คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    ก้าวสู่การพัฒนาขั้นต่อไป

    ติ๊ง!

    ลมหายใจเฮือกแรกถูกสูดเข้าปอดลึกจนสุด

    กลิ่นเค็มปร่าของเกลือทะเลจากอ่าวไทยผสมปนเปกับกลิ่นฉุนจางๆ ของหนังตากแห้ง กระแทกเข้าจมูกเป็นสิ่งแรก

    อคินลืมตาโพลง เพดานไม้คุ้นตาของบ้านต้นไม้ริมรั้วค่ายปรากฏขึ้นในสายตา

    แสงจันทร์สลัวลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาอาบไล้ผิวกายที่เริ่มอุ่นขึ้น... เขากลับมาแล้ว

    หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ ตรงหน้าเขาราวกับรอจังหวะนี้อยู่แล้ว

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 24 มีนาคม]

    [รับลุกได้แล้ว ได้เวลาทำงานแล้ว]

     

    "อรุณสวัสดิ์โลกที่ล่มสลาย!"

    อคินฉีกยิ้มกว้างให้กับข้อความนั้น เขาหัวเราะในลำคอพลางบิดขี้เกียจ เสียงกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บเป็นสัญญาณความพร้อม

    "รู้แล้วน่า ระบบนี่รู้ใจจริงๆ เหมือนมีคนมาบ่นข้างหูเลยแฮะ"

    ชายหนุ่มผุดลุกจากฟูกนอน ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าแล่นพล่าน

    ไม่มีอาการงัวเงียเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนทั่วไป ราวกับว่าแบตเตอรี่ของเขาถูกชาร์จมาจนเต็มเปี่ยม

    เขาก้าวฉับๆ ไปที่ระเบียงบ้านต้นไม้ นิ้วมือหนาเคาะลงบนแผ่นหนังสีเขียวเข้มที่ขึงตากไว้กับราวไม้ไผ่

    ปุๆ

    เสียงทึบๆ ที่ตอบกลับมาบ่งบอกถึงความแห้งสนิท เนื้อเยื่อของหนังลิซาร์ดแมนหดตัวจนตึงเปรี๊ยะ ไม่มีเมือกชื้นแฉะหลงเหลือ

    "แห้งสนิท! แดดเมืองไทยนี่มันแรงจริงๆ ขนาดโลกแตกแดดก็ยังแรงดีไม่มีตก"

    อคินฮัมเพลงลูกทุ่งทำนองสนุกสนานอย่างอารมณ์ดี ขณะปลดเชือกฟางและม้วนเก็บแผ่นหนังใส่กระเป๋าสะพายที่ทำจากผ้าใบเก่าๆ

    เมื่อจัดการธุระเสร็จ เขาไต่บันไดลิงลงมาจากบ้านต้นไม้

    มุ่งหน้าไปยังโรงอาหารกึ่งกลางแจ้งของค่าย

    กลิ่นข้าวต้มปลาจางๆ ลอยมาแตะจมูก สำหรับคนอื่นในค่าย

    นี่คือเวลาพักผ่อนหรือมื้อค่ำ แต่สำหรับอคิน... นี่คือมื้อเช้าอันแสนสดใส

    หลังจากจัดการมื้ออาหารของตัวเองอย่างรวดเร็ว

    เขาก็เดินไปที่มุมประจำซึ่งมีชามข้าววางเรียงกันสี่ใบ เขาเทอาหารเม็ดเกรดพรีเมียมสมบัติล้ำค่าในยุคนี้ลงไปจนพูน

    "กินเยอะๆ นะพวกนาย วันนี้เราจะอัปเกรดอุปกรณ์กัน!"

    เสียงเคี้ยวกรุบๆ ดังประสานกัน โบ้ สุนัขพันทางลายด่างเงยหน้าขึ้นจากชามข้าว

    หางของมันแกว่งไกวแรงจนฝุ่นตลบ

    ส่วนแก๊งแมวสามสหาย ส้มซ่า ปลาเผา และบัวลอย ต่างก้มหน้าก้มตากินอย่างตั้งใจ

    แต่หากสังเกตให้ดี หูของพวกมันกระดิกคอยฟังเสียงรอบข้างตลอดเวลา ราวกับทหารที่แม้ยามกินก็ไม่ละทิ้งความระมัดระวัง

    ...

    แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันวูบวาบอยู่ที่ป้อมยามหน้าประตูค่าย

    อคินวางสัมภาระลงบนโต๊ะไม้ตัวยาว

    เสียงข้าวของกระทบพื้นโต๊ะเรียกความสนใจจาก 'พี่ต้น' ทหารยามร่างท้วมใจดีที่กำลังนั่งเหลาไม้ไผ่แก้เซ็งอยู่

    "ไง... มาแล้วเหรอ"

    พี่ต้นทักทาย

    สายตาของแกมองเลยผ่านอคินไปหยุดอยู่ที่กลุ่มสัตว์เลี้ยงด้านหลังแวบหนึ่ง

    ก่อนจะกลับมาส่งยิ้มให้

    "ขยันเหมือนเดิมนะเรา"

    "สวัสดีครับพี่! วันนี้ผมมีโปรเจกต์พิเศษครับ"

    อคินตอบรับอย่างกระตือรือร้น

    เขาไม่รอช้า ขนอุปกรณ์ออกมาวางเรียงราย ถังน้ำทะเลที่ตักมาจากชายหาดเมื่อวาน

    มีดทำครัวที่ลับจนคมกริบ และดาบเหล็กกล้าคู่ใจ

    เขาหยิบหนังลิซาร์ดแมนที่ม้วนไว้ออกมาแช่ลงในน้ำทะเลเพื่อให้ความเค็มช่วยกัดผิวสัมผัสให้นิ่มลงเล็กน้อย ก่อนจะวางพาดบนขอนไม้

    เมื่อมือของเขาสัมผัสกับด้ามมีด ความรู้สึกแปลกประหลาดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง

    'มันไม่ใช่ความรู้สึกว่า ฉันรู้วิธีทำแต่เป็นความรู้สึกเหมือนมือมันขยับไปเอง อาจเพราะ [พื้นฐานการประดิษฐ์] ก็ได้'

    ปลายนิ้วของเขาขยับด้วยความแม่นยำและละเอียดอ่อนเกินกว่าที่พนักงานออฟฟิศธรรมดาจะทำได้

    เขากรีดมีดลงบนแผ่นหนัง ขูดเอาชั้นพังผืดและสิ่งสกปรกที่เหลืออยู่ออกเป็นแผ่นบางใสราวกับกระดาษ

    โดยไม่กินเนื้อหนังดีเลยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว

    จากนั้น เขาใช้ดาบเหล็กกล้าเจาะรูตามจุดที่มาร์กไว้อย่างชำนิชำนาญ

    ตัดแต่งแผ่นหนังเป็นเส้นยาว กะความกว้างให้พอดีกับสรีระสัตว์สี่เท้า

    เป้าหมายของงานชิ้นนี้คือ 'สายรัดยุทธวิธี'

    "มานี่เร็วโบ้ มาลองชุดใหม่"

    อคินกวักมือเรียก โบ้วิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาและยืนนิ่งให้เขาเอาโล่ทรงสามเหลี่ยมทาบหลัง

    คราวนี้แทนที่จะใช้เชือกฟางมัดลวกๆ เหมือนเคย

    เขาใช้สายหนังที่เพิ่งตัดเสร็จร้อยผ่านรูที่เจาะไว้ คาดผ่านหน้าอกและไหล่ของสุนัข แล้วรัดให้แน่นพอดีตัว

    "ไหนลองสะบัดตัวซิ!"

    พรึ่บ! พรึ่บ!

    โบ้สะบัดตัวแรงๆ ตามคำสั่ง กล้ามเนื้อของมันกระเพื่อมไหว

    แต่โล่บนหลังยังคงแนบสนิท ไม่เลื่อนหลุดหรือแกว่งไปมากระแทกกระดูกสันหลังเหมือนแต่ก่อน

    "สมบูรณ์แบบ! ทีนี้แกก็เป็นรถถังหุ้มเกราะเต็มตัวแล้ว!"

    อคินตบมือฉาดใหญ่ด้วยความพึงพอใจ

    พี่ต้นที่มองอยู่ห่างๆ พยักหน้าชม ดวงตาฉายแววทึ่งระคนสงสัย

    "ไอเดียดีนี่หว่า ฝีมือประณีตใช้ได้เลย... ฝีมือระดับนี้มัน..."

    เขาชะงักคำพูดไปนิดหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง

    "เอ่อ... หมายถึง นายเก่งขึ้นทุกวันเลยนะ"

    "ระบบช่วยไว้น่ะครับพี่ ถ้าไม่มีสกิลคราฟต์ผมคงทำเละไปแล้ว"

    อคินตอบอย่างถ่อมตัว พลางหันไปมองเศษหนังที่เหลือ

    "ยังเหลืออีกเพียบ... น่าจะพอตัดเกราะอ่อนให้พวกส้มซ่าได้นะ ไหนใครอยากได้เกราะบ้าง?"

    เขาหันไปหาแก๊งแมวเหมียว แต่ภาพที่เห็นทำให้เขาชะงัก

    แทนที่พวกมันจะเข้ามาคลอเคลียขอของใหม่

    ส้มซ่า ปลาเผา และบัวลอย กลับเดินไปนั่งเรียงหน้ากระดานที่หน้าประตูค่าย

    หางของพวกมันชี้ตรง ปลายหางกระตุกเป็นจังหวะ

    ดวงตาทั้งสามคู่จ้องมองออกไปในความมืดมิดภายนอกอย่างจดจ่อ... สายตาแบบนักล่าที่กำลังมองหาเหยื่อ

    แล้วพวกมันก็หันขวับมามองอคินพร้อมกัน ก่อนจะหันกลับไปมองประตู ร้องประสานเสียง

    "เมี๊ยว!"

    "อ้าว... ไม่อยากได้ชุดใหม่เหรอ? อยากไปฟาร์มเวล?"

    อคินเกาหัวแกรกๆ

    "วัยรุ่นใจร้อนจริงๆ เพิ่งตื่นแท้ๆ"

    "ไปเถอะอคิน"

    พี่ต้นหัวเราะร่า แต่แววตาดูโล่งใจอย่างประหลาด

    "พวกมันคงเบื่อแล้ว ยิ่งนายขยันออกไปกวาดล้างรอบๆ แบบนี้ สองวันมานี้ค่ายเราแทบไม่มีตัวอะไรมาแหยมเลย เงียบจนฉันจะหลับคาป้อมอยู่แล้ว เดี๋ยวฉันเฝ้าต่อให้เอง อีกสักพักไอ้เอกก็คงมาเปลี่ยนเวรแล้ว"

    "ขอบคุณครับพี่ต้น! งั้นเดี๋ยวผมเอาหนังไปเก็บก่อน แล้วจะรีบออกไปเคลียร์พื้นที่ให้!"

    ...

    ป่าชายเลนรอบนอกค่ายแหลมสิงห์ในยามค่ำคืนเงียบสงัดจนน่าขนลุก

    เสียงน้ำทะเลซัดเข้าฝั่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต่สำหรับ 'ปาร์ตี้นักล่าราตรี' นี่คือสนามเด็กเล่น

    อคินเดินนำหน้า ถือดาบและโล่กระชับมั่น โดยมีโบ้วิ่งนำหน้าเล็กน้อยในฐานะตัวเปิดทาง

    ส่วนแมวทั้งสามกระจายตัวออกไปตามพุ่มไม้และกิ่งไม้ด้านบน

    พวกเขาเพิ่งจัดการกวาดล้างฝูง 'เมิร์ก' มอนสเตอร์ครึ่งปลาไปได้ยกใหญ่ อคินปาดเหงื่อที่หน้าผาก

    "เคลียร์!"

    เขามองซากเมิร์กที่นอนเกลื่อนกลาด 

    "ต้องรีบเผา ไม่งั้นเดี๋ยวกลายเป็นซอมบี้เน่าๆ เดินขึ้นมาอาละวาดอีก"

    อคินลากซากพวกมันมากองรวมกันแล้วจุดไฟ กลิ่นเหม็นไหม้ฉุนกึกคละคลุ้งไปทั่วผสมกับกลิ่นเนื้อย่างที่ชวนคลื่นไส้

    แต่หารู้ไม่ว่า... กลิ่นคาวเลือดและควันไฟ คือบัตรเชิญชั้นดีสำหรับนักล่าที่เหนือกว่า

    โฮก!!!

    เสียงคำรามต่ำลึกดังก้องสะท้านป่า

    เงาดำทะมึนสามร่างกระโจนออกมาจากพุ่มไม้หนาทึบ

    นัยน์ตาสีแดงฉานวาวโรจน์ราวกับถ่านไฟที่กำลังลุกไหม้

    หน้าต่างระบบสีแดงฉานเด้งขึ้นเตือนภัย

     

    [หมาป่าทมิฬ เลเวล 24]

     

    "หมาป่าทมิฬ! เลเวล 24 เชียวนะ ระวัง!"

    อคินตะโกนเตือน แต่ดูเหมือนปาร์ตี้ของเขาจะรู้ตัวก่อนแล้ว

    การต่อสู้ปะทุขึ้นทันที หมาป่าทมิฬมีความเร็วเหนือกว่าเมิร์กอย่างเทียบไม่ติด

    ตัวแรกพุ่งเข้าขย้ำขาหน้าของโบ้ หวังจะตัดกำลังตัวแทงค์ แต่โบ้ไม่ได้ถอยหนี กล้ามเนื้อขาหน้าของมันขยายตัวขึ้นชั่วขณะ

    [กำแพงเหล็กกล้า] !

    เสียง กึก ดังขึ้นเมื่อเขี้ยวหมาป่าเจาะไม่เข้ากล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งดั่งหินผา

    แต่อีกตัวอาศัยจังหวะชุลมุน กระโจนข้ามหัวโบ้พุ่งใส่บัวลอยที่อยู่แนวหลัง

    "บัวลอย!"

    อคินร้องเสียงหลง ขาทั้งสองข้างออกแรงถีบตัวพุ่งเข้าไปขวางทางปืน

    " [ปัดป้อง] !"

    เคร้ง!

    กรงเล็บตะปบเข้าใส่ดาบที่เขายกขึ้นรับ แรงปะทะทำให้อคินถอยกรูดไปสามก้าว แขนชาจนแทบไร้ความรู้สึก แต่เขากัดฟันแน่น

    "อย่าดูถูกฮีลเลอร์สายบู๊นะเว้ย! [ชำระล้าง] [ปฐมพยาบาล] !"

    แสงสีทองสาดส่องออกจากมือซ้ายที่ว่างอยู่ ลบสถานะ 'เลือดไหล' ให้โบ้ที่เพิ่งโดนขย้ำซ้ำได้ทันท่วงที

    สถานการณ์ตึงเครียด หมาป่าสามตัวล้อมกรอบพวกเขาไว้ แต่แล้วเสียงหวีดหวิวก็ดังมาจากยอดไม้

    ส้มซ่าที่ซุ่มอยู่ด้านบนกระโดดลงมาด้วยความเงียบเชียบ

    ร่างของแมวสีส้มเคลื่อนที่วูบวาบราวกับหายตัวไปโผล่ที่หลังคอของจ่าฝูงหมาป่า

    กรงเล็บที่อาบด้วยแสงสีเขียวจางๆ ตะปบเข้าที่จุดตาย

    จังหวะที่จ่าฝูงชะงัก อคินเห็นช่องว่าง

    "ตอนนี้แหละ!"

    เขาพุ่งสวนเข้าไป แทงดาบเข้าที่หัวใจของหมาป่าตัวสุดท้ายที่กำลังเสียหลักเพราะถูกโบ้ชน

    "ตายซะ!"

    ฉึก!

    เสียงดาบตัดผ่านเนื้อและกระดูกดังชัดเจน ร่างมหึมาของหมาป่ากระตุกเกร็งก่อนจะแน่นิ่งไป

    ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!

     

    [ท่านได้รับค่าประสบการณ์จากการร่วมมือกันสังหารหมาป่าทมิฬ เลเวล 22 จำนวน: 1800 แต้ม]

    [ท่านได้รับค่าประสบการณ์จากการร่วมมือกันสังหารหมาป่าทมิฬ เลเวล 22 จำนวน: 1800 แต้ม]

    [ท่านได้รับค่าประสบการณ์จากการร่วมมือกันสังหารหมาป่าทมิฬ เลเวล 24 จำนวน: 2200 แต้ม]

     

    อคินทรุดลงนั่งหอบหายใจ แขนซ้ายมีแผลถลอกลึก เลือดซึมเปื้อนเสื้อเกราะ

    "เจ็บชะมัด... แฮ่ก... ทุกคนโอเคไหม?"

    เขาพยายามยันตัวลุกขึ้นเดินไปดูแผลของสัตว์เลี้ยง

    แล้วใช้สกิล [ปฐมพยาบาล] พันแผลให้โบ้และบัวลอยอย่างเบามือ พลังเวทย์อุ่นวาบไหลผ่านปลายนิ้ว

    "เอายังไงกับซากพวกนี้ดี... ตัวใหญ่ขนาดนี้ทิ้งไว้เสียดายแย่"

    อคินมองซากหมาป่าระดับ 24 สามตัวด้วยความเสียดาย ก่อนจะปิ๊งไอเดีย

    เขาตัดกิ่งไม้และเถาวัลย์แถวนั้นมามัดรวมกันเป็น 'เลื่อน' แบบง่ายๆ

    "มาช่วยกันหน่อยนะพวกเรา... ฮึบ!"

    ...

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 02:07:45]

     

    "โอ้โห! ไปฟัดกับหมาป่าทมิฬมาเรอะ!"

    'เอก' ทหารยามกะดึกตาโตเมื่อเห็นอคินลากเลื่อนกลับมาถึงหน้าประตูค่ายในสภาพสะบักสะบอมแต่เปื้อนยิ้ม

    "นิดหน่อยครับพี่เอก เกือบไปเหมือนกัน" อคินตอบพลางปาดเหงื่อ

    เหลือเวลาอีก 2 ชั่วโมง... เวลาชีวิตของเขาช่างสั้นนัก

    อคินไม่รอช้า เขาเริ่มลงมือชำแหละซากหมาป่าทันทีที่หน้าป้อม โดยมีเอกคอยช่วยถือไฟฉายและจดบันทึกผลงานให้

    เนื่องจากค่ายนี้ยังไม่มีโรงชำแหละมาตรฐาน อคินจึงต้องทำเองแบบลูกทุ่ง

    แต่สกิลที่ระบบมอบให้ทำให้เขารู้สรีระของมอนสเตอร์ราวกับเรียนหมอมา

    "เนื้อพวกนี้เกรดดีมาก เอาไปส่งโรงครัวพรุ่งนี้เช้าชาวค่ายคงได้กินลาบหมาป่ากันพุงกาง"

    อคินหัวเราะร่าขณะแล่เนื้อแดงๆ ใส่ถัง

    ส่วนหนังหมาป่าสีดำสนิท เขาแยกออกมาอย่างระมัดระวัง

    แล้วนำไปขึงตากไว้ใต้ร่มเงาของต้นหูกวางยักษ์ ลมโกรกดี แดดไม่เผาจนกรอบ

    แต่สิ่งที่อคินสนใจที่สุดคือ... กระดูก

    เขากองกระดูกหมาป่าไว้ที่โคนต้นไม้ แยกประเภทกะโหลก ซี่โครง และกระดูกขาอย่างใจเย็น

    ...

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:59:59]

     

    พี่ตูม และพี่ตาม ทหารยามฝาแฝดเข้ามาเปลี่ยนเวรในช่วงตีสองตรง

    เมื่อพวกเขาเห็นผลงานของอคินที่กองพะเนิน ทั้งสองก็ยืนตะลึง

    "ยอดเลยอคิน... คนปกติสู้ตัวเดียวก็รากเลือดแล้ว นี่นายจัดการได้สามตัวเลยเหรอ"

    พี่ตูมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแฝงความนับถือที่มากเกินกว่าปกติ

    "แหะๆ ก็เพราะมีพวกสัตว์อยู่ด้วยผมถึงสู้ได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ"

    อคินชี้ไปยังหมาแมวที่นั่งตาแป๋วอยู่ข้างกองกระดูก

    พี่ตาม ยามแฝดผู้น้องเดินไปลูบหัวโบ้ สายตาของเขามองสุนัขตัวนั้นด้วยความอ่อนโยน...

    "เก่งมากเจ้าหมาเต่า... พรุ่งนี้หลังจากไปลงบันทึกแลกเครดิตให้นายแล้ว เดี๋ยวพี่จะลองไปหาของที่อาจจะใช้ได้มาฝากไว้ที่ต้นไม้นะ"

    เขาพูดกับหมา แต่เหมือนกำลังสื่อสารกับใครบางคนในร่างนั้น

    "ขอบคุณครับ รบกวนพวกพี่ทั้งสองด้วยนะครับ"

    อคินยกมือไหว้ขอบคุณ โดยไม่ทันสังเกตแววตานั้น

    "งั้นฝากเวรด้วยนะพี่ ผมง่วงจะแย่แล้ว"

    เอกพูดตัดบทก่อนจะรีบเดินกลับขึ้นบ้านต้นไม้ของเขาไป

    ส่วนอคินหลังจากทำความเคารพยามฝาแฝด

    เขาก็ตรงไปยังห้องน้ำกลางเพื่ออาบน้ำชำระล้างคราบเลือดและเหงื่อ

    วันนี้เขาใจดีอาบน้ำให้โบ้ด้วย ซึ่งเจ้าหมาก็ยืนนิ่งยอมให้ถูสบู่แต่โดยดี

    เมื่อความสดชื่นกลับคืนมา อคินนั่งลงขัดสมาธิบนพื้นไม้ ตรวจสอบสเตตัสของปาร์ตี้ผ่านหน้าต่างระบบ

    ติ๊ง!

     

    [ปาร์ตี้: นักล่าราตรี]

    [อคิน เลเวล 29 (นักรบ/นักบวช) ]

    [โบ้ เลเวล 24 (ทหารพราน/นักรบ) ]

    [ส้มซ่า เลเวล 23 (นักรบ/ทหารพราน) ]

    [ปลาเผา เลเวล 20 (ทหารพราน) ]

    [บัวลอย เลเวล 20 (ทหารพราน) ]

     

    "ว้าว! พวกนายแตะเวล 20 กันหมดแล้ว! ปลาเผา บัวลอย ฉันไม่ได้สังเกตเลย เก่งจริงๆ"

    อคินลูบหัวแมวๆ ด้วยความเอ็นดู พวกมันส่งเสียงครางในลำคอตอบรับ ก่อนที่เขาจะเปิดดูหน้าต่างสถานะของตัวเอง

     

    [อคิน เลเวล: 29 (EXP 98.5%) ]

    [แจ้งเตือน: ท่านกำลังเข้าใกล้ระดับ 30]

    [ที่ระดับ 30 ระบบจะปลดล็อกเส้นทางเปลี่ยนอาชีพขั้นที่ 2]

     

    หัวใจของอคินเต้นรัวแรง ยิ่งกว่าตอนสู้กับหมาป่าเสียอีก

     

    "อีกแค่นิดเดียว... พรุ่งนี้! พรุ่งนี้ฉันต้องแตะเลเวล 30 ให้ได้! จะได้เป็นพาลาดินเต็มตัวสักทีนะ?"

    เขาพูดกับอากาศ แอบหวังว่าระบบจะตอบรับ

    ทันใดนั้น ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา... ไม่ใช่ฟอนต์ทางการ แต่เป็นฟอนต์ขี้เล่นแบบเดิม

     

    [ที่ระดับ 30 ระบบจะปลดล็อกแค่เส้นทาง 'อัศวิน', 'อัศวินเกราะหนัก' และ 'นักสู้' เท่านั้นแหละ ไม่มีพาลาดินในเมนูหรอกนะ]

     

    "อ้าว... อะไรวะเนี่ย"

    อคินบ่นอุบ หน้ามุ่ยลงทันที

    "ระบบกวนประสาทชะมัด... งั้นฉันจะเป็นอัศวินก็แล้วกัน... ว่าแต่ปลาเผา บัวลอย พวกแกยังไม่ได้เลือกอาชีพรองเหรอ"

    แง๊วว เมี้ยว

    ปลาเผาและบัวลอยร้องตอบเขา พร้อมกับเอาหัวมาถูไถที่แขน

     

    [พวกมันบอกว่า พวกมันกำลังพิจารณาอยู่]

     

    "โอเคๆ เลือกที่พวกนายถนัดเลยนะ"

    อคินหัวเราะออกมา

    เขาใช้เวลาชั่วโมงสุดท้ายก่อนหมดเวลาเชื่อมต่อ นั่งอยู่หน้ากองกระดูกหมาป่า มือหนาหยิบ 'อุ้งเท้า' ของหมาป่าทมิฬขึ้นมาพิจารณา

    "โห... ใหญ่กว่าเท้าโบ้อีก เล็บนี่คมกริบแถมแข็งเหมือนเหล็ก เขี้ยวนี่ก็ยาวเฟื้อย"

    เขาลองเอาเขี้ยวหมาป่ามาทาบกับขาหน้าของส้มซ่า จินตนาการถึงอาวุธชิ้นใหม่

    "ถ้าเอาเล็บพวกนี้มาทำเป็น 'สนับมือ' หรือ 'กรงเล็บเสริม' ให้พวกแมวๆ ... ดาเมจคงพุ่งกระฉูด ชุดเกราะกระดูกหมาป่าทมิฬ... ฟังดูเท่ชะมัด"

    อคินยิ้มกว้าง แววตาเป็นประกายด้วยความหวังและความฝัน

    เขาเก็บวัตถุดิบเกรดหายากขึ้นไปไว้บนบ้านต้นไม้ ถอดชุดเกราะและรองเท้าแขนวางไว้ที่เดิม

    เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ร่างกายสัมผัสกับฟูกนุ่ม แต่ความรู้สึกบางอย่างเริ่มคืบคลานเข้ามา...

    ไม่ใช่แค่ความง่วง แต่มันคือสัญญาณเตือนจากภายใน ร่างกายเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ เหมือนตะกั่ว แขนขาเริ่มชาจนขยับลำบาก

    นาฬิกานับถอยหลังในสายตาเปลี่ยนเป็นสีแดงกะพริบถี่

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:10]

     

    "พรุ่งนี้... จะเป็นวันที่ยิ่งใหญ่..."

    อคินพึมพำเสียงแผ่วเบา เปลือกตาหนักอึ้งจนแทบลืมไม่ขึ้น

    "วันที่ฉัน... จะก้าวข้าม... ขีดจำกัด..."

    ติ๊ง!

     

    [ราตรีสวัสดิ์ ว่าที่อัศวิน] 

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ] 

     

    วินาทีที่เลขแตะศูนย์ โลกของอคินก็หมุนคว้าง

    ความรู้สึกของการมีแขนขาแบบมนุษย์ถูกกระชากออกไปอย่างรวดเร็ว มุมมองสายตาที่เคยอยู่สูง ร่วงหล่นวูบลงสู่ระดับพื้นดิน...

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน