บทที่ 40
“ทั้งหมด แถว ตรง! ตามระเบียบพัก!” ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนสั่งแถวทหารเสียงดัง พลทหารใหม่รีบลุกขึ้นยืนตรงทันทีที่ได้รับคำสั่ง และต่อด้วยท่ายืนพักตามระเบียบที่ให้กางขาแยกเสมอไหล่ แล้วเอามือทั้งสองข้างไพล่ไว้ตรงเอวด้านหลัง เมื่อทหารใหม่ทุกคนนิ่งอยู่ในระเบียบแล้ว หัวหน้าผู้ฝึกสอนก็เดินมาอยู่ตรงหน้าแถวให้เหล่าทหารได้เห็นอย่างชัดเจน ต่อมาจึงแจ้งประกาศออกไป“ในนามขององค์ราชาเทรสเด็น แอนรีน แห่งราชอาณาจักรมารีน มีคำสั่งให้พลทหารใหม่เข้าประจำการในทันที โดยบรรจุเข้าสังกัดกองทหารรักษาค่ายแอนวีน มีหน้าที่ปกป้องบ้านเมืองจากศัตรู ปกป้องประชาชนจากภัยร้าย สละได้แม้ชีวิตตนเอง ขอพระเจ้าอวยพร” หัวหน้าผู้ฝึกสอนอ่านประกาศจนจบก็ม้วนเก็บไว้ แล้วกล่าวต่อ “ต่อไปพวกเจ้าทั้งหมดเป็นทหารสังกัดค่ายแห่งนี้ หน้าที่หลัก คือการฝึกใช้อาวุธ และการเคลื่อนทัพ รวมถึงการจัดส่งเสบียงไปแนวหน้า ลำเลียงผู้บาดเจ็บ คอยเป็นแรงงานช่วยเหลือหน่วยอื่นๆ ตามแต่จะมีคำสั่งลงมา ต่อไปจะเป็นการจัดหน้าที่ และตารางเวลา ให้ผู้ช่วยฯมาชี้แจงต่อด้วย” หัวหน้าครูฝึกกล่าวจบก็ให้ผู้ช่วยฯมาชี้แจงรายละเอียด แก่ทหารใหม่ พลทหารใหม่ทั้งหมด 351 นาย ถูกแบ่งออกเป็น 7 หน่วย หน่วยละ 50 นาย และมีอยู่ 1 หน่วยที่มี 51 นายซึ่งก็คือหน่วยที่หลงเฟย และโทมัสอยู่ด้วยกันนั่นเอง ปัจจุบันหลงเฟยสังกัดอยู่หน่วยที่ 3 ประจำค่ายฝึกทหารแอนวีน ซึ่งพวกเขากำลังจะเข้ารับการฝึกของวันนี้ ทหารใหม่ทั้ง 7 หน่วยมีอยู่ 4 หน่วยที่จะถูกส่งไปประจำการป้อมทั้งสี่ทิศ ส่วนอีก 3 หน่วยจะทำการฝึกอยู่ที่ค่าย จบด้วยการพักผ่อนที่ค่ายแอนวีน ทำการสลับสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ การจะกลับบ้านได้ต้องมีคำสั่งลงมาเท่านั้น หรือต้องทำเรื่องร้องขอต่อผู้บังคับบัญชา “ยก เตรียม แทง! ยก เตรียม แทง! ยก เตรียม แทง!” เสียงของผู้ช่วยผู้ฝึกสอนตะโกนให้สัญญาณเป็นจังหวะแก่ทหารใหม่ พวกเขากำลังฝึกการใช้หอกเบื้องต้น โดยทั้งหมดเรียงเป็นแถวห่างๆกัน ใช้ไม้พลองแทนหอก จ้วงแทงตามจังหวะการให้สัญญาณของครูฝึก ในรอบเช้านี้ทหารใหม่ทั้ง 3 หน่วยฝึกจนถึงเวลาเที่ยงก็หยุดพักทานอาหาร หลงเฟย และคนในหน่วยต่อแถวรับอาหารจากครูฝึก ซึ่งมื้อนี้เป็นซุปผักกับขนมปังแน่นอนว่ารสชาตินั้นแสนจะจืดชืด หลังจากรับอาหารแล้วหน่วยที่ 3 ทั้ง 51 คนก็ไปนั่งรวมตัวที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ “โอ๊ย ซุปผักอีกแล้ว เมื่อเช้าข้าก็เพิ่งทานซุปผักมา เห้อ!” โทมัสบ่นออกมา“ถ้างั้นลองนี่หน่อยมั้ยล่ะ” หลงเฟยยื่นขวดเล็กๆให้กับโทมัส ซึ่งภายในเต็มไปด้วยของเหลวสีดำออกน้ำตาลเข้ม“มันคืออะไรเหรอ กลิ่นแรงใช้ได้นะแต่ก็หอมดี” โทมัสรับมาแล้วลองดมดูก่อน“นี่เรียกว่าซีอิ๊วขาว เป็นเครื่องปรุงรสที่ทำจากการทำถั่วเหลืองหมักกับเกลือน่ะ” หลงเฟยตอบ“ซีอิ๊วเหรอ? ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย แล้วที่บอกสีขาวนี่ทำไมมันดำอย่างนี้ล่ะ” โทมัสยังงงอยู่“ที่เรียกอย่างนี้เพราะมันมีซีอิ๊วดำที่สีดำเข้ม และกลิ่นฉุนกว่านี้ด้วยน่ะสิ เอามาเดี๋ยวทำให้ดู แล้วรีบกินซะจะได้ไม่ต้องถามอีก ฮะๆ” หลงเฟยพูดตัดบทโทมัสที่ช่างพูดช่างถามไม่หยุด จากนั้นก็หยิบขวดซิ๊วขาวขนาดพกพาขึ้นมา แล้วเหยาะเบาๆไปสองเหยาะลงในชามซุปผักของเพื่อน ให้โทมัสคนให้ทั่วแล้วลองทาน “อื้ม! อร่อย!!! รสชาติเค็มนิดๆ มีกลิ่นหอมเตะจมูก ทั้งที่ใส่นิดเดียวเอง อ้ำๆๆ อร่อยขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย” โทมัสโพล่งออกมาเสียงดังพร้อมกับหน้าตาตื่นเต้น“ไหนๆ ให้ข้าลองชิมบ้างสิหลงเฟย” ทหารใหม่ที่นั่งใกล้ๆเข้ามาขอชิม“ให้ข้าด้วย ซุปผักนี่สู้ของแม่ข้าทำยังไม่ได้เลย แต่ตอนนี้ข้าขอซีอิ๊วด้วยละกัน”“ข้าด้วย ข้าขอด้วย”เพื่อนๆทหารในหน่วยเดียวกันต่างเข้ามาขอซีอิ๊วขาวจากหลงเฟยคนละนิดละหน่อย ด้วยชื่อเสียงของเชฟอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ทำให้ไม่มีใครที่ติดใจสงสัยในเครื่องปรุงของหลงเฟยแม้แต่คนเดียว สิ่งนี้ทำให้หลงเฟยเป็นที่นิยมในหน่วยมากยิ่งขึ้น และทำให้ทุกคนได้ยิ้มแย้มท่ามกลางสงครามนี้ได้ เวลาบ่ายโมงตรง ครูฝึกเรียกรวมพลหน่วยทหารใหม่ทั้งสาม พร้อมทั้งแจกเครื่องแบบทหาร และอาวุธประจำกายให้คนละชุด เครื่องแบบสำหรับทหารใหม่มีเพียงเสื้อคลุมหลวมๆ กับหมวกไอ้โม่ง เสื้อคลุมมีสีฟ้ามีรูปทั่งตีเหล็กสีขาวอยู่ตรงกลาง ต้องสวมจากหัวเท่านั้น แล้วใช้เชือก หรือเข็มขัดรัดให้แน่นอีกที ส่วนหมวกไอ้โม่ง หรือ Robber Hat มีสีดำ ยาวปิดมาถึงหน้าอก มีช่องโผล่มาเฉพาะใบหน้า อาวุธที่แจกให้กับทหารใหม่นั้นคือหอกสั้น ที่มีปลายเป็นเหล็กมีด้ามเป็นไม้เนื้อแข็ง แม้จะผ่านการใช้งานมานานแต่ก็เป็นอาวุธที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี จากที่หลงเฟยได้พิจารณาดูที่อาวุธของตัวเอง เมื่อทหารใหม่พร้อมแล้ว หัวหน้าผู้ฝึกสอนจึงเดินสำรวจรอบหนึ่ง และสั่งการต่อไปทันที“ภารกิจต่อไป ให้พวกเจ้าไปเข้าเวรที่ป้อมปราการ เปลี่ยนเวรกับอีกสามหน่วย หน่วยที่1 ไปที่ป้อมไททัน หน่วยที่ 2 ไปที่ป้อมดราก้อน หน่วยที่ 3 ไปที่ป้อมฟีนิกซ์ โดยมีครูฝึกของแต่ละหน่วยเป็นผู้บังคับบัญชา ขอให้ทุกคนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้ดีให้เต็มที่ เพื่อเมืองแอนวีนของเรา รับทราบมั้ย”“รับทราบ!!!” ทหารใหม่ทั้งสามหน่วยกล่าวออกมาพร้อมกันเสียงดังกระหึ่มค่าย หน่วยที่ 3 เดินแถวตอนเรียงห้าออกจากค่ายไปตามถนน มีผู้ช่วยผู้ฝึกสอนเดินนำหน้า 2 คน และตามหลังอีก 1 คน บรรยากาศภายในเมืองตอนนี้เงียบเชียบอย่างมาก แม้บ้านเรือนจะมีมากมายแต่ผู้คนต่างก็เก็บตัวอยู่ในในบ้าน มีบางครั้งถึงจะเจอชาวบ้านเปิดหน้าต่างออกมาดูพวกเขาบ้าง สักพักกองทหารหน่วยที่ 3 เดินลัดเข้ามากลางเมืองย่านการค้า ซึ่งผ่านหน้าร้านของหลงเฟยพอดี ชายหนุ่มหันไปมองที่ร้านของตนก็เห็น เควิน แอน และวิเซนต์ยืนยิ้มให้กับเขาอยู่ ส่วนแวนก็วิ่งตามมาทีหลังแล้วโบกมือให้กับหลงเฟยเช่นกัน การที่คนงานของเขามายืนให้กำลังใจ ก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมามากทีเดียว สักพักพวกเขาก็มาถึงป้อมปราการฟินิกซ์ ซึ่งอยู่ในทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองแอนวีน หลงเฟยกวาดสายตามองรอบๆ ทุกอย่างยังดูเรียบร้อยดี หน่วยทหารใหม่ตรงหน้าเขาก็จัดแถวรอการเปลี่ยนเวรยามไว้เรียบร้อยแล้ว ครูฝึกหน่วย 3 เดินเข้าไปรายงานกับนายทหารคนหนึ่ง ซึ่งดูจากการแต่งกายน่าจะเป็นหัวหน้าของป้อมฟินิกซ์ เมื่อหน่วยที่ 3 เข้ามาเปลี่ยนเวรเรียบร้อย หน่วยก่อนหน้านี้ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นหน่วยที่ 6 ก็เดินแถวจากไป แล้วผู้ช่วยผู้ฝึกสอนที่ทำหน้าที่เป็นครูฝึกของพวกเขาก็เข้าแบ่งงานให้กับทุกคนอย่างทั่วถึง แล้วก็มาถึงคิวของหลงเฟย“หลงเฟย” ครูฝึกเรียกชื่อชายหนุ่ม“ครับ” หลงเฟยตอบรับผู้บังคับบัญชา“อาหารเย็นนี้ เป็นหน้าที่ของเจ้านะ” ครูฝึกบอกออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม