หลังจากที่ทะลวงถึงขั้นกลางของแก่นแท้ธาตุสายฟ้าแล้ว เทียนฉินก็ยังไม่ได้หยุดพักแต่อย่างใด กลับหยิบเม็ดยาเพิ่มปราณออกมายัดใส่ปากอีกเป็นจำนวนมาก เพราะจากการที่เขาได้หล่อหลอมดอกบัวเพลิงหิมะและเลือดของหงส์ม่วงอัสนี ทำให้เทียนฉินรู้สึกเหมือนกับว่าระดับพลังของตนเองกำลังใกล้จะเลื่อนขั้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว
และเพียงผ่านพ้นไปอีกหนึ่งชั่วยาม
ตู้ม!
กระแสพลังปราณทั้งภายในและภายนอกร่างกายได้ระเบิดทะลุทะลวงออกมาอีกครั้งจนผนังถ้ำสั่นไหว คลื่นลมรอบด้านล้วนปั่นปวนจนตาเฒ่าหม่าที่กำลังบรรลุเลื่อนระดับเหมือนกัน พลันลืมตาขึ้นมาจ้องมองพร้อมกล่าวออกมาอย่างตกตะลึง
"เจ้าหมอนี่เลื่อนระดับได้อีกครั้งแล้วอย่างนั้นรึ!!"
เทียนฉินรับรู้ถึงพลังที่เพิ่มพูนขึ้นมาได้ทันทีที่ตนเองบรรลุระดับขึ้นไป ก็ระงับความตื่นเต้นเอาไว้แทบไม่อยู่ แต่พอรู้สึกได้ถึงสายตาของตาเฒ่าหม่าที่จ้องมองมา ก็ยกมือขึ้นลูบหัวราวกับกำลังขอโทษที่ไปรบกวนการฝึกฝนของเขา
จากนั้นจึงนั่งหลับตาลงเพื่อปรับพลังให้สมดุลต่อไป โดยไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้ กระแสคลื่นพลังที่กระจายออกมาจากการที่เขาบรรลุเลื่อนขั้นนั้น กลับเกิดความผันผวนกระจายออกมาถึงภายนอก จนมีคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังออกตามหาตัวเขาผ่านมาสัมผัสกับความผิดปกติครั้งนี้ได้
คนเหล่านี้แต่งกายด้วยชุดคลุมสีฟ้าซึ่งเห็นได้ชัดว่าพวกเขามาจากที่เดียวกัน ซึ่งมีคนประมาณสิบคนโดยมีชายชราร่างท้วมคนหนึ่งที่มีพลังระดับก่อกำเนิดขั้นต้นเป็นคนคอยดูแลกลุ่ม และชุดคลุมสีฟ้านี้ก็เป็นของนิกายเมฆอนันต์นั่นเอง
"หยุด!"
"ตรงนี้มีความผันผวนของพลังงานบางอย่างเกิดขึ้น พวกเจ้าจงช่วยกันแยกย้ายกันตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่แน่ว่าจะมีใครใช้ค่ายกลเอาพลางปิดบังอยู่ก็เป็นได้!"ชายชราร่างท้วมที่ดูแล้วจะเป็นหัวหน้ากลุ่มนี้ยกมือห้ามทุกคน ก่อนจะสั่งงานทุกคนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
คนเหล่านั้นขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของชายชรา แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยปากทักท้วงแต่อย่างใด กลับรีบทำตามคำสั่งเร่งค้นหาบริเวณนี้กันเต็มที่
"ความผันผวนของพลังงานนี้ทรงพลังมาก"
ชายชราที่เข้ามาใกล้แสดงอาการตกใจในคลื่นพลังที่หลุดรอดออกมา จากนั้นจึงส่งกระแสจิตเข้าตรวจสอบโดยรอบอย่างรวดเร็ว
"หืม!"
ในขณะที่เทียนฉินปรับสมดุลพลังในร่างกายให้คงที่ได้แล้ว เสียงของเสี่ยวถ่งก็แจ้งเตือนออกมาทันที
ติ๊ง!!
"ภารกิจที่ 14 สำเร็จแล้ว นายท่านจะรับรางวัลเลยมั้ยค่ะ?" เสียงเสี่ยวถ่งแจ้งเตือนออกมาอีกครั้ง
"รับสิ!"เทียนฉินกล่าวรีบตอบออกมาเสียงเรียบ
"ระบบกำลังป้อนข้อมูลให้นายท่านค่ะ"
"เคล็ดวิชาก่อจิตบำเพ็ญ - บทที่หนึ่ง เปิดจิต"
ติ๊ง!!
# ภารกิจที่ 15 ระดับก่อกำเนิดขั้นสูง
รางวัล [ เคล็ดวิชาก่อจิตบำเพ็ญ - บทที่สอง เบิกเนตร ] #
ทันทีที่เสี่ยวถ่งป้อนข้อมูลเคล็ดวิชาก่อจิตบำเพ็ญบทที่หนึ่งให้กับเขา ข้อมูลต่างๆก็หลั่งไหลเข้าประทับลงในจิตวิญญาณโดยตรง จากนั้นจึงมีมวลกระแสพลังสายหนึ่งก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
เคล็ดวิชาก่อจิตบำเพ็ญนี้เป็นการฝึกฝนโดยเน้นเรื่องของจิตวิญญาณเป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจากการใช้พลังปราณในการต่อสู้ แต่เคล็ดวิชาก่อจิตบำเพ็ญนี้จะโจมตีไปที่จิตวิญญาณโดยตรง และบทที่หนึ่ง การเปิดจิตนี้ จะเป็นการเปิดการรับรู้ทางจิตวิญญาณ ให้ขยายเปิดกว้างมากยิ่งกว่าการใช้กระแสจิตตรวจสอบธรรมดา
ซึ่งเปรียบได้คือแต่เดิมนั้นการรับรู้ของเทียนฉินเปรียบเสมือนลำธารสายหนึ่ง แต่เมื่อพอได้เรียนรู้การเปิดจิตแล้ว จิตวิญญาณของเขาก็ขยายกว้างขึ้นราวกับแม่น้ำสายใหญ่ที่เชี่ยวกราก ทำให้สัมผัสการรับรู้ของเขาตอนนี้กว้างไกลและชัดเจนมากยิ่งกว่าเดิมหลายเท่านัก
และเพราะการรับรู้ของเขาที่กว้างไกลกว่าเดิมนี้เอง เทียนฉินจึงสัมผัสได้ถึงผู้คนที่อยู่ด้านนอกอย่างชัดเจน แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ผู้ที่ใช้ค่ายกลลวงตานี้ก็ตาม
"พวกนี้มันกัดไม่ปล่อยเสียจริงๆ!"เทียนฉินยิ้มออกมาที่มุมปากอย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะเห็นว่าตาเฒ่าหม่ากำลังนั่งมองเขาอยู่ก่อนแล้ว จึงเดินเข้าไปสอบถามเขาทันที
"ท่านยังไม่อาจบรรลุระดับผันแปรขั้นสูงอีกหรือ?"
ตาเฒ่าเห็นเทียนฉินเอ่ยถามมาแบบนั้นก็พลันยิ้มหน้าเจื่อน พลางถอนหายใจออกมายาวๆ
"ข้าจะไปโชคดีอย่างเจ้าได้อย่างไรกัน ที่ปุปปับก็เลื่อนระดับไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว!"
เทียนฉินมองตาเฒ่าหม่าอย่างขำขัน ก่อนยื่นต้นเลือดวิหคให้กับตาเฒ่าหม่า พร้อมถึงบอกวิธีการหลอมกลั่นให้เขาได้รับรู้
"ท่านอยู่ฝึกฝนที่นี่ไปก่อนแล้วกัน ข้าจะออกไปยืดเส้นยืดสายข้างนอกเสียหน่อย!"
"พวกมันมากันอีกแล้วหรือ?"ตาเฒ่าหม่าที่เห็นท่าทางของเทียนฉิน ก็พอจะเดาออกเลยว่ายังมีศัตรูค้นหาพวกเขาอยู่ด้านนอกอีก จึงยื่นมือไปรับต้นเลือดวิหคนั้นมา แล้วพยักหน้าให้เทียนฉินไม่ต้องห่วงเขา
ส่วนทางด้านนอกถ้ำ พวกศิษย์ของนิกายเมฆอนันต์กำลังออกกันค้นหาพื้นที่บริเวณนี้กันอย่างเต็มที่ ซึ่งบางคนก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังค้นหาอะไรกันอยู่ เพียงแต่ทำตามคำสั่งด้วยความสับสนเท่านั้นเอง
"เจอแล้ว! ทางนี้มีค่ายกลลวงตาปิดกันพวกเราไว้อยู่!"
เพียงไม่นานชายชราร่างท้วมที่เข้ามาใกล้ความผันผวนของพลังนั้น ก็ได้พบกับเบาะแสอย่างหนึ่ง ซึ่งเหตุผลที่มันพบเจอได้ง่ายนั้น เพราะมันก็เป็นผู้หนึ่งที่มีความรู้เรื่องค่ายกลอยู่พอสมควร จึงร้องบอกให้ลูกศิษย์ช่วยกันเร่งคนหาแกนกลางของค่ายกลนี้อย่างเร่งด่วน
แต่ในขณะที่ชายชราร่างท้วมกำลังจะทำลายแกนกลางอันหนึ่งอยู่นั่นเอง เสียงคำรามดังลั่นของสายฟ้าเส้นหนึ่ง ก็พุ่งกระแทกเข้าที่หน้าอกของชายชราร่างท้วมอย่างรวดเร็ว จนร่างของมันจะลอยปลิวออกไปไกล
"มีคนรอบโจมตี!"
ใบหน้าของชายชราร่างท้วมมืดมนก่อนจะกระอักเลือดออกมา มันไม่คิดเลยว่าทันทีที่หาค่ายกลนี้เจอกลับมาถูกรอบโจมตีเสียได้ และเมื่อหันมองไปทางสายฟ้าที่พุ่งออกมา ก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนยิ้มอยู่ด้านหน้าอย่างสบายใจ
"เป็นเจ้า! คนที่อยู่บนภาพวาดนี่เอง!"
ชายชราร่างท้วมเห็นเทียนฉินก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เพราะมันจำเด็กหนุ่มคนนี้ได้แม่นยำ และเป็นเพราะเด็กหนุ่มคนนี้นี่เอง ที่ทำให้พวกมันต้องลำบากลำบนกันออกตามหาจนครึ่งค่อนเดือนขนาดนี้
"กระจายคำสั่งออกไปว่าพบเจอคนในภาพวาดแล้ว และที่แห่งนี้จะถูกปิดกั้นไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามา หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆที่เกิดขึ้น ต้องแจ้งให้อาวุโสเตียวทราบ..."ชายชราร่างท้วมกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะการจู่โจมเมื่อครู่นี้ทำให้มันได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก ถึงแม้มันจะมีพลังระดับก่อกำเนิดขั้นต้นก็ตาม
แต่เทียนฉินมีหรือจะปล่อยให้พวกมันไปเรียกกำลังเสริมมาเพิ่มได้ ในขณะที่ชายชราร่างท้วมยังไม่ทันกล่าวจบ เขาก็เร่งพลังปราณออกกระบวนท่ากลายเป็นฝนดาบเพลิงปกคลุมไปทั่วทิศ ก่อนจะร่วงหล่นลงมาใส่พวกมันที่อยู่ด้านล่างทันที
ส่วนตัวเขาหลังจากเรียกฝนดาบออกมาแล้ว ก็พุ่งทะยานเข้าหาชายชราร่างท้วมพร้อมกับวาดดาบออกกระบวนท่าอีกครั้ง พลันปรากฎคลื่นดาบที่ผสานกับแก่นแท้ธาตุสายฟ้าก่อตัวเป็นกระแสดาบแปดเล่ม พุ่งเข้าใส่ร่างของชายชราอย่างรวดเร็ว
ชายชราร่างท้วมที่กำลังตกตะลึงอยู่นั้น รีบหยิบกระบี่ของตนเองออกมา ก่อนวาดกระบวนท่าเข้าต้านรับกระแสดาบทั้งแปดนั้นอย่างว่องไว ถึงแม้มันจะได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของเทียนฉิน แต่ด้วยประสบการณ์ของตัวมันเองย่อมไม่ปล่อยให้ถูกทำร้ายอย่างง่ายๆเป็นครั้งที่สองแน่
คลื่นกระบี่ที่มันวาดออกมาส่องแสงสว่างจ้า ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่เล่มใหญ่ที่ผสานไปด้วยแก่นแท้ธาตุน้ำ พุ่งเข้ากระแทกกับคลื่นดาบทั้งแปดเล่มอย่างรุนแรง
ตู้ม!
คลื่นพลังที่ปะทะของทั้งสองคนระเบิดออกมาเสียงดังกึกก้องไปทั่ว จนต้นไม้น้อยใหญ่ที่อยู่บริเวณนี้โค่นล้มเป็นจำนวนมาก ลูกศิษย์ที่ติดตามชายชราคนนี้มาบางคนกำลังหลบฝนเพลิงดาบอยู่ ก็พลาดพลั้งถูกคลื่นพลังที่กระจายออกมาซัดจนร่างปลิวไปชนกับโขดหินก่อนจะหมดสติไป ส่วนบางคนที่มีระดับพลังสูงหน่อยก็พยายามต้านทานกันอย่างเต็มที่
"เจ้ามีพลังระดับก่อกำเนิดขั้นกลางเชียวรึ?"
ชายชราร่างท้วมกล่าวออกมาพร้อมกับใบหน้าตื่นตระหนก หลังจากที่ได้ปะทะกันครั้งหนึ่งมันก็รู้ได้เลยว่า พลังของชายที่พวกมันตามล่ากันอยู่นี้สูงกว่าตนเอง จากนั้นจึงหยิบแผ่นหยกแผ่นหนึ่งออกมาถือไว้ ก่อนจะบีบมันจนแตกละเอียดในพริบตา เพียงคิดอยู่ในใจว่าจะหา
ทางถ่วงเวลาชายหนุ่มตรงหน้านี้อย่างไรดี เพื่อให้กำลังเสริมมาถึงก่อนที่มันจะต้านไม่อยู่
จบตอนที่ 128