ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 49 : ชาเต๋า

    ปราบออกมาจากห้องหลังจากที่ผสานหยินหยางกับเหล่าภรรยาของเขาหลายวัน พวกนางนั้นต่างสำลักความสุขจนแทบมิอยากจะลุก

     

    ปราบทิ้งร่างลงนั่งที่ม้านั่งใต้ต้นมะม่วงทิพย์ที่เขาเฝ้าประคบประหงมมันเป็นอย่างดี ชาชั้นเลิศถูกรินลงยังจอก

     

    เขาหยิบจอกชาขึ้นมาแล้วสูดดมกลิ่นหอมละมุนของมัน “ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ

     

    เมื่อเขาจิบลงไป ร่างของเขาพลันสะท้านเพราะมันมีพลังบางอย่างเพิ่มเสริมเข้ามาในร่างของเขา

     

    “ นี่มันพลังอะไร “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    เขาเรียกกล่องชาออกมาแล้วทำการตรวจสอบ

     

    “ เจ้านายนี่คือชาเต๋า “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ หากเป็นชาเต๋าแล้วทำไมไม่เขียนบอก “ ปราบเอ่ย

     

    “ น่าแปลก “ เขาพึมพำ

     

    “ ยี่ห้อนี้ก็ขายมานานแล้ว สถานที่ปลูกชาก็อยู่ที่แม่แตงเชียงใหม่ที่เดิม “ ปราบเอ่ย

     

    “ รึว่ามันจะมีผลเฉพาะขั้นหลอมกายา เพราะก่อนนี้เวลาที่กินก็ไม่มีได้มีพลังใดวิ่งทั่วร่าง “ ปราบเอ่ย

     

    “ เช่นนี้แล้วลองให้เจ้าสำนักกินดูเผื่อจะเป็นเช่นกัน “ ปราบพึมพำแล้วยกจอกชาที่เหลือซดลงจนหมด

     

    เขาเก็บของแล้วไปยังวิหารของเจ้าสำนัก

     

    “ ลมอะไรหอบเอ็งมา “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย

     

    “ ลมแห่งความสงสัย “ ปราบเอ่ยแล้วทิ้งร่างลงนั่ง

     

    เขาเร่งรินชาใส่จอกแล้วส่งให้กับเจ้าสำนัก

     

    เจ้าสำนักยิ่งมองยังชายหนุ่มแล้วรับเอาจอกก่อนที่จะยกขึ้นดื่ม

     

    “ อือ “ ร่างของเขาพลันสะท้านเมื่อปรากฏพลังบางอย่างไหลเวียนทั่วกายา

     

    “ นี่มันอะไร “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ยออกมาอย่างงุนงง

     

    “ อัลตรอนบอกว่าเป็นชาเต๋า “ ปราบเอ่ย

     

    “ ชาเต๋า “ เจ้าสำนักยิ่งพึมพำ

     

    “ ก่อนนี้ข้าก็เคยดื่มชายี่ห้อนี้ แต่มันมิยักกะมีพลังเต๋า “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย

     

    “ ผมว่ามันเมื่อโลกกลับเข้าสู่สภาวะแห่งการฝึกฝน สรรพสิ่งจึงเปิดเผยตัวตน “ ปราบเอ่ย

     

    “ มีเหตุผล “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย

     

    “ ผมอยากจะไปตรวจสอบที่นั่น “ ปราบเอ่ย

     

    “ อืม “ เจ้าสำนักยิ่งพยักหน้าช้าๆ

     

    “ ก่อนอื่นเอ็งต้องกว้านซื้อชาเต๋ายี่ห้อนี้มากักตุนเสียก่อน “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย

     

    “ อะไรกัน ทำอย่างนี้ก็เท่ากับปิดกั้นคนอื่นสิ “ ปราบเอ่ย

     

    “ หากเรื่องแดงออกไปก็มีพวกนายทุนเข้ามากว้านซื้อเพื่อขายราคาแพงอยู่ดี “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย

     

    “ นั่นก็จริง “ ปราบเอ่ย

     

    “ ผมว่าให้ทางผู้ผลิตเปิดจองดีกว่า และกำหนดจำนวนซื้อเพื่อให้ทุกคนได้ดื่มมัน “ ปราบเอ่ย

     

    “ แล้วแต่เอ็ง “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย

     

    ปราบหยิบกระป๋องชาขึ้นมาดูอีกครั้ง เขาเพ่งมองวันที่ผลิต

     

    “ ชากระป๋องนี้ผลิตเมื่อวันที่ตรงกับทั่วโลกได้เปิดบ่อน้ำปราณ “ ปราบเอ่ย

     

    “ นี่คงเป็นชาเต๋าต้นกำเนิดกระมัง “ ปราบเอ่ย

     

    “ มันคงมีไม่มากเท่าไร “ ปรายเอ่ย

     

    “ อืม “ เจ้าสำนักยิ่งพยักหน้า

     

    “ อย่างไรเสียก็ต้องไปดู “ ปราบเอ่ย

     

    ชายหนุ่มออกจากวิหารของเจ้าสำนักแล้วกลับไปที่ตำหนักของตน เขาเร่งปลุกภรรยาทั้งห้าของเขาแล้วพาไปที่อำเภอแม่แตงอย่างรวดเร็ว

     

    สาวๆทั้งห้านั้นต่างยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อคนรักของพวกนางจะพาเที่ยว

     

    เมื่อมาถึงทุกคนเร่งเข้าพักที่รีสอร์ทหรูบนเขาที่ปราศจากอสูร

     

    ชายหนุ่มดื่มด่ำกับบรรยากาศเคล้าคลอสาวงามทั้งห้าอย่างดูดด่ำ พวกนางต่างยิ้มแย้มอย่างมีความสุขเมื่อคนรักของนางนุ่มนวลกับพวกนางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้นว่าจะไม่สไตล์ของเขาแต่เขาก็ปรนเปรอพวกนางจนอิ่มเอม

     

    ปราบใช้เวลากับพวกนางหลายวันก่อนที่จะออกไปดูที่ไร่ชาที่ปลูกต้นชา

     

    เมื่อเขามาถึงได้ให้อัลตรอนสแกนพื้นที่

     

    สิ่งที่ไดรับกลับมาจากอัลตรอนนั้นทำเอาชายหนุ่มไม่อยากเชื่อ เพราะว่าใต้ดินลึกลงไปนั้นมีสำนักแห่งหนึ่งที่ถูกฝังมาเนิ่นนาน

     

    ชายหนุ่มเร่งส่งข่าวไปยังเจ้าสำนักยิ่งอย่างรวดเร็ว

     

    ราวสามชั่วโมง

     

    คนของศูนย์ขอนแก่นแลเจ้าสำนักยิ่งเดินทางมาถึง

     

    พวกเขาเข้าเจรจากับเจ้าของไร่ชาจนแล้วเสร็จ

     

    ปราบมายังทางเข้า เขาวาดมือผลักหินก้อนใหญ่ขนาดใหญ่ออก

     

    “ วู๊มม “ พลันม่านพลังที่หน้าปากทางเข้าไหวกระเพื่อม

     

    ปราบนำเอากระบี่เล่มใหม่ของเขาออกมาแล้วระเบิดพลังฟันลงไปที่ม่านพลังสุดแรง

     

    “ ตูมม “ ม่านพลังระเบิดออก แรงระเบิดส่งร่างของชายหนุ่มเหยียดถอยไปหลายก้าว

     

    “ ถุด “ เขาบ้วนเลือดทิ้งแล้วเดินเข้าไปยังปากทางอย่างรวดเร็ว

     

    ชายหนุ่มมองตรงเข้าไปพลันพบเห็นเงาตะคุ่มๆอยู่ภายใน

     

    “ เจ้านาย อมนุษย์ระดับหลอมกายาระดับสี่โปรดระวัง “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ

     

    “ ตั้งแนวป้องกันด้วยปืนเลเซอร์ “ ชายหนุ่มร้องลั่น

     

    “ เหล่านักล่ารุ่นเก๋าเฝ้าระวังสูงสุด “ ปราบเอ่ย

     

    “ มันคิดว่ามันเป็นผู้ใดเที่ยวสั่งการคนนั้นคนนี้ “ นักล่ารุ่นเก๋าเอ่ย

     

    เหล่านักล่าที่มาด้วยกันกลับเฉยชากับพูดเช่นนี้ เพราะผู้ที่อยู่ข้างหน้าพวกเขานั้นเป็นคนหนุ่มที่เก่งกาจแลโด่งดัง การที่เขาจะพูดเช่นนี้มันก็เป็นเรื่องที่ควรทำ

     

    ปราบทะยานร่างกลับมาร่วมแนวแล้วผายมือ “ หากไม่อยากฟังคำสั่งของผมก็เชิญ “

     

    “ เอ่อ “ นักล่ารุ่นเก๋าผู้นั้นพลันใบ้กิน เพราะเขาไม่คิดว่าชายหนุ่มจะเล่นไม้นี้

     

    “ ไปซี่ “ ปราบเอ่ย

     

    นักล่ารุ่นเก๋าพลันทำเป็นทองไม่รู้ร้อนยืนนิ่งเป็นรูปปั้น

     

    “ ถ้ากลัวก็ไม่ต้องพูดอะไรเพราะคำพูดมันจะมัดคอ “ ปราบเอ่ยแล้วทะยานร่างกลับยังทางเข้า

     

    นักล่ารุ่นเก๋าพลันหน้าเสีย เขายิ่งโกรธแค้นชายหนุ่มเป็นทบทวีเพราะชายหนุ่มพูดจาหักหน้าเขาต่อหน้าสาธารณะชน เขาได้แต่กำสองหมัดแน่นแล้วสวดอ้อนวอนในใจให้อีกฝ่ายตกตายอยู่ข้างใน

     

    ปราบสูดหายใจเข้าลึกแล้วเดินเข้าไปในช่องทางเดินอย่างเชื่องช้า

     

    สองตาของเขากวาดมองทั่ว สองเท้าสืบออกไปทีลีนิด มือหนึ่งถือกระบี่กวัดแกว่งไปมา

     

    อัลตรอนส่งแสงสีฟ้าสแกนพื้นที่โดยทั่วแล้วส่งกลับไปที่จอภาพที่อยู่ข้างนอก

     

    เหล่าภรรยาทั้งห้าต่างกุมมือกันแล้วบีบแน่น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกนางได้มาชมการสำรวจของคนรักของพวกนาง แลพวกนางก็ยังพร้อมที่จะเข้าสนับสนุนเขาในทันทีที่มีการร้องขอ

     

    ปราบหยุดฝีเท้าลง

     

    ผู้คนที่ชมผ่านจอภาพแทบหยุดหายใจลง เพราะพวกเขามิอาจคาดเดาสิ่งใดได้เลย

     

    ชายหนุ่มใช้มีดสั้นแคะผลึกก้อนสีแดงที่อยู่พื้นแล้วเก็บลงไป

     

    “ ผลึกทับทิมก้อนแรก “ นักล่ารุ่นเก๋าจดบันทึกอย่างเร็วไว เพราะเขาต้องการส่วนแบ่งของมัน

     

    ตลอดเส้นทางนั้นชายหนุ่มเก็บผลึกหลากสีได้มากมายหลายสิบก้อน ทำเอาผู้คนตาโตราวไข่ห่าน พวกเขาคิดเล่นๆว่าหากได้ผลึกเหล่านั้นคนละห้าก้อน อย่างน้อยก็จะสามารถใช้ทะลวงขั้นย่อยได้หนึ่งขั้นเป็นแน่แท้

     

    ชายหนุ่มมองยังโครงกระดูกมนุษย์สมัยใหม่ เขาเร่งส่งเสียงผ่านวิทยุออกไปว่ามีคนหายรึไม่

     

    “ ปราบมีคนหายไปสามสิบคนตั้งแต่โลกเกิดการเปลี่ยนแปลง “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ

     

    “ โครงกระดูกนี้คงเป็นหนึ่งในนั้น “ ปราบเอ่ย

     

    “ ระวังด้วย “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ

     

    เขาเดินข้ามโครงกระดูกเข้าไปต่อ สองตาของเขาพลันพบเจอเข้ากับเส้นผมที่แข็งแลแห้ง

     

    “ นี่เป็นเส้นผมของอมนุษย์ “ ปราบเอ่ย

     

    “ ฮื่อห์ “ ผู้คนมากมายพลันถอนหายใจออกอย่างแรง

    คล้ายกับเรื่องปราบพิภพสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน