ณ บ้านตระกูลหลี่ ชางไห่กำลังเก็บผักเตรียมไปส่งยังสถานที่ต่างๆรวมถึงที่วังัด้วย แน่นอนว่าหลังจากที่น้องสาวไม่อยู่หน้าที่การส่งผักก็กลับมาเป็ของนางตามเดิมและตอนนี้ชางไห่ก็ถูกยกเลิกการกักบริเวณแล้ว นางลงมือเก็บกะหล่ำปรีด้วยตนเองเพียงเพื่อหวังว่าวันนี้ นางจะได้มอบมันให้กับชายที่นางอยากเจอมาโดยตลอด เเต่แล้วโชคร้ายก็ได้มาเยือนถึงที่
“ชางไห่ เ้าเก็บผักเสร็จหรือยัง?”
“เสร็จแล้วเ้าค่ะท่านแม่ ข้าพร้อมจะไปส่งผักแล้วเ้าค่ะ”
“วันนี้เ้าไม่ต้องไปหรอก ข้ามีคนไปส่งผักแทนเ้าแล้วและตั้งเเต่นี้ต่อไปเ้ามีหน้าที่เก็บผักในสวนเท่านั้น ส่วนหน้าที่การส่งผักข้าจะให้คนอื่นทำ”
“เเต่..ท่านแม่..ข้าว่า….”
“หากเ้ามีอะไรสงสัย ก็ไปถามพ่อของเ้าได้เพราะพ่อของเ้าเป็คนบอกข้ามาอีกที” เหมยอิงยืนยันเสียงแข็งด้วยความมั่นใจเพราะนางรู้ดีอยู่แล้วว่าชางไห่ไม่กล้าเอาเื่นี้ไปถามพ่อเเน่นอน คำสั่งของเจียวเจี๋ยคือที่สุดในบ้าน ชางไห่ทำใจต้องยอมรับข้อตกลงนี้โดยไม่มีข้อทวงติง ถึงแม้ว่านางจะไม่อยากยอมรับมันเลยก็ตาม หลังจากเก็บผักเสร็จนางก็ได้เปลี่ยนไปรดน้ำผักแทน ในขณะที่กำลังรดน้ำผัก นางก็ได้ปรากฏเห็นใบหน้าของเฉินเซี่ยในแอ่งน้ำขัง ชางไห่ต้องรีบขยี้ตาแล้วมองที่แอ่งน้ำอีกครั้งก่อนจะพบว่ามันคือแอ่งน้ำปกติ
“นี่เราอยากเจอเขามากขนาดนั้นเลยหรือ แต่สุดท้ายแล้วเราคงไม่มีวาสนาต่อกันและข้าก็คิดว่าคงจะไม่ได้เจอท่านอีกแล้ว” ชางไห่พูดตัดพ้อต่อความรู้สึกตน ก่อนที่น้ำในแอ่งจะเหือดแห้งลงดิน ในเวลาต่อมาชางไห่ได้ทำอาหารขึ้นตั้งโต๊ะพร้อมกับประคองพ่อของนางมากินข้าว ในระหว่างนั้นเองเหมย อิงก็เดินเข้ามาพอดี
“ผักที่จะส่งวันนี้ไม่ครบ!!เกิดอะไรขึ้นชางไห่?”
“.........?” ชางไห่มิได้ตอบอะไรเพราะการนับและการจัดส่งผักครั้งนี้นางไม่ได้เป็คนทำ
“เ้าออกไปคุยกับข้างนอก เดี๋ยวนี้!!”
“ใจเย็นๆเหมยอิง..มาแล้วก็นั่งกินข้าวกับข้าก่อน”
“ผักจัดส่งไม่ครบ เงินก็ไม่ได้ตามเป้า ท่านคิดว่าข้ายังมีกะจิตกะใจมานั่งกินข้าวกับท่านอยู่ไหม ลุกขึ้นเร็วชางไห่!!” ชางไห่โดนดึงเเขนออกไปโดยที่ไม่มีใครช่วยอะไรนางได้และนางก็ไม่รู้มาก่อนว่าผักรอบนี้จะจัดส่งไม่ครบ เหตุผลที่นางไม่พูดต่อหน้าพ่อเพราะนางให้เกียรติเหมยอิงนั่นเอง
“ทำไมเ้าไม่นับจำนวนผักว่าครบแล้วหรือยัง ข้าถูกลูกค้าด่าจนหูชาหมดแล้ว หากลูกค้าเสียความรู้สึกและไม่สั่งผักจากเผ่าของเราอีกเ้าจะทำยังไง?”
“ท่านแม่เป็คนบอกลูกเองว่า ให้ลูกเก็บผักอย่างเดียวส่วนหน้าที่นับจำนวนและการจัดส่ง ท่านแม่จะ…..”
“อ๋อ..นี่เ้ากำลังจะบอกว่าเป็ความผิดของข้างั้นหรอ แล้วตอนที่เ้าเก็บเ้าไม่ได้นับหรือยังไง!!”
“ผักที่สวนจะเก็บตามลักษณะของผักและในแต่ละวันก็จะมีผลผลิตไม่เท่ากัน อย่างเช่นกะหล่ำปลีลูกก็จะเก็บเฉพาะหัวที่สามารถกินได้แล้วเท่านั้น รวมถึงผักอื่นๆด้วยเ้าค่ะ ดังนั้นเวลาเก็บผักที่สวนลูกจะยังไม่ได้นับจำนวน จะเอาขึ้นมานับอีกทีที่โรงเก็บผักเ้าค่ะ”
“แล้วทำไมเ้าถึงไม่บอกรายละเอียดให้ข้ารู้?”
“ลูกคิดว่าท่านแม่ จะรู้อยู่แล้วเ้าค่ะ”
“หึย!! เ้านี่มัน!!” เหมยอิงโมโหมากที่นางโดนหักหน้า เเต่ทว่าแท้จริงแล้วความผิดนี้ไม่ใช่ของชางไห่เลย เเต่เพื่อให้คนอื่นมองว่าตนผิดน้อยลง นางจึงโยนความผิดทั้งหมดให้ชางไห่และเฆี่ยนตีนางระบายอารมณ์ ซึ่งชางไห่เองก็ไม่อาจโต้เถียงได้เพราะตอนนี้นางโดนแม่เลี้ยงมัดติดไว้กับเสาต้นเดิม เเน่นอนว่าครานี้นางไม่รอดเหมือนครั้งก่อนๆเพราะพ่อของนางไม่สามารถออกมาช่วยนางได้แล้ว ชางไห่ยอมให้แม่เลี้ยงเฆี่ยนตีจนพอใจโดยที่ไม่รู้เลยว่านางโดนตีจนหมดสติไปตั้งเเต่เมื่อไหร่ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีคนมาแก้มัดออกจากต้นเสาแล้ว
“ต่อไปนี้หน้าที่ของเ้าคือ เชื่อฟังข้าทุกอย่าง ทำตามที่ข้าสั่งเข้าใจหรือไม่ ชิ!!” เหมยอิงพูดทิ้งท้ายประโยคก่อนที่จะโยนหวายใส่หน้าชางไห่แล้วเดินจากไป ชางไห่เ็ปทรมานอยู่แบบนี้บ่อยครั้งจนชินชาไปแล้ว ทุกครั้งที่นางโดนแม่เลี้ยงตีนางก็จะต้องรีบลุกขึ้นและฟื้นตัวให้เร็วที่สุดเพราะยังมีหน้าที่อีกมากมายรอนางอยู่และที่สำคัญคือนางไม่อยากให้พ่อเขานางต้องมาเห็นาแพวกนี้นั่นเอง บ่อยครั้งที่ชางไห่แอบไปร้องไห่เงียบๆคนเดียวเพราะนางไม่อยากเอาความทุกข์ใจไปเล่าให้พ่อฟัง นางได้เเต่เก็บความทุกข์ทรมานนี้ไว้ในใจของนางตลอดไป ในขณะที่ชางไห่ทุกข์ทรมานถึงขีดสุด อีกฟากฝั่งหนึ่งยังคงคิดวางแผนที่จะเข้าใกล้เฉินเซี่ยอยู่ตลอดเวลา
“ไม่ได้..แผนนี้ก็ไม่ดี!! เฮ้อ!! เวลาอยู่คนเดียวนี่คิดอะไรไม่ออกจริงๆ”
“อาหารมาแล้วขอรับ คุณหนูหลี่” ชิวสุ่ยมองอาหารตรงหน้าด้วยความเบื่อหน่าย ทุกจานมีเเต่ผัก ไม่มีเนื้อหรือหมูปนมาเลยเเม้เเต่น้อย
“ผัก ผัก ผักอีกแล้ว!! เพราะข้ากินแต่ผัก ข้าก็เลยคิดอะไรไม่ออก!!”
“แล้วเ้าคิดจะทำอะไร?” เฉินเซี่ยเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องไม้ใบหนึ่ง เขากล่าวทักทายชิวสุ่ยด้วยคำถามที่นางไม่อาจตอบได้ สายตาของเขามันทำให้ชิวสุ่ยไม่กล้าหันไปสบตา เเน่นอนว่าหากชิวสุ่ยเผลอทำพิรุธอะไรออกมา คนฉลาดๆอย่างเฉินเซี่ยต้องจับได้เเน่ นางได้เเต่นั่งเงียบและมองของในมือของเขาโดยที่ไม่อาจรู้เลยว่ามันคืออะไร…