่นี้เป็ปลายปีห้าใกล้จะขึ้นปีหก ฉันต้องงดทำงานพิเศษทั้งหมดเพื่อทุ่มเวลาอ่านหนังสืออย่างจริงจังในการฝึกขึ้นคลินิกเพื่อเป็ทันตแพทย์ ในขณะที่แม่เองก็ทำงานหนักทุกวัน เพื่อให้เรามีเงินพอทยอยใช้หนี้ นี่ฉันก็อยู่บ้านหลังนี้มาเกือบปีแล้ว และในหนึ่งปีนั้นพี่เจก็อยู่ในทุกวันของฉันโดยไม่รู้ตัว…
ดึกของคืนหนึ่ง ฉันเปิดไฟฉายอย่างเคยชินแล้วเดินลงมาที่ครัวหลังจากพยายามอ่านหนังสืออยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายก็เริ่มไม่เข้าหัว
“หิวชะมัด…” ฉันพึมพำกับตัวเอง พลางเปิดหาอะไรในตู้ สุดท้ายก็เจอถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปวางอยู่
ในขณะที่ฉันกำลังเปิดตู้หยิบมันออกมา ก็มีเสียงดังจากทางเข้าครัว ฉันสะดุ้งด้วยความใจนถ้วยบะหมี่ที่ถืออยู่หล่นลงมาใส่หัวตัวเอง
“โอ๊ย!” เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นพร้อมกับคำพูดพึมพำจากพี่เจว่า ซุ่มซ่ามจริง ๆ ดังลอยมา
“กำลังทำอะไรอยู่” พี่เจเดินมาหาฉัน ร่างสูงใส่เสื้อยืดสีดำกับกางเกงวอร์มเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ผมยังเปียกนิด ๆ
“ลงมาทำอะไรตอนดึก” พี่เจเสยผมที่ยังคงเปียก หยดน้ำหยดเล็ก ๆ ไหลลงมาตามกรอบหน้าของเขา
“ส้มหิว…” ฉันตอบเสียงเบา พี่เจมองถ้วยบะหมี่ที่ตกอยู่ข้างตัวฉันแล้วถอนหายใจออกมา ร่างสูงส่ายศีรษะแล้วหัวเราะออกมา เขาเดินเข้ามาใกล้ ๆ จนฉันได้กลิ่นครีมอาบน้ำอ่อน ๆ
“ถอยไปก่อนสิ…” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้
“เดี๋ยวพี่ทำอะไรให้กิน” ร่างสูงเดินไปหยิบกระทะและของในตู้เย็นออกมาอย่างคล่องแคล่ว
ระหว่างที่พี่เจกำลังทำอาหาร ฉันอดที่จะบ่นเขาไม่ได้ที่ไม่เช็ดผมให้แห้ง ก่อนจะคว้าเอาผ้าเช็ดตัวที่คล้องอยู่บนคอเขามาถือไว้ พี่เจหันมามองก่อนจะยิ้มน้อย ๆ ฉันเลื่อนเก้าอี้เพื่อขึ้นไปยืนเช็ดผมให้เขา ผมพี่เจนุ่มราวกับเส้นไหม ตอนแรกเช็ดด้วยความเกรงใจแต่พอเห็นใบหน้าหล่อ ๆ นั้นยิ้มอย่างชอบใจ ฉันจึงขยี้ผมเขาจนฟูก่อนจะหยุดเช็ดและไปนั่งรอเขาทันทีด้วยความหมั่นไส้
ไม่ถึงสิบนาทีก็มีไข่คนกับขนมปังร้อน ๆ วางอยู่ตรงหน้า ฉันนั่งกินอย่างมีความสุข ส่วนพี่เจนั่งมองฉันเงียบ ๆ
“อร่อยไหม” ฉันพยักหน้าตอบคนตรงหน้า ก่อนจะยิ้มแฉ่งให้พี่เจ
ตึกตึกกก เสียงอะไรบางอย่างก็ดังมาจากทางห้องรับแขก ฉันผุดลุกนั่งทันที แล้วรีบคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเหมือนทำอะไรไม่ถูก
“แม่พี่เจมารึเปล่าคะ” พี่เจยักไหล่
“ไม่รู้สิ”
“ถ้าแม่พี่เห็นเรานั่งกินข้าวด้วยกันตอนนี้…จะดูแปลกไหมคะ” เขาเลิกคิ้ว
“ทำไมต้องแปลก”
“ก็…มันดึกแล้วนี่คะ” ฉันตอบเบาราวกับเสียงกระซิบ
“แล้วเรากำลังทำอะไรผิดหรือไง” น้ำเสียงพี่เจสบาย ๆ เหมือนไม่ได้คิดอะไร
“ก็…ไม่ได้ผิดหรอกค่ะ” ฉันตอบพร้อมกับก้มหน้าลง
“แต่ก็แปลกอยู่ดี…” พี่เจหัวเราะอย่างคนไม่ใส่ใจก่อนจะเอื้อมมือมาปาดเศษไข่ที่มุมปากฉัน นิ้วของเขาแตะริมฝีปากฉันเบา ๆ ก่อนจะเอานิ้วนั้นแตะไปที่ริมฝีปากของตัวเอง
ฉันชะงักทันทีแล้วรีบเอนตัวหนีจากคนตรงหน้า นี่ใช่เวลามาทำอะไรแบบนี้ไหมเนี่ย...
“ก็ส้มกินเลอะ” เขาพูดก่อนจะยิ้มกว้างออกมา
ตึกก ตึกกก เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้กว่าเดิม
“พี่เจ! พี่หลบไปก่อนเร็ว”
“ทำไมพี่ต้องหลบด้วย นี่บ้านพี่?” พี่เจเอียงหน้าขยับเข้ามาใกล้ฉันแล้วยิ้มออกมา ฉันมองใบหน้าหล่อ ๆ นั้นอย่างตกตะลึง
แต่เมื่อเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา
“ชู่ว…” เขารีบดึงฉันหลบเข้าไปด้านหลังเคาน์เตอร์ครัว
ระยะห่างระหว่างฉันและพี่เจหดสั้นลงทันที ลมหายใจของเราห่างกันเพียงแค่คืบ ผมที่ยังคงชื้นเล็กน้อยของพี่เจััโดนหน้าผากของฉัน เขามองฉันด้วยแววตาขบขันก่อนจะกดริมฝีปากของตัวเองลงมาที่แก้มของฉัน ฉันแทบหยุดหายใจ นี่ใช่เวลาไหมเนี่ย ฉันถลึงตาใส่พี่เจทันที ถ้ามีใครมาเห็นฉันควรจะต้องทำตัวยังไงดีนะ นี่เราใกล้จนแทบหลอมรวมกันอยู่แล้ว
เสียงฝีเท้าก็ดังไกลออกไปจนแทบไม่ได้ยิน ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะฟาดเข้าที่แขนของพี่เจ เพี๊ยะะ พี่เจลูบแขนตัวเองเบา ๆ ก่อนจะถามว่า
“ทำไมต้องใขนาดนั้น” เขากระซิบ
“ก็…กลัวคนอื่นเห็นนี่คะ” เขายิ้มมุมปาก
“อย่างกับว่าเรากำลังแอบทำอะไรไม่ดีเลยอย่างนั้นแหละ…”
“ไม่ได้ทำสักหน่อย!” ฉันหน้าแดงทันที
“งั้นเหรอ” เขาก้มหน้าลงมาใกล้อีกนิด ปลายจมูกของเขาเกือบแตะหน้าฉัน
ฉันชะงักก่อนจะรีบหันไปมองทางบันไดทันที “พี่เจ! หยุดเลยนะ”
“เบาหน่อย เดี๋ยวแม่พี่ได้ยิน…แย่เลยนะ” เขากระซิบพร้อมหัวเราะเบา ๆ ฉันรีบลุกขึ้นทันที
“ส้มจะกลับห้องแล้วค่ะ”
“พี่ไปด้วย” พี่เจคว้าข้อมือฉันไว้
“คะ?” คนตัวโตไม่ตอบ ทำเพียงดึงฉันให้เดินขึ้นบันไดไปตามแรงของเขา หัวใจฉันเต้นแรงทุกก้าวที่ขยับ ฉันพยายามแกะมือเขาออก แต่มือหนากลับผสานมือของตัวเองเข้ามาในมือของฉันจนแน่น
เมื่อถึงหน้าห้องฉันร่างสูงทำท่าจะเดินนำเข้าไปในห้องของฉัน
“พี่เจจะไปไหนคะ?” ฉันถามออกไป
“พี่จะเข้าไปตรวจดูความเรียบร้อย ไม่ได้เหรอ?” คำตอบของเขาทำให้ฉันอึ้งไป
“เปิดสิ…ถ้าไม่เปิดพี่จะะโเรียกให้คนช่วยนะ” เขาพูดต่อ
“แม่ครับ—” พี่เจพูดเสียงดังจนฉันต้องรีบเอามือปิดปากเขาทันที ทำไมพี่เจกลายเป็ผู้ชายเ้าเล่ห์แบบนี้ไปได้นะ
“…”
“แม่” เสียงของเขายังอู้อี้เนื่องจากฉันไม่ยอมปล่อยมือจากปากเขา
“แม่ แม่ แม่ แม่ครับ” เขาพูดซ้ำ ๆ ราวกับจะบังคับให้ฉันเปิดประตู
“หยุดเลยนะพี่เจ!” สุดท้ายฉันรีบเปิดประตู เพราะกลัวว่าแม่เราจะได้ยินขึ้นมาจริง ๆ
พี่เจเดินตามเข้ามาอย่างว่าง่าย ประตูห้องปิดลงเบา ๆ เขาเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว จนฉันถอยไปชนขอบเตียง ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมาใกล้
“ตอนนี้…แม่พี่ไม่เห็นแล้วนะ” คำพูดของเขาทำให้ฉันตัวแข็งไปทันที
“พี่เจ…จะทำอะไรคะ” พี่เจเลิกคิ้วนิดหนึ่ง เหมือนงงกับคำถาม
“ทำไมต้องทำอะไร”
“ก็พี่เจ…” เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยืดตัวขึ้น
“คิดอะไรอยู่เนี่ย” ฉันรีบหันหน้าหนีทันที
“ส้มไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย!”
“เหรอ หน้าส้มมันฟ้องว่าอยากให้พี่ทำ” ร่างสูงเดินไปนั่งลงบนขอบเตียงเหมือนเป็ห้องของเขาเอง
เขามองไปรอบ ๆ ห้องแล้วพูดว่า “พี่กำลังตรวจความเรียบร้อย”
“ห้องของส้มเรียบร้อยอยู่แล้วค่ะ” ฉันยืนมองเขาอย่างขำ ๆ กับความเป็เด็กของผู้ชายตัวโตที่กำลังหาเื่ไม่ยอมกลับห้อง
“ห้องก็เรียบร้อยดี” เขาพูดพลางใช้นิ้วแตะหนังสือที่วางกองไว้อยู่
แล้วฉันก็เพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ตอนที่อ่านหนังสือก่อนหน้านี้ ภาพของพี่เจมันวนอยู่ในหัวตลอดจนเผลอเขียนชื่อเขาลงไปในสมุดหลายครั้งโดยไม่รู้ตัว พี่เจ พี่เจ พี่เจ พี่เจ พี่เจ พี่เจ เมื่อพี่เจกำลังจะก้มมองสมุดที่ฉันเขียนลงไป ฉันรีบขยับเข้าไปทันทีเพื่อที่จะแย่งสมุดกลับคืนมา
“อย่าดูนะ!” แต่เขาไวกว่า พี่เจคว้าสมุดไว้ในมือแล้วยกสมุดขึ้นสูงกว่าศีรษะฉันทันที
“หืม...มันมีความลับอะไร” เขายิ้มร้ายกาจขึ้นมาอีกหน
“อย่าอ่านนะ!” ฉันพยายามจะะโแย่ง แต่เขายกสมุดขึ้นสูงกว่าเดิม สายตาของพี่เจไล่ไปตามหน้ากระดาษ ก่อนจะอ่านออกมาช้า ๆ
“พี่เจ…” ฉันรีบยกมือปิดหูตัวเองทันที
“อย่าอ่านนะ!” แต่เขากลับยิ่งอ่านต่อ
“พี่เจ…พี่เจ…พี่เจ…” ฉันยืนนิ่งเหมือนโดนจับได้คาหนังคาเขา
“พี่ยืนอยู่ตรงหน้าแล้วไง เชิญส้มเก็บเกี่ยวได้เต็มที่” เขาพูดพลางอ้าแขนกว้าง ๆ อย่างหน้าไม่อาย ราวกับกำลังเสนอของรางวัลอะไรสักอย่างให้ฉัน
“ใครจะไปเก็บเกี่ยวอะไรแบบนั้น!” ฉันรีบเถียงทันที
“ก็หลักฐานมันชัดเจนขนาดนี้” ฉันรีบหลบสายตา
“ส้มแค่…เขียนเล่น” ฉันเบือนหน้าหนีอย่างอาย ๆ เสียงขำดังมาจากคนตรงหน้า
“โอเค พี่ไม่แกล้งแล้ว” พี่เจปิดสมุดแล้ววางมันลงที่เดิม
“ชอบนะ...ที่เห็นชื่อพี่ในสมุด” ฉันหน้าแดงทันที ก่อนจะก้มหน้าลงหลบสายตาของพี่เจ
“พอคนเขามาอยู่ตรงหน้าก็ไม่มอง”
“...”
“คราวหน้าถ้าอยากเจอพี่ก็บอกตรง ๆ” ร่างสูงพูดด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ ฉันหยิบหมอนบนเตียงปาใส่เขาทันที
“ใครอยากเจอพี่เจกัน!” พี่เจเอี้ยวตัวหลบแล้วคว้าฉันไปกอดไว้หลวม ๆ แววตาของเขาวูบไหวเต็มไปด้วยความรู้สึกเช่นเดียวกับฉัน พี่เจดึงฉันเข้าไปกอดช้า ๆ เขาพรมจูบฉันไปทั่วจนกว่าเขาจะพอใจ
และเมื่อยกนาฬิกาขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็เวลาเกือบเที่ยงคืน...
“พี่เจกลับห้องได้แล้วค่ะ ถ้ามีใครเห็นเข้า...คงจะไม่ดี” เขามองฉันครู่หนึ่ง
“เห็นแล้วไง…พี่ไม่ติด พี่จะรับผิดชอบส้มส้มของพี่เอง” ฉันยิ้มกับคำตอบของเขาทันที พี่เจเอื้อมมือมาดึงผมที่ตกลงมาข้างแก้มฉันไปทัดหูก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“คราวหน้าถ้าหิวตอนดึก...เรียกพี่ก็ได้”
“ไม่เรียกหรอก ไม่เห็นจะอร่อยตรงไหน” พี่เจไม่ตอบ และกว่าที่ฉันจะรู้ตัว ััแ่เบาของพี่เจก็ติดอยู่ที่ริมฝีปากของฉันอย่างรวดเร็ว
“แต่ส้มอร่อยนะ พี่ชอบ...” ประตูห้องของฉันปิดลงเบา ๆ ฉันยืนอยู่ที่เดิม ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วเอาหมอนปิดหน้า
“พี่เจ…ไอ้คนบ้า แอบจูบแล้วหนีกลับงั้นเหรอ”
เขาทำให้ฉันหยุดยิ้มไม่ได้เลย…นี่ฉันชอบพี่เจมากขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กันเนี่ย…