ซานหลง จักรพรรดิไร้บัลลังก์

    17.นับเป็นครอบครัวใหญ่

    “เดี๋ยวข้าไปเฝ้าเนื้อต่อ” เจ้าลองพูดออกมาเสียงอ่อย“พาไปด้วยพี่ร้อง” เจ้าสามร้องตามมันไปติดๆ หม่าเหลียง และซ่าหลงหัวเราะออกมาพร้อมกัน“ฮ่าๆๆ พี่น้องของเจ้าชื่อจริงๆ ข้าชอบ” ซานหลงกล่าว“ฮ่าๆ ขอบคุณนายน้อยที่กรุณาพวกข้าพี่น้อง” หม่าเหลียงยิ้มร่าออกมา เมื่อนายน้อยของมันเอ่ยชมพี่น้องของมัน“จริงๆ นายน้อย ถ้ามีเรื่องสำคัญจะกล่าวกับท่าน”“มีเรื่องอะไรหรือ” เขาหยุดหัวเราะ ไม่ได้ยินหม่าเหลียงบอกว่ามีเรื่องสำคัญ“คืออย่างนี้นายน้อย ท่านเคยได้ยินเรื่องราวของคุณหนูสกุลอี้เจ้าของร้านอาหารที่ใจกลางเมื่อบ้างหรือไม่” มันใช้เสียงเคยคิดจะบอก เหมือนกลัวว่าคนอื่นจะได้ยิน“ก็เคยได้ยินมาบ้าง คุณหนูที่มารดาตายและทิ้งหนี้สินเอาไว้ให้มากมาย สุดท้ายถูกบังคับให้แต่งงานกับตระกูลของพ่อเลี้ยง แต่เธอไม่ยินยอมแม้จะต้องสิ้นเนื้อประดาตัวก็ตาม เรื่องราวของเธอโด่งดังไม่ว่าใครก็ต้องเคยได้ยินทั้งนั้น เจ้าถามข้าทำไมเหรอ” เขาพูดออกมาน้ำเสียงราบเรียบ“คือตอนนี้เธอ...” มันอ้ำอึ้งไม่กล้าพูด“เธออะไร..”“เธออยู่ที่นี่ขอรับนายน้อย” เมื่อได้ยินคำตอบซานหลง นิ่งอึ้งไปพักใหญ่“เจ้าล้อข้าเล่นใช่ไหม คุณหนูผู้สูงศักดิ์แบบนั้น จะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร มาตอนไหน ข้าไม่เห็นรู้เรื่อง” สายตาของซานหลง หรี่ลง จ้องมองคู่สนทนาเพื่อจับพิรุธ แต่เขาก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติ“ก็นายน้อยเป็นคนรับเธอมาเอง เธอเป็นขอทานอยู่ในหมู่คนที่นายน้อยรับมาวันนี้” หม่าเหลียงพูดออกมาเบาหวิว มันยังไม่มั่นใจกับปฏิกิริยาของนายน้อยที่แสดงออกมา“ขอทาน! นี่เธอเป็นขอทานอย่างนั้นหรือ…” ถึงจะไม่เชื่อเต็มร้อย แต่เมื่อได้ยินว่า คุณหนูผู้สูงศักดิ์ กลายมาเป็นขอทานจริงๆ เขาก็อดนับถือในหัวใจอันเด็ดเดี่ยวของเธอเสียไม่ได้“ขอรับ แต่ยังดี ที่หลานของข้าทั้งสองคน เจอเธอเข้าเสียก่อน เห็นรูปร่างหน้าตาของเธอโดดเด่นสะดุดตา จึงพากันพลางรูปร่างหน้าตาและชุดของเธอเอาไว้ เพราะกลัวว่าเธอจะมีภัย จึงยังไม่มีใครรู้ ว่าเธออยู่ในกลุ่มของพวกเรา หลานของข้าก็ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร รู้แค่ว่าเป็นขอทานใหม่ แต่ข้าก็ไม่มั่นใจนัก ว่าจะไม่มีใครรู้จริงหรือไม่” มันอธิบายออกมาด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา ตัวของมันก็นับถือน้ำใจของผู้หญิงคนนี้เหลือเกินแม้ว่าตัวเองจะไร้ความสามารถ แต่ก็อยากจะหยิบยื่นน้ำใจ ให้ความช่วยเหลือเธอสักนิด แต่ด้วยกำลังของมันก็หาทำได้ไม่ ตอนนี้ในหัวของมันก็หวังเพียงความเมตตาของนายน้อยเท่านั้นเมื่อเห็น อีกฝ่ายนิ่งเงียบไป มันก็อดร้อนรนในหัวใจเสียมิได้“นายน้อย…” มันแค่เรียก ไม่กล้าถาม ในสายตาผมมันบ่งบอก ต้องการจะช่วยเหลือ ผู้หญิงคนนี้ เมื่อมองเห็นสายตาแบบนั้นเข้า ซานหลงก็เข้าใจความหมายทันที ตัวเขาอดยิ้มออกมาไม่ได้“เจ้าไม่ต้องคิดมาก ข้าไม่สนหรอกว่าเธอจะเคยเป็นใคร เคยทำอะไรมาก่อน เมื่อไม่มีที่ไป และหวังพึ่งครอบครัวของข้า เขาก็ไม่คิดจะผลักไส หรือขับไล่ให้ออกไป เพียงเพราะกลัวปัญหาหรอก” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทุกคำพูดสวนเต็มไปด้วยความจริงใจ“ข้าขอขอบคุณ นายน้อยที่กรุณา” เสียงของผู้หญิงพี่ถือไส้หมูหมักกระเทียม มาส่งให้พวกเขาพูดขึ้น“คุณหนู อี้!” หม่าเหลียงอุทานออกมา ตัวมันไม่คาดคิดว่าคนที่มันพูดถึง จะได้ยินสิ่งที่มันกับนายน้อยกล่าว“ขอบคุณท่านลุงหม่า ที่เป็นห่วงและกรุณาข้าเจ้าคะ” อี้หลัน กล่าวขอบคุณ แล้วโค้งหัวคารวะ“ท่านคือคุณหนูอี้ผู้โด่งดังอย่างนั้นหรือ” ซานหลงถามออกมา ใบหน้าของเขาเรียบนิ่ง ไม่บ่งบอกว่ายินดีหรือยินร้ายอะไร“ถ้าไม่ใช่คุณหนู อีกแล้วเจ้าค่ะ เรียกเขาว่าอี้หลันก็พอ” เธอกล่าว เมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูด นักวิจัยพันธุ์พืชในร่างของ ซานหลง ก็เข้าใจความหมาย ที่เธอแฝงมากับคำพูดประโยคนั้นทั้งหมด เธอละทิ้งแล้วซึ่งเกียรติยศและชื่อเสียงทั้งมวลในอดีต ตอนนี้เธอดำรงตนในถานะสามัญชล คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น“ข้านับถือหัวใจของท่านยิ่งนัก เด็ดเดี่ยวไม่แพ้ชายชาตรี” เขากล่าวชม ออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม ที่จริงใจ“ขอบคุณนายน้อยที่ชม” เธอกล่าว“ดี ข้าชอบนิสัยตรงไปตรงมาของเจ้ายิ่งนัก ต่อจากนี้ข้าถือว่าเจ้าเป็นสหายคนหนึ่ง” ซานหลงพูดขึ้นด้วยความยินดี เมื่อได้ยินประโยคนี้ อี้หลัน ก็ตกใจ ระคนแปลกในขึ้นมาทันที“นายน้อย ข้าอี้หลันไม่กล้ารับ”“ฮ่าๆๆ จะเป็นอะไรไปข้าไม่ได้รับพวกเจ้าทุกคนมาเป็น ทาสหรือคนรับใช้สักหน่อย” ซานหลงพูดขึ้น“แล้วนายน้อย จะให้พวกข้าอยู่ในสถานะอันใดเล่า” หม่าเหลียงถามออกมาอย่างใครรู้“ฮ่าๆๆ ไม่รู้สิ ก็ข้าไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเหมือนกัน เจ้าล่ะ จะอยู่ในสถานะไหน” ซานหลงถาม“ผู้ติดตาม ก็ได้ขอรับนายน้อย ครอบครัวของหน่อยๆ มีพระคุณกับพวกข้าพี่น้องมาก ตัวข้าได้พี่น้องเอง ไม่ต้องอดอยากอีกต่อไป ทำไมต้องเป็นขอทานให้ใครๆ รังเกียจ ก็เพราะหน่อยน้อยและครอบครัว ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ จะให้ข้ากับพี่น้อง อยู่ในสถานะอะไร เกาะคาก็ยินดี” หม่าเลียงพูดประจบ“ใช่ๆ พี่หม่าพูดถูกต้องขอบคุณนายน้อยๆ ที่ทำให้พวกเรากินอิ่มนอนหลับ มีที่ซุกหัวนอน เหมือนดังทุกวันนี้” น้องรอง และน้องสามของมันเห็นด้วย“ฮ่าๆๆ สำหรับข้า ก็เห็นพวกเจ้า เป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวใหญ่ของข้า ข้าปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเท่าเทียม กินด้วยกัน นอนด้วยกัน ไม่มีแบ่งชนชั้นนายบ่าว ทำอะไรก็ช่วยกัน แบ่งปันน้ำใจให้กัน จะทุกข์หรือจะสุข ต่อจากนี้ในอนาคต พวกเราต้องสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน” น้ำเสียงเด็ดเดี่ยว ที่เต็มไปด้วยความจริงใจของลูกผู้ชาย แล้วก้องกังวานเข้าไปใน ของคนทั้ง 4คำตอบของนายน้อย ช่างเกินความคาดหมายของพวกมันเสียเหลือเกิน“นายน้อย พวกข้าไม่กล้ารับ” ทั้ง 4 คนร้องขึ้นพร้อมกัน ซานหลงมีหรือจะสนใจคำคัดค้านของพวกมัน“ฮ่าๆๆ มากินหมูย่างกันดีกว่า อี้หลัน ข้าว่าเจ้าไม่เคยลิ้มลองที่ไหนมาก่อนแน่นอน” ซานหลงเปลี่ยนเรื่องคุยดื้อๆ จะมีใครกล้าขัดขึ้นอีก ถึงจะไม่ยอมรับ พวกเขาก็พูดอะไรออกมาไม่ได้ แน่นอน พวกมันทั้งสี่คนยังคงปฏิบัติตัวเช่นเดิม ให้สมฐานะผู้ติดตามในหัวใจของมัน นายน้อยจะคิดอย่างไร ก็สุดแล้วแต่จะห้ามได้ แต่พวกมันต้องการที่จะดำรงตนอยู่ในสถานะนี้ นายน้อยก็ห้ามมันไม่ได้เช่นกัน“นายน้อยข้า…” เธอลังเล เพราะความเกรงใจ“เฮ้ย..หม่าเหลียงและพี่น้องก็กิน เจ้าจะเกรงใจทำไม เมื่อได้ยินคำทัดทาน เธอหันไปมองหม่าเหลียง มันพยักหน้าให้เธอเบาๆ เธอจึงไม่คิดอะไรให้มากความต่อไปถึงจะชวนกินแต่เนื้อยังไม่สุกสักชิ้น เนื้อชิ้นที่สุดแล้วก็ถูกพวกเขากินไปจนหมด“เจ้าสามเอาชิ้นนั้นมา ชิ้นสีขาวๆ นั้นสุกแล้ว” เขาสั่งพร้อมกับชี้มือไปที่เนื้อชิ้นนั้น“อันนี้หรือนายน้อย.. มันคือเนื้อส่วนไหน เขาไม่เคยเห็นมาก่อน” มันหยิบขึ้นมาจากกองไฟทันที ในใจก็อดสงสัยว่าเนื้อชินนี้มันคือส่วนไหนของหมู มันจ้องดูมาสักพักแล้ว แต่ก็คิดไม่ออก“มันคือส่วนที่ดีที่สุดของหมูเลยล่ะ มาๆ มาลองชิมดู” เมื่อรับเนื้อมาแล้ว ซานหลงก็จัดการหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เขาหยิบชิ้นแรก จ้วงลงไปในถ้วยน้ำจิ้ม ยื่นมันให้กับสุภาพสตรีหนึ่งเดียวของกลุ่ม“ลองดู รับรองว่าเด็ด” ประโยคแปลกๆ ถูกพ่นออกมาจากปากของนักวิจัยพันธุ์พืช“เด็ด คืออะไรหรือเจ้าค่ะ” อี้หลันถาม“เด็ดก็คือดี ดีที่สุดยังไงล่ะ” สุภาพสตรีหนึ่งเดียว รับชิ้นเนื้อจากมือของซานหลง เธอมองพินิจพิจารณามันอยู่พักหนึ่ง ตัวเองก็ตัดสินใจไม่ได้ว่ามันคือเนื้อส่วนไหน“ลองดู ไม่ต้องสงสัยให้มากความ รับรองว่าอร่อย” เขาเชียร์อีกหน่อย สายตาก็ละออกจากเนื้อชิน นั้น หั่นหมูต่อ อย่างรวดเร็ว สามพี่น้องหยิบชิ้นเนื้อได้คนละชิ้น มันก็ไม่สนใจที่จะ พิจารณาอะไรต่อไปอีก จุ่มเนื้อลงไปในน้ำจิ้มเปรี้ยวเผ็ด แล้วส่งมันเข้าปากไปในทันทีรสชาติอร่อยกลมกล่อมของน้ำจิ้ม ทำให้น้ำลายในปากของมันแตกฟอง ชิ้นเนื้อเหนียวหนึบ เมื่อเคี้ยว เกิดเสียงดังกรุบๆ น้ำมันอันชุ่มฉ่ำที่แทรกอยู่ในชิ้นเนื้อ แตกออกมาทุกครั้งที่ถูกเคี้ยวทำให้ลิ้นของมันรับรสชาติอภิรมย์ เกินกว่าจะหาสิ่งใดมาทดแทนได้“อืม! นุ่มอร่อยดีเหลือเกิน เหมือนจะมีกระดูกอ่อนแทรกอยู่ในเนื้อด้วย พอเคี้ยวแล้ว มันกรุบกรอบดีไปอีกแบบ” หม่าเหลียงรำพันขึ้น พี่น้องของมันก็เช่นกัน“อืม! ..อร่อยจริงๆ มันคือเนื้อส่วนไหนนะ” ที่พี่น้องตระกูลหม่า ไม่รู้ว่าเนื้อนี้คือเนื้อส่วนไหน ก็เพราะว่า มันไม่ใช่คนที่ทำ คนทำเนื้อชุดนี้มาให้ย่าง คือซานยี่ มารดาของซานหลง และสาวๆ ทั้ง 5 ที่เป็นผู้ติดตามของเธอเมื่อได้ยินเสียงตอบรับอันดีงาม ของทั้ง 3 คน อี้หลันก็ตัดสินใจส่งมันเข้าปากเล็กๆ ของเธอทันที แล้วก็เป็นดังที่ทั้ง 3 ว่าเอาไว้ ความรู้สึกต่างๆ ที่ทั้งสามคนผ่านมาแล้ว ถูกถ่ายทอดมายังเธอผ่านชิ้นเนื้อชิ้นนี้“อร่อย!!!”