"อาการเจ็บปวดเหล่านี้ยังน้อยนักถ้าเทียบกับความเจ็บปวดของท่านพ่อท่านแม่ บาดแผลเหล่านี้ ข้าจะต้องพักฟื้นก่อน" ลี้เฟยกระโดดพุ่งไปยังถ้ำแห่งหนึ่งที่พบระหว่างทาง
ลี้เฟยเข้าไปในถ้ำดังกล่าวพร้อมร่างยันต์อักขระป้องกันภัย ในระหว่างที่พักฟื้น ลี้เฟยใช้เวลาล่าจิ้งจอกทมิฬอยู่ราวสิบวัน ได้ทั้งประสบการณ์สู้รบแบบจิ้งจอกทมิฬที่รุมโจมตีมาจากทุกทิศทางด้วยความเร็วสูง พวกมันต่อสู้โดยไม่กลัวตายจริงทำให้ลี้เฟยบาดเจ็บสาหัสมากขึ้น แต่ก็ได้เข้าใจยุทธวิธีการต่อสู้ของจิ้งจอกทมิฬด้วยเช่นกัน ระหว่างทางกลับถ้ำได้พบตะพาบภูผา กิ้งก่าโบราณ ที่เป็นสัตว์อสูรโบราณโดยบังเอิญ
"ข้าขอเจ้าไปทำโอสถมังกร"
"นับจากวันที่หุบเขาอสูรสวรรค์เปิด นี่ก็เดือนเศษแล้วสินะ ไม่รู้ศิษย์พี่กับคนอื่นเป็นยังไงบ้าง" ลี้เฟยจัดการเก็บชิ้นส่วนของสัตว์ทั้งสองและเดินทางออกจากป่าเขตสามทันที
เมื่อเข้าสู่เขตสอง สัตว์อสูรก็จะเป็นอีกระดับพลัง
"สักวันข้าจะลองจัดการ เจ้านกยักษ์ คราวที่แล้วข้าหนีเจ้าเกือบไม่ทัน" ลี้เฟยมองขึ้นไปบบนฟ้าที่มีฝูงนกยักษ์ขนาดใหญ่ที่มีปากแหลมคมราวสี่ห้าสิบตัวบินผ่านกลับป่าเขตสามที่ลี้เฟยพึ่งจะออกมา นกยักษ์พวกนี้อยู่ทั้งเขตสองและสาม น่าจะมีพลังมากทีเดียวลี้เฟยครุ่นคิดขณะกำลังเดินทางต่อบริเวณช่องเขาสูง
"ฟิ้ว...ฟิ้ว...ฟิ้ว...ฟิ้ว...ฟิ้ว...ฟิ้ว..."
เสียงแหลมคมของบางสิ่งบางอย่างพุ่งมาทางลี้เฟยอย่างรวดเร็ว ลูกธนูหลายสิบดอกพุ่งลงมาจากบนเขา
"เกล็ดมังกรกิเลน" ลี้เฟยเปิดเกล็ดป้องกันพร้อมหยิบพลองขึ้นมาเหวี่ยงออกไปเป็นพายุวงกลมหมุนกลับขึ้นไปตามทิศทางของลูกธนูที่ยิงมา แรงพลองกระแทกไปยังเขาที่มีคนยิงธนู พื้นดินส่วนนั้นแตกกระจายร่วงหล่นลงมาด้านล่างทันที
"คนของสำนักกระบี่หรือนี่ ข้าคิดว่าใครเสียอีก ข้าไม่คิดว่าพวกเจ้าจะใช้วิธีการหมาหมู่เช่นนี้" ลี้เฟยมองไปยังศิษย์สำนักกระบี่ชางไห่ที่มีสี่คนที่มีหยางผานและลี้หยุนอยู่ในกลุ่มนั้น
"เจ้าไม่ต้องพูดมาก คราก่อนพวกข้าประมาทเจ้าไป วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าได้รับบทเรียนอันสาสม" หยางผานตะโกนบอกทุกคนลุยพร้อมกัน
"ฆ่าไม่ยั้ง" หยางผานพุ่งเข้าไป ใช้กระบี่ที่มีพลังไฟแทงใส่ลี้เฟย ลี้หยุนเองก็ใช้กระบี่ไฟเช่นกัน แต่ท่ากระบี่แตกต่างกัน เข้าโรมรันมาที่ลี้เฟย ในขณะที่อีกสองคนก็ใช้ธนูยิงกระหน่ำมาที่ลี้เฟย แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเกล็ดมังกรกิเลนแข็งแรงกว่าลูกธนู
หยานผานและลี้หยุนเลือกใช้ท่าไม้ตาย ในการจบชีวิตลี้เฟย ไม่ให้มีชีวิตรอดออกไปอีก
ลี้เฟยยิ้มที่มุมปากพร้อมใช้กรงเล็บมังกร "ฉับ ฉับ" กรงเล็บมังกรสองข้างรับกระบี่จับไว้แน่น ความแรงของกระบี่และฝ่ามือที่แข็งกล้าปะทะกัน ด้วยพลังเพียงล้านจิน แรงกระบี่ก็ถูกสยบโดยง่ายดาย
กระบี่ทั้งสองเล่มในคราวนี้ไม่คดงอ ทว่าแตกเป็นเสี่ยง ๆ กระจายตั้งแต่ปลายกระบี่มาถึงด้ามจับ จากนั้นลี้เฟยกระแทกกายามังกรผ่านฝ่ามือกลับไป แรงกระแทกส่งด้ามกระบี่เข้าไปที่หน้าอกทะลุปักคาอกทันที
"ฝ่ามือปรมัตถ์" พลังจากจักระมังกรส่งมาเป็นปราณอัคคีเข้าที่ฝ่ามือกระแทกเข้าไปยังหน้าอกของลี้หยุนและหยานผาง เสียงกระดูกหน้าอกแตกดัง "เปาะ" ร่างทั้งสองยังคล้ายจะหยุดนิ่งไม่กระเด็นทันที ร่างของคนทั้งสองหยุดไม่กระเด็น ทว่าพลังปรมัตถ์ถูกส่งเข้าไปกระแทกกระดูกภายใน
ด้วยฝ่ามือปรมัตถ์ พลังเคลื่อนเป็นคลื่นเข้าไปทำลายภายในร่างกายคู่ต่อสู้ จากนั้นทั้งลี้หยุนและหยางผานกระเด็นถอยหลังกลางอากาศกระแทกอีกสองคนที่กำลังพุ่งมา เลือดจากปากและหน้าอกกระจายเป็นฝอยลอยตกลงมาบนพื้นพร้อมสภาพสี่คนที่บาดเจ็บสาหัส
"เจ้า ... เจ้ามิใช่มีพลังเพียงตะวันม่วงหรือ" ลี้หยุนพยายามตะโกนถามออกไป
"เจ้ามันโง่ ระดับพลังที่วัด มันวัดจากอะไรกันข้าไม่รู้หรอก แต่เจ้าก็เห็นแล้วว่า ข้ามิใช่มีเพียงระดับพลังตะวันม่วง เจ้าคิดจะจัดการข้า ข้าไปทำอะไรให้เจ้ากัน"
"เสียดายที่พวกเจ้าเป็นระดับกึ่งราชันตะวันแดง หากแต่มีความสามารถอันน้อยนิด เสียชื่อสำนักที่มีชื่อเสียงเสียจริง"
"กี่ครั้งแล้วเจ้าก็ไม่มีปัญญา คราวนี้ข้าจะให้เจ้าจำความเจ็บปวดเป็นบทเรียนแก่เจ้าจนวันตาย" ลี้เฟยหัวเราะ พร้อมใช้ท่าย่างกิเลนเวหาเคลื่อนตัวไปและใช้มังกรกายากระแทกเข้าไปที่แขนขวาของลี้หยุนและหยางผาน แรงคลื่นพลังหักกระดูกออกเป็นส่วน ๆ มากกว่าสองท่อนทันที
"จำไว้เป็นบทเรียน ข้าเห็นแก่ท่านพ่อและท่านปู่ หากมีคราวหน้าอีก มันจะเป็นหัวของเจ้า ไม่ใช่แขน" ลี้เฟยหันไปมองอีกสองคน
"พวกเจ้าเอาเศษขยะสองตัวกลับไปด้วย ข้าไม่อยากทำอะไรพวกเจ้า"