ทว่าอี้เฉินก็ต้องหน้ามืดทะมึน ครั้นเห็นลูกแก้ว บริเวณศพที่แตกระเบิด กำลังจะลอยหนีหายออกไป อี้เฉินโบกฝ่ามือ คว้าหมับลูกแก้ว เข้ามาในฝ่ามือในทันที ครั้นรับรู้ถึงแรงดึงดูดน้อยๆ จากใครบางคนที่ พยายามจะเรียกมันกลับไป
ในกรอบสายตาอี้เฉิน ฉุกคิดขึ้นมาทันที เมื่อเห็นเม็ดมุกวิญญาณ คลับคล้ายคลับคลา สิ่งของที่พวกศัตรูต่างดินแดน ใช้สื่อสาร กับคนของตระกูลวังในยามอดีต “หืม!! ของสิ่งนี้ หรือว่าจะมีคนทรยศ ภายในดินแดนเทพกัน?”
อี้เฉิน กวาดสิ่งล้ำค่า รอบบริเวณกลับไปไม่ว่าจะเป็น ถุงเก็บของ แหวนมิติ ศาสตราวุธ ทว่าอี้เฉินก็ไม่ได้คาดหวัง ว่ามันจะมีของดี ของล้ำค่าเกรงว่า จะแตกระเบิดไปพร้อมกับ ทะเลปราณจิต ของพวกเขาเหล่าราชาอมตะ หมดแล้ว
ทันใดที่อี้เฉินสลายเขตแดนอสูรคลั่ง ทั่วอาณาที่ถูกโลหิตแช่แข็ง ถูกปลดปล่อยในทันใด ส่งให้โลหิตสดของเหล่า ราชาอมตะ อาบย้อมผืนฟ้า ปรากฏภาพสวรรค์ร่ำไห้ เศร้าโศกเสียใจออกมาทันที
ทางด้านเขตสู้รบทางเมืองไทจง สวรรค์ร่ำไห้ เศร้าโศกเสียใจกับราชาอมตะผู้หนึ่งตายตก พิรุณตกลงมาเป็นโลหิตเลือด สามวันสามคืนยังไม่ทันจะแห้งเหือด บัดนี้ทิศทาง เขตด่านในราชวงศ์ เองก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดนี้เช่นกัน
ทำให้ศัตรูต่างดินแดนเสียขวัญกันไม่น้อย ครั้นรับรู้ว่าแม่ทัพใหญ่ของพวกเขา ตายตกติดๆ กันในเวลาไม่กี่วัน “เป็นไปได้อย่างไร ราชาอมตะ ตายตกลงอีกแล้วเช่นนั้นหรือ?”
ผู้เฒ่าหม่า ผู้เฒ่าลู่ ที่ต่อสู้พัวพันกับบรรพบุรุษชรา ต้าหมิง เขาคลี่ยิ้มขึ้นมาทันที “เกรงว่าอี้เฉิน จะล่อศัตรูเข้าไป ภายในด่านในราชวงศ์สำเร็จสินะ”
“ไอ้เด็กนั้นไม่เลวจริงๆ อย่างนี้สถานการณ์ความได้เปรียบ ต้องตกเป็นของพวกเรา คนดินแดนเทพอย่างแน่นอน” แม้แต่เสียงโหร้องของเหล่านักรบ ยังดังออกมากึกก้อง
บรรพบุรุษชรา ต้าหมิงเขาถึงกับกัดกราม ส่งเสียงชิ!!เล็ดลอด ออกมาจากไรฟัน ไม่คิดว่าเรื่องราวมันจะพลิกกลับด้าน ได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ ‘มันต้องมีข่าวคราว บางอย่างที่เขาไม่รู้เป็นแน่’
ครั้นขวานยักษ์ในมือราชาอมตะ ต้าหมิง ขยายใหญ่ ตัดสะบั้นคลื่นออกมาดังกึกก้อง ส่งให้ผู้อาวุโสชราทั้งสอง ร่างถอยร่นออกไปอย่างต่อเนื่อง บรรพบุรุษชรา ต้าหมิง แค่นเสียงคำราม ออกมาด้วยความยากลำบาก “ถอยทัพ!” ‘อย่างไรยามนี้ต้องกลับไปคุ้มกัน เมล็ดพันธุ์ความมืด ที่พึ่งเติบโตก่อน’
ศพเหล่าคนที่ตายในสนามรบ กลายเป็นสสารชั้นดีที่ทำให้ กองทัพของพวกเขาแข็งแกร่ง จากเมล็ดพันธุ์ความมืด ที่ฟื้นคืนชีพเหล่าซากศพ มาช่วยสร้างกองทัพ ไม่เช่นนั้น ได้เกิดหายนะใหญ่แน่
ศัตรูที่ถอยทัพ ทำให้ภาพภายในเขตสงคราม ความรุนแรงดูต่ำลงไปทันที ทว่าเหล่าพวกนักรบ ก็ยังต้องพัวพัน อยู่กับซากศพสีดำสนิท ดุจหมึกที่กลับมามีชีวิต
ซีเผิง โม่กวาง ที่อยู่ในทิศทางสู้รบ ครั้นรับรู้อี้เฉินฆ่าสังหาร ราชาอมตะไปถึง3คน พวกเขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อรับรู้อี้เฉินยังอยู่รอดปลอดภัย
ทิศทางที่อี้เฉินอยู่ เขายังคงลอยท่ามกลางอากาศ ครุ่นคิดบริเวณที่ฝนโลหิตตกไม่ไปไหน ครั้นกวาดสายตาไปมองเขตการสู้รบ รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน ที่เบาบางลงไปมาก อี้เฉินลอบถอนหายใจออกมายาว
ก่อนอี้เฉินจะสืบฝีเท้า กลับหุบเขาบรรพชน เมื่อรับรู้ว่าฤทธิ์ยาโอสถหลอมฟ้าดิน ยังคงอยู่ แถมมันยังคงช่วยสะสมรากฐาน ให้อี้เฉินอย่างมากมาย ยามนี้อี้เฉินต้องการปิดด่านโดยไว
ภาพที่หมู่ชนเห็นท้องฟ้าเต็มไปด้วยฝนโลหิต พร้อมเสียงสายฟ้าผ่าฟาด ออกมาเป็นระยะๆ ขลับให้ท้องฟ้ายิ่งดูน่าหวาดกลัว แถมไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก ในเร็วๆ นี้เสียด้วย
ทว่าเมื่อพวกเขาเห็นชายหนุ่มผมขาวผู้หนึ่ง บินทะยานผ่านสายฝนโลหิต ชายอาภรณ์สีดำตัดทอง ลวดลายมังกร โบกสะบัดโยกไหว ไม่มีท่าทีว่าจะโดนฝนโลหิต ราวกับเห็นเซียนย่างกายมาเยือน มันก็ทำให้หมู่ชน ที่เห็นต่างก็พูดคุยกัน ออกมาต่างๆ นานา “หรือว่าจะเป็นจักรพรรดิอี้เฉิน ที่ฆ่าสังหารราชาอมตะ”
“ใช่ๆ ต้องเป็นจักรพรรดิอี้เฉินอย่างแน่นอน”
แม้แต่หุบเขาบรรพชน ยังเกิดความวุ่นวาย ครั้นรับรู้ถึงปราณมังกร พรจักรพรรดิ ที่ไหลทะลัก เอ่อล้นออกมา ก่อนร่างอี้เฉินจะหายขึ้นไป ด้านบนพระราชวังสีทอง นั่งขัดสมาธิหมุนวนฝ่ามือโคจรปราณพลัง ไปยังจุดตันเถียนทั้ง5 ใช้ฤทธิ์ยาโอสถหลอมฟ้าดิน กลั่นหลอมร่างกาย ที่เคยบกพร่องในยามอดีต
บัดนี้ภายในทะเลความรู้อี้เฉิน เกิดการสั่นไหวไม่หยุด แม้แต่เมล็ดพันธุ์ต้นโพธิ์ ภายในทะเลความรู้ ยังแพร่ขยายกิ่งก้าน เติบโตอย่างรวดเร็ว
บาดแผลที่เคยได้รับจากไฟเทพ ในยามอดีตเจียนเกือบตายตก ค่อยๆ จางหายไปช้าๆ พอที่จะทำให้อี้เฉินคลี่ยิ้ม ขึ้นมาได้ในรอบเดือน แม้ว่าจะรู้สึกเสียดาย ที่ไม่ได้เลื่อนขั้นพลังย่อยก็ตาม
ภายนอก ข่าวคราวการตายตก ของราชาอมตะ ศัตรูต่างดินแดน ต่างก็เป็นที่พูดถึงไปทั่วดินแดนเทพ ตำนานจักรพรรดิหนุ่ม ผู้ฆ่าสังหาร ศัตรูต่างดินแดน แพร่กระจายออกมาดั่งรองเท้าติดปีก จนกลายเป็นเรื่องเล่าขานออกไปทั่ว
แม้แต่ดินแดนจักรพรรดิ ยังมีข่าวคราว ของสงครามดินแดนเทพ รั่วไหลออกมาจากปากผู้ยิ่งใหญ่ ที่เฝ้าสังเกตการณ์ ทว่ารายละเอียดมีน้อยมาก ทำให้เหล่าจอมยุทธ ที่ขึ้นไปเติบโต ยังดินแดนจักรพรรดิรับรู้ ต่างก็มีสีหน้าที่เศร้าหมองไปตามๆ กัน เมื่อรับรู้ญาติ มิตรสหายของพวกเขา ในยามนี้กำลัง ตกอยู่ในสถานการณ์ ที่ยากลำบาก
ด้านบนสุดของหอตำรา นิกายยอดยุทธ์ เยว่ชิงเซียนที่นั่งศึกษาเส้นทาง ของจักรพรรดิโบราณ ใช้มันเป็นใบเบิกทาง ครั้นนางรับรู้ดินแดนเทพ ถูกศัตรูรุกราน นางมีสีหน้าแววตากังวลทันที ก่อนนางจะเม้มริม ฝีปากแดงน้อยเอาไว้จนแน่น เอ่ยพูดพึมพำออกมา “อี้เฉิน ข้าบัดนี้เลื่อนขั้น เป็นเซียนสวรรค์แล้วนะ ไม่รู้เจ้าในยามนี้ จะเป็นเช่นไรแล้วบ้าง หากเจ้าเห็นตัวข้ายามนี้ เจ้าอาจมีสีหน้าประหลาดใจ ก็เป็นได้”
ครั้นหญิงสาวเอ่ยพูดพึมพำออกมาเสร็จสิ้น นางก็ลอบถอนหายใจออกมายาว ทว่าใจลึกๆ นางยังคงคาดหวัง ที่จะได้พบเจอกับอี้เฉินอีกครา
เซี่ยงอวี่ ศิษย์เอกอัจฉริยะอันดับหนึ่ง ของนิกายยอดยุทธ์ ครั้นเห็นเยว่ชิงเซียน อารมณ์ของนางแปรปรวนขึ้นมา จึงกล่าวเตือนตัวนาง “เจ้าตั้งใจหยั่งรู้เถอะ ศิษย์น้องหญิง อย่าให้อารมณ์ มาทำลายประสบการณ์ ความรู้ของเจ้า”
ภาพภายในหอตำรา ครั้นเหล่าศิษย์ เห็นอัจฉริยะทั้งสองพูดคุยกัน ต่างก็พากันซุบซิบออกมาน้อยๆ “หรือว่าศิษย์พี่ เซี่ยงอวี่ จะเกี้ยวพาราสี แม่นางเยว่ชิงเซียนกัน” ทว่าศิษย์สตรีไม่น้อย ที่เห็นเยว่ชิงเซียน ข้ามหน้าข้ามตาพวกนางไป จึงทำให้หลายคน ไม่พออกพอใจเท่าใดนัก
เซี่ยงอวี่ ครั้นได้ยินเขาได้แต่ส่ายหัวออกมา ก่อนจะกลับมา จดจ่อกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ไม่ได้ใส่ใจเสียงซุบซิบ ของผู้คนอีกต่อไป
แม้ว่าข่าวคราวของสงคราม ภายในดินแดนเทพ จะทำให้เขาตกอกตกใจอยู่บ้างก็ตาม อย่างไรเขาก็เคยได้ยิน เรื่องเส้นหลักเขตแดน ที่จักรพรรดิผู้หนึ่งสละชีพสร้างขึ้น ทว่ามันไม่น่าจะพัง ง่ายดายเช่นนี้
ทางด้านนิกายสวรรค์สุราลัย เซียนหลาน ที่นั่งฝึกฝนอยู่กับ ยี่ผิง ซีเยว่ พูดคุยถึงเรื่องสงครามภายในดินแดนเทพ มันก็ทำให้พวกนาง สีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก
แล้วยิ่งพูดถึงเรื่องอี้เฉิน เซียนหลาน นางยิ่งลอบถอนหายใจออกมายาว ยังรู้สึกเสียดาย ในศักยภาพของอี้เฉินไม่น้อย หากอี้เฉินขึ้นมาเติบโต ยังดินแดนจักรพรรดิ เกรงว่าเขาจะกลายเป็น ศิษย์อัจฉริยะอันดับต้นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
ก่อนพวกนาง จะรีบอุดปากเงียบ ครั้นเห็นกงหนานสืบฝีเท้า มาพร้อมเด็กหนุ่มอายุ15ปี อยู่ในช่วงวัยดื้อรั้น กงหนานนางมองค้อน มาที่มิตรสหายของนาง ครั้นรับรู้พวกเขา ปกปิดอะไรบางอย่าง กับตัวนางไว้
ก่อนเด็กหนุ่มอายุ15ปี จะผสานฝ่ามือคำนับ มาที่ท่าน น้าหญิงซีเยว่ ให้หญิงสาวในกรอบสายตา โบกฝ่ามือเรียกเข้าไปหา ลูบหัวอย่างเบามือด้วยความอ่อนโยน “เจ้าโตแล้วเหมือนพ่อของเจ้าจริงๆ ซีห่าว”
เด็กหนุ่ม ครั้นได้ยินทำปากมุ่ย “ข้ายังไม่เคยเห็นท่านพ่อเลย ท่านน้าพ่อของข้าเป็นคนเช่นไรหรือ ท่านแม่ไม่ได้เล่าอะไรให้ข้าฟังเลย ..ท่านช่วยเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่?”
ซีเยว่ได้ยินนางยิ้มออกมาน้อยๆ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดเล็กๆ ไม่รู้พวกเขาพี่น้อง ชาตินี้จะได้พบเจอกันอีกหรือไม่