเจอและรีบพาเบเรียลไปทันที
ภายในห้องนอนของโซเท็น
ตอนนี้โซเท็นกำลังนั่นดื่มเหล้าอยู่พร้อมกับมองไปที่ท้องฟ้าด้วยความคิดถึงลูกชายของตัวเอง
ในขณะที่โซเท็นกำลังดื่มเหล้าอยู่นั้นจู่ๆก็เขาก็รู้สึกเจ็บหน้าอกก่อนที่จะมองลงไปดูก็พบว่ามีดาบเล่มหนึ่งแทงมาจากด้านหลัง
“ การลอบสังหารน่ะเขาทำกันแบบนี้ ” น้ำเสียงที่ดูเฉยเมยดังขึ้นก่อนที่หัวของโซเท็นจะร่วงหล่นลงพื้น
“ จากนี้ไปก็ฆ่าทุกคนในคฤหาสน์หลังนี้ให้หมด ” ไลท์พูดขึ้นกับเบเรียล
“ เข้าใจแล้ว ” เบเรียลพยักหน้าก่อนที่จะหายตัวไปทันที
ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงไลท์และเบเรียลก็มารวมตัวกับคอลรุย
ก่อนที่ไลท์กำลังจะกลับจู่ๆเครื่องมือสื่อสารของไลท์ก็สั่นขึ้น
ไลท์รับสาย ไม่นานก็วางสายลงก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ ทางนั้นก็จัดการเสร็จแล้วแถมยังเสร็จก่อนพวกเราด้วย ”
“ หมดทั้งคฤหาสน์? ” เบเรียลถาม
“ ใช่หมดทั้งคฤหาสน์ ” ไลท์ยิ้มและพาทุกๆคนกลับไปที่โรงแรมอีกครั้ง