บทที่ 135 ช่วยภารกิจ
“พลธนูที่ติดตามพวกเรามาคนเดียวหรอ?” คนถามสอบถามด้วยความประหลาดใจ ด้วยวิสัยของนักธนูแล้ว ปกติพวกเขาจะไม่เข้าพื้นที่ล่าด้วยตัวคนเดียว
“ใช่ ฉันได้กลิ่นธนูจากตำแหน่งของเขาด้วย”
“โอ้ นี่มันน่าแปลกเกินไปหน่อยนะ เข้ามาในพื้นที่ล่าคนเดียวไม่ใช่ว่าต้องการมาตายรึไง”
“ใช่ เขาพยายามเว้นระยะห่างจากพวกเรา โดยเข้าใจว่าพวกเราไม่สามารถรับรู้ตัวตนได้ มันเป็นระยะห่างที่ฉันเคยเรียนมาเหมือนกัน ถ้าเป็นมนุษย์ทั่วไป ระยะห่างแบบนี้จะไม่สามารถตรวจสอบพบ”
“หืม? กำลังจะบอกว่าพลธนูคนนี้เป็นพวกพลธนูลอบสังหารใช่ไหม? ปกติแล้วพวกที่เรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์ในกองทัพ ก็มีแค่ฝ่ายลอบสังหารเท่านั้น”
“ใช่ ฉันคิดแบบนั้น แต่กลิ่นแบบนี้ในรุ่นเดียวกับฉันไม่มีคุ้นเคย แปลว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ไม่ก็รุ่นน้อง”
“แล้วพลธนูลอบสังหารมาที่นี่ทำไม....” ทั้งสามคนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยไม่ปิดบังซูหยวนแม้แต่น้อย ซึ่งความไว้วางใจของพวกเขาทำให้ซูหยวนประทับใจมาก ดังนั้นจึงไม่คิดปิดบังสิ่งที่ตัวเองคาดเดาไว้
“ฉันคิดว่าพอจะรู้จุดประสงค์ของเขาค่ะ” เมื่อซูหยวนเอ่ยปากพูดขึ้นมา เสียงของเธอก็ดึงความสนใจของทหารพิเศษทั้งสามได้ทันที
“หืม? ทหารพิเศษอัน รู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายด้วยหรอ”
“ใช่ค่ะ ฉันคิดว่าตัวเองไม่น่าจะเดาผิดนะคะ” ซูหยวนตอบกลับด้วยท่าทางมั่นใจ
“อย่างนั้นก็พูดออกมาเลย พวกเราจะได้รับมือได้ถูกต้อง”
“ค่ะ ฉันคิดว่าเป้าหมายของพลธนูคนนี้ก็คือการฆ่าฉันค่ะ ก่อนหน้านี้...ฉันมีปัญหากับนักธนูคนหนึ่งของตระกูลอี้ค่ะ เคยไปทำภารกิจร่วมกันมาก่อนแล้ว และเขาก็ไม่พอใจฉันอย่างชัดเจน ไม่กี่วันมานี้...ฉันก็เอาชนะการแข่งขันกับสกุลอี้ ทำให้นักธนูรุ่นเยาว์ตระกูลอี้ขายหน้าและได้รับบาดเจ็บ เขาคงอยากจะมาเอาคืนให้ค่ะ”
“เหอะ! คงเป็นเรื่องปกติล่ะนะ ไอ้พวกขี้อิจฉาคนอื่นน่ะ” ทหารพิเศษคนหนึ่งแค่นหัวเราะออกมา ตอนที่เขาอายุยังน้อย สถานการณ์แบบนี้ก็เคยผ่านมาแล้วเหมือนกัน
ก่อนหน้านี้เขาเคยโกรธเคืองกับพวกคนโง่ที่มาอิจฉาเขา บอกว่าเขาโชคดีบ้างล่ะ เอาเปรียบคนอื่นบ้างล่ะ สุดท้ายเมื่อแยกย้ายกันไป ชีวิตของคนพวกนั้นเป็นยังไงไม่รู้ แต่เขาขอบคุณตัวเองเสมอที่อดทนได้ดี ซึ่งความโกรธแค้นที่เคยมีในอดีต ตอนนี้กลับมองว่าเหตุการณ์แบบนี้เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ทั่วไป
ยิ่งได้เรียนรู้พฤติกรรมมนุษย์ก็ยิ่งเข้าใจ การที่พวกเขาอิจฉา กลั่นแกล้ง หรือพูดบั่นทอนความรู้สึก นั่นก็เป็นเพราะพวกเขาไม่มีความสามารถที่จะก้าวมาอยู่ในตำแหน่งเดียวกันนั่นเอง
“แล้วเธอจะเอายังไงกับคนๆนั้น”
“เอายังไงอะไรคะ ไม่ใช่ว่าความปลอดภัยของฉัน เป็นหน้าที่ของพวกรุ่นพี่หรอคะ” ซูหยวนเอียงคอ แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจอะไรเลย
ท่าทางแบบนั้นทำให้พวกทหารพิเศษทั้งสามได้แต่หัวเราะชอบใจ ที่ผ่านมา...พวกเขาอาจจะทำงานกับผู้ชายตัวบึกบึนมานานเกินไปแล้วล่ะมั้ง พอได้ทำภารกิจร่วมกับเด็กสาวตัวเล็กๆนี้ กลับรู้สึกสนุกกว่ามาก
“ฮ่าๆ ได้ๆ สาวน้อย...ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเอง” ทั้งสามคนสนุกมากที่ได้พูดคุยกับเธอ คนหนึ่งแยกออกไปเพื่อจัดการกับงูสิงลายคราม ส่วนอีกสองคนก็ยังคงพาเธอไปด้านหน้า
ความแข็งแกร่งของทั้งสามทำให้ซูหยวนประทับใจมากๆ คนหนึ่งตรวจสอบพื้นที่ล่าจนเหมือนมีตาเห็น อีกคนรวดเร็วมากที่สุด ผ่านไปแค่ไม่ถึงสามสิบวินาที เขาก็กลับมาพร้อมกับแกนพลังงานของงูสิงลายครามกลายพันธุ์แล้ว ส่วนคนสุดท้าย...ซูหยวนยังไม่ได้เห็นว่าเขามีทักษะอะไร แต่ในบรรดาทั้งสามคนนี้ ทหารพิเศษคนนั้นดูเหมือนจะได้รับความเคารพมากกว่าใคร
“พวกเรากำลังจะเข้าพื้นที่รังหนูขาวกลายพันธุ์แล้ว หลังจากนี้ต้องระวังตัวมากขึ้นด้วย อย่าปล่อยให้ถูกล้อมเด็ดขาด” คนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำหันมาบอกเธอโดยเฉพาะ ซูหยวนพยักหน้ารับ เธอเองก็เห็นว่ารอบๆตัวนี้เต็มไปด้วยจุดสีแดงของสัตว์กลายพันธุ์แล้ว ต่อให้พยายายมจะหลบเลี่ยงยังไง ก็ไม่สามารถหลบได้ทั้งหมดอยู่ดี
“หลังจากนี้ พวกเราจะล่าให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้หนูขาวกลายพันธุ์ส่งสัญญาณหาพวกพ้องสำเร็จ แล้วก็ต้องเคลื่อนที่ให้เร็วด้วย ระยะแรกจะเป็นพวกเราที่เคลื่อนไหวไปพร้อมกัน หลังจากนั้นจะส่งทหารพิเศษอันเข้าไปทำภารกิจ โดยพวกเราจะอยู่ล่อหนูขาวกลายพันธุ์พวกนี้อยู่รอบนอก” คำสั่งจากคนเป็นหัวหน้ากลุ่มเข้าใจชัดเจน ทั้งสามคนที่เหลือพยักหน้ารับ พวกเขาเคลื่อนไหวโดยที่ไม่ต้องพูดอีก
ความเร็วของซูหยวนไม่น้อย แต่เมื่อเทียบกับทั้งสามคนที่ปฏิบัติภารกิจมาหลายครั้งแล้วย่อมเทียบไม่ได้ ซูหยวนถูกปกป้องเหมือนไข่ในหิน ทุกครั้งที่เจอกับหนูขาวกลายพันธุ์ เธอเพียงแค่หลบอยู่ด้านหลังเท่านั้น
การเคลื่อนไหวที่สุดยอดแบบนี้ ซูหยวนเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก ยังไม่ทันที่หนูขาวจะส่งเสียง หัวของมันก็ถูกตัดขาดแล้ว ระหว่างทาง...ซูหยวนทำได้แค่เสียดายแกนพลังงานจากพวกมันก็เท่านั้น หากทำภารกิจสำเร็จเมื่อไร เธอค่อยส่งหนูขาวองค์รักษ์พวกนี้มารวบรวมก็แล้วกัน
“ใกล้แล้ว!!” เสียงเตือนจากคนที่อยู่ด้านหน้าทำให้ซูหยวนเร่งฝีเท้าของตนเองขึ้นไป
เธอกระโดดไปข้างหน้าโดยใช้พลังเกือบทั้งหมด ก่อนจะปล่อยเจ้าราชาหนูขาวลายทองกลางอากาศ! ซึ่งภาพนั้นทำให้ทหารพิเศษทั้งสามคนต้องตกใจ
แม้ว่าการเป็นทหารพิเศษจะหมายความว่ามีความสามารถพิเศษบางอย่าง ทว่า...ความสามารถในการซ่อนหนูขาวของเด็กคนนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ มันทำได้กระทั่งหลบการตรวจสอบของทหารพิเศษผู้มีประสาทการรับรู้ที่ยอดเยี่ยมเสียด้วยซ้ำ
แน่นอนว่าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ...เจ้าราชาหนูขาวนั้นไม่ได้ซ่อนตัวตน แต่พวกมันหลบอยู่ในฟาร์มต่างหาก เพราะแบบนั้นเขาก็เลยจับไม่ได้ว่าตำแหน่งของมันอยู่ที่ไหน
“พวกเราจะไปอีกทาง จำเอาไว้ว่าต่อให้ภารกิจไม่สำเร็จก็ต้องถอยกลับมา”
“เข้าใจแล้วค่ะ” ซูหยวนพุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับราชาหนูขาวทั้งสองตัว ไม่สิ! ต้องบอกว่าหนึ่งราชาหนูขาว และอีกหนึ่งว่าที่ราชาหนูขาวลายทอง
“จี๊ด!!” เจ้าราชารวดเร็วเหมือนเคย มันกระโจนออกไปโดยมีองค์รักษ์หนูขาวปกป้องอยู่รอบๆ ขบวนเจ้าหนูทั้ง 6 ตัวฝ่าวงล้อมเข้าไปอย่างรวดเร็ว อีกฝั่งหนึ่งก็เป็นทหารพิเศษทั้งสามที่พยายามส่งเสียงดังเพื่อดึงความสนใจของหนูขาวพวกนั้น
พลธนูอี้ไม่รู้มาก่อนว่าภารกิจที่ซูหยวนได้รับคืออะไร แม้แต่ตัวตนของทหารพิเศษทั้งสามเขาก็ไม่รู้จัก ระยะห่างที่เขาเว้นเอาไว้นั้นก็ตามที่พลทหารพิเศษเข้าใจ เขาเป็นนักธนู แต่นักธนูก็มีหลายสาย ไม่ว่าจะเป็นสายลอบสังหาร สายสนับสนุน หรือสายโจมตีระยะสั้น
เพราะการที่เขาเป็นนักธนูสายลอบสังหาร ภารกิจบุกยึดไวรัสครั้งก่อนจึงได้เข้าร่วมด้วย แม้ว่าเขาจะยังเป็นทหารระดับต่ำอยู่ก็ตาม
ด้วยความมั่นใจในฝีมือ และความเข้าใจผิดที่คิดว่าระดับสิบเอกอย่างซูหยวนย่อมไม่ควรได้รับภารกิจอันตรายเกินไป เขาจึงกล้าติดตามมาที่นี่ อย่างไรก็ตาม...ความคิดของเขาค่อยๆเปลี่ยนไปหลังจากได้เห็นการต่อสู้ที่ดุเดือดเช่นนี้
“ทหารพวกนั้น...แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!!” ถึงอยากจะถอยกลับตอนนี้ พลธนูอี้ก็ทำไม่ได้แล้ว ถ้าเขาขยับเพียงนิดเดียว หนูขาวกลายพันธุ์ที่ถูกก่อกวนจนแตกตื่นคงจะวิ่งมาหาเขาด้วยเป็นแน่ ไม่ใช่แค่ตำแหน่งของตัวเองจะถูกพวกทหารเหล่านั้นพบเจอ แต่อาจจะกลายเป็นอาหารของหนูขาวกลายพันธุ์พวกนี้ด้วย
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าภารกิจที่เด็กนั่นได้รับจะอันตรายขนาดนี้ กองทัพกล้าส่งเด็กที่เพิ่งเข้าเรียนปีหนึ่งมาทำภารกิจพวกนี้ได้อย่างไร
น่าเสียดายที่เขาไม่ทันได้เห็นว่าซูหยวนเรียกราชาหนูขาวลายทองออกมาอย่างไร ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เรื่องทหารพิเศษในกองทัพไม่ได้ถูกปิดบัง เพียงแต่หลายคนไม่รู้ว่ามีใครบ้างก็เท่านั้น พวกเขาไม่เคยทำภารกิจร่วมกับคนอื่น เพราะภารกิจของพวกเขาล้วนเป็นภารกิจเฉพาะทาง ดังนั้นต่อให้วันนี้จำได้ อีกสิบปีก็ลืมหมดแล้ว
อีกอย่าง...พวกเขาเป็นตัวตนระดับสูงของกองทัพ ถ้าเทียบในตำแหน่งเท่ากัน คนหนึ่งเป็นพลทหารพิเศษ อีกคนเป็นพลทหารทั่วไป ฐานะของพวกเขาก็ต่างกันมาก บางที...ระดับหัวหน้าที่สูงกว่า ก็อาจจะยังต้องเกรงใจพวกเขาเลย
“จี๊ด!!” เสียงคำรามของหนูขาวจำนวนกว่าครึ่งร้อยทำให้พลธนูอี้ขนแขนลุกชัน เขารู้สึกเหมือนกับกำลังอยู่ในขุมนรกที่เต็มไปด้วยหนูขาวกลายพันธุ์ ไม่รู้ว่าชีวิตกำลังถูกเล่นตลกหรืออย่างไร เขากลับรู้สึกว่าพวกทหารทั้งสามคนกำลังล่อหนูขาวใกล้เข้ามาทุกทีๆแล้ว
“จี๊ด!” ในตอนนั้นเอง ต่อให้เขาพยายามจะกลั้นหายใจขนาดไหนก็ไม่สามารถซ่อนตัวได้อีกแล้ว ฝูงหนูขาวมหาศาลทำให้มีบางตัวหลุดมาเจอเขาจนได้
ฟิ้ว!!
พลธนูอี้ยิงลูกศรของตัวเองออกไป ธนูที่ยอดเยี่ยมนี้ยังคงรักษาประสิทธิภาพของมันได้ ทันทีที่โจมตีเข้าลำคอของหนูขาวกลายพันธุ์ มันก็ล้มลงทันที...แต่นั่นก็หมายความว่า พลธนูอี้ปรากฏตัวให้พวกมันได้เห็นแล้ว
“ไอ้พวกบัดซบเอ้ย!!” ชายหนุ่มคำรามออกมา หนูขาวกลายพันธุ์มากกว่าสิบตัวกระโดดเข้ามาหาเขา กรงเล็บที่แหลมคมของมันทำให้เขาได้รับบาดเจ็บทันที ถ้ายังคิดจะซ่อนอยู่...อย่างนั้นก็เตรียมตัวเป็นเศษเนื้อได้เลย
“หืม? มีคนด้วยหรือ?” พลทหารพิเศษคนหนึ่งแสร้งทำเป็นไม่รู้ พลธนูอี้เปิดเผยตัวเองแล้ว เขาย่อมไม่ต้องการต่อสู้คนเดียว
“ฉันรับภารกิจมาล่าหนูขาวกลายพันธุ์ ไม่คิดว่าจะเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ พวกคุณเองก็มาล่าหนูขาวกลายพันธุ์ใช่ไหม? ในเมื่อมีภารกิจเดียวกันแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยกันล่า...”
“โอ้ พลธนู...พวกเราไม่ได้รับภารกิจเดียวกับคุณ ต้องขอโทษด้วย”
“ห๊า? ถ้าไม่ได้รับภารกิจล่าหนูขาวกลายพันธุ์ แล้วภารกิจของคุณคืออะไรกัน” พลธนูอี้ไม่เข้าใจหนักขึ้น ถ้าไม่ได้มาเพื่อล่าหนูขาวกลายพันธุ์ อย่างนั้นไปก่อกวนมันจนแตกออกจากรังทำไม
“ภารกิจของพวกเรามีแค่ปกป้องดูแลความปลอดภัยของสิบเอกอันเท่านั้น”
“อะไรนะ?”
“หมายความว่า อะไรก็ตามที่จะทำอันตรายสิบเอกอัน เป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องจัดการน่ะ มันยากที่จะเข้าใจหรอ?” พลทหารพิเศษเลิกคิ้ว เขาไม่ได้พูดออกมาโดยตรง แต่พลธนูอี้กลับรู้สึกว่าทหารพวกนี้รู้ว่าตนเองไม่ได้มาเพื่อทำภารกิจล่าหนูขาวกลายพันธุ์ ทว่า...เป็นการมาเพื่อฆ่าอันซูหยวน
ดูสายตาของพวกมันเวลามองมาที่เขา ไม่แน่ว่าการก่อกวนหนูขาวกลายพันธุ์พวกนั้นให้มาที่นี่ ก็อาจจะเป็นแผนการของพวกมันตั้งแต่แรกแล้วก็ได้
“ในเมื่อพวกเราไม่ได้มีภารกิจเดียวกัน ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอถอยออกไป...”
“อะไรกัน? ไม่ใช่ว่าคุณมีภารกิจล่าหนูขาวกลายพันธุ์หรอกหรอ นี่ถือเป็นโอกาสที่ดีแล้ว พวกเราล่อหนูขาวกลายพันธุ์มาให้ ด้วยจำนวนนี้...คงจะมากพอให้คุณส่งภารกิจได้ใช่ไหม”
“แก พวกแก! หรือว่าตั้งใจ!” พลธนูอี้อ้าปากอยากจะตะโกนด่าอีกหลายๆคำ ทว่า...หนูขาวกลายพันธุ์พวกนั้นไม่ได้มีเวลาให้เขามาพูดเล่นกัน พวกมันเห็นเป้าหมายแล้ว ทั้งยังมีศัตรูจำนวนมากที่นั่นด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกมันจะพยายามส่งเสียงเรียกพวกพ้องให้มาที่นี่
“เอาล่ะ ทางนี้ก็ฝากพลธนูที่รับภารกิจมาล่าหนูขาวกลายพันธุ์โดยลำพังด้วยล่ะ” พลทหารพิเศษทั้งสามขยับตัวหลบออกไป เหมือนที่พูดไปก่อนหน้านี้ ความเร็วในการเคลื่อนไหวของทั้งสามคนมากกว่าซูหยวนเสียอีก ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกหนูขาวทั้งหลายจะตามไปไม่ทัน
ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่า ศัตรูที่อยู่ตรงหน้านี้ เหลือเพียงพลธนูอี้เท่านั้น...
“ไอ้พวกสารเลว! ถ้าฉันรอดไปได้ พวกแกตายแน่!” พลธนูอี้กัดฟันกรอด ไอ้ทหารทั้งสามคน...เขาจำหน้ามันเอาไว้แล้ว! ก็แค่ทหารระดับต่ำที่มาทำภารกิจร่วมกับสิบเอกอันเท่านั้นไม่ใช่หรือ? สำหรับคนระดับนี้...เขาสามารถใช้เส้นสายของตระกูลอี้เล่นงานพวกมันได้อย่างแน่นอน
ต่อให้จะฆ่าพวกมันทั้ง 3 คนโดยตรงไม่ได้ แต่ถ้าจะทำให้พวกมันไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง ไม่ได้รับภารกิจดีๆอีกต่อไปนั้นทำได้อยู่แล้ว
สำหรับเด็กอย่างสิบเอกอันคนนั้น...เพราะมันยังมีพันเอกเติ้งหนุนหลังอยู่ ทำให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงต้องลอบลงมือแบบนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะโชคร้ายเกินไป
………………………