เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 31 ขึ้นพิภพชั้นที่สาม

    “ ไปหยิบหยกมังกรฟ้า แล้วไปกันได้แล้ว” อาจารย์ลู่เอินตะโกนบอกออกไปเพราะแผ่นดินเริ่มจะพังทลายลงไปอีกแล้ว เพราะร่างของตงตง มันเหลือตัวเล็กนิดเดียว ดังนั้นเหวน้ำแข็งใต้ดิน แล้ว วังศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ก็คงถูกน้ำแข็งถล่ม ถมทัพด้วยเช่นกัน  เสี่ยวเทียนคว้าหยกมังกรฟ้า แล้วรีบเหยียบเมฆขาวลอยไปบนฟ้าอย่างรวดเร็ว เหวน้ำแข็งก็ถล่มมาปิด  วังศักดิสิทธิ์ จนจมมิดไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าเมื่อก่อน มีวังโบราณตั้งอยู่ใต้เหวน้ำแข็งแห่งนี้

    “ เสี่ยวเทียน”  ศิษย์พี่สาม เดินเข้ามาพร้อมกับ ฟางอี้หลิน

    “ ศิษย์พี่ฟาง”  เสี่ยวเทียนทักตามมารยาท

    “ เจ้าเป็นไงบ้าง ทำไมออกมาช้านัก แล้วนี่ เจ้าสัตว์ประหลาดหายไปไหนเนี่ย”

    “ มันตายไปแล้ว” เสี่ยวเทียนตอบไปเพื่อไม่อยากให้ใครมาถามถึงตงตงอีก

    “ ฮ้า เป็นไปได้อย่างไร”  ทั้งศิษย์พี่สาม กับ ศิษย์พี่ฟางอี้หลิน เอ่ยออกมาคล้ายกัน

    “ มันไม่สามารถทน อากาศบนนี้ได้ ร่างมันก็สูญสลายหายไปเลย” เสี่ยวเทียนตอบส่งๆ ไป แต่ศิษย์พี่สาม กับ ศิษย์พี่ฟางอี้หลิน กลับคิดไปคนละแบบ ทำให้ทั้งสองคุยกันถึงเรื่องนี้ต่อ ปล่อยทิ้งให้เสี่ยวเทียนยืน อยู่คนเดียว

    ทันใดนั้น หลวงจีนจากสำนักเทียนเฉิง คนที่เคยชวนเสี่ยวเทียนไปที่สำนัก ก็เดินเข้ามาหา

    “ ในเมื่อภารกิจเรียบร้อยแล้ว สัตว์ประหลาดก็ตายไปแล้ว อาตมาอยากเชิญเจ้าไปที่สำนักเทียนเฉิง เจ้าจะว่าอย่างไร”  เสี่ยวเทียนได้ยินก็ส่ายหัวทันที

    “ ไม่ล่ะ ข้าต้องกลับสำนักก่อน อาจารย์บอกว่ามีเรื่องสำคัญที่ให้ข้าต้องไปทำ”

    เสี่ยวเทียนไม่อยากไปเลยพูดปดออกไป  ศิษย์พี่สามสงสัยเลยเดินเข้ามา

    “ หลวงพี่ท่านนี้ ต้องการให้ศิษย์น้องของข้าไปที่สำนักของท่านเพื่ออะไร”

    “ ในตัวของเสี่ยวเทียน มีพลังมารอยู่ในร่างของเขา อาตมาอยากจะเชิญเข้าไปสลายจิตมารออกไป ขืนปล่อยทิ้งไว้ โตขึ้นเขาอาจจะกลายเป็นมารไปก็ได้”

    หลวงจีนท่านนี้นามว่า หยวนคง รีบอธิบายทันที

    “ เรื่องนี้ข้าคงให้ ศิษย์น้องของข้าไปไม่ได้ หากว่าท่านต้องการต้องไปเจรจาเรื่องนี้กับ อาจารย์ของข้าจะดีกว่า” ศิษย์พี่สามก้าวเข้ามาขวางหน้าเอาไว้

    “ ก็ได้ เรื่องนี้ข้าต้องกลับสำนัก รายงานท่านอาจารย์ให้ทราบ เอาไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้กันภายหลังก็แล้วกัน” หลวงจีนหยวนคงคิดว่าเสี่ยวเทียนเป็นศิษย์หลัก เรื่องแบบนี้คงต้องให้อาจารย์เจ้าสำนักคุยกันเองจะดีกว่า

    “ เฮ้อ ทำไมพลังมาร  พอใช้แล้ว ต้องกลายเป็นมารไปด้วยหรือศิษย์พี่”  เสี่ยวเทียนอดสงสัยไม่ได้

    “ เรื่องนี้ ทางสถาบันสงฆ์กลัวมาก หากว่าเจ้าเติบโตขึ้นมาเป็นมารจริงๆ พวกคนบริสุทธิ์อาจล้มตายเป็นจำนวนมาก”

    “ ใครจะรู้เรื่องอนาคต พวกเขาจะใช้สิทธิอะไรจะมาตัดสินใจเรื่องอนาคตของคนอื่นได้อย่างไร”

    “ ก็เขาใช้สิทธิการเป็นเจ้าสำนัก เจ้าจะทำอย่างไร” ศิษย์พี่สามเอ่ยถามไปตามตรง

    “ ข้าหวังว่า อาจารย์จะไม่ใช้สิทธินั้นกับข้า” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา

    แล้วถึงเวลาเดินทางกลับ เสี่ยวเทียนยังจ้องมอง ศิษย์พี่สามกับ พี่ฟางอี่หลินเอ่ยร่ำลากัน เหมือนว่าจะไม่ได้เจอกันอีก ตงตงโผล่หน้าออกมารับแสงตะวัน มันแลบลิ้นเลียแพลบๆ เหมือนกับว่าแสงจากดวงตะวันมันอร่อยมากนัก  เสี่ยวเทียนต้องจับมัดยัดเข้าไปในอกเสื้อ กลัวว่าคนอื่นจะเห็นยังไม่รู้ ว่าจะอธิบายได้อย่างไร

    แล้วพอเสี่ยวเทียนกลับมาถึงสำนัก ก็ถูกอาจารย์เรียกไปพบ ตามที่คาดเอาไว้

    แล้วพบเจ้าอาวาส สำนักเทียนเฉิง มายืนรอกับ หลวงจีน หยวนคงมายืนรอที่ในห้องโถง ในสำนัก  เสี่ยวเทียนคำนับทุกคน

    “ เสี่ยวเทียน หยวนคงไต้ซือ บอกข้าว่า เจ้ามีจิตมารในร่างจริงหรือเปล่า”

    “ เป็นจิตของนางพญาควายป่า ขอรับ”

    “ ข้าอยากชมดู จะลองปลดปล่อยพลังนี้ออกมาได้ไหม”

    เสี่ยวเทียนถอนหายใจ หากแต่ว่าขัดคำสั่งอาจารย์ไม่ได้ เลยต้องปล่อยพลังของเทพอสูรตนนี้ออกมา  พอเสี่ยวเทียนปล่อยพลังอสูรออกมา ทุกคนก็ตกอยู่ในสภาวะที่ตื่นตระหนก ออกมาพร้อมๆ กัน อาจารย์เจ้าสำนักหันมาถาม เจ้าอาวาสวัดเทียนเฉิงก่อนทันที

    “ ท่านมีความเห็นเช่นไร”

    “ เวลานี้ เขาอาจไม่รู้ว่าพลังที่เขามีนั้นน่ากลัวแค่ไหน หากว่าไม่ได้รับการฝึกฝนที่ถูกต้อง จิตมารจะเข้าครอบงำ ทำให้เขาทำอะไรไม่รู้ตัว ท่านเจ้าสำนักเซี่ย ข้าแนะนำให้พาเขาไปบวชเพื่อศึกษาธรรมะ เพื่อระงับจิตมารสักสามปี แล้วข้าจะหาทางทำลายจิตมารนี้ให้หายไปจากร่างเขาเอง”  เจ้าอาวาสวัดเทียนเฉิงเอ่ยไปตามความรู้สึกของตน  สร้างความอึดอัดใจให้กับ อาจารย์เซี่ยยิ่งนัก

    แล้วก็หันมามองเสี่ยวเทียน ที่ยังยืนนิ่งรอให้ เจ้าสำนักเซี่ยเอ่ยออกมาก่อน

    “ เสี่ยวเทียน  เจ้าเพิ่งจะ 7 ขวบ อาจารย์อยากให้เจ้าไปศึกษาธรรมะเพื่อขัดเกลาจิตใจ เพื่อล้างจิตมารออกจากตัวเจ้าออกไป เจ้าคิดเห็นอย่างไร”  อาจารย์เซี่ยฟงกล่าวอย่างกล้าๆ กลัวๆ เช่นกัน เพราะรู้ว่าเสี่ยวเทียนนั้นมี เซียนคอยดูแลอยู่

    “ ท่านอาจารย์ ข้าไม่เห็นด้วยความความคิดของ พวกหลวงจีนพวกนี้ คนทั่วไปอาจถูก พลังจิตอสูรกลืนกินร่าง หรือทำให้พวกเขาหลงมัวเมาในพลังจิตมาร แต่ไม่ใช่ข้า อย่าเอาเกณฑ์มาตรฐานของมนุษย์ทั่วไป มาใช้กับข้า ท่านเซียนที่อยู่คุ้มครองข้าบอกว่า เรื่องจิตมารนั้น ได้ถูกนำมาเป็นพลังงานเพื่อใช้ประโยน์เท่านั้น มันไม่สามารถ มีจิตมารปรากฏเพื่อควบคุมข้าได้อีกแล้ว พวกท่านอย่าห่วงไปเลย” เสี่ยวเทียนอธิบายอย่างใจเย็น

    “ ประสกน้อยกล่าวเช่นนี้ก็ไม่ถูก วันใดที่เจ้าฝึกตนถึงระดับที่สูงขึ้น แล้วใครจะกล้ารับประกันว่า เจ้าจะไม่ถูกจิตมารเข้าแทรกได้”  หลวงจีนหยวนคงรีบเอ่ยแย้งทันที

    “ เฮอะ !! พวกท่านนี่คิดจะจับข้าโกนหัวไปเป็นหลวงจีนแบบท่านหรือไง ฝันไปเถอะ ยังไงข้าก็ไม่ไปอยู่แล้ว ถึงแม้ข้าจะถูกมารเข้าสิงร่าง แล้วจะยังไงล่ะ พวกท่านคิดจะกำจัดข้า เลยหรือไม่”  เสี่ยวเทียนเริ่มโมโหแล้ว

    “ เสี่ยวเทียน ใจเย็นๆ ก่อน ใช่ว่าข้าจะให้เจ้าไปสักหน่อย แค่ถามความสมัครใจของเจ้าเท่านั้น ท่านเจ้าอาวาส พวกท่านกลับไปเถอะ พรุ่งนี้ข้าต้องส่งตัว เสี่ยวเทียนขึ้นไปบนสำนักชั้น สามแล้ว ข้ามั่นใจว่าลูกศิษย์ของข้า สามารถควบคุมจิตมารอสูร อะไรนี่ได้อยู่แล้ว ท่านอย่าได้กังวลเลย”

    “ ท่านเจ้าสำนัก ทำเช่นนี้อนาคตหากมารน้อยผู้นี้ กำเนิดจิตมารขึ้นมา พวกเราจะไม่มีใครต้านทานมันได้เลยนะ”

    “ พอแล้ว นี่คือศิษย์ของข้า พวกท่านกลับไปเถอะ อย่าให้ความสัมพันธ์ที่ดีของเรา จบลงที่รุ่นของข้าเลย”  อาจารย์เจ้าสำนัก ออกปากไล่อีกครั้ง หลวงจีนหยวนคงกำลังจะเอ่ยปาก ก็ถูกเจ้าสำนักรั้งเอาไว้

    “ ไม่เป็นไร ท่านเจ้าสำนักเซี่ย พวกเราแค่เป็นห่วง ศิษย์ของท่านเท่านั้น ถ้าท่านไปไม่เห็นด้วย ก็ไม่เป็นไร ถ้าเช่นนั้น พวกเราต้องขอตัวกันก่อน” เจ้าอาวาสวัดเทียนเฉิงกล่าวจบก็เดินจากไปในทันที  พอออกจากสำนักสะท้านฟ้าได้

    เจ้าอาวาสก็เอ่ยขึ้นทันทีว่า

    “ หยวนคงแจ้งสถาบันสงฆ์หลิงซาน ที่ดินแดนพิภพขั้นที่ สาม ให้จับตาเด็กน้อยเสี่ยวเทียนเอาไว้ อีกสองสามวันเขาคงขึ้นไปดินแดนชั้น สาม หากพบว่าเขาถูกจิตมารเข้าสิงเมื่อไร  สังหารเขาได้ทันที..อมิตตาพุทธ” 

    “ขอรับอาจารย์”  หยวนคงรับฟังแล้ว ก็ส่งข้อความออกไปทันที

    หลังจากพวกหลวงจีนกลับไปแล้ว อาจารย์เจ้าสำนักก็กล่าวกับ เสี่ยวเทียนว่า

    “ เรื่องนี้น่าหนักใจจริงๆ เจ้าสำนักเทียนเฉิง ท่านไม่ยอมปล่อยวาง จิตมารของเจ้าแน่ ข้าคิดว่า พวกเขาคงแจ้ง ไปที่สถาบันสงฆ์หลิงซาน กับ สถาบันพรตอีกหลายแห่งที่พิภพที่สาม เวลาขึ้นไปแล้ว ก็ระวังตัวด้วย ข้าได้เขียนจดหมายแนะนำตัวแล้ว พรุ่งนี้เจ้าเดินทางได้เลย ไปถึงชั้นสาม พี่รองเซี่ยหลิงจะมารับเจ้าไปเอง”

    อาจารย์ก็ส่งจดหมายให้เสี่ยวเทียน แล้วกำชับให้เดินทางแต่เช้าตรู่

    บ่ายวันนั้นเสี่ยวเทียนใช้เครื่องเคลื่อนย้ายของสำนักสะท้านฟ้า กลับไปบ้านหาท่านแม่ ที่ตระกูลจางเพื่อที่จะบอกว่า ตนจะขึ้นไปบนชั้นสามแล้ว

    “ ท่านแม่”

    “ เสี่ยวเทียน  พี่ใหญ่” สามคนแม่ลูกกอดกันกลม พอท่านแม่รู้ว่าเสี่ยวเทียนจะขึ้นไปชั้นสามแล้วก็ตกใจ

    “อะไรนะ นี่เจ้าเพิ่งจะขึ้นชั้นสองไม่ถึงปี ทำไมเร่งรีบขึ้นไปเร็วขนาดนี้ แล้วเจ้าพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับ พวกสำนักจงหนันซาน หรือ องค์ชายสี่แล้วรึ”

    “ อาจารย์บอกว่าข้าพร้อมแล้ว ท่านแม่ไม่ต้องกังวลไป ข้าอยากรู้เรื่องท่านพ่อมากกว่านี้ ท่านแม่ ท่านรู้หรือไม่ท่านพ่อตอนนี้อยู่ที่ใด” เสี่ยวเทียนอยากตามหาท่านพ่อ ครอบครัวจะได้อยู่พร้อมๆ กัน

    “ พ่อของเจ้าเวลานี้ อยู่ที่ปลอดภัย ดีแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวล”

    “ นี่ ท่านแม่รู้ด้วยรึ ว่าท่านพ่ออยู่ที่ใด”

    “ เจ้าไม่ต้องพูดไป ท่านพ่อเจ้ากำลังฝึกตน อีกไม่นานท่านพ่อเจ้าฝึกสำเร็จ ได้รับพลังสามราชา แล้วก็จะกลับมาเอง”

    “ ทำไมท่านแม่พาหลิงน้อยไปหาท่านพ่อ หลิงน้อยก็คิดถึงท่านพ่อมากนะ”หลิงน้อยรีบเอ่ยออกมาเช่นกัน

    “ แม่รู้ แต่ว่าพ่อของเจ้ามีศัตรูที่กล้าแข็ง หากออกมาเวลานี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา จึงต้องกักตนฝึกวิชา เอาเป็นว่าเวลานี้พ่อของเจ้า ปลอดภัยดีก็แล้วกัน”

    แม่ตัดบทไม่ยอมบอก กลัวลูกๆ จะเป็นห่วง

    “ ท่านแม่ข้าจะขึ้นไปชั้นสาม ท่านปู่รองบอกให้ข้าไปหาท่านปู่กับท่านย่าด้วย”

    “ ก็ดี แต่ว่าเจ้าเข้าไปที่ตระกูลเฉิน ต้องระวังอารอง กับ อาสาม ด้วย พวกเขาหวังตำแหน่งหัวหน้าตระกูลเฉิน แทนพ่อของเจ้า อาจบางทีคิดกลั่นแกล้งเจ้าให้ลำบากใจ  โดยเฉพาะพวกลูกๆ ของเขา ชอบกลั่นแกล้งเจ้าในวัยเด็กเป็นประจำ เจ้าจำได้หรือเปล่า”

    “ มันนานมาแล้ว ข้าไม่ใส่ใจหรอกท่านแม่”

    “ ดีแล้ว ลูกแม้อย่าเอาความแค้นในอดีตมาจดจำ ยังก็พี่น้องกัน” แม่เข้ามากอดเสี่ยวเทียนที่บัดนี้เริ่มจะโตกว่าเด็กในวัยเดียวกันมากแล้ว

    ตอนเช้าเสี่ยวเทียนก็มารอที่หน้าเครื่องเคลื่อนย้าย เพื่อเตรียมตัวไปที่สำนักสะท้านฟ้าชั้นที่สาม มีอาจารย์เจ้าสำนัก กับ ศิษย์พี่สาม มาส่ง

    “ ศิษย์น้อง มีเวลาว่าง ก็กลับมาเยี่ยมกันบ้าง ยังไงที่นี่ก็ยังคงเป็นบ้านของเจ้านะ”

    “ ข้ากลับมาแน่ศิษย์พี่   ท่านอาจารย์ ศิษย์ไปล่ะ” เสี่ยวเทียนเอ่ยลาแล้วเครื่องเคลื่อนย้ายก็ส่งเสี่ยวเทียนขึ้นไป ดินแดนพิภพชั้นสามทันที  ครืน ๆ 

    ไม่นานเท่าไร  ก็มาถึงสำนักสะท้ายฟ้าชั้น สาม  โดยที่มีคนขึ้นมาจากดินแดนชั้นสองกันหลายคนมีคนมารอรับ กันไม่มากนัก เสี่ยวเทียนเห็นชื่อของตน อยู่บนป้ายที่ถือโดยหญิงสาวสวยวัย ยี่สิบปีคนหนึ่ง เสี่ยวเทียนเห็นแล้วคงเป็น ศิษย์พี่รองเซี่ยหลิง อย่างแน่นอน จึงรีบเดินเข้าไปทักทาย

    “ ศิษย์พี่เซี่ยหลิง”

    “ เจ้าคือ เสี่ยวเทียน อืม เด็กกว่าที่คิดไว้เสียอีก แล้วตัวแค่นี้ จะผ่านด่านทดสอบได้ไหมเนี่ย”  ศิษย์พี่รอง จับหัวเสี่ยวเทียน โยกไปโยกมา แล้วมาจับลำตัว แขนขา

    เสี่ยวเทียนก็งง มากไม่รู้ว่าศิษย์พี่เซี่ยหลิง คิดจะทำอะไรกันแน่

    “ หน่วยก้านดี ร่างกายไม่มีไขมัน พลังยุทธ์ได้เกณฑ์ ปราณพรหมเทพ ระดับ 40 อายุแค่นี้ นับว่าขั้นอัจฉริยะ ได้เลย  เอาล่ะ ก็คงจะพอผ่านด่านของสำนักไปได้ พวกเราไปกันได้แล้ว” ศิษย์พี่หลิงเอ่ยจบก็จับมือเสี่ยวเทียนจูงเดินไป อย่างรวดเร็ว

    “ ที่นี่คือสำนักสะท้านฟ้าขั้นสูงสุด ที่นี่ดินแดนพิภพชั้นสองนี้ มีพลังที่เจ้าต้องเรียนรู้ สามขั้นปราณ คือ ขั้นปราณ อัครพรหมเทพ 20 ระดับ  ขั้นปราณราชัน 20 ระดับ และ ขั้นปราณจักรพรรดิ 20 ระดับ ทั้ง 60 ระดับนี้บางคนฝึกชั่วชีวิตก็ยังไม่อาจเข้าถึงได้ แต่ศิษย์พี่ใหญ่ของเรา สามารถฝึก ทะลุไปถึงขึ้น ปราณจักรพรรดิแล้วไปฝึกต่อชั้นเซียน ที่พิภพชั้นสี่ได้แล้ว ข้าหวังว่าอีกไม่นาน ข้าจะเดินตามทางที่พี่ใหญ่ ที่นำทางพวกเราไปแล้ว” เสี่ยวเทียนสัมผัสขั้นพลังของศิษย์พี่รองเซี่ยหลิน ที่ตอนนี้อยู่ในขั้นปราณราชัน ระดับสูงแล้ว ระหว่างทางที่เดินมา เสี่ยวเทียนเห็นมีคนหลายคนจ้องมาศิษย์พี่รองหลิน กันตาเป็นมัน ไม่รู้มองอะไรกัน เลยเอ่ยถาม

    “ ทำไมพวกเขาต้องมอง ศิษย์พี่รองแบบนั้นด้วยขอรับ”

    “ ฮึ่ม คนพวกนี้ก็เป็นเช่นนี้แหละ  พวกมันคงคิดว่า ศิษย์พี่คงเป็นเหมือนศิษย์สาวๆคนอื่นที่อ่อนแอ ต้องการคนปกป้องน่ะซิ”  เสี่ยวเทียนฟังแล้วยังงงอยู่อยากจะถามต่อ ศิษย์พี่ก็มาถึงด่านทดสอบเพื่อเข้าสำนัก ศิษย์พี่ไปติดต่อ แล้วได้ป้ายประจำตัวมา1 อัน 

    “ ที่นี่ก็มีด่านทดสอบเช่นกัน แต่จะยากกว่า ด่านแรกเจ้าจะต้องเจอกับหุ่นศิลายักษ์ หาจุดอ่อนมันให้เจอ จะสามารถทำลายมันอย่างง่ายดาย หรือไม่ก็สู้กับมันให้ได้ถึงหนึ่งก้านธูป เจ้าก็จะผ่าน  

    ด่านที่สองเจ้าจะต้องเจอ กำแพงศิลา 100 หากว่าเจ้าทำลายกำแพงศิลา 100 แผ่นภายในหนึ่งก้านธูปก็ถือว่าผ่าน 

    ส่วนด่านสุดท้ายมีรุ่นพี่รอคอยเจ้าอยู่ สิบคน พวกเขาจะถูกลดพลังให้เหลือ ขั้นปราณพรหมเทพระดับที่ 40 เท่ากับเจ้า พยายามยืนหยัดให้ได้ ภายในเวลา 1 ก้านธูป  เจ้าก็เข้าไปหยิบ ป้ายหยกที่ด่านที่สาม เจ้าก็สามารถผ่านได้แล้ว เข้าใจหรือยัง”

    “ เข้าใจแล้วขอรับ” เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปทางเข้าทันที พอเหยียบเข้าไปในด่านแรกหุ่นศิลา ตัวใหญ่ก็ยืนรอ อยู่แล้ว เสี่ยวเทียนส่งจิตสัมผัสเข้าไปในตัว หุ่นศิลาตัวนี้ก็รู้ว่า มันเคลื่อนไหวด้วย เวทย์ศิลา ที่อยู่กลางหลังของมัน เสี่ยวเทียนเคลื่อนกายเข้าไปอย่างเร็ว ในขณะที่ยักษ์ศิลากำลังง้างหมัดเข้าใส่เสี่ยวเทียน

    ตูม !! หน้าอกของมันถูกหมัดที่เสี่ยวเทียนต่อยเข้าไปทะลุอก แล้วไปทำลายแผ่นศิลาด้านหลัง ที่เขียนยันต์เวทย์ควบคุม ยักษ์ศิลาตนนี้เอาไว้ พอถูกทำลาย ร่างของมันก็กลายเป็นหุ่นศิลา ขยับตัวไม่ได้ ขณะที่กลางอกเป็นรูหมัดของเสี่ยวเทียน

    เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปต่อที่ด่านที่สอง พอไปถึง กำแพงศิลาก็พุ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียนทีละแผ่นช้าๆ ตูม !! เสี่ยวเทียนต่อยเข้าใส่ทำลายไปจนหมด  แผ่นแรกๆ ก็ถูกปล่อยมาอย่างช้าๆ แต่พอสักพัก ก็เริ่มความเร็วมากยิ่งขึ้น ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ แต่เสี่ยวเทียนรู้สึกว่า กว่าจะถึง 100 แผ่นมันจะนานไป เสี่ยวเทียนเลยวิ่งเข้าใส่ พร้อมปล่อยพลังฝ่ามือพลังอสูร เข้าใส่ ตูมๆๆๆๆๆๆๆๆๆ !!!! เสี่ยวเทียนพุ่งอัดเข้าใส่จนแผ่นหยกที่สร้างกำแพงออกมาไม่ทัน ถูกเทียนต่อยทำลายพังไปจนหมด

    เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปด่านสุดท้าย มีนักสู้รุ่นพี่ สิบคนยืนรออยู่แล้ว

    “ จะเข้ามาทีละคน หรือ พร้อมกันทั้งสิบคนเลยก็ยังได้” เสี่ยวเทียนส่งเสียงออกไปท้าทาย...

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน