ตำรวจน้อยกอดเขาเอาไว้แล้วพลิกตัวเขาลงมา สะบัดผ้าปูเตียงที่ไม่รู้จักความออกแล้วปูใหม่ดีๆ อีกครั้ง ใบหน้าแดงก่ำฝังลงไปในผ้าห่มแล้วก็ไม่กระดุกกระดิกอีก
เวลส์เดินไปปิดไฟเอง ยามนอนลงเตียงอีกครั้ง ก็เสริมสร้างกำลังใจให้ตัวเอง
‘ฉันอยู่ในสถานการณ์พิเศษ ไม่ใช่จะต้องมาให้ความหวังลมๆ แล้งๆ กับเขาสักหน่อย ข้าไม่ยอมสานสัมพันธ์รักข้ามประเทศกับคนโง่หรอกเฟ้ย’
แต่อาการาเ็ของเขาก็ยังไม่เห็นว่าจะดีขึ้น และวันนี้ยังวิ่งไปไหนมาไหนทั้งวันจนเหนื่อยจะแย่ ดังนั้นเมื่อตำรวจน้อยกอดก่ายร่างเขาเอาไว้ตอนกลางดึก เขาก็ยังสะลึมสะลือและไม่ได้ถีบออก ทำให้ตำรวจน้อยออกไปซื้อข้าวเช้าด้วยใบหน้าแดงซ่านอีกครั้ง
โชคดีที่เมื่อเริ่มทำงานนั้น เ้าโง่นี่ก็ไม่ได้ทำเสียเื่ ขณะที่กำลังพูดคุยกับเ้าของร้านค้าอยู่นั้น ก็บอกเื่ ‘เทคนิคฝึกพิเศษของสุนัขตำรวจ’ ดังนั้นเ้าของร้านจึงรับปากให้เขาพูดคุยกับบอร์เดอร์ คอลลี่เพียงลำพังที่ข้างหลังร้านอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
สมกับที่บอร์เดอร์ คอลลี่เป็หนึ่งในสุนัขพันธุ์ฉลาดที่สุด ไม่เพียงจำได้ว่าโรเบิร์ตซื้ออะไร ยังสามารถอธิบายถึงลักษณะของคนที่มากับโรเบิร์ตได้ถูกต้องอีกด้วย
เมื่อตำรวจน้อยไล่ตรวจสอบบันทึกการโทรของโรเบิร์ตจากเบาะแสของบอร์เดอร์ คอลลี่แล้ว ไม่นานก็ล็อกเป้าหมายได้
“เหยาเหยา ผลการวิเคราะห์ของนายเยี่ยมเลยนะ! เป้าหมายที่ล็อกตัวจัดอยู่สามอันดับแรกของรายชื่อผู้เกี่ยวข้องที่ต้องให้ความสนใจเลย เดี๋ยวนายคัดลอกโปรแกรมให้ฉัน เดี๋ยวฉันจะเอาแฟ้มคดีเก่าๆ ทดสอบ ดูความแม่นยำ” เมื่อสารวัตรจางทราบถึงความก้าวหน้าของเหยาหย่วนแล้วก็นึกดีใจแทนเขา
ตอนนี้เวลส์ยื่นหน้ามาดูผลการวิเคราะห์บนโต๊ะ เมื่อได้ยินคำพูดของสารวัตรจางแล้ว ก็จ้องมองไปยังตำรวจน้อย ในใจคิดว่า ‘หรือจะไม่ใช่เ้าโง่กันนะ’
แต่ตำรวจน้อยกลับแสดงสีหน้าเขินอาย เกาศีรษะพลางส่ายหน้าตอบ “ก็แค่บังเอิญครับ...แค่บังเอิญเท่านั้น...”
“ไม่เป็ไร ถ้ายังไม่ดีพอ เดี๋ยวก็ค่อยวิเคราะห์ผลซ้ำๆ เรื่อยๆ ก็เพอร์เฟกต์เองเดี๋ยวก็ไปต่อได้เอง ฉันเป็คนเรียกตัวนายจากโรงเรียนตำรวจเอง เดี๋ยวต่อไปพอมีประสบการณ์แล้วก็จะเป็มือดีของ CIB แน่” สารวัตรจางหัวเราะแล้วลุกขึ้นตบบ่าอีกฝ่าย คล้ายเป็ทั้งหัวหน้างานและเป็ครู ทำให้สบายใจมากโข
ซึ่งนี่ทำให้เวลส์นึกย้อนกลับไปตอนที่ตำรวจน้อยหลบไปร้องไห้ในห้องน้ำเมื่อวาน เมื่อเทียบกับสารวัตรจางแล้ว เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนเลวที่กำลังรังแกเด็กน้อยเลย
ดังนั้นวันนี้สารวัตรระดับสูงจึงยอมสวมเสื้อกั๊ก ‘สุนัขทำงาน’ ที่ตำรวจน้อยไปเอามาจากคลังพัสดุอย่าง ‘ใจกว้าง’ แถมตอนใส่ก็ไม่ได้ทำท่าไม่ชอบใจอะไร จากนั้นจึงค่อยออกไปพบกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
คนที่เกี่ยวข้องนี้ชื่อเฉียนฝูเซิง เป็ผู้จัดการฝ่ายโครงการของบริษัทเข็มทิศทัวร์ หน้าที่การงานตามปกติคือวางแผนเส้นทางการท่องเที่ยวและวางแผนรายละเอียดการเดินทาง ไม่ได้ทำงานนำเที่ยว
ตอนที่ตรวจสอบอีเมลและบันทึกการใช้บัตรเครดิตนั้น เวลส์ไม่เห็นว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัททัวร์ใดๆ จนทำให้เวลส์คิดเอาเองว่าโรเบิร์ตผู้เก๋าเกมทางด้านการท่องเที่ยวคงท่องเที่ยวตามลำพังตามที่ทำการบ้านมาก่อน
ตำรวจน้อยจอดรถแล้วโทรหาเฉียนฝูเซิงก่อน แล้วจึงค่อยเข้าบริษัทเข็มทิศทัวร์พร้อมเวลส์
แม้ชื่อเฉียนฝูเซิงจะฟังดูเชยไปหน่อย แต่จากที่บอร์เดอร์ คอลลี่อธิบายแล้ว ก็เป็คนหนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้าน แม้ว่าจะไม่ใช่คนอ้วนแต่ก็มีพุงน้อยๆ ซึ่งเป็ลักษณะของคนที่มักนั่งทำงานเป็เวลานานและเข้าสังคมเป็ประจำ มิน่า บอร์เดอร์ คอลลี่ถึงบอกว่าเขาน่าจะเป็ล่าม เพราะไม่เหมือนไกด์นำเที่ยวนี่เอง
หลังจากแสดงบัตรเ้าพนักงานแล้ว ตำรวจน้อยก็สอบถามอย่างมืออาชีพตามที่เรียนมา เฉียนฝูเซิงก็ให้ความร่วมมือในการตอบคำถามเป็อย่างดี
ที่แท้แล้ว เมื่อหลายปีก่อนตอนเขายังทำงานเซลล์อยู่นั้นเคยต้อนรับแขกจากประเทศ S ดังนั้นจึงเป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเรียนภาษาประเทศ S หลังจากนั้นเป็เพราะเื่งาน จึงรู้ว่าเหล่าลูกค้าจากประเทศ S ล้วนแล้วแต่กระเป๋าหนักใจกว้าง จึงสมัครสมาชิกในเว็บบอร์ดการท่องเที่ยวของประเทศ S
ที่เขารู้จักกับโรเบิร์ตได้นั้นเป็เพราะราวหนึ่งปีครึ่งก่อนหน้านี้ ทางเว็บบอร์ดจัดโหวต ‘ประเทศที่อยากไปมากที่สุด’ เฉียนฝูเซิงก็โพสต์อวยประเทศ R อย่างมืออาชีพและถึงรสถึงชาติลงกระทู้ จึงทำให้โรเบิร์ตเข้ามาสอบถาม
คนหนึ่งมีอาชีพเป็นักท่องเที่ยว อีกคนมีอาชีพเป็ผู้จัดการโครงการบริษัททัวร์ เรียกได้ว่าในระหว่างโต้ตอบกันก็พูดคุยกันอย่างเข้มข้น สนุกสนาน จนคอมเมนต์ใต้โพสต์ลงคะแนนยาวเป็หางว่าว ประเทศ R ที่ไม่ค่อยได้รับการโหวตเท่าไรนัก จึงทะยานขึ้นเป็ห้าอันดับแรกในการลงคะแนน
หลังจากนั้น เฉียนฝูเซิงและโรเบิร์ตใช้ ID ที่สมัคร คุยเล่นกันที่เว็บบอร์ดเป็ครั้งคราวมาเสมอ จนมาถึงเมื่อสองเดือนก่อนที่โรเบิร์ตวางแผนการท่องเที่ยวมาที่ประเทศ R พวกเขาจึงค่อยได้ใช้ช่องทางส่วนตัวของเว็บบอร์ดแลกเบอร์โทรศัพท์กัน
ที่แท้ก็เป็เพื่อนทางออนไลน์กันนี่เอง และยังใช้โซเชียลมีเดียที่ไม่ใช่ช่องทางทั่วไป มิน่าเล่าตำรวจจึงอ้อมไกลเสียขนาดนี้ เวลส์แอบรู้สึกอับจนกับความยุ่งยากในการค้นข้อมูลคดีเพราะอินเทอร์เน็ต ความถนัดของเขาอยู่ที่ความว่องไวและพละกำลัง แต่ทางด้านเทคโนโลยีคงต้องพึ่งพาฝ่ายเทคโนโลยี
แม้ว่าทุกประเทศจะเริ่มให้ความสำคัญกับแผนกเทคโนโลยีแล้ว แต่ก็ถือว่ายังเริ่มต้นช้าอยู่ดี ไม่ต้องพูดถึงเื่กรอบระเบียบใดๆ แม้แต่เื่เงินเดือนก็ยังไม่หนาเท่าบริษัทเอกชน ทำให้จำนวนเ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีฝีมือดีของสอบสวนกลางมีน้อยจนคนไม่พออยู่ตลอด
เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้ว เวลส์ก็เอียงหน้ามองตำรวจน้อย รู้สึกทันใดว่าการที่ตัวเองมีเ้าหน้าที่แผนกเทคโนโลยีอยู่ข้างตัว ถึงแม้จะยังเป็แค่ไก่อ่อน แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอยู่มากทีเดียว