ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ร้อนแรงชายหนุ่มในชุดนักโทษได้ถูกพามายังลานปะาโดยมีสายตาของประชาชนนับหมื่นจับจ้องมาที่ตัวของเขาเซี่ยเฉิน แม่ทัพแห่งแดนบูรพา ผู้ได้รับสมญานามว่าเพชฌฆาตแห่งแคว้นต้าหลาง ชีวิตที่จับแต่ดาบในสนามรบจนไม่รู้เลยว่าตนเองถูกระแวงจากผู้เป็นายเหนือหัวตนและเพราะความระแวงนี้แหละจึงทำให้ถูกใส่ร้ายในข้อหาซ่องสุมผู้คนทำให้ถูกปะาเซี่ยเฉินได้แต่ยืนอยู่ท่ามกลางสายตาของเหล่าประชาชนที่ได้ฟังข้อกล่าวของเขาต่างก็ชี้ไม้ชี้มือด่าทอแต่เซี่ยเฉินกลับปลงตกพลันสายตาเหลือบไปเห็นเหล่าทหารผู้ภักดีที่เตรียมจะชิงตัวเขาแต่เขากลับส่ายหน้าและเอ่ยอย่างไม่มีเสียง
“ไม่ต้องช่วยข้าขอให้พวกเ้าได้ใช้ชีวิตอย่างที่อยากจะใช้” เหล่าทหารต่างก็พากันทรุดลงกับพื้นเมื่อศีรษะของผู้เป็นายร่วงหล่นลงมาจากบ่าสิ่งที่ปรารถนาจากก้นบึ้งหัวใจคืออยากใช้ชีวิตท่ามกลางูเาและปลูกผักเลี้ยงชีพดั่งเช่นชาวบ้านทั่วไป
ความนึกคิดสุดท้ายของเซี่ยเฉินก่อนจะตื่นขึ้นมาพบกับเพดานสีขาวนวลและกลิ่นที่ฉุน
“คนไข้ฟื้นแล้ว”เสียงของหญิงสาวในชุดสีขาวร้องเสียงดังทำให้หมอที่ยู่ไม่ไกลจากเตียงเท่าไรนักเดินเข้ามาตรวจดูอาการเซี่ยเฉินรู้สึกงุนงงกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ก็งงได้ไม่นานเมื่อมีบางสิ่งบางอย่างเข้ามาในหัวจนทำให้เกิดอาการปวดหัว
“โอ้ยย”เสียงร้องโอดโอ้ยทำให้หมอรีบฉีดยาและพาไปตรวจทีซีสแกนทันทีในระหว่างที่หลับใหลเซี่ยเฉินได้เห็นเื่ราวของชายหนุ่มที่ชื่อแซ่เดียวกับตนเ้าของร่างที่ตนมาอยู่นั้นมีอาชีพเป็สตั้นท์แมนเพราะ้าหาค่ารักษาพยาบาลให้กับพ่อบุญธรรมของตัวเองเซี่ยเฉินเป็เด็กกำพร้าถูกทิ้งไว้ที่ถังขยะถ้าไม่ได้เซี่ยซงเว่ยที่ผ่านมาเห็นและรับมาเลี้ยงดู เซี่ยซงเว่ยถ่ายทอดวิชากังฟู มวยจีนรวมไปถึงการแกะสลักให้แก่เซี่ยเฉินเพราะรักเซี่ยเฉินเหมือนลูกจึงพยายามหาเงินส่งเรียนให้สูงที่สุดแต่เพราะทำงานอย่างหนักเซี่ยซงเว่ยจึงเป็โรคร้ายอย่างมะเร็งกระเพาอาหารเพื่อค่ายาและค่ารักษาเซี่ยเฉินจึงทำทุกอย่างที่ทำได้ แต่พอได้ค่ารักษามาจ่ายพ่อบุญธรรมก็สิ้นลมหายใจแล้วก่อนตายก็ได้ทำพินัยกรรมยกบ้านตรงตีนเขาที่อาศัยอยู่ด้วยกันให้กับที่ดินอีกสองหมู่แต่เซี่ยเฉินยังทำใจไม่ได้จึงตัดสินใจเป็สตั้นท์แมนต่อไปส่วนสาเหตุที่ร่างนี้ตายก็เป็เพราะช่วยชีวิตเด็กจากโจรลักพาตัวแม้จะมีศิลปะการต่อสู้แต่ก็สู้ปืนไม่ได้อยู่ดีร่างนี้ถูกยิงในจังหวะที่ล้มลงหัวก็กระแทกเข้ากับก้อนหินจนถึงชีวิต และก็เป็เขาที่ได้มาเข้าร่างนี้พอดี
เซี่ยเฉินลืมตาขึ้นอีกครั้งก็ได้รู้จากความทรงจำแล้วว่าสถานที่นี้เรียกว่าโรงพยาบาลและสาวสวยที่คอยดูแลตนเองอยู่เป็นางพยาบาล
“รู้สึกอย่างไรบ้างคะ”เสียงพยาบาลสาวสวยเอ่ยถามเขาที่อยากจะเอ่ยตอบแต่ก็ไม่มีเสียงเพราะขาดน้ำเป็ระยะเวลาที่นาน
“คงอยากกินน้ำใช่ไหมคะ”พยาบาลสาวสวยพูดเมื่อเห็นว่าคนไข้ไม่ตอบจึงรินน้ำแล้วยื่นให้ม่านเสวี่ยเป็นางพยาบาลอยู่ในห้องผู้ป่วยระดับวีไอพีและยิ่งได้รู้ว่าคนไข้ตรงหน้าเป็พลเมืองดีที่ช่วยเด็กจากพวกค้ามนุษย์จึงยิ่งดูแลอีกฝ่ายดีขึ้นไปอีก
“ขอบคุณ”เสียงที่กลับคืนมาเอ่ยบอกนางพยาบาลม่านเสวี่ยยิ้มรับแล้วเดินจากไปเพื่อรายงานอาการของคนไข้กับหมอหลี่แพทย์ประจำตัวของผู้ป่วยรายนี้ เซี่ยเฉินเมื่อได้กินน้ำแล้วก็ล้มตัวลงนอนตามเดิม
สองวันต่อมา
หมอหลี่หรือชื่อเต็มๆก็คือหลี่ชางเป็หมอวัยชราที่ถูกขอร้องให้มารักษาผู้ป่วยรายนี้โดยเฉพาะกำลังดูผลทีซีสแกนและาแที่ถูกยิงก็พบว่าร่างกายของคนไข้ฟื้นตัวได้อย่างดีเยี่ยม
“คุณเซี่ยต้องบอกว่าผลการฟื้นตัวของคุณนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ”หมอวัยชราเอ่ยชม ทำให้เซี่ยเฉินได้แต่ยิ้มรับเป็เพราะร่างนี้ฝึกวิชาหรอกจึงฟื้นตัวได้ดี
“แล้วผมจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไรครับ”แม้จะใช้คำพูดไม่ถนัดแต่เมื่ออยู่ในร่างนี้แล้วก็ต้องกลมกลืนกับทุกสิ่งให้ได้
“อีกสามวันคุณเซี่ยก็น่าจะกลับได้แล้วครับ”หมอชราพูดเซี่ยเฉินรู้สึกขอบคุณ เขารู้จากความจำแค่เพียงว่าเด็กที่ช่วยไว้เป็ทายาทตระกูลดังจึงทำให้ร่างนี้ถูกรักษาอย่างดีที่สุด
12.00น.ในระหว่างที่เซี่ยเฉินกำลังกินข้าวอยู่นั้นก็ได้มีชายในชุดสูทสีดำนับสิบคนเดินเข้ามาภายในห้องแห่งพักผู้ป่วยของเขาชายในชุดสูทสีดำน่าจะเป็องครักษ์หรือที่นี้เรียกว่าบอดี้การ์ดสินะ
“สวัสดีครับ คุณเซี่ย”เสียงเข้มที่เหมาะกับตัวของชายผู้ที่น่าจะเป็หัวหน้าเหล่าบอดี้การ์ดเอ่ยทัก
“ครับ”ตอบรับไปพลางมองด้วยความระแวดระวังที่เพิ่มขึ้น
“ไม่ต้องระวังพวกผมขนาดนั้นก็ได้ครับที่ผมมาในวันนี้ก็เพื่อที่จะขอบคุณคุณเซี่ยที่ได้ช่วยนายน้อยของพวกเราไว้ต่างหากครับ”เสียงเข้มยังคงเอ่ยด้วยความนอบน้อมทำให้การระวังตัวในตอนแรกลดลงมาครึ่งหนึ่ง
“ไม่เป็ไรครับ”บอกไปอย่างไม่ใส่ใจเพราะในวันที่เขาตื่นขึ้นมาในเช้าอีกข่าวก็รายงานออกมาว่าแก๊งลักพาตัวถูกจัดการอย่างราบคาบและช่วยชีวิตเด็กที่ถูกจับออกมาได้อีกนับสิบคนซึ่งนับเป็เื่ที่ดี
“ไม่ได้ครับคุณเซี่ยขอบพระคุณเป็อย่างมากครับ”เหล่าบอดี้การ์ดพากันโค้งขอบคุณด้วยความกระตื้อรื้อร้นหากเป็ร่างเดิมก็คงจะรู้สึกเกร็งไปแล้วแต่สำหรับคนที่มีทหารเรือนแสนอยู่ในมืออย่างเขาก็ไม่สพทกสะท้านสักเท่าไร
“และเพื่อเป็การขอบคุณ นายท่านผู้เฒ่าได้ให้ผมนำสิ่งนี้มาให้ครับ”หัวหน้าอย่างไป๋อ๋าวที่ทำงานผิดพลาดปล่อยให้นายน้อยของบ้านถูกลักพาตัวไปได้โทษหนักสุดคือถูกไล่ออกแต่เนื่องจากนายน้อยถูกช่วยชีวิตไว้ได้โทษจึงเหลือเพียงถูกซ้อมเล็กน้อยไม่นับเป็เื่ใหญ่และตอนที่เขากล่าวกับนายท่านผู้เฒ่าซ่งประมุขของตระกูลว่าจะมาเยี่ยมผู้มีพระคุณของนายน้อยนายท่านผู้เฒ่าซ่งจึงยื่นเช็คจำนวน 1 ล้านมาให้และบอกให้เคลียร์ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลให้เรียบร้อยด้วย
“มันจะไม่มากเกินไปหรือครับ”เมื่อเห็นจำนวนเงินก็รู้ได้ตามความทรงจำว่าเป็จำนวนเงินที่มาก
“ไม่มากไปหรอกครับถ้าเทียบกับสิ่งที่คุณเซี่ยได้ทำลงไป”ไป๋อ๋าวกล่าว ทำให้เซี่ยเฉินพูดไม่ออกแต่ก็ดีแล้วมีเงินนี้เขาก็สามารถลาออกจากสตั้นท์แมนและกลับไปที่บ้านที่พ่อบุญธรรมของร่างนี้ยกให้หลังจากเหล่าบอดี้การ์ดจากไปเซี่ยเฉินก็เดินลงจากเตียงเดินไปยังลานของโรงพยาบาลเพื่อย่อยอาหารที่กินไปภายในลานมีคนไข้จำนวนมากที่มานั่งพูดคุยกันโดยมีั้แ่เด็กน้อยไปจนถึงผู้เฒ่าวัยเก้าสิบปีเซี่ยเฉินมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย
และแล้วก็ถึงวันที่ได้ออกจากโรงพยาบาลนางพยาบาลม่านเสวี่ยก็นำกระเป๋าเป้สีซีดมาให้กับเขาบอกว่าเป็สิ่งของที่เขาพกติดตัวมาโรงพยาบาลด้วยซึ่งภายในประกอบด้วยเสื้อยืดสีเทากับกางเกงสีดำ กระเป๋าตังค์และสิ่งที่เรียกว่าโทรศัพท์ที่หน้าจอเป็รอยร้าวั้แ่้าจรดด้านล่าง
“คุณพยาบาลผมจะไปจ่ายค่ารักษาได้ที่ไหนครับ”เซี่ยเฉินเอ่ยถามออกมาหลังจากที่เปลี่ยนชุดมาเป็เสื้อยืดสีเทากับกางเกงสีดำแล้ว
“เดินตรงไปทางด้านขวามือค่ะที่นั่นจะเขียนว่า ช่องชำระเงิน”นางพยาบาลม่านเสวี่ยเอ่ยตอบ
“ขอบคุณครับ”เขากล่าวก่อนจะสะพายเป้สีซีดออกจากห้องไปตามทางที่พยาบาลสาวบอกเดินไปไม่นานก็พบ พอสอบถามก็พบว่าค่ารักษาพยาบาลของเขาถูกจ่ายแล้วและไม่ต้องคิดให้ยุ่งยากเป็เหล่าชายชุดดำพวกนั้นเป็แน่ที่จัดการให้เขาเซี่ยเฉินเดินออกจากโรงพยาบาลและสิ่งที่เขาต้องจัดการเป็อย่างแรกก็คือเงินจำนวน 1ล้าน เซี่ยเฉินจึงตรงไปยังธนาคารตามความทรงจำที่ได้รับธุรกรรมเกี่ยวกับเงินต้องเป็สถานที่แห่งนี้
“ผมจะนำเงินจากเช็คเข้าบัญชีครับ”เซี่ยเฉินพูดกับพนักงานประจำเคาน์เตอร์ตรงหน้าของตนพร้อมกับยื่นเช็คให้กับอีกฝ่ายทันที
“ได้ค่ะ ขอบัตรประชาชนด้วยคะ”เสียงพนักงานตอบรับและเอ่ยถึงบัตรประชาชนที่ยืนยันตัวตนเซี่ยเฉินจึงเปิดกระเป๋าเป๋และล้วงเอากระเป๋าตังค์ออกมาเปิดหยิบบัตรยื่นให้กับพนักงานสาวใช้เวลาไม่นานพนักงานก็ยื่นบัตรคืนพร้อมกับสมุดธนาคารพอได้ของตาม้าเซี่ยเฉินก็เดินกลับห้องพักของตนเองโดยนั่งรถเมล์ไปสี่ป้ายก็ลงและเดินเข้าตรอก ไปจนถึงตึกขนาดใหญ่ที่มีสภาพทรุดโทรม
“ไอ้ลูกเวร”เสียงะโด่าอย่างเป็เอกลักษณ์ของหญิงวัยกลางคนร่างท้วมพร้อมกับร่างเล็กของเด็กชายที่วิ่งสวนทางไปกับเขาเซี่ยเฉินได้แต่ส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป เดินไปจนถึงชั้นห้าก็ล้วงเอากุยแจออกมาไขพอได้เข้ามาในห้องเขาก็พบว่าภายในห้องดูสะอาดเรียบร้อยเป็อย่างมากเซี่ยเฉินที่เห็นว่ามาถึงห้องแล้วจึงเอาโทรศัพท์ไปชาร์ตส่วนตัวเขาก็เดินเข้าห้องน้ำพออาบน้ำสระผมเสร็จแล้วก็เดินออกมาหน้าจอโทรศัพท์ก็เด้งชื่อขึ้นมา เซี่ยเฉินใช้ความทรงจำของร่างเดิมปลดล็อกโทรศัพท์และเลื่อนดูว่าเป็ใครที่ติดต่อมา ก็พบว่าเป็ของคนคนเดียวก็คือ ผู้กำกับเจิ้งก่อนที่ร่างนี้จะประสบเคราะห์กำลังถ่ายทำเื่เหนือพยัคฆ์เมฆา์และเขาก็เป็ตัวแสดงแทนนักแสดงหลักในฉากบู๊
“สวัสดีครับ ผู้กำกับเจิ้ง”กดโทรออกและกรอกเสียงลงไปเมื่ออีกฝ่ายรับโทรศัพท์แล้วช่างน่าอัศจรรย์
“สวัสดีกับผีสิ เซี่ยเฉินนายหายไปไม่แจ้งฉันไล่แกออกจากกองของฉัน”น้ำเสียงเกรี้ยวกราดจากปลายสายแทบจะทำให้เซี่ยเฉินต้องเอาหูออกห่างจากตัวเครื่องเลยทีเดียว
“ครับ”กรอกเสียงตอบรับ ทำให้ปลายสายต้องแปลกใจไม่น้อย
“ฉันไม่ให้ค่าจ้างแกด้วย”เสียงปลายสายพูดก่อนจะวางสายทำให้เซี่ยเฉินที่ได้ยินได้แต่ถอนหายใจในเมื่อถูกไล่ออกแล้วเขาก็คงต้องกลับไปบ้านที่พ่อบุญธรรมของร่างนี้ยกให้ซะแล้ว
*****************************************