สองวันผ่านไป ณ เผ่าจิ้งจอก ชางไห่ยังคงไปเก็บดอกไม้ที่สวนเพื่อที่จะนำไปไหว้ศพพ่อของนาง ทว่านางกลับโดนขวางไว้เสียก่อน
“เ้ากำลังจะไปไหนชางไห่?”
“ข้าจะขึ้นไปไหว้หลุมศพท่านพ่อเ้าค่ะ ท่านแม่มีอะไรหรือเ้าค่ะ ข้าเก็บผักเสร็จหมดแล้วนี่เ้าคะ”
“เื่ผักข้าไม่ได้ว่าอะไร วันนี้ท่านเ้าัอยากจะกินเป็ดพะโล้ เ้าจงรีบไปเข้าครัวแล้วทำเป็ดพะโล้เดี๋ยวนี้”
“เท่าที่ข้ารู้มา ท่านเ้าัถือศีลไม่กินเนื้อสัตว์ทุกประเภท มิใช่หรือเ้าคะ?”
“อย่าทำมาเป็อวดรู้ ข้าสั่งอะไรเ้าก็ต้องทำ”
“ได้เ้าค่ะ ข้าจะทำให้ เเต่ข้าขอเอาดอกไม้พวกนี้ไป…”
“ไม่ได้!!!”
“ท่านแม่!!!” เหมยอิงเเย่งดอกไม้ในมือของชางไห่แล้วจับโยนทิ้งลงแม่น้ำ ก่อนที่จะยกปิ่นโตที่นางตั้งใจจะเอาไปกินหน้าหลุมศพพ่อปาทิ้งลงตรงหน้า เศษอาหารและน้ำแกงมากมาย กระเซ็นไปทั่วทุกทิศ ชางไห่ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนร้องไห้มองการกระทำอันเลวร้ายของเหมยอิงอยู่เช่นนั้น
“ข้าเคยบอกเ้าแล้วไม่ใช่หรือไง ว่าให้ทำตามคำสั่งของข้า เมื่อเ้าขัดขืนก็ต้องโดนเช่นนี้”
“ท่านแม่….”
“ไม่ต้องมาเรียกข้าว่าแม่…ข้าไม่ใช่แม่ของเ้า!!!” ชางไห่ ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินตามเหมยอิงกลับไป นางต้องรีบไปเข้าครัวเพื่อเตรียมเป็ดปักกิ่งให้เฉินเซี่ย ทว่าเวลาพลบค่ำอาหารเย็นก็ได้เตรียมขึ้นตั้งโต๊ะที่ศาลากลางน้ำ เหมยอิงเชิญเฉินเซี่ยมาทานข้าวด้วยเนื่องจากวันนี้เป็คืนสุดท้ายก่อนที่เฉินเซี่ยจะเดินทางกลับวังั ชางไห่เตรียมของขึ้นโต๊ะทุก อย่างก่อนจะรีบไปเตรียมน้ำให้เหมยอิงใช้อาบ โดยที่นางถูกสั่งห้ามให้มาร่วมทานอาหารด้วย ในระหว่างที่นางกำลังเตรียมน้ำอุ่นอยู่นั้น สาวใช้อีกนางหนึ่งก็ได้เข้ามาเรียก
“คุณหนูเ้าคะ คุณหนู..”
“ข้าอยู่นี่เม่ยถัว มีอะไรหรอ?”
“เกิดเื่ใหญ่แล้วเ้าค่ะ ที่แปลงผัก!!!” ชางไห่รีบตรวจเช็ค อุณหภูมิน้ำอีกรอบ เมื่อมั่นใจว่าน้ำได้ที่แล้วนางจึงรีบตรงไปยังแปลงผักเพื่อแก้ไขความเสียหาย ครั้นมาถึงก็พบว่าที่แปลงผักของนางนั้นมีใครบางคนเอาเศษอาหารและขยะมากมายมาทิ้งไว้ ชางไห่ไม่รีรอหรือขอความช่วยเหลือจากใคร นางลงมือพร้อมกับเม่ยถัวและคนงานอีกสามสี่คนช่วยกันเก็บขยะพวกนั้นออกไปให้หมด เเต่ทว่าเื่ราวก็ยังไม่จบเพียงแค่นี้
“คุณหนูเ้าคะ คุณหนูชางไห่ อยู่ไหนเ้าคะ?”
“นั่นเสียงิเอ๋อนี่ นางมาทำอะไรที่นี่เ้าคะ?”
“นั่นสิ เ้าออกไปดูนางที เม่ยถัว” ชางไห่สั่งให้เม่ยถัวออกไปดูิเอ๋อเพราะได้ยินเสียงนางร้องะโหาชางไห่อยู่ไกลๆ ครั้นเมื่อได้คำตอบเม่ยถัวก็รีบมารายงานชางไห่ทันที
“เกิดอะไรขึ้น เม่ยถัว?”
“ท่านเ้าเมือง สั่งให้คุณหนูไปพบที่ศาลากลางน้ำตอนนี้เลยเ้าค่ะ”
“............” ชางไห่ ส่งให้คนงานในสวนจัดการขยะพวกนี้ให้หมด ส่วนตัวนางนั้นรีบวิ่งไปที่ศาลากลางน้ำและเมื่อมาถึงนางก็พบว่าเหมยอิง เฉินเซี่ยและิคังกำลังร่วมโต๊ะอาหารกันอยู่ หากแต่ว่าอาหารบนโต๊ะนั้นไม่พร่องลงเลยแม้แต่เมนูเดียวโดยเฉพาะเป็ดปักกิ่ง ชางไห่หันไปมองหน้าเฉินเซี่ยและเห็นว่าเขากำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง ชางไห่เดินเข้ามาด้วยสภาพเสื้อผ้ามอมแมม กลิ่มขยะเหม็นเน่าติดตามตัวนาง เหม็นคลุ้งไปหมด
“มาแล้วหรอชางไห่ลูก อื้มหืม!! นี่ลูกไปทำอะไรมา ทำไมเนื้อตัวเ้าถึงเหม็นเน่าขนาดนี้?”
“ที่แปลงผักเกิดเื่ข้าจึงรีบไปจัดการ เห็นว่าท่านแม่เรียกหาข้าจึงได้รีบมา ยังไม่ทันได้ล้างเนื้อล้างตัวเ้าค่ะ ขออภัยท่านเ้าัด้วยนะเ้าคะ เอ่อ..ท่านแม่เรียกหาข้า…”
“ข้าทราบมาว่ากับข้าววันนี้เ้าเป็คนลงมือทำทั้งหมด และเมนูที่อยู่บนโต๊ะอาหารนี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็เนื้อสัตว์ทั้งนั้น เ้าไม่รู้หรือว่าท่านเ้าับำเพ็ญตบะถือศีลไม่กินเนื้อสัตว์ เหตุใดจึงมีแต่เนื้อสัตว์เต็มโต๊ะไปหมด!!” ชางไห่สะอึกในใจ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าเหมยอิงตั้งใจจะหักหน้านางและทำให้นางเป็คนผิด ซึ่งก่อนหน้านี้นางก็ได้พูดประโยคนี้กับเหมยอิงไปแล้ว เเต่เหมยอิงไม่ฟังและดูเหมือนว่าเฉินเซี่ยเองก็จะอารมณ์เสียกับเมนูอาหารมาก ชางไห่รู้แล้วว่าสิ่งที่นางทำมาทั้งหมดมันศูนย์เปล่า นางจึงพูดความจริงออกไป
“แต่ท่านแม่เป็คนสั่งให้ข้าทำเป็ดปักกิ่ง รวมถึงอาหารพวกนี้ด้วย โดยท่านอ้างว่าท่านเ้าัอยากจะกินเป็ดปักกิ่งมิใช่หรือเ้าคะ”
“ชางไห่!!.. เหตุใดเ้าถึงใส่ร้ายแม่เช่นนั้น แม่เป็ถึงภรรยาเ้าเมืองจิ้งจอกที่อยู่ภายใต้เขตปกครองของเผ่าั มีหรือที่แม่ไม่รู้ว่าท่านเ้าัไม่กินเนื้อสัตว์ เ้าทำเช่นนี้้า อะไรกันเเน่”
“เย่วเหมยอิง…ข้าไม่คิดเลยว่าท่านจะเป็คนเช่นนี้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเพราะข้ามีท่านพ่อ ข้าจึงยอมที่จะเคารพท่านแต่ตอนนี้ท่านพ่อของข้าไม่อยู่แล้ว ข้าไม่จำเป็ที่จะต้องเคารพท่านอีกต่อไป” ชางไห่สติหลุดด้วยความเสียใจ นางลุกขึ้นพร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปหาแม่เลี้ยงเพื่อที่จะใช้ฝ่ามือตบไปที่หน้าของนาง เเต่ทว่าเฉินเซี่ยกลับเข้ามาห้ามไว้ พร้อมกับผลักตัวชางไห่ออกไป
“ข้ารู้ว่าเ้าเสียใจเื่พ่อของเ้ามาก การกระทำอันชั่วร้ายของเ้าข้าก็พอที่จะรู้และเห็นมาบ้าง ถึงจะร้ายขนาดไหนแต่เ้าก็ไม่ควรทำกับแม่ของเ้าเช่นนี้ ยังไงเ้าสองคนก็เป็แม่ลูกกัน เ้าไม่คิดจะสำนึกในบุญคุณของนางบ้างเลยรึไง!!!”
“ท่านเ้าั ข้าผิดเอง ข้าอบรมเลี้ยงดูลูกสาวไม่ดีพอจึงทำให้นางมีนิสัยชั่วร้าย เช่นนี้ข้าผิดเองเ้าค่ะ ฮือฮือ”
“ท่านป้าอย่าได้โทษตัวเอง นั่นไม่ใช่ความผิดของท่านเลย นางต่างหากที่ทำตนเอง ตอนนี้ข้าได้ความสรุปแล้วว่าเ้าเป็คนยังไง หลี่ชางไห่!!..ิคัง พาท่านป้าไปส่งที่จวน!!”
“ขอรับคุณชาย” ชางไห่พยายามลุกขึ้นเพื่อจะเดินหนีไป เเต่ทว่าเฉินเซี่ยกลับพุ่งตัวเข้ามาจับข้อมือนางไว้ ก่อนที่จะพานางมานั่งที่เก้าอี้
“ข้าหลงคิดว่าก็เ้าเป็คนดี แต่ไม่เลย!ทั้งหมดที่เ้าทำมันก็แค่สร้างภาพให้ข้าเชื่อเท่านั้น วันพรุ่งนี้จะไม่มีงานเเต่งงาน ระหว่างเ้ากับข้าและข้าก็ไม่สนใจคำขู่ของเ้า ต่อไปนี้เ้าอยากทำอะไรก็ทำ!!”
“ท่านเชื่อหรอว่าข้าคิดจะทำร้ายนางจริงๆและท่านเชื่อหรอ ว่าข้าเป็คนทำเื่ทั้งหมดนี้ ท่านเชื่อจริงๆหรอ?”
“ข้าเห็นการกระทำเ้าด้วยตาของตนเอง แล้วเหตุใดข้าถึงจะไม่เชื่อ”
“แล้วท่านรู้หรือเปล่าว่าก่อนหน้านี้ การกระทำของข้าเป็ยังไง ข้าต้องใช้ชีวิตอยู่แบบไหน ข้าต้องทำอะไรบ้างในเเต่ละวัน ท่านรู้หรือเปล่า!!”
“ข้าไม่จำเป็ต้องรู้เื่พวกนั้นเกี่ยวกับเ้า เพราะข้าไม่อยากรู้จักเ้าอีกแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะเดินทางกลับวังัและไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก เข้าหวังเป็อย่างยิ่งว่าข้าจะไม่เจอหน้าเ้าอีก!!”
“ข้าไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ ท่านเจอกับอะไรมาบ้าง แต่ข้าอยากให้ท่านเชื่อ ว่าข้าไม่ได้เป็คนทำเื่ทั้งหมดนี้ ข้าไม่ได้เป็คนทำ!!” เฉินเซี่ยสบัดข้อมือจนนางล้มไปกองกับพื้น ก่อนจะเดินจากไป ในระหว่างที่เฉินเซี่ยเดินออกมาจากศาลากลางน้ำ เหมยอิงก็ได้แอบซุ่มมองอยู่ไกลๆ การกระทำของพวกเขาทั้งสอง เห็นชัดแล้วว่าพวกเขาไม่มีวันแต่งงานกันได้
“ฮึฮึฮึ คิดหรอว่า ข้าจะให้เ้าแต่งงานกับท่านเ้าัแล้วไปใช้ชีวิตหรูหราสบายๆง่ายๆ…เ้าต้องอยู่เป็ทาสข้าตลอดไป ชางไห่!! ฮึฮึฮึ” เหมยอิงปิดม่านและเดินกลับไปรินชาจิบอย่างสบายใจ ในขณะที่อีกฝั่งกำลังนั่งร้องไห้ น้อยใจในโชคชะตาของตนเอง นางหมดสิ้นแล้ว ที่พึ่งพิง คนรักและที่อยู่อาศัย ชางไห่ควบคุมสติไม่อยู่นางเดินเท้าเปล่าไปเรื่อยจนกระทั่งได้ยินอะไรบางอย่างดังเล็ดลอดมาจากสาวใช้ของจวนเหมยอิง