บทที่ 46 ลืมล็อกประตู
เฉินเซิงแสดงสีหน้าตกใจเป็นอย่างมาก
อาจารย์สาวสวยของเขากลับเสนอที่จะทำเรื่องแบบนี้ให้เขา นึกถึงมือขาวเนียนราวต้นหอมปอกเปลือกของเธอกำรอบส่วนล่างของเขาแล้วขยับขึ้นลงไม่หยุด เขาก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก และยิ่งรู้สึกใจจดใจจ่ออย่างห้ามไม่อยู่
เฉินเซิงคิดว่าเธอคืออาจารย์ที่เขาเคารพนับถือมาเป็นเวลานาน เขามองเธอเหมือนพี่สาวแท้ ๆ เฉินเซิงจึงรู้สึกว่าการที่เธอทำเรื่องแบบนี้ให้เขา จะทำให้ทั้งคู่รู้สึกอายเวลาเจอหน้ากันในภายหลัง
"อืม...แบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะครับ" เฉินเซิงพูดด้วยสีหน้าลังเล
"คุณช่วยฉันมาตั้งมากมาย ฉันช่วยคุณสักครั้งก็สมควรอยู่แล้ว ฉันเป็นอาจารย์ของคุณ ปกติก็มองคุณเหมือนน้องชาย อีกอย่างฉันแค่ช่วยปลดปล่อยให้คุณเบา ๆ เพื่อผ่อนคลายความกดดันทางร่างกายเท่านั้น นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าอายอะไรเลย คุณไม่ต้องเขินหรอก" หลิวซือซือพูดอย่างกล้าหาญ โดยไม่สนใจใบหน้าอันงดงามของตัวเองที่แดงก่ำราวกับผ้าสีแดงสองผืน
"ได้ครับ" เมื่อหลิวซือซือพูดแบบนี้แล้ว เฉินเซิงก็ไม่ได้เขินอายอะไร และพยักหน้าตกลง
มีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ที่อาจารย์สาวใช้มือปรนเปรอให้สักครั้ง นักศึกษาคนอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัยเจียงต้าคงไม่มีวันได้โอกาสแบบนี้แน่ คิดถึงจุดนี้แล้ว เฉินเซิงรู้สึกว่าปฏิกิริยาของส่วนล่างตัวเองชัดเจนยิ่งขึ้น
หลิวซือซือคอยปลอบใจตัวเองว่า แค่ช่วยปลดปล่อยให้เฉินเซิงเท่านั้น การทำแบบนี้ก็เพื่อแก้ปัญหาความต้องการทางร่างกายของเขา เหมือนกับตอนที่บางคนทนไม่ไหวแล้วช่วยตัวเองนั่นแหละ
เฉินเซิงเพิ่งทำให้เธอรู้สึกดีเมื่อครู่ เธอช่วยเขาบ้างก็แล้วกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่บริสุทธิ์ ไม่ควรคิดมากอยู่แล้ว
หลิวซือซือยกผ้าห่มของเฉินเซิงขึ้น ยื่นมือเรียวยาวใสเหมือนหยกเข้าไป ลูบไล้ไปตามต้นขาด้านในของเขา
เมื่อห้านิ้วจับกันแน่นรอบของแข็งระหว่างขาของเขา ถึงแม้เธอจะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่ในใจก็ยังคงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
มือเล็กของเธอจับได้แค่หนึ่งในสามของความยาวเท่านั้น ส่วนล่างของเฉินเซิงยาวขนาดไหนก็พอจะคาดเดาได้ ในฐานะอาจารย์ หลิวซือซือเป็นสาวที่มีความรู้กว้างขวางอย่างแน่นอน เธอพอจะรู้ขนาดเฉลี่ยของส่วนล่างผู้ชายจีนอยู่บ้าง
ขนาดของเฉินเซิงยาวกว่าที่เธอเคยเห็นในความทรงจำเกินเท่าตัว แม้แต่รูปภาพส่วนล่างของผู้ชายตะวันตกที่เธอเคยเห็นในหนังสือเรียน ก็ยังไม่ใหญ่และหนากว่าของแปลกปลอมที่เธอกำอยู่ในมือตอนนี้
หลิวซือซือคิดในใจว่าไม่คิดเลยว่าส่วนล่างของเฉินเซิงจะใหญ่ขนาดนี้ สำหรับสาวที่มีสภาพร่างกายด้อยกว่านี้สักหน่อย การที่จะใช้ร่างกายของตัวเองรองรับของขนาดใหญ่แบบนี้ให้มิดจนสุด คงจะเป็นเรื่องยากมากทีเดียว
โชคดีที่เฉินเซิงไม่ได้ฉวยโอกาสรังแกหลิวซือซือ ของใหญ่ของเขาใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเข้าไปในร่างกายของเธอ ไม่แน่เธออาจจะเอาชีวิตไม่รอดก็ได้
หลิวซือซือคิดเรื่อยเปื่อยไปพลางขยับมือ มือข้างนั้นขยับขึ้นลงอยู่นาน จนรู้สึกชาและเมื่อยล้า แต่ด้านล่างของเฉินเซิงก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปลดปล่อยเลยแม้แต่น้อย
"ฉันช่วยมานานขนาดนี้แล้ว ทำไมด้านล่างของคุณถึงไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย" หลิวซือซือถามด้วยสีหน้างุนงง
"อาจารย์หลิว ผมว่าเราหยุดเถอะครับ"
"ไม่... เรื่องนี้ห้ามทำค้างไว้เด็ดขาด ฉันต้องช่วยให้คุณปลดปล่อยออกมาให้ได้" หลิวซือซือพูดด้วยท่าทีหนักแน่น
ในฐานะอาจารย์ เธอไม่อนุญาตให้ตัวเองทำอะไรค้างคาไว้ ถ้าไม่มีความมุ่งมั่นแม้แต่เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ ต่อไปจะสอนหนังสือได้อย่างไร
เธอยื่นมืออีกข้างเข้าไป ใช้สองมือช่วยเฉินเซิงอย่างเต็มแรง
เมื่อเห็นหลิวซือซือพยายามขยับตัว ทำให้หน้าอกอันใหญ่โตทั้งสองข้างกระเพื่อมอย่างสนุกสนาน และรู้สึกได้ถึงมือเล็ก ๆ ของอีกฝ่ายกำลังจับอวัยวะสำคัญของตนเองแล้วขยับขึ้นลงอย่างหนัก เฉินเซิงรู้สึกตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แม้แต่ตอนที่เขาได้ครอบครองร่างกายของหลี่ซานซานเมื่อไม่นานมานี้ ก็ยังไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่าตอนนี้
บางครั้งไม่จำเป็นต้องมีการสอดใส่จริง ๆ ก็สามารถกระตุ้นประสาทสัมผัสได้ เขาส่งเสียงครางอย่างสบายใจ
ขณะนี้หลิวซือซือเหงื่อท่วมหัวแล้ว ผมที่หน้าผากก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ตอนที่เธอใกล้จะหมดความอดทน ในที่สุดด้านล่างของเฉินเซิงก็เริ่มพลุ่งพล่านอย่างรุนแรง
"อา..." หลิวซือซือรู้สึกถึงความร้อนระอุพุ่งใส่ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอ จนเธอแทบลืมตาไม่ขึ้น
เธออยู่ห่างจากด้านล่างของเฉินเซิงพอสมควร ตามหลักแล้วระยะนี้ควรจะปลอดภัย ไม่คิดว่าระยะการพุ่งของเฉินเซิงจะไกลเกินกว่าคนทั่วไปมาก จนทำให้ใบหน้าของเธอเลอะเต็มไปหมด
ส่วนอกอันกลมกลึงขาวผ่องของหลิวซือซือถูกของเหลวปริมาณมากปกคลุม เสื้อชั้นในของเธอก็เปียกไปเป็นบริเวณกว้าง ดูท่าทางแล้วยั่วยวนใจเป็นอย่างยิ่ง
"ตายจริง ทำไมคุณพุ่งสูงขนาดนี้ ฉันเลอะไปหมดแล้ว" หลิวซือซือบ่นพลางเช็ดใบหน้าและหน้าอกของตัวเอง
"หลิวซือซือ ผมไม่ได้ตั้งใจ" เฉินเซิงยื่นกระดาษให้ พร้อมกับพูดขอโทษด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
หลิวซือซือก็รู้ว่าเป็นเพราะตัวเองขาดประสบการณ์ ถึงได้ทำให้ใบหน้าและหน้าอกเลอะเทอะไปหมด พูดถึงเรื่องนี้ก็ไม่สามารถโทษเฉินเซิงได้ทั้งหมด
ตอนที่หลิวซือซือกับเฉินเซิงกำลังหลับสนิท จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก
เมื่อคืนนี้ถึงแม้ว่า หลิวซือซือกับเฉินเซิงจะไม่ได้มีเรื่องชายหญิงกันจริง ๆ แต่ หลิวซือซือก็ถึงจุดตื่นเต้นเฉพาะของผู้หญิง ส่วนเฉินเซิงก็ปล่อยกระสุนในร่างกายออกมามากมาย ทั้งสองคนจึงเหนื่อยล้ามาก
ในตอนที่ทั้งสองคนกำลังรีบร้อนใส่เสื้อผ้า หลิวเหมียวเหมี่ยวก็เปิดประตูเข้ามาอย่างกะทันหัน
"พี่สาว พี่เขย ฉันเดาว่าเมื่อคืนพวกคุณต้องไม่ได้อยู่ด้วยกันแน่ ๆ พวกคุณจงใจทำเสียงหลอกพ่อกับแม่ใช่ไหม ไม่รู้ว่าพวกคุณทำได้ยังไง" หลิวเหมียวเหมี่ยวที่ซุกซนเจ้าเล่ห์บุกเข้ามา พอเข้ามาก็ถามอย่างใจร้อนทันที
หลิวเหมียวเหมี่ยวเข้าใจดีว่าพี่สาวของตัวเองเป็นคนแบบไหน ถึงได้ลงความเห็นแบบนี้ เพื่อยืนยันความจริงของเรื่องนี้ เธอถึงได้มาตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อพิสูจน์
เมื่อสายตาของหลิวเหมียวเหมี่ยวมองไปที่คอเสื้อนอนของหลิวซือซือ ก็แสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อในทันที
เธอเห็นรอยคราบของของเหลวที่ระเหยไปแล้วจำนวนมากที่คอเสื้อของพี่สาวตัวเอง
หลิวเหมียวเหมี่ยวตัวเล็กแต่ฉลาด เธอนึกออกทันทีว่าที่คอเสื้อของพี่สาวคืออะไร และคิดในใจว่าเมื่อคืนพี่สาวต้องใช้ปากกับพี่เขยแน่ ๆ ถึงได้มีของพวกนี้กระเด็นเต็มหน้าอก
ไม่คิดว่าพี่สาวกับเฉินเซิงจะสนิทกันถึงขั้นนี้ พี่สาวที่หยิ่งยโสถึงกับใช้ปากกับเฉินเซิง คนหื่นคนนั้นคงจะฟินตายไปเลยสินะ
พอคิดว่าสิ่งที่ตัวเองเคยเดาไว้ผิดถนัด หลิวเหมียวเหมี่ยวก็มองไปที่เฉินเซิงอย่างตกใจ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเสียดสีว่า "พี่เขย คุณนี่มันเก่งจริง ๆ เมื่อคืนถึงกับจัดการพี่สาวของฉันซะได้ ฉันจำได้ว่าพี่สาวให้คุณมาเป็นแฟนปลอมของเธอ ไม่ใช่ให้คุณมาเอาเธอนะ คุณนี่มันจิกตาข่ายด้วยการทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ ทั้งฉันและพี่สาวมองคุณผิดไปจริง ๆ"
พอนึกถึงไม่นานมานี้ที่ร่างกายของตัวเองเผลอโป๊ะไปโดยไม่ได้ตั้งใจ โดนสายตาของเฉินเซิงมองขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่รู้กี่รอบ สาวน้อยคนนี้พอนึกถึงเรื่องนี้ทีไรก็โมโหทุกที ตอนนี้ในที่สุดก็ได้โอกาสล้างแค้นซะที เธอถึงได้เหน็บแนมอีกฝ่ายอย่างโจ่งแจ้ง
เมื่อเผชิญกับคำพูดที่รุนแรงขนาดนี้ของหลิวเหมียวเหมี่ยว ถึงแม้เฉินเซิงจะพูดเก่งโต้ตอบคล่องแค่ไหน แต่หลังจากที่โดนหลิวเหมียวเหมี่ยวจับได้ว่ามีคราบสีขาวเต็มหน้าอกของหลิวซือซือ เขาก็ไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้กับสาวน้อยคนนี้ยังไง
ถึงแม้เขาจะบอกหลิวเหมียวเหมี่ยวว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเขากับพี่สาวของเธอเลย แต่พอเห็นหลักฐานแล้ว เด็กสาวคนนี้ก็คงไม่เชื่อคำพูดของเขาอยู่ดี
และใครจะเชื่อว่าเขาอยู่ในห้องเดียวกับหลิวซือซือ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาเพียงแค่ลูบไล้ตัวหลิวซือซือสองสามที ส่วนหลิวซือซือก็แค่ช่วยปลดปล่อยให้เขาหนึ่งครั้งอย่างบริสุทธิ์ใจ?
เมื่อเห็นเฉินเซิงไม่พูดอะไร สาวน้อยอย่างหลิวเหมียวเหมี่ยว ยิ่งคิดว่าตัวเองเดาถูก นางจึงแสดงสีหน้าหยิ่งผยองและคิดหาวิธีล้อเลียนอีกฝ่าย
"สาวน้อย ตอนนี้เธอกล้าแล้วสินะ ถ้าเธอยังพูดจาเหลวไหลอีก คิดว่าฉันจะไม่ฉีกปากเธอทิ้งรึไง" หลิวซือซือพูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ
ในใจเธอยิ่งตำหนิตัวเองว่า ‘ให้ตายสิ เมื่อคืนตอนที่ออกไปล้างหน้า ฉันไม่ควรเหนื่อยเกินไปจนไม่ได้เปลี่ยนชุดนอน และตอนที่ฉันกลับเข้าห้องก็ไม่ควรลืมล็อกประตู ถึงได้ทำให้เด็กคนนี้เห็นทุกอย่าง คราวนี้ต่อให้ฉันกระโดดลงแม่น้ำเหลืองก็คงล้างตัวให้สะอาดไม่ได้แล้ว*[1]’
บทที่ 46 ลืมล็อกประตู
[1] กระโดดลงแม่น้ำเหลืองก็คงล้างตัวให้สะอาดไม่ได้แล้ว หมายถึง ยากจะยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองได้