ตอนที่ 5 : าาที่แท้จริง
หลานเทียนกว่าจะรู้ตัวว่าติดกับของป่าไม่หวนคืนราวกับเวทมนต์ที่จะทำให้เขาหลงอยู่ในป่านี้ไปชั่วกัปชั่วกัลป์แต่ไม่อาจกลับตัวได้เสียแล้วยิ่งเดินเข้าไปลึกก็ยิ่งพบซากสัตว์น้อยใหญ่ที่กลายเป็อาหารให้กับดอกไม้ชนิดนี้จากกลิ่นหอมค่อยๆเปลี่ยนเป็กลิ่นคาวเื และกลายเป็กลิ่นเหม็นเน่าซากศพจากดอกไม้ที่สีสันสวยสดงดงามกลับกลายเป็กลีบดอกที่รูปร่างประหลาดน่าขยะแขยงและยิ่งตัวผลของมันกลายเป็หัวใจของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งซึ่งไม่อาจรู้ได้เต้นเป็จังหวะสลับกันไปมา
รอบข้างของเขาตอนนี้เป็ป่าทึบอีกครั้งแต่กลับไม่มีสุ้มเสียงของสัตว์อื่นใกล้แม้แต่ชนิดเดียวขณะที่เดินอยู่นั้น สิ่งไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้นรากของดอกเ่าั้ก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินอย่างฉับพลัน จำนวนของมันมีมากจนนับไม่ถ้วนพวกมันพยายามพุ่งมาที่ตัวเขาราวกับห่าฝนจากทั่วทุกสารทิศและถึงแม้จะสามารถหลบรากที่พุ่งมาได้แต่หนามขนาดเล็กที่อยู่รายรอบรากนั้นสร้างาแให้เขาไม่น้อยทั้งตัวย้อมไปด้วยสีแดงฉานจากโลหิต เขาพยายามหนีสุดชีวิตอีกครั้ง ในใจก็ก่นด่าสาปแช่งจวนตระกูลหลี่ที่ทำให้เขาต้องเข้ามายังที่แห่งนี้
เมื่อวิ่งออกมาได้ระยะหนึ่งราวกับนรกชัง์แกล้งเบื้องหน้าปรากฏเป็สัตว์อสูรชนิดหนึ่งหน้าตาคล้ายงูหากแต่มีหัวทั้งสิ้นสามหัวกำลังเลื้อยเข้ามาหาเขาด้วยจำนวนนับไม่ถ้วนเมื่อคิดจะหันกลับหลังก็พบกับกำแพงหนามที่ห่างออกไปเพียงสามก้าวสถานการณ์บีบคั้นอย่างถึงที่สุดเวลาค่อย ๆ หมดลงไปพร้อมกับเสียงอสรพิษเลื้อยเข้ามาหลานเทียนหลับตาคิดไตร่ตรองก่อนจะตัดสินใจหากใช้กำลังทั้งหมดเข้าโรมรันก็มิอาจเอาชนะได้ด้วยพละกำลังของเขาในยามนี้และถึงแม้จะมีร่างกายที่สมบูรณ์ก็ไม่ใช่สิ่งที่ง่ายดายในการเอาชนะสัตว์อสูรที่ไม่รู้จักมาก่อน
ทันทีที่ลืมตาหลานเทียนหันหลังให้คมเขี้ยวอสรพิษและใช้กำลังทั้งหมดทะยานเข้าใส่กำแพงหนามอย่างเต็มกำลังเงื้อแขนขึ้นกำหมัดแน่นก่อนซัดเข้าไปตรงกลางกำแพงหนามนั้นพอดีแต่แล้วหมัดของหลานเทียนกลับพุ่งทะลุกำแพงหนามไปอย่างน่าอัศจรรย์ราวกับชกอากาศร่างทั้งร่างพุ่งทะลุกำแพงหนามที่ดูน่ากลัวไปทั้งอย่างนั้น
สภาพแวดล้อมรอบตัวจากป่าทึบนั้นกลับกลายเป็ทุ่งกว้างอีกครั้งหากแต่เต็มไปด้วยสมุนไพรหายากมากมายขึ้นอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ แต่น่าแปลกไม่มีสัตว์ใด ๆ อาศัยอยู่ หรือปรากฏตัวในระยะสายตากระทั่งแมลงตัวเล็กก็ไม่อาจพบเห็นได้หลานเทียนเดินสำรวจสักพักก็พบกับบึงน้ำขนาดใหญ่และทันทีที่ก้าวตรงไปใกล้ยังบึงนั้นพื้นดินเริ่มสั่นะเืเลื่อนลั่นผิวน้ำจากนิ่งสงบกลับกลายเป็ทะเลคลั่งแทบจะทันที
บังเกิดเป็เกลียวคลื่นั์ณ ใจกลางค่อยๆ มีสิ่งหนึ่งขนาดใหญ่ค่อยๆ ขึ้นมาจากน้ำวนนั้นปรากฏเป็หัวของสัตว์อสูรขนาดมหึมาหัวของมันที่ค่อยๆ ชูขึ้นอย่างช้าๆแต่แล้วความน่าสะพรึงที่แท้จริงก็บังเกิดแก่สายตาเมื่อมันโผล่พ้นน้ำแล้วสัตว์อสูรตนนี้มีถึง ห้าหัว มีเขี้ยวยาวเต็มปาก เขาโค้งงอนอยู่กลางหน้าผาก ดวงตาของมันแดงก่ำส่วนหัวตรงกลางนั้นมีขนาดใหญ่กว่าหัวอื่นเล็กน้อยส่วนบนของหน้าผากมีผลึกสีแปลกตามีั์ตาสีเหลือง และทั้งห้าหัวนั้นต่างจ้องมองมาที่หลานเทียน
“เ้ามนุษย์ผู้ต้อยต่ำ อาจหาญอะไรเยี่ยงนี้ที่มารุกล้ำพื้นที่แห่งเราผู้เป็าาหรือจะมาเพื่อสังเวยร่างกายเพื่อเป็อาหารแก่เรา”เ้าสัตว์อสูรกล่าวด้วยน้ำเสียงหยิ่งทะนงองอาจเมื่อมันขึ้นมาจากบึงแผ่นหลังของมันนั้นคล้ายกับกระดองของเต่าขาของมันคล้ายกับอุ้งตีนของเสือ ยิ่งดูยิ่งเห็นขนาดที่แท้จริงของมันความใหญ่โตมโหฬารราวกับูเาลูกย่อม ๆ ลูกหนึ่งเพียงเขี้ยวเดียวของมันก็ใหญ่กว่าขาของหลานเทียนแล้วเพียงสายตาจากทั้งห้าหัวนั้นจ้องมองทำให้เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้แม้แต่น้อย
“ข้าเป็ผู้ที่หลงทางมาเท่านั้นท่านผู้เป็าา ตัวข้าคงไม่พอประทังความหิวของท่านได้”หลานเทียนกล่าวอย่างอ่อนน้อม และพยายามสงบอารมณ์ของตน
“หืมช่างน่าสนใจ ระดับพลังของเ้าช่างกระจ้อยร่อยกลับมีพลังจิตที่สามารถสื่อสารกับเราผู้เป็าาได้รึ ฮ่าฮ่าฮ่า”หลานเทียนแอบลอบถอนหายใจบางทีมันอาจจะรอดจากสถานการณ์นี้ไปได้
“ตลอดเวลาที่ผ่านมานับหลายหมื่นปีเราผู้เป็าา...มิเคยปล่อยให้ผู้ใดที่เข้ามารุกล้ำเขตคามกลับออกไปแม้แต่คนเดียว!!” หลานเทียนกำลังคิดพยายามหนีแต่ทันทีที่มันกล่าวจบบางสิ่งพวยพุ่งออกมาจากทุกอณูของร่างาาสัตว์อสูรสายตาทั้งห้าคู่ที่จ้องมาส่งแรงกดดันมหาศาลแม้จะอยู่ห่างหลายร้อยก้าวหลานเทียนก็ถึงกับกระอักเืจากแรงกดดันนั้น กระดูกภายในเริ่มส่งเสียงแตกร้าวเพียงอยู่เบื้องหน้าสัตว์อสูรตนนี้นั้นราวกับน้ำหนักของขุนเขาที่กดทับทั่วทั้งร่างความทุกข์ทรมาณนั้นทำลายจิติญญาของเขาทีละน้อย
‘อะไรกัน...’หลานเทียนมีคำถามมากมายเกิดขึ้นในใจ ภาพของทุกคนที่เขารู้จักปรากฏขึ้นมาสุรเสียงของพวกเขาราวกับอยู่เบื้องหน้า
‘ทั้งสิ้นหวังหวาดกลัว นี่อาจจะเป็ความรู้สึกของผู้ที่กำลังจะตายก็ได้...’ หลานเทียนปล่อยให้ความรู้สึกเ่าั้ครอบงำทีละน้อย ไม่อาจยืนหยัดอยู่ได้อีกต่อไปก่อนที่สติจะเลือนหายบัดนี้ทุกอย่างได้มืดมิดลงความเงียบ สงบ ปราศจากความเ็ปไร้ซึ่งความกลัว หากแต่ว่างเปล่าจนน่าเศร้าอ้างว้างชวนให้หวนคำนึงถึงสิ่งที่ผ่านมา
ทั้งความสุขความทุกข์ทั้งหลายความสบายความทรมาณ ความยินดีความเกลียดชังทั้งสิ้นล้วนเกิดขึ้นภายในห้วงนั้นและดับลงแทบจะในทันทีที่เขาััมันทุกอย่างกลับกลายเป็ศูนย์ ไม่มีสิ่งใด ไม่รู้สึกถึงสิ่งใดมืดมิดราวก้นบึ้นของมหาสมุทรที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ใน่หนึ่งที่เขากำลังจะสิ้นลมปรากฏแสงสว่างขึ้นวาบหนึ่ง สร้างความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง และเมื่อเขาลืมตาเบื้องหน้านั้นปรากฏเป็ประตูทั้งสิ้นกว่า เก้าบานรอบตัวแต่ละบานสูงตระหง่านราวกับูเาลูกหนึ่ง เมื่อลองดูใกล้ๆ แล้วแต่ละบานนั้นมีลวดลายอันวิจิตร ตรงกลางของประตูแต่ละบานนั้นมีกรอบวงกลมสีทองส่องสว่างและภายในวงกลมนั้น เป็รูปลักษณ์ที่ หลานเทียนไม่คุ้นตาเมื่อสำรวจไปเรื่อย ๆหลานเทียนเพิ่งสังเกตุเห็นว่ามีประตูอีก หนึ่งบาน อันเนื่องจากมันมืดทึบราวกับสิ่งที่หลานเทียนเห็นก่อนที่จะสิ้นใจและตรงกลางนั้นก็มีวงกลมเช่นกันหากแต่ภายในมีความมืดที่เหนือล้ำกว่าความมืดทั้งปวงยิ่งจ้องมองราวกับร่างกายและิญญาจะค่อยๆ ถูกสิ่งนั้นกลืนกินเข้าไป...
‘ข้าตายแล้วหรือข้าฝันกันแน่…’หลานเทียน ที่กำลังทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เสียงกัมปนาทราวฟ้าถล่มลงมาสติของ หลานเทียน ค่อย ๆ คืนกลับมา ภาพในห้วงความคิดเ่าั้เลือนรางหายไปร่างของหลานเทียนตอนนี้กระเด็นมาไกลจากจุดเดิมหลายลี้รอบกายนั้นมีไอปราณบางอย่างป้องกันหลานเทียนอยู่อย่างเข้มแข็งและเมื่อมองไปยังที่มาของเสียง กลับกลายชายผู้หนึ่งที่ลอยอยู่กลางห้วงนภากำลังโรมรันกับาาสัตว์อสูรตนนั้นด้วยพลังระดับที่เกินความเข้าใจของเขาไปมากโขต่างฝ่ายต่างโจมตีกันอย่างดุเดือด สุ้มเสียงเลื่อนลั่นสนั่นภพความเร็วของชายผู้นั้นส่งให้เห็นภาพติดตาอยู่เื้ั ทักษะการเคลื่อนที่ราวกับไม่ใช่มนุษย์ทั้งวิทยายุทธ์ กระบวนท่า ล้วนดูเรียบง่ายแต่กลับแฝงด้วยพลังโจมตีมหาศาลแรงกดดันจากการปะทะของทั้งสองนั้นราวกับเทพมาร พื้นดินโดยรอบแตกร้าวเป็ทางยาวน้ำในบึงตอนนี้ เหือดแห้งไม่หลงเหลือแม้แต่หยดเดียว
หลานเทียนพยายามเพ่งดูชายผู้นั้นยิ่งดูยิ่งรู้สึกคุ้นตา ผมเผ้าหนวดเคราขาว เสื้อผ้าซอมซ่อผู้คนลักษณะนี้มีเพียงผู้เดียว ที่หลานเทียนรู้จักคนผู้นั้นคือผู้เฒ่าที่หลี่เฉียงดูิ่ที่ตลาด ณเวลานั้นเป็เพียงชายชราอ่อนแอผู้หนึ่งในสายตาของเขาแต่บัดนี้ทุกอย่างล้วนกลับตาลปัตรนี่คือชายผู้ที่แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุดการต่อสู้นั้นยังคงดำเนินต่อไปเข้าใกล้สู่่แห่งการตัดสินแม้ชายชราผู้นี้จะไม่มีอาวุธใดติดมือ หากแต่
ทั่วทั้งตัวของาาสัตว์อสูรนั้นกลับมีรอยแผลที่ราบเรียบราวถูกดาบเล่มั์เชือดเฉือนทางตัวชายชราเองนั้นก็าเ็ไม่น้อย
ทั่วทั้งสรรพางค์ร่างกายมีแต่าแเสื้อผ้าถูกย้อมเป็สีแดงด้วยโลหิต ไม่นานการต่อสู้ครั้งสุดท้ายฉากตัดสินก็มาถึงต่างฝ่ายต่างใช้พลังถึงขีดสุดของตน ก่อนจะเข้าปะทะกัน แรงปะทะนั้นแม้หลานเทียนจะอยู่ห่างพอสมควร ยังสามารถััได้ถึงพลังที่หนาแน่นฝุ่นควันตลบอบอวลทั่วทั้งพื้นที่ ไม่นานเสียงการต่อสู้ก็เงียบหายไป
‘ท่านผู้เฒ่าหรือว่าจะสิ้นชีพไปแล้ว’ หลานเทียนนึกอยู่ในใจแต่ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงภายในควันนั้น ก่อนปรากฏเป็ผู้เฒ่าค่อยๆเดินออกมาจากกลุ่มฝุ่นควันพร้อมทั้งคราบโลหิตเกรอะกรังทั่วทั้งร่างจนแทบมองไม่เห็นิั พื้นที่ที่การต่อสู้กันนั้น กลายเป็สีแดงฉานปรากฏเป็ซากของาาสัตว์อสูรซากของมันนั้นราวกับูเาขนาดย่อมๆลูกหนึ่ง
“โอ้เ้าหนุ่มพลังชีวิตของเ้าช่างน่าอัศจรรย์” ผู้เฒ่ากล่าวพลางยิ้มอย่างอ่อนโยนจากนั้นค่อยๆ หยิบบางสิ่งที่ส่งแสงเรืองรองออกมา
“นี่เรียกว่า แก่นอสูร ข้าอยากให้เ้าดูดซับมัน” ผู้เฒ่ากล่าวพลางส่งพลังปราณเข้าสู่ร่าง หลานเทียน เพื่อยื้อชีวิต
“ท่านเป็ใครกันแน่”น้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อนของ หลานเทียน แสดงออกอย่างชัดเจน
“เ้าไม่ต้องคิดมากทำตามที่ข้าบอกก่อนจะสายเกินไป” ผู้เฒ่าค่อยๆ ส่งพลังเข้าไปในลูกแก้วก่อนใช้พลังควบคุมมันให้ลอยไปหาหลานเทียนก่อนที่ลูกแก้วนั้นจะแตกออกแสงภายในนั้นบัดนี้สว่างขึ้นกว่าเดิมก่อนคล้ายกับหมอกเรืองแสงหมุนเป็เกลียวค่อยๆซึมเข้าสู่ร่างกาย ความเ็ปบนร่างกายของหลานเทียนค่อยๆ หายไปหลานเทียนพยายามเพ่งสมาธิเพื่อดูดซับแก่นอสูร
“ก่อนหน้าที่พบเ้า จุดเดินปราณของเ้าพิการทำให้ไม่สามารถสะสมพลังปราณไว้ในร่างได้และเมื่อเ้าาาสัตว์อสูรส่งจิตสังหารโดยตรงร่างกายของเ้าอ่อนแอเกินกว่าจะต้านทานทำให้แรงกดดันนั้นทำให้เส้นเอ็น และเส้นเืทั้งหลายของเ้าฉีกขาดหากแต่ในโชคร้ายยังมีโชคดี ในเมื่อมันถูกทำลาย แก่นอสูรจะมอบเส้นเอ็นชุดใหม่แก่เ้าแทนไม่ต้องกังวลใจไป ตั้งสมาธิให้แน่วแน่” ผู้เฒ่ากล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง
ภาพในห้วงจิตกำเนิดขึ้นอีกครั้ง เหล่าหมอกเรืองแสงที่ซึมเข้าไปในร่างหลานเทียนบัดนี้ลอยวนอยู่บนเพดานปรากฏภาพสีทองล่องลอยราวกับเป็หมอกสีทองที่มีชีวิต ภายในนั้นหลานเทียนค่อยๆทำสมาธิดูดซึมสิ่งเ่าั้เข้าสู่ร่างอย่างต่อเนื่องและราบรื่นราวกับร่างกายของหลานเทียนเป็ บ่อน้ำที่ไม่มีวันเต็ม
เส้นเอ็นชุดใหม่รวมทั้งปราณที่สั่งสมมาทั้งหมดของาาสัตว์อสูรที่อยู่มามากกว่าหลายหมื่นปีส่งผลให้ระดับเพิ่มขึ้นในทันทีบัดนี้หลานเทียนมีปราณระดับพิภพขั้นสูงแล้วเมื่อกลับออกมาจากห้วงจิตและลืมตาบัดนี้ร่างกายของมันนั้นราวกับเกิดใหม่กระดูกที่แตกหักาแต่างๆ ก็พลันสมานคืนไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนใดๆอีกทั้งจิติญญาและััต่างก็ถูกขัดเกลาจมแหลมคมยิ่ง บัดนี้ในรัศมีหนึ่งกิโล ทั้งการได้ยินการมอง การได้กลิ่น หากเพ่งสมาธิแล้ว ทุกสิ่งล้วนแจ่มชัดราวกับอยู่ตรงหน้า
“ท่านาุโท่านได้รับาเ็หรือไม่” หลานเทียนกล่าวพลางพยายามพยุงตัวขึ้นนั่ง
“เล็กน้อยเพียงแค่ใช้ออกซึ่งพลังปราณไปมหาศาลข้าพักเพียงครู่ก็คงดีขึ้นมากแล้ว” ผู้เฒ่ากล่าว
“เป็เช่น...”ยังไม่ทันจะกล่าวหลานเทียนก็ล้มตัวลงสลบไปอีกครั้ง
“เ้าหนุ่มหื้ม...คงเป็เพราะผลกระทบจากการเพิ่มระดับอย่างรวดเร็วร่างกายไม่อาจปรับตัวกับปราณมหาศาลได้ทั้งยังถูกจิตสังหารรุนแรงถึงขนาดนั้น...เห็นทีข้าต้องตรวจสภาพร่างกายของเ้าหนุ่มนี่สักหน่อย”ผู้เฒ่านั้นใช้นิ้วมือจิ้มไปตามจุดต่างๆ พร้อมใช้พลังจิตถ่ายเทเข้าสู่ร่างหลานเทียน เพื่อตรวจสอบร่างกาย
“อะไรกัน!!นี่มัน...” การตรวจสอบของผู้เฒ่าสิ่งที่ปรากฏ คือ มีมิติขนาดใหญ่อยู่ภายในร่างของหลานเทียน
“ฮ่าฮ่าฮ่าช่างเป็การเปิดหูเปิดตาแก่เช่นข้ายิ่งนักโดยปกติผู้ที่มีพลังมากถึงระดับหนึ่งแล้วสามารถใช้ มิติที่อยู่รอบๆ ตัวได้หรือไม่ก็ใช้มิติภายในร่างเก็บอาวุธลับหากแต่ข้าไม่เคยรู้ถึงมิติในร่างกายมนุษย์ที่มีขนาดมโหฬารเช่นนี้ ช่างอัศจรรย์ยิ่งข้าไม่แปลกใจเลย ที่ดูดซึมแก่นสัตว์อสูรระดับที่ห่างจากตัวเองขนาดนั้นไปได้ทั้งหมด”ผู้เฒ่ากล่าวอย่างตื่นเต้น เสียงรอบข้างจากเงียบสงัดค่อยๆ มีเสียงแมลง เสียงนกบินการต่อสู้นั้นกินเวลาสามวันสามคืน
ั้แ่วันที่พบหลานเทียน นอนสลบอยู่ ครั้งนั้นบริเวณบึงทุกสิ่งล้วนสงบเงียบ แต่พอาาสัตว์อสูรถูกสังหารไปเหล่าสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ จึงไม่ตกอยู่ใต้ความกลัวอีกสรรพเสียงจากเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ค่อยๆ ดังขึ้นมาผู้เฒ่าเองก็คอยเฝ้าดูหลานเทียนไม่ห่างกายพลางก่อกองไฟกองหนึ่งใกล้ๆพร้อมทั้งนำเนื้อของาาสัตว์อสูรมาย่างกินแกล้มเหล้าระหว่างรอ หลานเทียนฟื้นคืนจากนิทรา
“ฮึ่มร่างกายเ้าฟื้นฟูและปรับสภาพได้แล้วคงเหลือเพียงสภาพจิตใจที่ถูกจิตสังหารรุนแรงนั่นกัดกร่อนจนเหลือเพียงความสิ้นหวัง”ผู้เฒ่ากล่าวพร้อมมองไปยังหลานเทียนพร้อมจิบเหล้าจากน้ำเต้าพร้อมกัดเนื้อของสัตว์อสูรไปพลางๆกาลเวลาล่วงเลยผ่านไป แสงอาทิตย์สาดส่องผ่านใบไม้กระทบหน้าหลานเทียนเองก็ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา
“ขอขอบคุณท่านาุโ”หลานเทียนก้มคารวะ
“ไม่เป็อันใดข้าว่าเ้าควรตั้งสมาธิรักษาสภาพดวงจิตที่ถูกจิตสังหารนั่นกัดกร่อนเถิดมันทำให้เ้ารู้สึกสิ้นหวังอย่างมิอาจต้านทาน” ผู้เฒ่ากล่าวในมือยังถือน้ำเต้าอยู่ตลอดเวลา
“เป็เช่นนั้นที่ข้ารู้สึกสิ้นหวังอย่างไม่เคยเป็มาก่อนเป็เพราะจิตสังหารของาาสัตว์อสูรนั่น”หลานเทียนพยายามนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
“ท่านาุโท่านช่วยเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดระหว่างที่ข้าหลับไปได้หรือไม่” หลานเทียน กล่าวถามกับผู้เฒ่าไม่กี่วันมานี้นับั้แ่วิวาทกับจวนตระกูลหลี่เขาก็สลบไปทั้งสิ้นหกวันเต็มเป็การหลับที่ยาวนานครั้งหนึ่งของเขา
“อืมเ้าหลับไปเพียงสามวันเท่านั้นหากเป็คนอื่นในระดับเ้าหรือต่อให้มากกว่าเ้าหลายขั้น คงสิ้นลมไปแล้ว จิตสังหารนั่นรุนแรงมาก มันถูกบ่มเพาะมามากกว่าหมื่นปีหากเ้า้าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นจงหลับตาลงข้าจะถ่ายทอดความทรงจำให้แก่เ้า” ผู้เฒ่ากล่าวพร้อมค่อยใช้สองนิ้วแตะไปที่หน้าผากบังเกิดแสงสีฟ้าระเรื่อขึ้นที่ปลายนิ้วทันทีที่ผู้เฒ่าััหน้าผาก ขณะที่หลานเทียน กำลังหลับตานั้น จู่ๆก็มีภาพขึ้นมาตรงหน้าและค่อยๆชัดขึ้นราวกับอยู่ในเหตุการณ์
ในมุมมองของหลานเทียน ในตอนนี้ ภาพที่เห็นการต่อสู้ของผู้เฒ่าและาาสัตว์อสูรนั้นก็ปรากฏขึ้น
ในขณะที่าาสัตว์อสูรนั้นกำลังใช้แรงกดดันเพื่อบดขยี้หลานเทียนพลังไร้สภาพขุมหนึ่งได้ก่อตัวรอบหลานเทียนและปกป้องเขาไว้ก่อนที่ร่างกายจะโดนบดขยี้จนแหลกเหลวจากไอพลังของาาสัตว์อสูร
“คู่ต่อสู้ของเ้าคือข้าเ้าสัตว์ร้ายในบึงน้อย!! ...รังแกคนไม่มีทางสู้แล้วยังกล้าเรียกตัวเองว่าเป็าาช่างไร้ยางอายยิ่งนัก เฮอะ” ผู้เฒ่าแค่นเสียงขึ้นอย่างดูิ่
“ดูเหมือนมนุษย์ในโลกนี้ยังมีตัวโง่งมที่พอมีฝีมืออยู่บ้างแต่เสียดาย....” าาสัตว์อสูรกล่าวขึ้นอย่างโกรธขึ้ง
เพลิงจากปากของหนึ่งในห้าหัวของอสูรร้ายทะลักเข้าสู่ทิศทางของผู้เฒ่า และ หลานเทียน แรงกระแทกของพลังนี้ส่งหลานเทียนกระเด็นไปไกลนับสิบกิโลพร้อมหมดสติไปทันทีหากไร้ซึ่งพลังไร้สภาพที่ปกป้องรอบกายแล้วนั้นเห็นทีแม้แต่กระดูกของมันคงป่นปี้ไม่เหลือเพียงธุลีทางด้านผู้เฒ่าที่ใช้ออกด้วยทักษะป้องกันย่างฉับพลันนั้นขาหลังก้าวถอยไปหนึ่งก้าวก่อนจะยันตัวไว้ได้มั่น
“เ้าสัตว์ร้ายนี่มีพลังมากกว่าที่ข้าคิดเสียอีกถ้าหากเป็ข้ายามก่อนนี้ให้มีเ้านี่อีกสักสิบตัวก็ยังไม่ต้องขยับตัวเลยด้วยซ้ำ”ผู้เฒ่ายิ้มเยาะตัวเองในใจเนื่องจากเหตุผลบางประการพลังของผู้เฒ่าผู้นี้ถูกจำกัดไปอีกทั้งต้องแบ่งพลังและความสนใจส่วนหนึ่งไปที่หลานเทียนทำให้การประมือครั้งแรกเขานั้นเสียเปรียบไปเล็กน้อยอสูรร้ายตัวนี้เห็นตนได้เปรียบดังนั้น จึงพอใจในการโจมตีอย่างกะทันหันของตนในขณะที่มันกำลังจะเอ่ยปากเยาะเย้ย...เืของาาสัตว์อสูรสาดกระเซ็นจากข้างลำตัวอันมโหฬารมันต้องสะดุ้งและร้องคำรามด้วยความเ็ป
“กระบี่ลมปราณ...นี่เ้าสำเร็จวิถีกระบี่ถึงขั้นนี้เชียวรึ”าาสัตว์อสูรกล่าวด้วยความตกตะลึง
วิถีกระบี่นั้นเมื่อผู้ฝึกสามารถฝึกถึงระดับสูงแล้ว เขาจะสามารถใช้ออกด้วยลมปราณแทนกระบี่สร้างเป็อาวุธอันไร้ลักษณ์ ที่จู่โจมฟาดฟันยามศัตรูพลั้งเผลอได้ขณะนี้นับว่าาาสัตว์อสูรได้ลิ้มรสของการลอบทำร้ายเข้าแล้วมันคำรามลั่นสนั่นพงไพรสัตว์อสูรน้อยใหญ่ทั้งในและรอบนอกรัศมีของบังต่างหวาดผวาพากันวิ่งพล่านดันถ้วนทั่วเท้าอันใหญ่โตเทียบได้กับบรรพตตระหง่านกระทืบลง ส่งคลื่นอัดกระแทกเขาหาชายชราหัวของมันพ่นทั้งไฟ น้ำแข็ง รุนแรง ใช้ออกด้วยทักษะลมอันรวดเร็วรวมถึงพลังป้องกันที่สูงส่งด้วยทักษะดินชายชราก็โต้ตอบด้วยปราณกระบี่ที่ฝึกปรือจนช่ำชองฝึกถึงขั้นกระบี่ลมปราณที่ไม่จำเป็ต้องใช้กระบี่หรือสิ่งอื่นใดก็สามารถสำแดงเดชได้อย่างน่าหวาดหวั่นขวัญผวาเช่นกันสำหรับเขาแล้วถ้าไม่เจอกระบี่ที่ระดับสูงพอมันก็ไม่คู่ควรที่จะใช้กระบี่มาลดทอนพลังอำนาจทักษะของเขา
สัตว์อสูรที่มีเพียงสองธาตุในตัวนั้น ก็หายากในระดับหนึ่งในล้านแล้ว หากแต่นี่กลับมีถึงสี่ธาตุทั้งยังใช้ออกได้อย่างอิสระ สมกับนามที่มันเรียกแทนตัวมันว่าาาแห่งสัตว์อสูร
การสัประยุทธ์ห้ำหั่นทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆรังสีกระบี่ฉวัดเฉวียนเวียนว่อนกรีดเฉือนเอาแผ่นดินหรือแม้กระทั่งเนินหินอันกล้าแกร่งเป็ร่องลึกแรงกระแทกจากพลังที่ปะทะกันนั้นถาโถมจนเนินดินน้อยใหญ่ยุบลงจนแบนราบแม้แต่น้ำในบึงยังเชี่ยวกรากมีคลื่นั์ถล่มทลายเป็ระลอกๆ
ในความเกรี้ยวกราดของาาสัตว์อสูรนั้นมันจึงใช้ออกด้วยทักษะที่มันภาคภูมิใจมาชั่วชีวิตฝนหอกน้ำแข็งอันแหลมคมจำนวนมหาศาล ซึ่งหอกแต่ละอันนั้นมีขนาดพอๆกับต้นไม้อายุนับพันปีที่คนนับสิบคนยังไม่อาจโอบรอบได้พุ่งเข้าหาชายชราไร้นามอย่างรวดเร็วรุนแรง