“ป่านนี้คงกำลังเริงร่าอยู่กับสายลมซินะเ้าถุงมือสุดที่รักของแม่...รู้ไหมว่าตอนนี้น่ะแม่อยากได้ลูกมาช่วยที่สุดเลย...งืออออ ~~ ถุงมือลูกแม่ ~~”
ฉันเบะปากดวงตาเศร้าเหม่อลอยคิดไปถึงสิ่งที่มักจะช่วยไม่ให้ฉันไม่เจริญอาหาร
“เฮ้ออออ ~~ แล้ววันนี้จะต้องเจอกับอะไรบ้างเนี่ยเรา แค่ไอ้ไส้กรอกคอกเทลเมื่อเช้ายังติดตาไม่หายเลยไม่รู้ว่าวันนี้จะต้องพบเจอกับอะไรอีกบ้าง แต่ที่แน่ ๆ สงสัยวันนี้คงได้งดของกินไปหลายอย่างแน่เลยเรา...เฮ้อออออ ~~”
ไหล่ที่ห่อเหี่ยวลงฉับพลันหลังจากที่สายตามองไปยังบูธที่ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลพร้อมกับลมหายใจที่ถูกถอดออกไปจนสุดปอดก่อนที่สองเท้าจะพาร่างที่ไร้เรี่ยวแรงเดินไปยังจุดหมายปลายทางที่เป็ดังสถานที่ชี้ชะตาว่าวันนี้ตัวเองจะได้ตัดอาหารชนิดใดออกไปบ้าง...
กระทั่งเมื่อฉันเดินมาประจำจุดที่สตาฟในงานได้เตรียมเอาไว้ให้แล้ว หลังจากทักทายสตาฟทั้งหลายที่ต่างคุ้นหน้าค่าตากันดีเพราะไม่ใช่เพิ่งจะร่วมงานนี้กันเป็งานแรก ฉันก็เริ่มจัดข้าวของเตรียมรอรับผู้คนที่จะเข้ามาเพื่อลงทะเบียนเข้างาน
และหลังจากที่ฉันจัดข้าวของเพิ่งจะเสร็จเบื้องบนเองก็ไม่ได้ปล่อยให้ฉันต้องรอนานก่อนจะจัดการส่งหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ฉันเห็นเดินป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ ๆ บูธมาสักพักแล้วให้ตรงดิ่งมาด้วยรอยยิ้มเจิดจ้าชนิดที่ว่าฟันสามสิบสองซี่ฉันเกือบจะเห็นมันครบทุกซี่...!!
“สวัสดีครับ...เอ่อ...คุณ...??”
“้าลงทะเบียนเข้างานใช่ไหมคะ เชิญกรอกข้อมูลตรงนี้กับเซ็นชื่อตรงนี้แล้วหยิบของแจกพร้อมกับป้ายเข้าร่วมงานแล้วสามารถเดินเข้าไปรอที่ด้านในได้เลยนะคะ”
มือเรียวสวยชี้ไปยังตำแหน่งที่้าให้ปากกาจรดบนกระดาษก่อนจะขยับแว่นที่ไม่ใช่แว่นสายตาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบเพื่อตัดบททันที ก่อนที่ชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดพนักงานออฟฟิศจะดูหน้าเหวอเพราะไม่คิดว่าตนเองจะถูกหญิงสาวตรงหน้าปฏิเสธกลาย ๆ แบบนี้
“เอ่อ...”
และในขณะที่เขาดูเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้น ฉันที่้าให้เขารีบไปจากตรงนี้เสียทีก็ได้หยิบปากกาแล้วเลื่อนไปยังตรงหน้าของเขา และในจังหวะเพียงเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้น...นิ้วของคนตรงหน้าก็ััเข้ากับปลายนิ้วของฉันอย่างพอดิบพอดี...
หมับ...
“…อ่ะ...!! โดนจนได้”
วูบ!!
(นะ...นี่มันอะไรกันเนี่ย...)
ฉันตื่นตะลึงหลังจากที่หมอกจางหายไปแล้วภาพตรงหน้าปรากฏรูปร่างลักษณะของอะไรบางอย่างที่เป็แท่งใหญ่ ๆ กำลังส่ายดุกดิกไปมา...
(ไอ้เพี้ยนนี่มันทำอะไรของมันฟระ...!!)
ฉันมองไปยังทีท่าของคนตรงหน้าก่อนจะเห็นว่าเขาคนนี้กำลังสวมชุดคอสเพลย์เป็ ‘กล้วยหอมจอมแสบ’ การ์ตูนในวัยเยาว์พร้อมกับะโโลดเต้นไปมาอยู่ด้านหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งที่นอนเอกเขนกบนโซฟาโดยบนตัวเธอนั้นมีเพียงผ้าผืนบางปิดบังเรือนร่างที่กำลังเปลือยกายอยู่
“ชอบไหมจ๊ะยาหยี...นี่พี่อุตส่าห์สั่งทำเป็พิเศษมาเลยนะเนี่ย กะว่าจะมาเพิ่มอรรถรสให้สังเวียนของเราเสียหน่อย”
เสียงของคนที่ไม่ต้องหันหน้ามาฉันก็รู้ดีว่าเป็ใครเอ่ยขึ้น จนฉันที่ได้ฟังยังอยากจะแค่นเสียวหัวเราะใส่
(เหอะ...จะเพิ่มอรรถรสหรือจะทำให้หมดอารมณ์กันแน่...ไอ้เพี้ยนเอ๊ย...!! ชุดคอสเพลย์มีตั้งเป็ร้อยเป็พันแบบแต่เลือกเป็กล้วยหอมจอมแสบเนี่ยนะ ผู้หญิงไม่วิ่งหนีก็บุญแล้ว) ฉันอดค่อนแคะไม่ได้
(แต่จะว่าไปก็ยังดีหน่อยนะที่ครั้งนี้ไม่ต้องมาเห็นภาพเปลือยกายเพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องเห็น...)
และในขณะที่ฉันยังไม่ทันนึกครบจบประโยค...
ร่างกล้วยหอมจอมแสบที่หมุนหันหน้ามาทางด้านฉันพอดีก็เผยให้เห็นว่าชุดคอสเพลย์นี้มันไม่ใช่ชุดคอสเพลย์ธรรมดา แต่ทว่าตรงกลางชุดนั้นมันได้เจาะรูเอาไว้ให้อวัยวะที่มีลักษณะเป็พวงสองกลมหนึ่งยาวโผล่พ้นออกมาจากชุดคอสเพลย์ในแบบที่โชว์หราคัดเบ้าเต็มเข้าสองตาฉันได้อย่างพอดิบพอดี แถมยังมาพร้อมกับกล่องข้อความบอกคุณสมบัติทั้งขนาดความยาวและเส้นรอบวง รวมถึงทั้งสี ทั้งกลิ่น ทั้งตำหนิอย่างละเอียดครบถ้วนอย่างกลับพวกนิยายที่ทะลุมิติไปมีของวิเศษเอาไว้ทำภารกิจเพื่อให้มีชีวิตรอดยังไงยังงั้น
เพียงแต่...สำหรับฉันข้อมูลเหล่านี้มันไม่สำคัญกับฉันเลยสักนิดถ้าฉันเป็หมอระบบทางเดินปัสสาวะก็ว่าไปอย่าง...
(และนี่ก็โอ๊ยยยย...ยังจะอุตส่าห์ส่ายไปส่ายมาอีกนะไม่กลัวว่าไอ้พริกขี้หนูที่ติดเหมือนแปะอยู่ตรงลูกบอลสองลูกมันจะกระเด็นหลุดแล้วอันตรธานหายไปหรือไงคะคุณพี่...อยากจะบ้าตาย!!) ฉันอดบ่นด้วยความรู้สึกสะอิดสะเอียนไม่ได้
และในจังหวะที่ฉันอยากจะบ้าตายกับสิ่งที่เห็นในนิมิตอยู่นั้นในจังหวะเดียวกันชายหนุ่มในชุดคอสเพลย์กล้วยหอมจอมแสบที่กำลังย่างสามขุมเพื่อเข้าไปหาหญิงสาวที่นอนรอท่าอยู่บนโซฟา ภาพที่ฉันรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ก็พลันหายวับไปพร้อมกับเสียงเรียกของคนที่เป็เ้าของชุดกล้วยหอมจอมแสบที่แทรกเข้ามาพอดี...
“คุณครับ...ได้ยินผมไหมครับ”
เสียงเรียกพร้อมกับมือที่โบกไปมาตรงหน้าของฉันทำฉันแทบอยากจะกราบขอบคุณเขาที่ทำให้ฉันไม่ต้องมาเห็นภาพอุบาทว์ในฉากถัดไป
“คุณเป็อะไรหรือเปล่าครับ...เอ...หรือว่าเราหน้าตาดีไปจนถึงกับอึ้งไปเลยนะ”
“ค่ะ...วะ...ว่าไงนะคะ เอ่อ...คิดว่าไม่น่าจะใช่นะคะ”
ฉันที่ได้สติมาทันพอได้ยินประโยคท้ายพอดีก็อดไม่ได้ที่จะสวนตอบกลับไป
“อะไรไม่ใช่หรอครับ...??”
คนตรงหน้าถามด้วยความสงสัยในคำพูดของฉันที่หลุดออกไป ก่อนที่ฉันจะทำได้แค่เพียงปฏิเสธเพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด
“ไม่มีอะไรค่ะ ถ้าลงทะเบียนเสร็จแล้วเชิญเข้าไปรอด้านในได้เลยนะคะ”
ฉันกล่าวพร้อมผายมือ แต่ทว่า...คนตรงหน้ายังดูเหมือนมีอะไรบางอย่างที่จะพูดกับฉัน
“เอ่อ...”
“มีอะไรไม่เข้าใจตรงไหนหรือเปล่าคะ”
ฉันถามออกไปตามมารยาท ก่อนที่ความ้าที่แท้จริงั้แ่ต้นของคนตรงหน้าจะสื่อกลับมาให้ฉันได้รับรู้
“คือผมไม่ได้จะมาเข้าร่วมงานหรอกครับ ผมสนใจคุณไม่ทราบว่าเย็นนี้ไปทานข้าวด้วยกันได้ไหมครับ...??”
ชายหนุ่มพูดจบพร้อมกับยิ้มประหม่าแสดงท่าทางขวยเขิน เพียงแต่ว่าฉันคงไม่ออกเดตกับคุณกล้วยหอมจอมเพี้ยนนี่หรอก
“ต้องขอโทษด้วยนะคะเผอิญ่นี้ฉันไม่ว่างค่ะ พอดีตั้งใจว่าจะสวดมนต์ข้ามคืน...เพื่อแผ่เมตตาไปให้กับ ‘กล้วยหอม’ ที่กำลังหลงทางอยู่น่ะค่ะ”
ฉันยิ้มบาง ๆ ตอบเสียงเรียบพร้อมกับขยับแว่นเล็กน้อยก่อนจะมองหน้าเขาด้วยสายตามีความนัยบางอย่างซ่อนอยู่
ส่วนชายหนุ่มตรงหน้าที่พอได้ฟังคำปฏิเสธแสนประหลาดก็ได้คิ้วขมวดชนกันแล้วทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างอีกครั้งแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ก่อนที่ตัวเขาหมุนกายแล้วเดินจากไปด้วยสีหน้างุนงง...