"จนในที่สุดมันก็สามารถที่จะอยู่บนจุดสูงสุดที่มันเฝ้าใฝ่ฝันหา…แต่กลับกลายเป็นว่าไม่เคยมีสัตว์อสูรตนใดที่คิดจะยำเกรงและเคารพในตัวของมันเลยสักตนเดียว….”
เซียวเย่นิ่งเงียบหายใจอีกสักพัก ก่อนที่จะอ้าปากกล่าวออกมาอีกหน มันกล่าวออกมาพร้อมกับเลือดที่ยังไม่ยอมหยุดไหลนอง
น้ำตาเริ่มที่จะไหลออกมาช้าๆบนใบหน้าของเซียวเย่ ความรู้สึกเริ่มที่จะหลอมรวมเข้าด้วยกัน คล้ายกับว่าเซียวเย่นั้นไม่ใช่เซียวเย่ที่เคยเป็น….คล้ายมันว่าเคยยืนอยู่ข้างหลังเจ้าของหน้ากากตนนั้น
"….."
อสูรพยัคฆ์แดงเมื่อได้ฟังก็เหมือนกับต้องมนต์สะกด มันเริ่มที่จะรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่เซียวเย่ต้องการที่จะสื่อออกมา คล้ายกับว่ามนุษย์ตรงหน้ามันไม่ใช่มนุษย์…แต่กลับเป็นสัตว์อสูรที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อหนึ่งพันปีก่อน…มันทำได้แค่นั่งรับฟังอยู่เงียบๆ ไม่กล้าที่จะกล่าวถามสิ่งใดออกมาอีก
“.…..ยามที่มันเดินผ่าน…ไม่ว่าสัตว์อสูรตนใดก็ต่างก้มหัวน้อมรับด้วยความยำเกรง…แต่เมื่อมันไม่ได้อยู่ให้มองเห็น…พวกอสูรก็ต่างรวมตัวกันหัวเราะเยาะเย้ยดูถูกมันต่างๆ นานา เนื่องด้วยมันกำเนิดมาจากเผ่าพันธุ์ที่ต่ำต้อย พวกสัตว์อสูรตนอื่นๆก็ร่วมมือกันเผยแพร่ข่าวถูกผิดออกมากมาย ถึงพวกมันจะไม่อาจที่จะแกร่งเท่า แต่พวกมันก็ยังพยายามที่จะหาข้ออ้าง เพื่อที่จะหลอกตนเองว่าพวกมันนั้นสูงส่งมากน้อยเพียงใด……
……………
กงล้อแห่งโชคชะตาโหดร้ายกับข้าเยื่ยงนักใช่หรือไม่!!! ถ้าอย่างนั้นต่อจากนี้เป็นต้นไปข้าจะขอกำหนดโชคชะตาของข้าเอง!!
พวกเจ้าบอกว่าชาติกำเนิดข้าต่ำต้อยใช่หรือไม่…งั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีชาติกำเนิดของข้าอีกต่อไป!!!
สัตว์อสูรตนนั้นตัดสินใจลงมือกวาดล้างเผ่าพันธุ์ที่ต่ำต้อยของตนเองจนหมด พี่น้องในเผ่าพันธุ์ของมันต่างพร้อมใจกันกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว….พวกมันต่างล้มตายกันที่ละตัวอย่างไร้หนทางต่อต้าน…
ฉั่ว!
อ๊าก!!!
อสูรตนนั้นเดินออกมาจากหมู่บ้านเผ่าพันธุ์ที่ให้กำเนิดตนเองขึ้นมา เนื้อตัวและร่างกายของมันต่างชโลมไปด้วยเลือดเนื้อโลหิตของพวกพ้องตนเองที่มันได้เข่นฆ่า
หมู่บ้านที่มันเคยอยู่ตอนนี้กลับกลายเป็นรังเพลิงที่เผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่าง และค่อยๆกลับกลายเป็นเถ้าถ่านในอีกเวลาต่อมา
สัตว์อสูรจำนวนมากที่มาเฝ้ามองและมาเพื่อเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ พวกมันต่างมองสัตว์อสูรตนนั้นด้วยความหวาดกลัวมากขึ้นยิ่งกว่าเก่า พวกมันต่างรู้กันแล้วว่าสัตว์อสูรตนนี้นั้นแข็งแกร่งและบ้าคลั่งมากน้อยเพียงใด เพียงแค่คำพูดที่บอกกันปากต่อปาก มันก็ถึงกลับกระทำการหักหลังพวกพ้องของตนเอง ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของตนเองจนหมดไม่มีเหลือ
สัตว์อสูรตนนั้น ร่างกายของมันย้อมไปด้วยเลือดที่มีสีแดง ใบหน้าของมันโดนทำร้ายมานับครั้งไม่ถ้วน กลับกลายเป็นใบหน้าที่น่ากลัวและน่าเกลียด หลังจากวันนั้น…สัตว์อสูรตนใดที่ได้เห็นใบหน้าของมัน จากที่เมื่อก่อนเคยก้มหัวน้อมรับด้วยความไม่จำยอมในอดีต แต่ตอนนี้เมื่อพวกมันได้เห็นเพียงแค่ใบหน้าก็ต่างพร้อมใจกันวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัวในทันทีเมื่อเหลือบไปมองเห็น
พวกเจ้าบอกว่าข้ามีใบหน้าที่น่าเกลียดน่ากลัวใช่หรือไม่ งั้นต่อไปนี้พวกเจ้าก็จะไม่มีวันได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของข้าอีก!!!
สัตว์อสูรตนนั้นอ้าปากเปล่งเสียงออกมา คำพูดของมันดังก้องไปทั่วทั้งแผ่นดินสัตว์อสูร พวกมันทุกตนล้วนได้ยินคำกล่าวที่สัตว์อสูรตนนั้นเปล่งเสียงพูดออกมาทุกถ้อยคำ คำพูดของมันทุกคำล้วนเต็มไปด้วยน้ำเสียงที่มีโทสะ แต่ใครเล่าจะรู้ว่าสัตว์อสูรตนนั้นมันรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวมากน้อยเพียงใด
หมับ!
หลังจากที่มันประกาศถ้อยคำออกมาแล้ว มันก็หยิบหน้ากากที่มันเตรียมเอาไว้ก่อนแล้วขึ้นมาสวมใส่ หน้ากากใบนั้นมีใบหน้าที่คล้ายกับใบหน้าอสูรและใบหน้าของยักษ์มารอยู่ในเวลาเดียวกัน
กรึก!
มันค่อยๆ สวมใส่หน้ากากใบนั้นอย่างเชื่องช้า ก่อนที่มันจะหันหลังไปมององครักษ์ที่มันเป็นคนแต่งตั้งขึ้นมาเอง พวกมันมีรูปร่างที่สูงใหญ่และกำยำ โครงหน้าของมันมีรูปร่างคล้ายนกอินทรีที่น่าเกรงขาม ดวงตาของพวกมันเป็นสีทองคำที่ส่องสว่างจ้าออกมารางๆ
..…พวกเจ้าจงไปเข่นฆ่าสังหารสัตว์อสูรที่เคยเห็นใบหน้าที่น่าเกลียดใบนี้ให้หมดไป…ข้าไม่ต้องการให้อสูรที่เคยพบเห็นใบหน้านี้ยังคงเดินเอ้อระเหยลอยชายอีกต่อไปแล้ว….พวกมันอาจจะไปบอกกล่าวว่าใบหน้าของข้านั้นเป็นเช่นไรอีกครั้งได้..
ต่อจากนี้จะมีเพียงแค่หน้ากากใบนี้เท่านั้นที่เป็นใบหน้าของข้าอย่างแท้จริง…..ข้าจะไม่ใช่สัตว์อสูรที่หน้าตาอัปลักษณ์อีกต่อไปแล้ว!!!
ต่อไปนี้ข้าจะเป็นราชา!!! …และนามของข้าคือ…โชวมุน!!!!
องครักษ์ก้มหน้าน้อมรับคำสั่งด้วยความเคารพและนอบน้อม บ่งบอกถึงความภักดีที่สามารถที่จะมองให้เห็นได้ ไม่ต้องถามเลยว่าพวกมันภักดีต่อเจ้านายของพวกมันมากแค่ไหน…
ฉั่ว!
ฉึก!
อ๊าก!
เหล่าองครักษ์รีบทำตามคำสั่งที่ได้รับมาอย่างไม่ผิดเพี้ยน พวกมันเข่นฆ่าสังหารสัตว์อสูรที่เคยเห็นหน้าเจ้านายของพวกมันตนแล้วตนเล่า แต่พวกมันคงจะลืมไปแล้วว่ามีสัตว์อสูรมากน้อยเพียงใดที่เคยพบเห็นใบหน้านั้น…
ฉั่ว!
โฮ๊ก!
อ๊าก!
รู้สึกตัวอีกทีสัตว์อสูรในแผ่นดินก็หายไปกว่าครึ่ง พวกมันล้วนตายด้วยคมง้าวขององครักษ์ที่ได้รับคำสั่ง สัตว์อสูรหลายเผ่าพันธุ์ล้วนล้มตายและสูญหาย
ในที่สุดก็ดูคล้ายว่าพวกมันจะไร้ซึ่งหนทาง สุดท้ายพวกมันก็ต้องจับมือกันเพื่อความอยู่รอด แต่บางเผ่าพันธุ์ก็หยิ่งในศักดิ์ศรี พวกมันไม่ยอมที่จะเข้าร่วมกับเผ่าพันธุ์อื่นๆ นอกจากเผ่าพันธุ์ของพวกมันเอง นั่นเป็นสาเหตุที่มีสัตว์อสูรสายเลือดแท้และสายเลือดผสมกำเนิดขึ้นมาในภายหลัง…สัตว์อสูรนับพันหมื่นเผ่าต่างหวาดกลัวอำนาจและพลังของเหล่าองครักษ์ และที่กลัวยิ่งกว่าสิ่งใดก็คือเจ้านายของพวกมัน….
แผ่นดินอสูรตกอยู่ในความสงบอีกครั้ง คำด่าทอและดูถูกกลายเป็นสิ่งต้องห้าม ไม่เคยมีคำกล่าวว่ามันมาจากเผ่าพันธุ์อสูรที่ต่ำต้อย หรือว่ามันมีใบหน้าที่อัปลักษณ์อีกต่อไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะความเคารพและบูชาก็ได้ที่ทำให้พวกมันเป็นแบบนั้น…
อย่างน้อยราชาของพวกมันก็เชื่อเช่นนั้น…
แผ่นดินเริ่มที่จะสงบสุข แต่ราชาของพวกมันไม่มีทางที่จะรู้ได้เลย…..ว่ามันเป็นคลื่นลมที่สงบก่อนที่พายุจะมาในภายหลัง
………
ราชาของพวกมันปกครองได้เพียงแค่ไม่กี่ปี กลุ่มสัตว์อสูรนับร้อยหมื่นก็รวมหลังกันเข้าต่อต้าน พวกมันซ่องสุมกำลังกันมานานนับร้อยปีเพื่อรอคอยโอกาสอย่างในวันนี้
น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ต่อใช้มันแข็งแกร่งมากเพียงใด แต่มันก็มีเพียงแค่องครักษ์หนึ่งพันตนเท่านั้นที่จริงใจรับใช้มันอย่างแท้จริง มันจะไปต่อกรกับสัตว์อสูรนับร้อยหมื่นได้อย่างไร
เมื่อมันหันหน้าไปมองข้างหลัง นอกจากองครักษ์ของมันแล้วมันก็ไม่เห็นผู้ใดอีก จากที่มีอำนาจดุจแบกฟ้ากลับกลายเป็นเพียงภาพลวงตาดุจชั่วข้ามคืน
ช่างน่าเศร้านัก…
ไม่มีใครจริงใจรับใช้มันสักตน…สัตว์อสูรที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกคนยอมรับ…สุดท้ายแล้ว…เส้นทางที่มันเลือกก็คงจะไม่ใช่เส้นทางที่มันควรจะเป็น…
โชคชะตาช่างโหดร้ายกับข้าอีกครั้งแล้ว…นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะพ่ายแพ้เจ้า! ข้าจะกลับมาต่อกรกับเจ้าอีกครั้ง!!! และครานั้นข้าจะไม่มีวันพ่ายแพ้เจ้าได้อีก!!!!
ข้าจะต่อต้าน!!
ข้าจะไม่มีทางจำยอม!!!!
ราชาอสูรตนนั้นกรีดร้องตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง ปล่อยให้สัตว์อสูรนับร้อยหมื่นปล่อยพลังเข้าโจมตีมันพร้อมกันจากทุกทิศทาง
ตูม!!!
ร่างกายที่ใหญ่โตและบึกบึนถูกทำลายเป็นชิ้นส่วนเล็กๆด้วยความไม่จำยอม โลหิตของมันร้อนแรงดุจลาวา พวกมันปลิวกระเด็นลอยไปไกลนับแสนลี้เผาไหม้ทำลายผืนป่าลงไม่มีเหลือ แผ่นดินสัตว์อสูรกว่าครึ่งกลายเป็นแผ่นดินที่แห้งแล้ง พืชผลไม่อาจงอกขึ้นมาได้อีกเลย
หน้ากากของมันปลิวกระเด็นลอยไปไกลห่างจากศพ แต่ไม่มีใครเห็นหรือสังเกตได้เลยว่าหน้ากากใบนั้นหายไปอยู่ที่ใด…
……………..
“หน้ากากในตอนนั้น..มันได้มาปรากฎอยู่เบื้องหน้าของเจ้าและข้าในตอนนี้….เจ้ายังจะว่ามันเป็นหน้ากากธรรมดาอยู่อีกหรือไม่….”
เซียวเย่พล่ามกล่าวเล่าเรื่องออกมาคร่าวๆ เพราะต่อให้เล่าอย่างละเอียดมันก็คงจะไม่มีทางเข้าใจ
".….มันคุ้มค่าและเรอะ…กับการที่เจ้าลงทุนเช่นนี้….จงอย่าได้หลงลืมสัญญาที่เรามีให้กันเป็นอันขาด อย่างน้อยตอนนี้ข้าก็ยังไม่ได้ทำอะไรให้เจ้าเลย จงอย่าได้ตาย….จงอย่าได้ทำให้ข้ากลายเป็นสัตว์อสูรที่ผิดสัญญาเป็นอันขาด…"
อสูรพยัคฆ์แดงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่กังวลไม่น้อย มันกลัวว่าเซียวเย่จะฝืนตัวเองจนตายไปเสียก่อน ต่อให้หน้ากากนั่นจะเสกฟ้าหรือว่าเสกทองคำขึ้นมาได้ ตัวมันก็ไม่ได้สนใจอีกต่อไปแล้ว
จ๊อก….
"……"
เซียวเย่ไม่ได้กล่าวสิ่งใด กระทำเพียงแค่หันหน้าไปมองและพยักหน้าให้ด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย โลหิตเริ่มที่จะไหลออกมาช้าลง พร้อมกับเซียวเย่ที่เหมือนจะมีชีวิตที่น้อยลงเช่นเดียวกัน ไม่รู้ว่าร่างกายเริ่มที่จะฟื้นฟูหรือว่าเลือดโลหิตใกล้ที่จะหมดตัวแล้วกันแน่
แต่อสูรพยัคฆ์แดงกังวลว่ามันคงจะเป็นอย่างหลัง…
จ๊อก…
ร่างกายของเซียวเย่เริ่มที่จะไม่รับฟังคำสั่ง บวกกับแข้งขาเริ่มที่จะอ่อนแรง สุดท้ายเซียวเย่ก็นั่งลงกับพื้นในที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นเซียวเย่ก็ยังไม่จำยอมที่จะยอมแพ้แต่อย่างใด มันยังคงฝืนเค้นโลหิตออกมาให้หน้ากากใบใหญ่เบื้องหน้ารับประทานอย่างเอร็ดอร่อย