กำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 บทที่ 53 หลีกหนีจากความอับอาย

            บทที่ 53 หลีกหนีจากความอับอาย

            "อึก!"

            กระบี่ชื่อยวนค่อยๆ ลดระดับลงอาการบาดเจ็บที่ถูกระงับไว้ของฉู่อวิ๋นก็แย่ลงในทันใด เขาไอเป็นเลือดออกมาเต็มปากและคุกเข่าลงข้างหนึ่งกับพื้น

            “แม้ว่าเมื่อกี้นี้ข้าแทบจะใช้ดาราร่วงไร้รอยไม่ได้แต่ก็ยังดึงดันอย่างเร่งรีบในช่วงเวลาสุดท้ายจนเกือบเสียมือไปเสียแล้ว… แต่ว่าท่าสังหารนี้ก็ช่างน่ากลัวจริงๆ!”

            ฝ่ามือของฉู่อวิ๋นสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดเขาแทบจะหายใจไม่ออก จากนั้นจ้องมองไปที่ฉู่เฟยที่มีรอยแผลประปรายจากระยะไกล

            มองเห็นนางในตอนนี้อ่อนแอมากพลังปราณแผ่วเบาราวใยแมงมุม เหมือนดอกไม้บอบบางที่ถูกทำลายร่างกายเต็มไปด้วยคราบเลือดที่เกิดจากปราณกระบี่ชุดคลุมสีเขียวน้ำเงินฉาบย้อมด้วยสีแดงฉาน

            ในขณะนี้ บนเวทีประลอง คนหนึ่งล้มลงอีกคนลุกขึ้นยืน

            ทุกคนพูดไม่ออกเหงื่อกาฬไหลหยดตามกรอบหน้า ใบหน้าของพวกเขาต่างตกใจสถานที่ขนาดใหญ่เงียบลงจนน่าขนลุก

            ถัดจากเวทีประลองผู้เฒ่าเฟิงซึ่งเป็นกรรมการก็คล้ายไม่มีสติ เขาเองก็ตกตะลึงเช่นกันการโจมตีที่เหมือนสายฟ้านั้น แม้แต่ผู้ที่อยู่ในขั้นมหาสมุทรก็ยังต้องตะลึงงัน

            นักรบในระดับห้าของขอบเขตควบแน่นพลังปราณสามารถพลิกสถานการณ์ได้ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวใช้ความอ่อนแอเอาชนะความแข็งแกร่งเอาชนะอัจฉริยะผู้ชั่วร้ายที่มีชื่อเสียงไปทั่วเมือง

            เหลือจะเชื่อ เกินจะเชื่อได้สุดแสนจะเกินความคาดหมาย!

            “การประลองจบลงแล้วหรือ? ฉู่อวิ๋น... ไม่เป็นไร?! นี่...ดีเหลือเกิน!” มู่หรงซินปาดน้ำตาที่หางตาออกจ้องมองไปที่ฉู่อวิ๋นด้วยดวงตาพราวระยับคู่หนึ่งทั้งยังมีความตกตะลึงและไม่อยากเชื่อปะปนอยู่ด้วย

            “คลื่นอากาศที่ปะทุกันเมื่อครู่น่ากลัวมาก! คนที่ล้มลงคือฉู่อวิ๋นหรือ? ไม่...ไม่ใช่ เป็นฉู่เฟย! สวรรค์!”

            นักรบที่อยู่ใกล้กับเวทีประลองกำลังจัดผมของเขาที่ยุ่งเหยิงพลางมองไปที่เวทีประลองดวงตาของเขาเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ

            หลังจากนั้นครู่หนึ่งหัวใจของทุกคนก็เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายและความตื่นเต้นผลของการต่อสู้ชัดเจนแล้ว

            แม้ว่าลมหายใจของฉู่อวิ๋นจะอ่อนแรงแต่เขาก็ยังคงพยุงตัวเองด้วยกระบี่และคุกเข่าอีกข้างลงบนพื้นได้

            ในทางกลับกันฉู่เฟยกำลังนอนอยู่บนเวทีประลอง คล้ายตัวเองกำลังจะตายและมีรอยบาดแผลเต็มไปหมด

            แน่นอนว่าฉู่อวิ๋นชนะแล้ว!

            "ว้าว!"

            ทันใดนั้นสถานที่นี้ก็เต็มไปด้วยเสียงอื้ออึงฉู่ ทุกคนหน้าแดงก่ำยืนตัวตรงด้วยความตื่นเต้นและตะโกนโห่ร้อง

            เสียงอุทาน คำสบประมาทและการถอนหายใจ ดังมาและหายไป

            “ดาวหายนะนี้อยู่ในระดับห้าของขอบเขตควบแน่นพลังปราณเท่านั้นเองแถมเขายังเป็นนักรบวิญญาณยุทธ์พิการด้วยนะแต่กลับสามารถทะลวงข้ามสามระดับและเอาชนะอัจฉริยะอย่างฉู่เฟยได้?”

            “น่าทึ่งเกินไปแล้วการเคลื่อนไหวของฉู่อวิ๋นทำให้สถานการณ์พลิกผันไปอย่างสิ้นเชิงจนฉู่เฟยกระเด็นไปไกลกว่ายี่สิบหมี่เลยนะ!”

            “หรือการที่ดาวหายนะปรากฏตัวขึ้น จะทำให้ฉู่เฟยตาย? ข้าไม่ยอมนะ!”

            เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังก้องสถานที่อันเงียบสงบกลายเป็นอึกทึกครึกโครมจนวุ่นวายมากบางคนถึงกับเริ่มทะเลาะกันด้วยความเห็นไม่ลงรอย

            เมื่อเห็นว่าลานประลองแทบจะคุมไม่อยู่ใบหน้าของมู่หรงเจี๋ยก็มืดลง เขารวบรวมพลังปราณและตะโกน "เงียบ!"

            ด้วยเสียงอันดังจนทำให้แก้วหูของทุกคนเจ็บแปลบพวกเขาสงบลงในทันที

            แต่ทว่าสายตายังคงเต็มไปด้วยความฉงนพวกเขาล้วนจ้องมองไปที่ฉู่อวิ๋นบนเวทีประลอง ส่ายหัวถอนหายใจหรือแม้กระทั่งตกตะลึง การแสดงออกแตกต่างกันออกไป

            "ดูเหมือนว่าผลการประลองยุทธ์เซี่ยหยางในปีนี้จะเป็น..."มู่หรงเจี๋ยสูดหายใจเข้าลึกๆ ระงับอาการตกใจ และพูดอย่างจริงจัง"เป็นที่ชัดเจนแล้ว! ผู้ชนะคนสุดท้ายของการประลองคือ.. ”

            ทุกคนกลืนน้ำลายเต็มปากราวกับปลุกตัวเองให้ตื่นจากฝัน

            "เดี๋ยว!"

            ก่อนที่จะประกาศผล เสียงเย็นชาโกรธเคือง และอิจฉาก็ดังออกมาจากเวทีประลอง

            เป็นเสียงของฉู่เฟย

            นางฝืนยืนขึ้นอย่างสั่นสะท้านเลือดยังคงไหลรินอยู่ที่มุมปาก ผมของนางยุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิงดวงตางดงามดุร้ายคู่นั้นจับจ้องไปที่ฉู่อวิ๋นที่คุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น

            “ข้า...ยังไม่แพ้ ข้า...ยังไม่แพ้ ข้าจะแพ้ไอ้เวรนี่ได้อย่างไร?!”

            ฉู่เฟยเหมือนผีร้ายรูปงามที่กลับมาจากนรกเพื่อเอาชีวิตของฉู่อวิ๋นนางก้าวเข้ามาหาเขา

            “ว้าว! ฉู่เฟยบาดเจ็บเสียขนาดนั้น ยังยืนได้อยู่อีกหรือ?”

            “นางเป็นอัจฉริยะจริงๆ…น่ากลัวเกินไปแล้ว!”

            ทุกคนจ้องมองไปที่เวทีประลองรู้สึกว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปอีกครั้ง และยังไม่มีการตัดสินผู้ชนะ

            “ถุย ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าไม่มีทางยอมรับความพ่ายแพ้!”ฉู่อวิ๋นถ่มเลือดออกมาเต็มปาก และไม่ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บอย่างไรด้วยท่าทางเคร่งขรึมและกระแสความโกรธอันท่วมท้นเขาก็ใช้กระบี่ชื่อยวนค้ำยันพื้นแล้วลุกขึ้นยืนและเดินออกไปด้วยมือเปล่า

            “เจ้าสุนัขยาจก! คนในตระกูลรองของเจ้าต่างก็เป็นมดปลวกมีสิทธิ์อะไรถึงมาชนะข้า? ทำไม! ไอ้ตัวขยะ!”ดวงตาของฉู่เฟยเบิกกว้าง ตัวนางสั่นระริก แต่ขาก็ยังก้าวไปข้างหน้า

            "สิทธิ์นี้อย่างไรเล่า!"

            "เพียะ!"

            ทันใดนั้นฉู่อวิ๋นก็จ้องมองด้วยความโกรธ ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวและตบหน้าของฉู่เฟยด้วยฝ่ามือ ทำให้นางตกใจและเจ็บปวดขึ้นมา

            เสียงตบดังก้องไปทั่วสถานที่จัดงานประลอง

            ทุกคนตกตะลึง

            “เจ้าตบข้า เจ้ากล้าดีอย่างไรมาตบข้า! ไอ้คนสถุล อภัยให้ไม่ได้!”ฉู่เฟยยกมือขึ้นมาสัมผัสใบหน้างามที่บวมช้ำของตัวเอง นางโกรธมากจากนั้นก็พยายามต่อยหน้าของฉู่อวิ๋นด้วยกำลังทั้งหมดที่มี

            แต่ฉู่อวิ๋นหลบไปด้านข้างยื่นมือขวาออกไปแล้วจับแขนที่อ่อนแอของฉู่เฟย รวบมัดเอาไว้

            “อ๊ะ! สกปรก...มือสกปรกนัก! ไอ้เวรนี่กล้าดีอย่างไรมาแตะต้องตัวข้า? หาเรื่องตายนัก!” ฉู่เฟยสั่นไปทั้งตัว สีหน้าของนางพลิกกลับไปมาร่างกายดิ้นรนอย่างดุเดือดและพยายามเบี่ยงหลบ

            “ถูกสารเลวควบคุมเอาไว้ น่าอับอายมากใช่หรือไม่? จำไว้ว่ามือนี้ของข้าเองที่เอาชนะเจ้าได้!”

            "เพียะ!"

            ฉู่อวิ๋นตบนางอีกครั้งด้วยหลังมือทำให้ใบหน้าอีกด้านของฉู่เฟยเปลี่ยนเป็นสีแดง

            “น่าชังนัก! ไอ้มือเหม็น ไอ้มือสกปรก หน้าข้า...หน้าข้า!”ฉู่เฟยทั้งอับอายทั้งโกรธแค้น และเริ่มต่อสู้กับฉู่อวิ๋นอีกครั้ง

            แต่ทว่าทั้งคู่อยู่ในสภาพอ่อนล้าคนหนึ่งหมดแรง อีกคนก็บาดเจ็บสาหัส เมื่อพวกเขาโรมรันกันฉู่อวิ๋นก็ถูกฝีเท้าของฉู่เฟยสกัดจนเสียหลักและล้มไปข้างหน้าถ่ายเทน้ำหนักไปที่ฉู่เฟย

            ทั้งคู่ล้มลงกับพื้นทันที

            ทุกคนอุทานพวกเขาไม่คิดว่าฉากสุดท้ายของการประลองยุทธ์เซี่ยหยางจะกลายเป็นการแลกหมัดกันระหว่างทั้งคู่

            ในเวลานี้ฉู่เฟยลืมตาขึ้นและเห็นฉู่อวิ๋นกำลังล้มทับบนตัวนาง นางกรีดร้องซ้ำๆราวกับถูกลบหลู่อย่างไม่อาจให้อภัย

            “ไปให้พ้น เจ้าคนเหม็นเน่า...สกปรกอย่ามาแตะต้องข้า!”

            ฉู่อวิ๋นเกือบโดนหมัดของฉู่เฟยต่อยหน้าเขารู้สึกโกรธจัด ยันร่างกายลุกขึ้นนั่งทับบนเอวของฉู่เฟยทันทีใช้มือขวาบีบแขนนางเอาไว้แน่น และจ้องมองคนใต้ร่างอย่างเย็นชาและไร้อารมณ์

            “ออกไปนะ!อย่าให้เลือดสกปรกของเจ้ามาโดนข้าเชียว น่ารังเกียจนัก! ไอ้ตัวอัปมงคลตระกูลรอง!”ฉู่เฟยถ่มน้ำลายออกมาด้วยความโกรธและขัดขืนอย่างรุนแรง แต่มันก็ไร้ผล นางทำได้เพียงส่งสายตามองฉู่อวิ๋นด้วยความดุร้ายเต็มตาดวงตาฉายแววดูถูกและรังเกียจ

            บนเวทีประลองมองเห็นฉู่อวิ๋นนั่งทับฉู่เฟยที่นอนราบอยู่บนพื้นโดยไม่พูดอะไรสักคำสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปแล้ว

            สายลมเย็นเยียบพัดผ่านไปราวกับน้ำแข็งที่เย็นเฉียบ

            หลังจากนั้นไม่นานฉู่เฟยก็มองตอบสายตาเย็นชาของฉู่อวิ๋น นางอับอาย โกรธแค้น และรังเกียจและเกือบจะระเบิดอารมณ์ออกมา ณ เดี๋ยวนั้น

            ใบหน้างามของนางฉายแววชั่วร้ายเสียงที่หยิ่งยโสดังออกมาจากปากเล็กๆ ของนาง และพูดด้วยน้ำเสียงตีโพยตีพาย"ไอ้สารเลว กล้าดีอย่างไรมาทำแบบนี้กับข้า?! ข้าสาบานเลยว่าข้าไม่ปล่อยเจ้าแน่! ข้าจะหั่นเจ้าเป็นชิ้นๆแล้วเอาไปโปรยให้สัตว์ปีศาจมันกิน!”

            “ให้เหมือนกับคนในตระกูลเจ้าที่ถูกสัตว์ปีศาจรุมทึ้งกัดกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก! ฮ่าๆๆ”

            คำพูดที่ชั่วร้ายเหล่านี้ค่อยๆดังเข้าหูของฉู่อวิ๋น เหมือนกับค้อนขนาดยักษ์ที่ทำให้จิตใจของเขาแตกสลายทำให้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เส้นเลือดปูดโปนออกมาด้วยความโกรธ

            "เพียะ!"

            เสียงตบหน้าดังขึ้นอีกครั้งครั้งนี้ทำให้มุมปากของฉู่เฟยมีเลือดซึมออกมา

            “กล้าก็พูดออกมาอีก!”ฉู่อวิ๋นยกมือซ้ายขึ้นสูง ดวงตาฉายแววอารมณ์โมโหจ้องมองไปที่ฉู่เฟยราวกับยมทูตพรากวิญญาณ

            “ฮ่าๆๆข้าบอกว่าคนของตระกูลเจ้ามันอ่อนแอ ก็เหมือนกับเจ้าสุนัขพันธุ์ผสมที่ทำได้แค่กระดิกหางขอความเมตตาจากสัตว์ดุร้ายที่แข็งแกร่ง!”

            “เพียะ! เพียะ!”

            ฉู่อวิ๋นตบหน้าฉู่เฟยอีกสองครั้งทำให้เกิดรอยแดงและปูดบวมบนใบหน้างดงามของนาง ที่เคยยาวเรียบเนียนดั่งหยก

            ในเวลานี้ทุกคนรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทั้งคู่สูญเสียพลังยุทธ์ไปเกือบหมดแล้วแต่กลับยังไม่มีใครยอมแพ้ ทั้งยังยอมใช้ร่างกายเปล่าๆ เข้าห้ำหั่นกันต่ออีก

            ในขณะเดียวกันหลายคนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมฉู่อวิ๋นถึงได้โกรธเกลียดฉู่เฟยมากขนาดนี้? พูดกันตามจริงแล้วสถานะของทั้งคู่ต่างกันมากคนหนึ่งเป็นอัจฉริยะที่หยิ่งผยองและอีกคนเป็นดาวหายนะที่ฉาวโฉ่ พวกเขาแทบไม่เกี่ยวข้องกันเลย

            เพราะเหตุใดกัน?

            “หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเฟยเอ๋อร์จะถูกตีตายเอานะ!” ในค่ายตระกูลฉู่ ผู้อาวุโสสามดูเป็นกังวลที่สุดแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้

            “เฮ้อขอแค่เฟยเอ๋อร์ยอมรับความพ่ายแพ้ ทุกอย่างก็จะจบลง” ผู้อาวุโสสี่ถอนหายใจจากนั้นก็เหลือบมองที่ฉู่อวิ๋นแล้วพูดว่า“น่าเสียดายที่ด้วยอารมณ์ของเฟยเอ๋อร์แล้ว นางไม่มีทางยอมถอย"

            ตลอดมานี้ฉู่เฟยถือตนยิ่งใหญ่ในหมู่คนรุ่นใหม่มาโดยตลอด จนทำให้นิสัยแปรเปลี่ยนเป็นหยิ่งผยองก้าวร้าว

            ยิ่งไปกว่านั้นนางเกลียดตระกูลรองเป็นที่สุดและเชื่อว่าตระกูลหลักมีสายเลือดบริสุทธิ์แต่ตอนนี้นางกลับถูกฉู่อวิ๋นตีจนแพ้ นางย่อมไม่ยอมรับความพ่ายแพ้เป็นธรรมดา

            “เพียะ! เพียะ! เพียะ!”

            เสียงตบตีดังหวีดหวิวมาจากเวทีประลอง

            แต่ฉู่เฟยก็ยังคงแข็งกระด้างและพูดท้าทายฉู่อวิ๋น "ฮ่าๆๆ เจ้าฆ่าข้าไม่ได้หรอก! เจ้าขยะ"

            "ใช่หรือ?!"

            “เพียะ!” ตบแล้ว

            “เจ้ามั่นใจหรือ?” ฉู่อวิ๋นพูดอย่างเย็นชา

            “ขยะแขยง!” ฉู่เฟยกระอักเลือดออกมาเต็มปาก

            “เพียะ!” ตบอีก

            “ยอมแพ้หรือไม่!”

            “ต่อให้ตีข้าจนตาย ข้าก็ไม่ยอมแพ้ ข้าจะไปแย่ยิ่งกว่าสุนัขได้อย่างไร?!”

            “ฮ่าๆ แต่เจ้าก็แย่ยิ่งกว่าหมูหรือสุนัขเสียอีกนะ!”ฉู่อวิ๋นตบฉู่เฟยอย่างแรงอีกครั้ง ทำให้ใบหน้าของฉู่เฟยซีกหนึ่งบวม

            "ฮ่าๆๆ"

            จากนั้น ฉู่เฟยดูเหมือนจะบ้าไปแล้วจู่ๆ นางก็หัวเราะออกมา

            ทันใดนั้นดวงตาของนางก็มืดมนทันทีด้วยท่าทางดุร้าย และตะโกนเสียงดัง"ข้าคาดหวังนักว่าจะได้ย้อนกลับไปตอนนั้น กลับไปตอนที่ปะทะกับกระแสสัตว์ปีศาจไปที่ด้านในของป่าสนธยา ได้เห็นพวกคนตระกูลรองของเจ้าถูกพวกสัตว์ปีศาจฆ่าตายกับตาอีกครั้ง”

            “พวกมันต่อสู้อย่างสิ้นหวังเพื่อเปิดเส้นทางอันนองเลือดให้ข้าได้หนีเลือดเนื้อของพวกมันปลิวว่อนไปทั่วทุกที่เหมือนหมูเหมือนสุนัขที่ถูกสัตว์ปีศาจดุร้ายสังหาร มันช่างวิเศษจริงๆ ฮ่าๆๆ”

            ประโยคนี้ดังมากจนเกือบได้ยินไปทั่วทันใดนั้นทุกคนต่างก็ตกตะลึงและดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจะได้รู้เรื่องราวภายในของกระแสสัตว์ปีศาจครั้งล่าสุดนี้อย่างช้าๆ

            “อะไรนะ? คนจากตระกูลฉู่เสียชีวิตตอนที่ช่วยให้ฉู่เฟยหลบหนีหรือ?”

            “ไม่ถูกต้อง ผู้นำตระกูลฉู่เคยบอกไว้ไม่ใช่หรือว่าสมาชิกของตระกูลรองถูกสัตว์ปีศาจโจมตีโดยไม่มีเหตุผลพวกเขาสงสัยไม่ใช่หรือว่าวิญญาณยุทธ์พิการที่ฉู่อวิ๋นปลุกขึ้นนั้นเป็นสาเหตุ?”

            “หรือว่า...พวกเราจะตำหนิฉู่อวิ๋นผิดมาตลอด?”

            หลังจากที่ทุกคนได้รับรู้ความจริงอันน่าขนลุกนี้แล้วพวกเขาต่างมองหน้ากันด้วยความตกใจ การสนทนายังคงดำเนินต่อไปและสถานที่จัดงานก็วุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244