ตอนที่ 129 การพบเจอโดยบังเอิญนำมาซึ่งความตาย
โคดี้กางปีกทะยานขึ้นไปสูงจากพื้นดินก่อนจะรีบกวาดสายตาหาเหยื่อให้กับกายก่อนที่สายตาของมันจะจับจ้องไปยังทิศทางหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มเนินหินและดินสอดแทรกด้วยพุ่มไม้จำนวนที่อยู่ไม่ไกลมากนัก
โคดี้รีบบินวนส่งสัญญาณไปหากายที่นอนนี้นั่งอยู่บนหลังเจ้าหมอกมองไปที่มันอย่างใจจดใจจ่อ
“โคดี้เจอบางอย่างแล้วเจ้าหมอกไปเร็ว”
กายกระทุ้งเท้าไปที่ท้องเบาๆ ให้เจ้าหมอกรีบไปที่นั่น
เมื่อถึงกายก็รีบกวาดสายตามองไปยังทิศทางที่โคดี้ชี้เป้าสิ่งที่มันเห็นนั้นก็คือหนูทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ ตัวสีน้ำตาลเทาที่ตอนนี้กำลังขุดคุ้ยหาอะไรกินอยู่
หนูในทุ่งหญ้าในโลกราชันนี้มันตัวใหญ่ไม่น้อยไปกว่าแมวเลย...แม้เราจะไม่เคยเห็นแมวจริงๆ ก็เถอะ
กายไม่รอช้าคว้าหยิบธนูโลหะระดับ4 ออกมา ก่อนจะขึ้นศรง้างออกไปจนสุดสายตาจับจ้องไปที่หนูทุ่งหญ้าดวงซวยที่เป็นเป้าหมาย
แต่แล้วเหมือนหนูทุ่งหญ้าตัวนี้จะรับรู้ได้ถึงอันตรายไม่ใช่เพราะมาจากกายแต่มาจากเจ้าเหยี่ยวโคดี้ที่บินวนไปมาอยู่สักพักแล้วด้วยความตื่นตูมและสัญชาตญาณในการระวังภัยของมันทำให้หนูทุ่งหญ้าตัวนี้เลือกจะออกตัววิ่งไปทางหลบหนีที่มันทำไว้ในทันที
ซคางก็เป็นจังหวะเดียวกับที่กายปล่อยศรออกมาแล้วด้วย
ฟริ้ว!
ศรที่ยิงออกไปภายใต้การฝึกฝนศิลปะการต่อสู้เจาะทะลวงที่ยังถึงกับสำเร็จขั้น 1 ของกายได้พลาดเป้าไปเป็นที่เรียบร้อย
“ไปเร็ว ตามมันไป”กายสั่งให้เจ้าหมอกวิ่งออกไป ตอนนี้เขาพยายามไล่ตามหนูทุ่งหญ้าตัวนั้นไปติด ๆศรดอกที่สองถูกดึงออกมา ก่อนจะง้างธนู แต่ครั้งนี้กายไม่ยิงไปในทันที
เพราะเขากำลังรอจังหวะอยู่
ใจเย็น ๆ ใจเย็นไว้
กายเตือนตัวเองในใจและแล้วจังหวะของเขาก็มาถึงเมื่อหนูทุ่งหญ้าที่วิ่งสลับไปมากำลังกระโดดขั้นไปบนก้อนหินที่อยู่สูงขึ้นไปอีกก้อนกายก็ยิ่งออกไปในทันที
ฟริ้ว! ปัก!
ลูกศรปักเข้าไปเต็มแรงกลางลำตัวของหนูทุ่งหญ้าก่อนที่หัวลูกศรจะทะลุไปหินปักคาร่างของหนูทุ่งหญ้าไว้ทั้งอย่างนั้น
“ดีมาก”กายกล่าวออกมาอย่างพอใจ รีบตรงไปเก็บมื้อค่ำของตนเองเจ้าโคดี้ที่บนอยู่บนท้องฟ้ารีบโฉบมายังหนูทุ่งหญ้าที่ตายไปแล้วในทันที มันกำลังจะจิกลงไปลิ้มลองเนื้อสดๆ ตามความเคยชิน แต่แล้วกายก็ยื่นมือออกไปคว้าจับไปที่คอของเหยี่ยวโคดี้ก่อนจะกล่าว “นี่ไม่ใช่ของเจ้าทั้งหมด”
เขามองไปที่โคดี้อย่างดุดันทำเอาโคดี้ไม่กล้าอีกที่จริงแล้วเจ้านายคนก่อนของมันมักจะตามใจให้มันกินก่อนได้เสมอ แต่มันลืมไปว่าเจ้านายใหม่นั้นโหดแค่ไหน
กายดึงเอาศรและหนูออกจากหินก่อนจะเก็บศรลงไปและตัดชิ้นเนื้อส่วนขาออกก่อนจะโยนให้เจ้าโคดี้ที่เฝ้ารออยู่
โคดี้ใช้กรงเล็บเท้าของมันตะครุบเข้าที่ชิ้นเนื้อก่อนจะลงมือกินอย่างตั้งใจ
กายเองก็เก็บมื้อเย็นลงในถุงผ้าเตรียมออกล่าอีกครั้ง
ยังมีเวลาเหลืออยู่หนึ่งชั่วโมงก่อนดวงอาทิตย์ตกเราน่าจะได้อะไรกลับไปอีกพอสมควร กายเงยหน้ามองท้องฟ้าเพราะหลังจากดวงอาทิตย์ตกแล้วเหยี่ยวของเขาคงจะมองหาเหยื่อยากพอสมควรซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากเหยี่ยวนั้นเป็นสัตว์นักล่าตอนกลางวัน
ที่จริงแล้วเจ้าโคดี้นั้นเป็นเหยี่ยวเฟอร์รุจินัสที่มีความสามารถในการตรวจจับสิ่งมีชีวิตได้ระดับสูงมันจึงยังล่าได้ในช่วงหลังอาทิตย์ตก ถึงจะไม่มีประสิทธิภาพเต็มร้อยก็ตามแต่กายไม่คิดจะทำแบบนั้นเพราะเขายังต้องกลับไปที่คาราวาน
ในตอนนั้นเองขณะที่กายคิดจะออกล่าอีกอยู่ๆ เจ้าโคดี้ก็หยุดกินเนื้อสีแดงสดของหนูทุ่งหญ้าในทันทีมันยกหัวขึ้นสูงมองไปยังทิศทางหนึ่งอย่างระวัง
“หืม เกิดอะไรขึ้น”กายเองก็มองตามทิศทางที่โคดี้มองไป จนในที่สุดสายตาของเขาก็เห็นเงาดำไกลออกไปซึ่งเป็นกลุ่มเงาคนจำนวนสามคนกำลังเดินทางอย่างระวังไปตามทุ่งหญ้าอยู่
“นั้นมัน...”กายหรี่ตามองอย่างสนใจ ก่อนจะควบม้าเข้าไปไกลมากขึ้นเรื่อย ๆจนหยุดอยู่ตรงเบื้องหน้าของทั้งสามคน
...
“ซวยแล้วไงมีคนเจอเรา”
“เอายังไงดี”
“หืม แค่คนเดียวมันมีม้ามาด้วย ถ้าเราได้มาตัวนั้นมาจะทำให้เราเดินทางได้เร็วขึ้น”
“ถ้าอย่างนั้นจะรออะไรอยู่เล่าฆ่าแม่งเลย”
ทั้งสามคนมองหน้ากันไม่คิดจะพูดจากับกายก็เปิดฉากลงมือก่อนในทันที แต่กายจะพลาดท่ากับทั้งสามคนง่าย ๆได้อย่างไร
“สมกับเป็นพวกกะโหลกแดงข้าคิดว่าจะไม่ได้เจอพวกเจ้าอีกซะแล้ว” กายยิ้มออกมาอย่างยินดีเพราะทั้งสามคนนี้ไม่ใช่ NPC แต่เป็นผู้เล่นกิลด์ของกะโหลกแดง ส่วนที่ว่าเขาแยกแยะพวกมันได้อย่างไรนั้นก็ไม่ยากเนื่องจากพวกกิลด์กะโหลกแดงนั้นชอบโอ้อวดสัญญาลักษณ์กิลด์ของตัวเองนั้นก็คือรูปกะโหลกสีแดง
ซึ่งหนึ่งในนั้นมีผ้าคลุมที่ด้านหลังมีการรูปหัวกะโหลกสีแดงอย่างชัดเจน
“ถึงเจ้าจะรู้ว่าพวกข้าคือกลุ่มกะโหลกแดงมันก็สายไปแล้วยอมตายแต่โดยดีซะ” ผู้เล่นกิลด์กะโหลกสีแดงที่ใช้อาวุธประเภทขวานสองคมกระโจนเข้าหากายคิดจะฟันเขาด้วยขวาน
แต่มันกับคิดไม่ถึงว่ากายที่อยู่บนหลังม้าจะมีท่าทีใจเย็นถึงขนาดยิ้มให้กับมัน
“เจ้าโง่หรือเปล่า”กายแสยะยิ้มออกมาก่อนจะยกง้างธนูโลหะในมือปล่อยศรออกไปใส่ผู้เล่นกิลด์กะโหลกสีแดงที่ใช้อาวุธประเภทขวานสองคมลูกศรยิงปักเข้าไปที่กลางอกส่งให้ร่างที่ลอยกลางอากาศต้องกระเด็นถอยกลับไปถึง 5เมตรตกตายไปและกลายเป็นลูกไฟไปในทันที
“เชี่ย!”
อีกสองคนที่เหลือถึงกับตกใจจนชะงักไปในทันทีพวกมันรีบตั้งสติมองหน้ากันก่อนจะโจมตีกายอีกครั้งเพราะด้วยระยะแต่นี้ทั้งสองคิดว่ากายคงจะหยิบศรขึ้นมายิงพวกมันไม่ทันอย่างแน่นอน
“ศิลปะการต่อสู้รูปแบบศาสตราวุธ ฟาดฟัน ขั้น 1”
“ศิลปะการต่อสู้รูปแบบศาสตราวุธ ฟาดฟัน ขั้น 1”
ทั้งสองโจรรีบใช้ศิลปะการต่อสู้ของพวกมันในทันทีซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกนี้คือนักรบฝึกหัดระดับ 1 แล้ว
“ช่างสมกับเป็นกิลด์กะโหลกแดงพวกมันพัฒนาคนในกิลด์ได้เร็วมาก” กายพึมพำออกมา ก่อนจะสั่งให้เจ้าหมอกหันหลังใส่ผู้เล่นกิลด์กะโหลกแดงทั้งสองในทันที
ผู้เล่นกิลด์กะโหลกแดงทั้งสองเห็นเช่นนั้นก็คิดว่าชายหนุ่มคนนี้กำลังจะหนีแต่แล้วกายก็ตะโกนออกมา
“ถีบ!!”
สองผู้เล่นงงกับการกระทำและคำพูดของกายแต่ก่อนที่มันจะได้คิดไปมากกว่านี้ อยู่ ๆ ก็มีเกือกเท้าม้าลอยเข้ามากระแทกเข้ากับหน้าอกของมันคนละ1 ข้าง
“อุก!”
“อั๊ก!”
ผู้เล่นกิลด์กะโหลกแดงทั้งสองถึงกับลอยกระเด็นและกระแทกกับพื้นห่างออกไปถึง4 เมตรจากการโจมตีที่ไม่คาดคิดของเจ้าหมอกพวกมันไม่คาดคิดว่าชายบนหลังม้าคนนั้นจะใช้วิธีการนี้ในการโจมตีกลับมาแบบนี้
“อ๊ากก!!!เจ้ามันขี้โกง” หนึ่งในโจรที่นอนเจ็บสาหัสจนแทบจะกระดิกตัวไม่ได้ตะโกนสาปแช่งกายด้วยน้ำเสียงที่ทรมานสุดๆ
“เจ้าจะฆ่าข้าดังนั้นข้าจึงโจมตีกลับแล้วทำไมข้าถึงจะขี้โกงเจ้าเล่า” กายเอียงหัวถามกลับ
“เจ้าใช้ม้าตัวนั้นโจมตีพวกเรา”
“แล้วมันจะต่างกันตรงไหน”กายพูดอย่างดูถูกก่อนที่จะกระโดดลงจากหลังม้าดึงค้อนสั่นสะเทือนออกมาทุบซ้ำไปหน้าอกของผู้เล่นคนนั้นจนตกตายไปกลายเป็นลูกไฟลอยหายไปบนท้องฟ้า
ชายหนุ่มหันไปมองชายอีกคนซึ่งทำให้โจรอีกคนที่นอนบาดเจ็บสาหัสอยู่ถึงกับใจกลัวมันพยายามขยับหนีและพูดขอร้องกาย
“เจ้าฆ่า ๆ ไม่ได้ข้าตายมาสองครั้งแล้ว ถ้าตายอีกครั้ง ข้าต้องกลับไปเริ่มใหม่” ผู้เล่นคนนี้กล่าวขอร้องกายโดยไม่สนใจแล้วว่ากายจะเข้าใจที่ตนพูดหรือไม่
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีนะสิเพราะข้าจะได้ไม่ต้องไปตามฆ่าเจ้าซ้ำอีก” กายกล่าวออกมาก่อนจะยกค้อนสั่นสะเทือนขึ้นเหนือหัว
“เจ้าเป็นพวกนักล่าค่าหัวผู้เล่นแม่จ๋าช่วยด้วย!! ไม่!!!!”
กายยอมรับหรือปฏิเสธเพราะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบอกกล่าวอะไรกับผู้เล่นที่กำลังจะเสียไอดีนี้ไปอยู่แล้ว
ปัง!
ค้อนทุบไปเต็มแรงทำให้กระดูกหน้าอกแตกยับและยกตัวลงไป ฉีกอวัยวะภายใจจนตายลงไปครั้งนี้ร่างของผู้เล่นไม่ได้เปลี่ยนเป็นลูกไฟลอยหายไปแต่มันกับมีสภาพไม่ต่างจากศพของ NPC ที่ตายโดยทั่วไป
แต่นอนว่าก็ไม่เหมือนซะทีเดียวร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะตามผิวหนังของศพผู้เล่นเหมือนกับมีรอยแตกเหมือนผิวดินแห้งแล้งกระจายไปทั่วทั้งตัวกายมองไปรอยพวกนี้อย่างสนใจ เมื่อสำรวจดูก็พบว่ามันเป็นรอยที่เกิดขึ้นเพราะเป็นร่างของผู้เล่นนอกนั้นร่างกายศพก็ไม่มีความต่างอะไรอื่น ๆ อีก
แบบนี้สินะพวกนั้นถึงสามารถระบุได้ว่าศพที่มีลักษณะแบบนี้คือศพของผู้เล่นหรือที่ NPC มักเรียกกันว่ามนุษย์ไฟ กายมองอย่างไตร่ตรองก่อนจะเดินไปหยิบดาบสังหารออกมาแล้วสับเอาเฉพาะหัวของผู้เล่นกิลด์กะโหลกแดงออกมา
อีกสองคนน่าจะเกิดใหม่แถวๆ นี้ เราคงรอสักพักหนึ่ง
กายเรียกเหยี่ยวโคดี้ที่บนวนอยู่บนท้องฟ้ากลับลงมาก่อนจะกล่าวกับมัน “เจ้าคอยมองหาคนที่อยู่ ๆก็ปรากฏออกมาในระยะนี้และส่งเสียงเรียกข้าถ้าทำได้ดีข้าจะให้หนูทุ่งหญ้าตัวนี้กับเจ้าทั้งหมด”
โคดี้มองไปที่หนูทุ่งหญ้าก่อนที่มันจะพยักหน้าและบินกลับขึ้นไปด้านบนก่อนจะบินวนไปมาท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่น้อยลงเรื่อย ๆ
ผู้เล่นที่เราพึ่งฆ่าไปตายครบสามครั้งแล้วอีกสองที่อยู่กลุ่มเดียวกันก็น่าจะไม่ได้เหลือชีวิตครบสามอย่างแน่นอนอย่างมากก็ฆ่าพวกมันอีกคนละ 1 ครั้งเท่านั้น
หวังว่าผู้เล่นกิลด์กะโหลกแดงทั้งสามคนนี้จะมีหมายจับของทางนครดาราฟ้ารวมกันถึงหนึ่งพันเหรียญทองนะ
กายมองไปที่เจ้าเหยี่ยวโคดี้อย่างเฝ้ารอเพราะถ้าได้สามหัวนี้ของผู้เล่นกิลด์กะโหลกแดงนั้นก็เท่ากับว่ากายขาดอีกเพียงหนึ่งหัวของโจรที่มีค่าหัวหนึ่งพันเหรียญทองเขาก็จะทำภารกิจสำเร็จแล้ว
............
Witterry: ตอนนี้ไรท์มีเพจเฟสบุ๊คแล้วนะ มากดติดตามเพื่อคอยรับข่าวสารหรือเข้ามาพูดคุยกันได้นะจะมาติดตามทวงนิยายก็ได้ https://www.facebook.com/witterry.writer/หรือพิมพ์ค้นหาในเฟสบุ๊ค witterry writer ได้เลยนะ