(จบ) ย้อนเวลากลายมาเป็นแม่สามีที่ชั่วร้าย

    ตอนที่ 51 ท่านถอดใจกับคนด้อยสติปัญญาหรือ

    ตอนที่ 51 ท่านถอดใจกับคนด้อยสติปัญญาหรือ


            หวงต้าเสิ่นหน้าเปลี่ยนสี นางหันไปถามไป๋เพ่ยเพ่ย “น้องเซี่ย เด็กรอดชีวิตแล้วไม่ใช่หรือ เขาเกิดมาแล้วจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ ในหมู่บ้านเคยมีหญิงท้องได้แปดเดือนคนหนึ่งล้มเช่นเดียวกัน ลูกที่เกิดมาถึงกับกลายเป็นคนด้อยสติปัญญา”


            หากเป็นเช่นนั้น สู้ไม่คลอดออกมาเสียยังดีกว่า


            คนด้อยสติปัญญาเกิดมาแล้วจะทำสิ่งใดได้


            ไม่เท่ากับเป็นตัวภาระหรือ 


            นอกจากเป็นภาระของครอบครัวแล้ว ตัวเขาเองอาจต้องทุกข์ทรมานอีกด้วย


            เมื่อเป็นเช่นนี้ ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงหลบหายออกจากห้องไป


            หลิ่วเหนียงได้ยินเช่นนี้ก็ท้วงอย่างไม่พอใจ “ท่านแม่ หมายความว่าอย่างไร ท่านถอดใจกับคนด้อยสติปัญญาแล้วหรือ?”


            นางพยายามปัดภาระให้พ้นตัว ไม่ได้ต้องการแท้งลูก


            เด็กที่กำลังจะเกิดมาย่อมไม่เป็นที่ยอมรับ


            “ด้อยสติปัญญาแล้วจะเก็บไว้ทำไม เจ้าต้องการมีลูกชายด้อยสติปัญญาเหมือนหญิงผู้นั้นหรือ จะดูแลลูกไปตลอดชีวิตเลยงั้นหรือ แม้เจ้าจะทนได้ แต่เมื่อเขาเติบโตขึ้น ก็ต้องออกไปมีครอบครัว จะหวังให้พี่น้องดูแล หรือฝากฝังไว้กับว่าที่เมียหรือ ผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนจะอยากแต่งงานกับคนด้อยสติปัญญา เขาจะไม่ถูกทำร้ายและจับพาไปถ่วงน้ำหรอกหรือ”


            สิ้นเสียงหลิ่วเหนียงก็ตาแดงก่ำ “ต่อให้เขาเป็นคนด้อยสติปัญญา มันก็เป็นเพราะท่านกับลูกสาวท่าน”


            “นางไม่ได้ผลักเจ้า เจ้าต่างหากที่ล้มลงไปเอง” แม้หวงต้าเสิ่นจะไม่เห็นเหตุการณ์ ทว่าก็เชื่อในตัวลูกสาว 


            หวงจวนบอกว่าไม่ได้ทำก็แปลว่าไม่ได้ทำ


            หลิ่วเหนียงกล่าวด้วยความโมโห “ใครบอกว่านางไม่ได้ผลัก หากนางไม่ได้ตามหลังข้ามา ข้าจะตกใจจนหกล้มไหม นางเป็นคนทำให้ข้าตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ...” 


            ไป๋เพ่ยเพ่ยเห็นแม่สามีลูกสะใภ้พูดคุยกัน คิดว่าจะสามารถประนีประนอมกันได้ จงใจเว้นพื้นที่ให้พวกนาง ส่วนตนเองออกไปเตรียมสมุนไพร ทว่ายาไม่ทันได้ที่ก็ได้ยินเสียงถกเถียงกันมาจากในห้อง


            นางรีบเข้าไปห้ามปราม “อย่าวู่วาม! ลูกเจ้ายังไม่ปลอดภัยดี ข้าเพียงห้ามเลือดไว้ เจ้ายังต้องกินยาและพักฟื้น... เจ้าต้องการเด็กคนนี้ไม่ใช่หรือ อย่าปล่อยให้เขาตายสิ!” 


            หลิ่วเหนียงน้ำตาไหลพรากพลางสะอื้น “พอกันที! ปล่อยให้ตาย ๆ ไปเสีย! ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครเหลียวแลอยู่แล้ว จะคลอดออกมาทำไม ให้ข้าทนทรมานคลอดลูกไปเพื่ออะไรกัน”


            “ใจเย็นลงก่อน ต่อให้ไม่ต้องการเด็กคนนี้ เจ้าก็ยังต้องสงบใจ ข้าห้ามเลือดให้ได้แล้ว หากโมโหแล้วตายไปจะทำอย่างไรเล่า แม้ไม่ใช่เพื่อลูกแต่เจ้าก็ควรนึกถึงตัวเอง อยู่นิ่ง ๆ ทำใจให้เย็นลง ไว้หายดีแล้วค่อยไปทะเลาะกับแม่สามีต่อยังได้ ข้าจะไม่ขัดขวางเลย ...” ไป๋เพ่ยเพ่ยอดกล่าวปลอบใจเสียยืดยาวไม่ได้


            นางขยิบตาให้หวงต้าเสิ่น บอกให้ระวังเอาไว้ ต่อให้อยากจะโต้เถียงเพียงไหนก็ต้องดูสถานการณ์ในตอนนี้ด้วย


            ยามนี้การตะโกนผลีผลามไม่ส่งผลดีต่อเด็กในครรภ์ หากไม่ใจเย็นลงอาจเสียใจในภายหลัง ไป๋เพ่ยเพ่ยหาใช่มหาเซียนแดนสวรรค์ที่จะเนรมิตทุกสิ่งได้ดั่งใจ


            หากเกิดเหตุน่าเสียใจขึ้นจริง แม้แต่ไป๋เพ่ยเพ่ยก็ไม่อาจช่วยได้


            หลิ่วเหนียงสะอื้นไห้และไม่โวยวายอีก ท่าทีแสนโศกเศร้า ก่อนคว้ามือไป๋เพ่ยเพ่ยมากุมขณะกล่าวตัดพ้อ “ฮือ ๆ ๆ ...เหตุใดชีวิตข้าถึงอาภัพนัก เห็นทนโท่ว่าน้องสามีทำให้ข้าหกล้ม แต่ท่านแม่กลับยืนกรานว่าข้าหกล้มเอง ...”


            หวงต้าเสิ่นอยากจะทักท้วง แต่กลับได้รับเพียงสายตาเขม็งจากไป๋เพ่ยเพ่ย 


            มุมปากนางกระตุกขึ้นด้วยความหงุดหงิด


            “ฮือ ๆ ... นางยังคิดว่าลูกข้าจะด้อยสติปัญญา จึงไม่ต้องการเขาแล้ว ทำแบบนี้ลงได้อย่างไร”


            “พวกนางต้องการจะทำร้ายลูกข้า ข้าเคราะห์ร้ายมาหลายชาติถึงได้ต้องแต่งเข้าตระกูลของพวกนาง”


            …



            ไป๋เพ่ยเพ่ยว่าปลอบ “ไม่ต้องร้อง ลูกอยู่ในท้องเจ้า เจ้าเป็นผู้เดียวที่สามารถตัดสินใจว่าจะเก็บเขาไว้หรือไม่ อย่าได้สนใจแม่สามีเลย นางเพียงกังวลใจเท่านั้น”


            หวงต้าเสิ่น “...”


            ข้ายังยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้แท้ ๆ!


            “อาการของเด็กคนนี้ไม่ได้สาหัสอย่างที่คิด เขาไม่ได้ไร้แขนขา ต่อไปขอเพียงดูแลตัวเองให้ดี เขาย่อมไม่เป็นไรอย่างแน่นอน อีกทั้งยังมีข้าคอยดูแลอยู่ หากดูท่าแล้วเด็กคนนี้ไม่รอดจริง ๆ จะบอกเจ้าแน่นอน ข้ายังไม่พูดแล้วเจ้าจะกังวลไปทำไม เจ้าหรือข้ากันแน่ที่เป็นหมอ”


            หลิ่วเหนียงปาดน้ำตาก่อนบอก “เขาไม่เป็นไรจริง ๆ หรือ”


            “ถ้าเป็นอะไรไปข้าย่อมต้องบอก ตอนนี้ข้าอยากให้เจ้าใจเย็นลงก่อน อยู่เฉย ๆ ... ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น! เดี๋ยวข้าจะเช็ดตัวให้ เจ้าดื่มยาและพักผ่อน สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้องสงบใจและไม่ต้องสนใจผู้อื่น แม่กับลูกจึงจะหายดี”   


            “อื้ม! ข้าจะฟังท่าน”


            …



            หลิ่วเหนียงไม่ได้กล่าวถึงเรื่องแท้งลูกอีก ไป๋เพ่ยเพ่ยถอนหายใจโล่งอก นางปลอบใจหลิ่วเหนียงจนมั่นใจว่าใจอารมณ์คงที่แล้ว ก่อนถามว่าข้างนอกมีน้ำพอให้เช็ดตัวหรือไม่  


            “เราเป็นผู้หญิงด้วยกัน ไม่ต้องอาย นอนลงเถิด อย่าขยับตัวไปไหน”


            หลิ่วเหนียงหน้าแดงเมื่อต้องเปลือยกายต่อหน้าคนอื่น ทว่าเพื่อลูกแล้วนางจำต้องกัดฟันทน


            ไป๋เพ่ยเพ่ยรู้ว่าอีกฝ่ายเขินอาย จึงไม่ให้เซี่ยเหมียวเหมียวเข้ามา บอกให้หวงต้าเสิ่นอยู่คอยช่วยเหลือข้าง ๆ


            ระหว่างนั้นก็เอ่ยขึ้น “ยามนี้เป็นโอกาสดีที่แม่สามีจะได้ดูแลลูกสะใภ้ หากนางเพิ่งทำให้เจ้าโกรธก็นับว่าเคราะห์ร้ายแล้ว...”


            หลิ่วเหนียง “...”


            หวงต้าเสิ่น​ “...”


            ทั้งสองสับสนจนพูดอะไรไม่ออก


            ในสถานการณ์นี้ ไป๋เพ่ยเพ่ยผ่อนคลายสบายใจอยู่เพียงผู้เดียว นางยังมีอารมณ์กล่าวถึงการรักษาสุขอนามัยของผู้หญิง


            บอกว่าเป็นสตรีต้องรักษาความสะอาดช่วงล่างให้ดี หากมีเกลือก็ใช้เกลือ หากไม่มีเกลือก็ใช้น้ำเปล่าล้าง ล้างแค่ภายนอก ห้ามล้างด้านใน อวัยวะนี้ไม่ต่างกับใบหน้าคน หากไม่ล้างบ่อย ๆ จะทำให้สกปรก ฉันใดก็ฉันนั้น 


            ทั้งยังย้ำเตือนให้สามีรักษาความสะอาดด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นหากสามีนำมือสกปรกมาแตะหน้าจะไม่ถือสาหรือ หากไม่ถือสาและไม่ยอมล้าง ใบหน้าจะไม่พลอยสกปรกไปด้วยหรือ


            ในระยะสั้นอาจไม่เกิดปัญหา นานวันเข้าสิวจะขึ้นและปัญหาอื่น ๆ จะมาเยือน 


            “ด้วยเหตุนี้บางครั้งจึงรู้สึกคันคายและไม่สบาย ไม่ใช่เพียงฝ่ายหญิงไม่สะอาด แต่ฝ่ายชายก็มีส่วนด้วย เป็นเพราะพวกเขาไม่รักษาความสะอาดให้เกลี้ยงเกลา...”


            แม่สามีลูกสะใภ้ตระกูลหวงได้เปิดหูเปิดตา หน้าแดงราวก้นลิงไปตาม ๆ กัน ในขณะเดียวกันก็เข้าใจแล้วว่าทำไมบางครั้งถึงได้รู้สึกไม่สบายในส่วนนั้น


            เมื่อพวกนางรู้สึกไม่สบายตัว สิ่งแรกที่ทำคือการอาบน้ำเพื่อให้สะอาดสะอ้าน ทว่ากลับไม่เคยนึกถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดขึ้นเลย


            ไม่เช่นนั้นจะยังมีอาการเช่นนี้ทั้งที่อาบน้ำบ่อยขนาดนี้ได้อย่างไร


            ที่แท้ก็ไม่ใช่แค่พวกนางที่ต้องอาบน้ำ แต่สามีก็ต้องอาบด้วยด้วย


            หวงต้าเสิ่นคิดว่าบางครั้งสามีก็คร้านจะล้างเท้าก่อนขึ้นเตียง ทำให้นางขยะแขยงอยู่บ้าง ไม่น่าเล่านางอาบน้ำบ่อยแล้วแต่ก็ยังมีปัญหา เป็นเช่นนี้นี่เอง...


            ไป๋เพ่ยเพ่ยพยายามถ่ายทอดความรู้เรื่องสุขอนามัยของผู้หญิงให้พวกนาง เช่นบอกว่าหากใบหน้าที่สองนี้ผิดปกติขึ้นมา สามารถส่งผลต่อการมีบุตรได้


            ทำไมน่ะหรือ


            เหตุผลเรียบง่ายมาก มันไม่ต่างกับการเพาะปลูก หากนำเมล็ดพันธุ์ชั้นดีปลูกลงในผืนดินสกปรกและแห้งแล้ง คิดว่าจะงอกงามได้หรือ 


            เราต่างรู้กันว่าการเพาะปลูกไม่เพียงแต่อาศัยเมล็ดพันธุ์ แต่ยังขึ้นอยู่กับผืนดินด้วย การให้กำเนิดบุตรก็เช่นกัน

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) ย้อนเวลากลายมาเป็นแม่สามีที่ชั่วร้าย ที่คุณอ่าน