“แล้วเจ้าจะให้ข้าหลอมรวมจิตวิญญาณเพลิงนี้อย่างไรข้าไม่เคยทำมาก่อน”
“เจ้านายไม่ต้องกังวลข้าจะทำให้จิตวิญญาณเพลิงนี้มาหลอมรวมกับจิตวิญญาณของเจ้านายเองแต่เจ้านายต้องทนความเจ็บปวดไปให้ได้การหลอมรวมจิตวิญญาณเพลิงนั้นเจ้านายต้องพบกับความเจ็บปวดเป็นอย่างมากเจ้านายพร้อมที่จะรับความเจ็บปวดในครั้งนี้แล้วหรือไม่หากเจ้านายพร้อมแล้วข้าจะทำให้จิตวิญญาณเพลิงนี้หลอมรวมกับเจ้านายเอง”
เสี่ยวเทียนหันไปสื่อสารกับจิตวิญญาณเพลิงเพียงครู่เดียวจิตวิญญาณเพลิงนั้นจำต้องยอมจำนนแก่เสี่ยวเทียนเพราะหากมันไม่ยอมหลอมรวมกับจิตวิญญาณของเฟยหลง เสี่ยวเทียนจะกลืนกินมันเข้าไปแทน หากเสี่ยวเทียนกลืนกินจิตวิญญาณของมันมันจะไม่สามารถต้านทานเสี่ยวเทียนได้เลย จิตวิญญาณเพลิงนั้นต้องตัดสินใจยอมจำนนและยอมหลอมรวมกับจิตวิญญาณของเฟยหลงแทนเพราะไม่เช่นนั้นมันจะหายไปตลอดกาล
หากมันยอมหลอมรวมกับจิตวิญญาณของเฟยหลงมันยังสามารถกลับมาเป็นอิสระได้อีกครั้งหลังจากเฟยหลงหมดสิ้นอายุขัยแต่มันไม่สามารถที่จะทำร้ายผู้ที่หลอมรวมจิตวิญญาณกับมันได้เพราะหากทำเช่นนั้นจิตวิญญาณเปลวเพลิงเองก็ต้องดับสูญตามไปด้วยเช่นกัน
เมื่อเฟยหลงเตรียมตัวพร้อมแล้วเสี่ยวเทียนจึงได้บอกให้จิตวิญญาณเปลวเพลิงเริ่มหลอมรวมกับเฟยหลงในทันทีจิตวิญญาณเปลวเพลิงเริ่มเข้าไปหลอมรวมกับจิตวิญญาณของเฟยหลงเองโดยที่เฟยหลงไม่ต้องทำอะไรเลยแม้แต่น้อยช่วงระยะเวลาที่จิตวิญญาณเปลวเพลิงหลอมรวมกับจิตวิญญาณของเฟยหลงนั้นนับได้ว่าเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างยิ่ง
อักขระมากมายไหลวนเวียนรอบตัวของเฟยหลงก่อนจะไหลเข้าไปยังหัวของเฟยหลง ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเวทไฟของเฟยหลงเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอักขระที่วิ่งหลั่งไหลเข้าไปเฟยหลงกัดฟันทนรับความเจ็บปวด ผิวหนังของเขาไหม้เกรียมและหลุดออกมาเลือดในกายของเฟยหลงเดือดพล่าน หลายครั้งที่เฟยหลงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแต่เขาก็พยายามอดทนต่อความเจ็บปวดทั้งหลายที่ต้องพบเจอในครั้งนี้เพราะมันเป็นความเจ็บปวดที่เรียกได้ว่าเกินกว่าที่เด็กเช่นเขาจะทนไหวแม้แต่ผู้ใหญ่บางคนยังไม่สามารถผ่านความเจ็บปวดนี้ไปได้แต่ด้วยจิตใจที่แน่วแน่ของเฟยหลงเขากัดฟันอดทนจนหมดสติไปหลายครั้งทุกนาทีที่ผ่านไปนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและทรมานเป็นอย่างมาก
เฟยหลงพยายามอดทนจนกระทั่งผ่านไปหนึ่งวันครึ่งความเจ็บปวดที่เขาได้รับมาตลอดเริ่มหายไปผิวหนังที่ถูกเผาไหม้จนเกรียมเริ่มหลุดออกไปผิวหนังใหม่แทนที่ผิวหนังที่ถูกเผาไหม้และหลุดออกไปเป็นผิวหนังที่ได้รับการผลัดเปลี่ยนจากเปลวเพลิงร่างกายของเฟยหลงเริ่มฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว เสื้อผ้าของเฟยหลงนั้นถูกเผาไหม้ไปจนหมดสิ้น
ตู้มมม....
ตู้มมม....
ตู้มมม...
ตู้มมม...
พลังยุทธ์ของเฟยหลงเลื่อนขึ้นมาถึงสี่ระดับย่อยในคราเดียวตอนนี้พลังยุทธ์ในตัวของเฟยหลงนั้น เลื่อนมาอยู่ในระดับผู้ฝึกยุทธ์ระดับเก้าแล้วเหลืออีกเพียงขั้นเดียวเฟยหลงก็จะสามารถเลื่อนระดับไปเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในระดับจอมยุทธ์ได้แล้ว ส่วนพลังเวทของเฟยหลงนั้นก็เลื่อนมาอยู่ในระดับนักเวทฝึกหัดขั้นสูงระดับเก้าเช่นเดียวกัน
อีกเพียงระดับเดียวเฟยหลงจะก้าวข้ามไปสู่จอมเวทขั้นต้นได้เช่นเดียวกับเพื่อนๆ ของเขาเช่นกันภายในจิตวิญญาณของเฟยหลงสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของจิตวิญญาณเปลวเพลิงการหลอมรวมจิตวิญญาณเปลวเพลิงและจิตวิญญาณของเฟยหลงจึงเสร็จสิ้นลง
เฟยหลงนำเสื้อผ้าชุดใหม่ที่อยู่ในแหวนมิติมาสวมใส่ในทันทีดินแดนแห่งไฟที่เคยร้อนระอุเมื่อจิตวิญญาณแห่งเปลวเพลิงถูกเฟยหลงหลอมรวมเข้าไปเรียบร้อยแล้วทำให้เปลวเพลิงที่เคยร้อนระอุนั้นค่อย ๆ จางหายไปอย่างรวดเร็วศิษย์ที่กำลังฝึกฝนอยู่พลันรับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นพวกเขาต่างเริ่มเอะอะโวยวายกัน
เพียงแต่ว่าก่อนที่พวกเขาจะตรวจสอบความผิดปกติใดๆ พวกเขากลับถูกส่งตัวออกมาจากดินแดนแห่งเวทนี้เรียบร้อยแล้ว เสี่ยวเทียนรีบกลับไปอยู่ในแหวนมิติสำหรับสัตว์อสูรในทันทีก่อนที่จะถูกส่งออกมาจากดินแดนแห่งเวท
เฟยหลงถูกส่งออกมาจากดินแดนแห่งเวทพร้อมกับศิษย์คนอื่นๆ ทั้งหมดเขามองไปรอบ ๆ ตัวของเขาในทันทีเหล่าผู้อาวุโสที่รอพวกเขาอยู่แล้วรีบเข้ามารับตัวศิษย์ที่สามารถกลับออกมาอย่างรวดเร็ว
พวกเขาทั้งหมดถูกนำตัวกลับไปยังเรือบินที่มารอรับพวกเขาอยู่แล้วต้าหยุนเซียวและโหลวต้าเมื่อเห็นเฟยหลงสามารถมีชีวิตรอดกลับออกมาได้พวกเขาทั้งสองต่างพากันแปลกใจเป็นอย่างมาก
“ศิษย์พี่ทำไมเจ้าเฟยหลงมันถึงกลับออกมาได้ ไม่ใช่ว่ามันตกลงไปตายในดินแดนแห่งไฟไปแล้ว”
“เจ้าถามข้าแล้วข้าจะไปถามใครแค่มันถูกฝ่ามือของพวกเรามันก็น่าจะบาดเจ็บหนักแล้ว ยิ่งตกลงไปในเปลวเพลิงที่มีความร้อนมากขนาดนั้นหากเป็นข้ายังไม่แน่ใจว่าจะทนได้เกินสามนาทีได้หรือไม่เจ้านั่นมันไปเจออะไรมาบ้างนะ”
“ก็นั่นนะสิศิษย์พี่แล้วพวกเราควรทำยังไงต่อดี หากมันรู้ว่าเป็นพวกเราไม่แย่เอาหรือไง”
“มันไม่ทันได้สังเกตเห็นพวกเราด้วยซ้ำเจ้าอย่าตีตนไปก่อนไข้เลย ขอเพียงเจ้าไม่พูด ข้าไม่พูดคนอื่นก็ไม่มีใครรู้ ตอนนี้พวกเราต้องทำตัวให้เป็นปกติเจ้าอย่าได้เผลอไปบอกใครเด็ดขาด ยังไงมันก็ไม่มีหลักฐานว่าพวกเราทำอยู่แล้ว”
“ข้าเข้าใจแล้วศิษย์พี่ไม่ต้องห่วงข้าไม่พูดถึงเรื่องนี้อย่างแน่นอน ท่านวางใจได้”
“ดีเช่นนั้นพวกเรารีบไปรวมตัวกับคนอื่นๆ ก่อน เอาไว้พวกเราค่อยมาปรึกษากันใหม่ว่าจะเอายังไงกันต่อทีหลัง”
“ขอรับศิษย์พี่พวกเรารีบไปกันเถอะ”
ทั้งคู่พากันขึ้นเรือบินที่มารอรับพวกเขาอยู่อย่างรวดเร็ว เฟยหลงที่ตอนนี้ถูกผู้อาวุโสของสถาบันรับตัวกลับมา ก็ขึ้นเรือบินนั้นโดยไม่ได้คิดอะไรมากมายตอนนี้เฟยหลงเองก็พยายามตามหาคนที่ลอบทำร้ายเขาอยู่แต่ด้วยเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเร็วมากจนเข้าไม่สามารถมองเห็นหน้าหรือรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนลอบทำร้ายเขา
แต่เขากลับโชคดีในความโชคร้ายเพราะตอนนี้จิตวิญญาณเพลิงที่หลอมรวมกับเขาก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วสำหรับการเข้าไปยังดินแดนแห่งเวทในครั้งนี้เขาเลยเลิกคิด และเลิกใส่ใจกับเรื่องการถูกลอบทำร้ายในคราวนี้
เมื่อศิษย์ทุกคนขึ้นเรือบินครบหมดทุกคนเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายจึงได้พาพวกเขาเดินทางกลับไปยังสถาบันในทันทีการเดินทางมายังดินแดนแห่งเวทในครั้งนี้นับเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่สำหรับเฟยหลงและเพื่อนๆ ของเขา
ระดับพลังเวทของแต่ละคนนั้นเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนๆ ของเฟยหลงที่พวกเขาได้ฝึกฝนยังดินแดนที่ตรงกับธาตุของแต่ละคนโดยหวนอู่ จ้าวเฟย และหยวนฉู่ทั้งสามคนนั้นสามารถเลื่อนระดับพลังเวทเป็นระดับจอมเวทขั้นต้นระดับห้าทั้งสามคน